อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 มื.ย. 58

“ดิฉันไม่เต็มใจที่จะหมั้นและไม่คิดจะแต่งงานกับเค้า .. เพราะฉันไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ฉันไม่รัก”
อนวัชยืนน้ำตาตกใน...เศร้าอย่างที่สุด
หทัยรัตน์ชักสีหน้า “คุณอนวัช !! “
อนวัชไม่สนใจเต้นรำต่อหน้าตาเฉย ยิ้มกวนสุดๆ อนวัชอมยิ้มนิดๆ .. ขำตัวเองที่แกล้งหทัยรัตน์

ที่หัวหินตอนที่อนวัชเดินขึ้นมาบนบ้าน หทัยรัตน์หลบ แต่หลบไปหลบมาดันมาชนกันโครมมมม
หทัยรัตน์ตกอยู่ในอ้อมกอดของอนวัชในระยะประชิด..วี้ดวิ้ว..ตกใจทั้งคู่ หทัยรัตน์ไหวตัวทันรีบดันตัวออก..และกระชับเสื้อคลุมให้ปิดมิดชิด
อนวัชมองหทัยรัตน์แล้วยิ้ม “ฉันได้ยินเสียงคนวิ่งโครมครามนึกว่าเด็กที่ไหนขึ้นมาวิ่งเล่นที่ชิดชายชล ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง”


“ดิฉันขอตัว...”
อนวัชไม่ยอมรีบพูดขึ้น “คนเราสมัยนี้นี่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย วิ่งมาชนคนอื่นจนเกือบจะล้มขอโทษสักคำก็ไม่มี”
หทัยรัตน์ชะงักและหันมาพูดเพื่อตัดรำคาญ “.. ขอโทษ..”
อนวัชพูดขึ้นอีก “แล้วที่ฉันรับเธอไว้ไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้นคิดจะขอบคุณกันบ้างหรือเปล่า?”
หทัยรัตน์เซ็งหันมาอีกที “ขอบคุณ” เค้นเสียงสุดๆ
“นี่แล้วที่เธอเดินมาชนฉันจนเสื้อฉันเปียกแบบนี้เธอจะทำยังไง ห๊ะ..หทัยรัตน์.. นี่จะรีบไปไหนหล่ะ..คุยกันก่อนสิ..จะอายอะไร..ไม่ต้องอายหรอก..เมื่อกี๊ฉันเห็นหมดแล้ว..”
หทัยรัตน์แทบกรี๊ด..รีบเดินเข้าห้องไปเลย..ปิดประตูดังโครม.. อนวัชเห็นหทัยรัตน์โกรธแล้วชอบใจ..ยิ้มสะใจ

อนวัชยิ้มมีความสุข ... แล้วก็คิดถึงตอนที่หทัยรัตน์จมน้ำ

“หทัยรัตน์..” อนวัชตบหน้าเบาๆ “เธออย่าเป็นอะไรนะ..”
อนวัชเริ่มปั้มหัวใจ และฟังเสียงหัวใจ หทัยรัตน์หน้าซีด อนวัชตัดสินใจ..เม้าท์ทูเม้าท์ให้หทัยรัตน์...

อนวัชหน้าขรึมลง ..เมื่อคิดทบทวนก็เห็นความเป็นห่วงของตัวเองในตอนนั้นได้อย่างชัดเจน

ในงานหมั้น หทัยรัตน์เดินตามออกมาในชุดไทยสวยงาม อนวัชมองตะลึงในความสวย อนวัชหยิบแหวนมาและบรรจงสวมให้หทัยรัตน์ ...

อนวัชครุ่นคิด..ตรึกตรอง..อย่างมีสติ เขานึกถึงหน้าหทัยรัตน์ตอนโกรธ หทัยรัตน์ตอนยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ สะใจ หทัยรัตน์ในอารมณ์และอิริยาบถต่างๆ..จนมาจบลงตอนที่เจอกันครั้งแรกหลังจากที่กลับมาจากเมืองนอก !!!
อนวัชบรรลุแล้วว่าตัวเองคิดยังไงกับผู้หญิงคนนี้ .. ชายหนุ่มแววตาวาบประกายความรู้แจ้งในใจตัวเองขึ้นมา .. เขาตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

