อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12 วันที่ 14 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12 วันที่ 14 มื.ย. 58

นวลเสียงสั่น “กะ..แกว่าอะไรนะ “
พรรณีก้มหน้า โกหก “ณีกับพี่ปุ๊ เราสองคนมี....” พรรณียังพูดไม่จบ
“เฮ่อออออออ” นวลเป็นลมล้มลงไปเลย
พรรณีกับสัทธาตกใจ “คุณแม่ / คุณนาย !!!!! “

ที่บ้านพนัสพงษ์ นวลนอนดมยาดมไปด่าณีกับสัทธาไป หมดแรง หมดใจ “โอ๊ย ฉันอยากจะตาย! นี่แกแอบไปเจอกัน ไปได้เสียกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพวกแกถึงกล้าทำอะไรผิดผี ผิดประเพณีอย่างนี้ แล้วดูสิไปโพนทะนากลางตลาดแบบนั้น ไปตลาดคราวหน้าฉันคงต้องเอาปี๊บคลุมหัว ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”


สัทธากับพรรณีแกล้งสลด
สัทธาทนไม่ได้ “ก็เอาไว้ที่เดิมนั่นแหละครับ “
นวลหันขวับ “ไอ้สัท! ธา “
“ใจเย็นๆสิครับคุณนาย ที่ผมพูดแบบนั้น เพราะมั่นใจว่าณีจะไม่เดือดร้อน ผมรับผิดชอบทุกอย่าง”
“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แกรีบให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอยัยณีเดี๋ยวนี้เลย “
“เดี๋ยวนี้เหรอคะแม่..? แต่ฤกษ์ยามมัน...”
พรรณีพูดไม่ทันขาดคำ นวลขัดขึ้น “ยังมีหน้าจะรอฤกษ์ยามอีกเหรอ แกอยากเป็นขี้ปากชาวบ้านนานๆรึไง ป่านนี้คนที่ตลาดคงลือกันจนมันปากแล้ว เพราะฉะนั้นยิ่งจัดงานแต่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
สัทธากับพรรณีตาลุกวาวด้วยความดีใจ พอนวลหันมามอง ทั้งสองรีบทำท่าสลด
“ครับคุณนาย ผมจะรีบส่งผู้ใหญ่มาเจรจาสู่ขอณีให้เร็วที่สุด!”
นวลพยักหน้ารับแบบเซ็งๆ สัทธาแอบจับมือณีแล้วอมยิ้มดีใจ
ที่บ้านเดือนประดับ สุดาทั้งตกใจและดีใจ
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ไปได้.. นี่แสดงว่าพรรณีเค้าคงจะรักพี่ปุ๊มากเลยนะคะถึงได้ยอมพูดแบบนั้นออกไป”
“เห็นหรือยังว่าพลังของความรักจะทำให้ชนะอุปสรรคทุกอย่างไปได้ เฮ่อออ พี่คิดถูกแล้ว ไม่ยอมแพ้ และตัดสินใจบุกไปคุยกับคุณนายนวลถึงตลาด”
สัทธาดีใจ สุดากับหทัยรัตน์นั่งอยู่ยิ้มอยู่ข้างๆ
หทัยรัตน์ถามขึ้น “แล้วพี่ปุ๊จะให้คุณลุงคุณป้าไปสู่ขอพรรณีเมื่อไหร่คะ ?”
“คุณนายแกเร่งให้จัดผู้ใหญ่มาขอขมาแล้วก็สู่ขอกันไว้เลย ส่วนกำหนดวันแต่ง..คิดว่าคงจะเป็นเดือนหน้า...เฮ่อ คิดๆแล้วก็เสียดาย ที่ถ้าปุ้มไม่ปฏิเสธไอ้หนึ่ง เราสี่คนคงจะได้แต่งพร้อมกัน “
หทัยรัตน์หุบยิ้มฉับ !! บรรยากาศอึนๆ ขึ้นมาเล็กน้อย หทัยรัตน์ทำหน้าไม่ถูก..สัทธากับสุดามองหน้ากันทำนองว่า.. “ยัยปุ้มเงียบอีกตามเคย”

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์ตกใจสุดๆ “คุณหนึ่งอยู่เชียงใหม่ ???”
คนรถยืนยัน “ใช่ครับ คุณหนูให้ผมไปส่งเมื่อวานตอนเช้ามืด ยังไม่มีใครตื่น”
“ไปตั้งแต่เมื่อวาน แล้วตอนนี้คุณหนึ่งเป็นยังไงบ้าง ?”
“สบายดีนะครับ มีบุญเติมคนใช้ที่เฝ้าบ้านพักเป็นคนคอยดูแล คุณหนึ่งฝากให้ผมถือจดหมายมาให้คุณนม 2 ฉบับด้วยครับ”
คนรถส่งจดหมายให้ นมพิมพ์รับมาแบบงงๆ พอก้มลงอ่านชื่อ ก็งงหนักเข้าไปอีก “จดหมายถึงคุณชายประสาทพร? “

ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรเปิดจดหมายออก และหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆออกมาอ่าน
“ฝากจดหมายซองสีฟ้านี้ให้หทัยรัตน์ด้วย มันเป็นข่าวดีของเธอคุณชายและหทัยรัตน์...ด้วยความปรารถนาดี...อนวัช”
คุณชายประสาทพรแปลกใจ ดูในซองจดหมายอีกครั้งและหยิบซองจดหมายสีฟ้าออกมาด้วยความฉงน ที่ซองเขียนว่า “หทัยรัตน์ ราชพิทักษ์” คุณชายประสาทพรแปลกใจ

คุณชายประสาทพรยื่นจดหมายให้หทัยรัตน์ “หนึ่งฝากจดหมายให้คุณครับ”
“คุณชายพบกับคุณอนวัชที่ไหนคะ ?”
“ผมไม่ได้พบหนึ่ง แต่มีคนที่เพชรลดาฝากไว้ที่เลขาของผม” หทัยรัตน์มองยังไม่เปิด คุณชายประสาทพรถาม “คุณหทัยรัตน์ไม่อ่านจดหมายของหนึ่งเหรอครับ”
หทัยรัตน์มองดูจดหมายในมือ “ดิฉันคิดว่ายังค่ะ“

“แต่ผมอยากให้คุณอ่าน “ หทัยรัตน์แปลกใจ คุณชายประสาทพรอธิบาย “คุณอ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเอง” คุณชายประสาทพรยื่นกระดาษจดหมายของตัวเองให้หทัยรัตน์ หทัยรัตน์รับมาอ่าน “หนึ่งเขียนจดหมายฉบับนี้ให้ผม“ หทัยรัตน์อ่านแล้วอึ้งไป คุณชายประสาทพรเห็นหทัยรัตน์นิ่งไปจึงเรียก “คุณหทัยรัตน์ครับ..”
หทัยรัตน์รู้สึกตัวหันมา “เอ่อ..ดิฉันเอาไว้อ่านทีหลังดีกว่าค่ะ เพราะวันนี้ ..นัดกับเพื่อนไว้น่ะค่ะ..ต้องรีบไป เอาไว้ดิฉันอ่านจดหมายแล้วจะติดต่อกับคุณชายอีกครั้งนะคะ”
“เอ่อ..”
“ดิฉันขอตัวค่ะ..” หทัยรัตน์ลุกเดินออกไปเลย
คุณชายประสาทพรมองตามด้วยแววตากังวล

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์รีบเดินเข้ามาในห้องนอน ล็อคห้องและรีบตรงมานั่งเปิดจดหมายอนวัชอ่านด้วยความร้อนใจ
“หทัยรัตน์ที่รัก ขอโทษที่ฉันเรียกเธอเช่นนี้ “
อนวัชที่เชียงใหม่นั่งเศร้าคิดถึงหทัยรัตน์ ในมือถือแก้วเหล้าพลางคิดถึงจดหมายที่บอกความในใจกับหทัยรัตน์
“ถ้าเธอรังเกียจก็คิดซะว่า มันเป็นเพียงคำขึ้นต้นจดหมายที่ฝรั่งนิยมใช้กัน..”
หทัยรัตน์อ่านจดหมายอย่างตั้งใจอยู่ในห้องนอน
“ใจจริงฉันต้องการจะมาพบและตกลงกับเธอด้วยตัวเอง แต่คิดว่ามันเป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป ในเมื่อฉันรู้ดีกว่าเธอ “เกลียด” ฉันมากเหลือเกิน“
อนวัชนั่งเศร้าเทเหล้าเพิ่มแล้วดื่มอีก
“ฉันเห็นใจเธอหทัยรัตน์ ฉันจึงตัดสินใจที่จะคืนอิสรภาพให้เธอ เพื่อเธอจะได้แต่งงานกับประสาทพรตามที่ได้ตั้งใจไว้ ฉันวางแหวนหมั้นของเธอไว้ที่กล่องสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานในห้องนอน เธอเอาคืนกลับไปได้ทุกเมื่อที่เธอต้องการทุกอย่างที่ฉันล่วงเกินเธอ โปรดอภัยให้ฉันด้วย”
หทัยรัตน์อ่านจดหมายด้วยความสับสน งุนงง
“และฉันยินดีจะให้เธอหัวเราะเยาะฉันอีกครั้ง ที่ฉันลงท้ายจดหมายฉบับนี้ว่า “ฉันรักเธอ” .... อนวัช..”
หทัยรัตน์อ่านวนไปมาที่คำลงท้ายอีกหลายครั้งจนแน่ใจว่าตาไม่ฝาด.
“ฉันรักเธอ...ฉันรักเธอ....ฉันรักเธอ”
หทัยรัตน์ค่อยละสายตาจากจดหมายและดึงมันมาแนบไว้ที่อกอย่างทะนุถนอม หทัยรัตน์คิด..คิด..และตัดสินใจลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปจากห้องนอน