เช้าวันต่อมา...ที่บ้านเดือนประดับ อนวัชยืนอยู่ในสวน..ตื่นเต้น .. หทัยรัตน์เดินมาตื่นเต้นพอกัน แต่ทำเป็นนิ่งๆ ไม่รู้สึกอะไร “สวัสดีค่ะคุณอนวัช”
อนวัชหันมา..ทันทีที่เห็นหทัยรัตน์แววตาแห่งความปิติฉายออกมา..อนวัชมองหทัยรัตน์เปลี่ยนไป ความรู้สึกความคิดข้างในตกตะกอนชัดเจน .. อนวัชส่งกระดาษการ์ดแต่งงานให้หทัยรัตน์เลือก “เธอชอบกระดาษแบบไหน เลือกแล้วฉันจะได้ส่งให้ทางโรงพิมพ์เค้าพิมพ์การ์ด”
หทัยรัตน์มองกระดาษ ไม่รับ “ดิฉันขอยืนยันคำพูดเดิม ... “ฉันไม่แต่งงานกับคุณ””
อนวัชเจ็บ แต่ฝืนถาม “ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีวันรักฉันใช่มั้ย ?”
หทัยรัตน์กัดฟันพูด “ใช่ค่ะ”
“ฉันอยากรู้ว่าเพราะอะไร?” หทัยรัตน์นิ่ง อนวัชตอบเอง “เพราะคุณชายใช่มั้ย เธอรักคุณชายมากใช่มั้ยหทัยรัตน์ เธอถึงปิดประตูใส่ฉันแบบนี้”
หทัยรัตน์ฝืนใจโกหก “ใช่ค่ะ และดิฉันคิดว่ามันคงจะไม่น้อยไปกว่าที่คุณรักคุณส่องแสง “
อนวัชเสียงเข้ม “ใครบอกเธอว่าฉันรักส่องแสง !! “ หทัยรัตน์อยากจะบอกว่าส่อง แต่กัดปากแน่นไม่ตอบ ... อนวัชยิ่งโกรธ “เธอจะรักคุณชายก็รักไป ทำไมต้องโยนให้ฉันไปรักส่องแสงด้วย ฟังไว้นะ ฉันไม่ได้รักส่องแสง” อนวัชมองหทัยรัตน์ และทิฐิก็ทะลาย พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก “คนที่ฉันรัก..คือเธอ...หทัยรัตน์...”
หทัยรัตน์อึ้งไป..หันขวับมามองหน้าอนวัช อนวัชมองกลับแววตานิ่งสงบ หนักแน่น และมุ่งมั่น “ฉันเคยพูดว่า ฉันจะแต่งงานกับเธอเพราะต้องการเอาชนะ..ฉันโกหก ! ทุกครั้งที่ฉันทำเป็นเกลียดเธอ..ฉันหลอกตัวเอง.. แต่วันนี้ฉันโกหกตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” หทัยรัตน์ช็อค...อนวัชพรั่งพรูออกมาด้วยความจริงใจ “ตั้งแต่เกิดมา..ฉันไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ฉันต้องวิ่งตาม” อนวัชนึกถึงตอนหทัยรัตน์วิ่งหนี .. และเขาวิ่งตาม “เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ฉันร้อนรุ่มใจเพราะความคิดถึง เป็นห่วง และอยากปกป้อง” อนวัชนึกถึงตอนที่ตัวเองร้อนอกร้อนใจรีบตามไปหัวหิน ตอนช่วยผายปอด ตอนช่วยที่โดนนวลตบ “และเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่า “รัก” หทัยรัตน์ยังช็อคต่อเนื่อง “รักโดยไม่มีเงื่อนไข และยอมได้ทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข .. ฉันตัดสินใจบอกความจริงกับเธอ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้”
หทัยรัตน์จะอ้าปากพูด แต่เหมือนพูดไม่ออก “กำแพงความเกลียดชังที่เธอสร้างเพื่อกั้นฉันไว้มันแข็งแรงเหลือเกิน ฉันไม่มีทางพังมันลงได้ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะปล่อยเธอไป ฉันจะคืนอิสระให้เธอ นับจากนี้เราสองคนไม่มีอะไรผูกมัดหรือติดค้างกันอีกแล้ว .. ลาก่อนหทัยรัตน์” อนวัชพูดจบก็เดินกลับออกไป....
หทัยรัตน์อึ้ง...แทนสายตาเห็นอนวัชค่อยๆเดินห่างออกไป “คุณอนวัช...” หทัยรัตน์ยังอึ้งอยู่ ทำอะไรไม่ถูก

หทัยรัตน์เดินเข้ามาในห้องนอน..หญิงสาวมองที่กระดาษการ์ดแต่งงานและครุ่นคิดด้วยความสับสน
อนวัชเดินเข้ามาในห้องนอน ทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง..อนวัชคิดและมองไปที่กระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ และครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

สัทธายืนรอพรรณีอยู่ เขาค่อยๆหยิบกล่องแหวนแต่งงานมาดู และยิ้มมีความสุข
พรรณีเดินมา เห็นสัทธายืนหันหลังอยู่ พรรณีสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด “ขอโทษที่ทำให้พี่ปุ๊ต้องรอนะคะ..พอดีที่โรงเรียนเลิกช้ากว่าที่คิด”
สัทธารีบปิดกล่องแหวน ใส่กระเป๋า และหันมา “ไม่เป็นไรเลยจ้ะ รอณี .. นานกว่านี้พี่ก็รอได้”
พรรณีมองหน้าสัทธาแล้วสะเทือนใจ แต่ตัดใจพูด “แต่ณีไม่อยากให้พี่ปุ๊เสียเวลารอณีอีกแล้วค่ะ” สัทธาชะงักหุบยิ้ม พรรณีเสียงแข็ง พยายามใจแข็ง “พี่ปุ๊เสียเวลากับณีมามากแล้ว..ถึงเวลาที่เราจะต้องยอมรับความจริงแล้วค่ะ”
“ความจริง? ความจริงอะไร ณีพูดอะไร พี่งงไปหมดแล้ว”
“ความจริงที่ว่า..ความรักของเราไม่มีวันที่จะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณแม่ไม่มีวันจะยอมรับ และเราสองคนไม่มีวันที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน...เราอย่าหลอกตัวเองกันต่อไปอีกเลยค่ะ..ถึงเวลาที่เราต้องหันหน้าสู้กับความเป็นจริงและแยกทางกันไปได้แล้ว”
สัทธาใจหายวาบ “แยกทาง?”
“ค่ะ .. “ พรรณีน้ำตาร่วง “ณีขอบคุณสำหรับความรัก ความปรารถนาดีที่มีให้กันมาตลอด..แต่เราเดินมาถึงปลายทางแล้ว ไปต่อไม่ได้...มันจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องเจอกันอีก!”
สัทธาตกใจอย่างแรง “ณี ... ณีพูดอะไรออกมา”
“ณีพูดความจริงค่ะพี่ปุ๊ .. “ พรรณีมองสัทธาเป็นครั้งสุดท้าย “ลาก่อนค่ะ”
สัทธาช็อค พรรณีค่อยๆหันหลังให้สัทธา น้ำตาไหลพราก ... และเดินจากมาอย่างเจ็บปวด สัทธาอึ้งชอค..ทำอะไรไม่ถูก คาดไม่ถึง เขาแทบทรุด ต้องจับราวสะพานไว้
พรรณีเดินร้องไห้มาหยุดในมุมที่ไม่มีคน..หญิงสาวร้องไห้ปล่อยโฮออกมา
สัทธาค่อยๆหยิบกล่องแหวนออกมาดู แล้วก็ยิ่งเศร้า

ที่บ้านพนัสพงษ์ นวลหน้าระรื่นมาก “ณีเลิกกับไอ้สัทธาแล้วเหรอลูก?? ต๊ายข่าวดีมากๆเลย โอ้ยยยย แม่ดีใจ๊ ดีใจ” พรรณีชะงักอึ้งนิดๆ กับความร่าเริงของแม่ นวลรู้ตัวรีบสำรวมอารมณ์ “เอ่อ.. แล้ว..ทำไมถึงได้ไปเลิกกับมันล่ะ?”
“ณีไม่อยากทำให้คุณแม่คิดมากอีกแล้วค่ะ ที่ผ่านมาณีทั้งโกหก ทั้งดื้อ ณีอยากจะแก้ไขความผิดที่เคยทำไว้ .. ต่อจากนี้ไปณีจะไม่สร้างปัญหาให้คุณแม่ต้องเสียใจ หรือคิดมากอีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง...ความรัก”
นวลรีบเข้ามาพูดดีด้วย “ดีแล้วลูก ณีคิดถูกแล้ว..ลูกกตัญญูก็ต้องทำแบบนี้ แม่ฟังแล้วก็ชื่นใจ” นวลรีบทำเป็นบีบน้ำตา “นี่ซึ้ง...พูดแล้วซึ้งขึ้นมาเลย ดูดู๊...น้ำตามันจะไหล โธ่...ลูกรักของแม่” นวลดึงพรรณีเข้ามากอด “ลูกคิดได้แบบนี้แสดงว่าคราวหน้าถ้าแม่หาผู้ชายรวยๆ เอ่อ ดีๆ มาให้ลูกก็ไม่ปฎิเสธแล้วใช่มั้ยลูก”
พรรณีกอดนวลตอบ “ค่ะแม่...ถ้าแม่เห็นว่าใครดี .. ณีก็เห็นดีด้วยค่ะ” พรรณียอมแต่โดยดี
“โธ่ๆๆ .. ลูกรักของแม่ คิดถูกแล้วลูก แม่ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้ลูกอยู่แล้ว “นวลกอดพรรณีไว้ ทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่กลับยิ้มด้วยความพอใจและจิกตาร้ายเจ้าเล่ห์ เมื่อนึกถึงแผนการที่ผ่านมา
ตอนที่นวลทำเป็นนอนหมดแรง และพรรณีนั่งเฝ้าคิดที่จะตัดใจ .. นวลลอบยิ้มร้ายด้วยความพอใจ
ตอนที่นวลนั่งอ่านหนังสือ คนรับใช้เดินมารายงาน “คุณพรรณีกลับมาแล้วค่ะ”
นวลรีบหันขวับมา “เหรอๆ รีบไปดัก บอกว่าฉันอยู่ที่นี่นะ”
“ค่ะๆ” คนรับใช้รีบเดินไป
นวลรีบหันไปวักน้ำจากขันมาใส่ตา ทำเป็นน้ำตาร้องไห้ พรรณีเดินเข้ามาเห็นนวลกำลังร้องไห้อยู่.....ทุกอย่างคือการแสดงทั้งสิ้น
นวลยิ้มพอใจ .... พรรณีซบอยู่ในอ้อมกอดแม่โดยไม่รู้เลยว่าโดนแม่หลอก

ที่บ้านเดือนประดับ สุดาเดินไปมาครุ่นคิดเรื่องคุณชายประสาทพร
“คุณชายจะขอปุ้มแต่งงานเหรอคะ? “
“ผมคิดมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่กล้า อยากทำให้เธอประทับใจน่ะครับแต่คิดไม่ออก ก็เลยลองถามคุณสุดาดู...พูดถึงขอแต่งงานในร้านหนังสือก็น่าประทับใจดีนะครับ “
หทัยรัตน์เข้าบ้านมาพอดี แต่ไม่เห็นสุดา หทัยรัตน์เดินตรงไปที่ห้องพัก สุดารีบเรียกไว้ “ปุ้ม ..ปุ้ม” สุดารีบเดินตามไป

หทัยรัตน์หันมาถามหน้างงๆ .. “คุณชาย ?..บอกเรื่องอะไรคะ ?”
“ก็..เรื่องขอปุ้มแต่งงานไง “
หทัยรัตน์แปลกใจ “พี่แป้นรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”
สุดาอึกอัก “ก็.. คุณชายมาปรึกษาพี่น่ะ”
หทัยรัตน์เอะใจ “ทำไมคุณชายต้องปรึกษาพี่แป้นล่ะคะ”
“เอ่อ..คงปรึกษาในฐานะที่เป็นพี่สาวปุ้มไง” หทัยรัตน์หรี่ตามองอย่างสงสัย สุดารีบเปลี่ยนเรื่อง “ปุ้ม..พี่ขอถามตรงๆเลยนะ .. ตกลงที่ปุ้มปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับพี่หนึ่ง เป็นเพราะคุณชายหรือเปล่า?”
หทัยรัตน์สะอึก..จี้ใจดำ หทัยรัตน์ตอบเสียงเศร้าๆ สับสนอยู่ในที “ไม่ใช่ค่ะ..ไม่เกี่ยว ปุ้มไม่แต่งงานกับคุณอนวัช และไม่คิดแต่งงานกับคุณชายเหมือนกัน”
สุดาอึ้งแล้วเผลอยิ้มดีใจ หทัยรัตน์มองสงสัย สุดารู้สึกตัวเฉไฉไปเรื่องอื่น “พี่มีเรื่องถามแค่นี้แหละ..ไม่มีอะไรแล้วจ้ะ” สุดารีบเดินเลี่ยงไป
หทัยรัตน์สงสัยในตัวสุดานิดๆ ด้วยความแปลกใจ..
สุดาเดินมาที่มุมหนึ่งของบ้าน แล้วก็คิด ...
“ปุ้มไม่แต่งกับพี่หนึ่ง และไม่คิดแต่งกับคุณชายเหมือนกัน”
สุดาอมยิ้ม..ดีใจจังที่หทัยรัตน์ไม่แต่ง แล้วก็ชะงักกึก หุบยิ้ม หน้าเครียด “นี่เรากำลังดีใจที่ปุ้มปฎิเสธการแต่งงานของคุณชาย..แต่คุณแม่สอนว่า..ถ้าเรารักใครต้องรักด้วยเมตตา อยากให้เค้ามีความสุข แต่ปุ้มไม่แต่งงานด้วย คุณชายต้องเป็นทุกข์แล้วเราจะมายิ้มมีความสุขได้ยังไง โอ้ยยยยย !! ตกลงยังไงเนี่ย เราต้องดีใจ หรือเสียใจกันแน่ โอ้ยยยย สับสน ๆ.. “ สุดาโวยวายเบาๆกับตัวเองด้วยความสับสน เครียด งง !!!

ที่หน้าต่าง...มุมหนึ่งของบ้านเห็นหทัยรัตน์นั่งครุ่นคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หญิงสาวนึกถึงที่อนวัชถาม
“เธอรักคุณชายมากใช่มั้ยหทัยรัตน์ เธอถึงปิดประตูใส่ฉันแบบนี้”
“ใช่ค่ะ และดิฉันคิดว่ามันคงจะไม่น้อยไปกว่าที่คุณรักคุณส่องแสง”
“เธอจะรักคุณชายก็รักไป ทำไมต้องโยนให้ฉันไปรักส่องแสงด้วย ฟังไว้นะ ฉันไม่ได้รักส่องแสง .. คนที่ฉันรัก..คือเธอ...หทัยรัตน์...”
หทัยรัตน์คิดแล้วเครียด....จะทำยังไงดี ?

สัทธานั่งเศร้ามองแหวนแต่งงานที่จะให้พรรณี
“ความรักของเราไม่มีวันที่จะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณแม่ไม่มีวันจะยอมรับ และเราสองคนไม่มีวันที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน...เราอย่าหลอกตัวเองกันต่อไปอีกเลยค่ะ..ถึงเวลาที่เราต้องหันหน้าสู้กับความเป็นจริงและแยกทางกันไปได้แล้ว”
“แยกทาง ?”
“ค่ะ .. “ พรรณีน้ำตาร่วง “ณีขอบคุณสำหรับความรัก ความปรารถนาดีที่มีให้กันมาตลอด..แต่เราเดินมาถึงปลายทางแล้ว ไปต่อไม่ได้...มันจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องเจอกันอีก!”
สัทธาเศร้า....

สุดางุนงงสงสัยกับความรู้สึกของตัวเอง หญิงสาวนึกถึงตอนที่ตนแอบมองคุณชายประสาทพรแล้วก็ยิ้มมีความสุข ภาพ แล้วก็นึกถึงตอนที่คุณชายประสาทพรบอกว่าจะขอหทัยรัตน์แต่งงาน
“คุณชายจะขอปุ้มแต่งงานเหรอคะ ? “
นึกถึงตอนหทัยรัตน์บอกว่าไม่แต่ง แล้วตัวเองดีใจ
“ปุ้มไม่แต่งกับพี่หนึ่ง และไม่คิดแต่งกับคุณชายเหมือนกัน”
สุดาสับสนนนนน...เอาหมอนมาปิดหน้าตัวเอง แล้วก็โวยวาย “ฉันควรจะดีใจ เสียใจ หรือ รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ดีเนี่ยยยยยยย!!!!“ สุดาเปิดหมอนออก แล้วก็ถอนหายใจ “เฮ่ออออออ”
สัทธามองดูแหวนแล้วก็ถอนหายใจ “เฮ่อออออออ”
หทัยรัตน์คิดถึงอนวัชแล้วก็ถอนใจ “เฮ่ออออออ”
สุดา สัทธา หทัยรัตน์ กลุ้มใจ .... “เฮ่อ”

เช้าวันต่อมา...ที่หน้าบ้านส่องแสง สร้อยข้อมือทองอร่ามเส้นใหญ่มากกกกอยู่ที่มือของชุลี
ส่องแสงมองด้วยความอิจฉา “นี่คุณรวยเค้าซื้อให้เธอเหรอ ?”
“ใช่ “

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