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์เดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยความแปลกใจ “คุณครู .. “
หทัยรัตน์พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น หญิงสาวยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ...ปุ้ม..มาขอพบคุณอนวัชค่ะ”
“คุณอนวัชไม่อยู่ค่ะ”
“ไม่ทราบว่าคุณอนวัชจะกลับมาเมื่อไหร่คะ?”
“ไม่ทราบค่ะ คุณอนวัชบอกว่าจะไปพักที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ได้บอกกำหนดกลับค่ะ”
“ไม่มีกำหนดกลับ”
“ค่ะ..คุณครูมีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ? “
หทัยรัตน์อึกๆอักๆ ตอบไม่ถูก..ไม่รู้จะพูดอะไรดี “ไม่มีค่ะ ปุ้มแค่มีเรื่องจะสอบถามนิดหน่อย แต่ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ปุ้มขอตัวกลับก่อนนะคะสวัสดีค่ะ” หทัยรัตน์เดินช็อคๆ ออกไปเลย
นมพิมพ์มองด้วยความแปลกใจ หทัยรัตน์เดินออกมาด้วยความรู้สึกช็อคๆ อึ้งๆ ลึกๆ คือเป็นห่วง

วิทย์แปลกใจเมื่อรู้เรื่องจากนมพิมพ์ “นี่เจ้าหนึ่งมันคิดยังไงถึงได้ไปเชียงใหม่ไม่บอกไม่กล่าว..อีกไม่นานก็จะเป็นวันแต่งงานของตัวเองแล้ว อยู่ๆก็หายตัวไปแบบนี้ นี่ดีนะ ที่ทางเดือนประดับกำลังวุ่นเรื่องงานแต่งงานของสัทธา ไม่งั้นคงจะต้องตามหาตัวเจ้าหนึ่งกันยกใหญ่ แล้วหนึ่งบอกหรือเปล่าว่าจะกลับเมื่อไหร่”
“ไม่ได้บอกค่ะ“
“อ้าว..แล้วนี่ถ้าทางเดือนประดับเค้าตามหาตัวจะทำยังไงหล่ะ”
“เอ่อ..ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ “
“เฮ่อ..ไอ้เจ้าหนึ่งมันคิดอะไรของมันอยู่นะ..”

ที่เชียงใหม่ อนวัชมองดาวผ่านหน้าต่างอย่างเหงาๆ อนวัชเดินไปเปิดเครื่องเสียง
เพลงบรรเลง..เพลงเดียวกับที่เคยเต้นรำกับหทัยรัตน์ดังออกมา
อนวัชเทเหล้าใส่แก้ว..หยิบมาดื่ม แล้วเคลิ้มไปกับเสียงเพลง
อนวัชเต้นรำคนเดียว..พลางนึกถึงตอนที่เคยเต้นรำกับหทัยรัตน์
อนวัชเต้นรำกับอากาศ และมโนว่ามีหทัยรัตน์เต้นอยู่ด้วย
บรรยากาศเหงาโคตรๆ ... อนวัชคิดถึงหทัยรัตน์จับใจ

ที่บ้านพนัสพงษ์ เช้าวันต่อมา..พรรณีอยู่ในชุดสวย เดินเข้ามาหานวลที่หน้าตาบูดบึ้ง “แม่คะ”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ !! วันนี้แกได้ทุกอย่างแล้วนี่ เดี๋ยวพ่อแม่ไอ้สัทธาก็เอาเถ้าแก่มาคุย แล้วแกก็จะย้ายไปอยู่กับมัน ก่อนหน้านี้จะทำอะไรไม่เคยเห็นหัวฉัน มีผัวแล้วก็คงจะยิ่งไม่เห็น”
พรรณีคุกเข่าลงนั่งตรงหน้าและกราบที่เท้านวล... นวลปรายตามามองด้วยความโกรธ.. “ณีกราบขอโทษที่ทำให้คุณแม่เป็นทุกข์ใจ แต่ณีอยากจะบอกว่า..จริงๆแล้วณีกับพี่ปุ๊ เราสองคนยังไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งต่อกันค่ะ”
“แกพูดอะไรของแก”
“วันนั้น..ณีโกหกเพราะอยากให้คุณแม่ยอมให้เราสองคนแต่งงานกันค่ะ”
นวลลุกพรวด “ห๊ะ ? นี่แกยอมเอาหน้า เอาชื่อเสียงของฉันไปแลกกับการได้แต่งงานกับไอ้สัทธาพี่ชายนังเด็กกำพร้าเนี่ยนะ”
“คุณแม่คะ..เลิกเรียกพี่ปุ๊แบบนั้นสักที แม่มีอคติกับปุ้มจนไม่เคยมองเห็นเลยว่าพี่ปุ๊เป็นใคร และเป็นคนยังไง คุณแม่เกลียดปุ้มจนเปิดใจให้ความรักที่พี่ปุ๊มีแต่ณี”
“แกรู้ได้ยังไงว่ามันรักแกจริง ? มันอาจจะหวังสมบัติฉันเหมือนนังเด็กนั่นก็ได้”
พรรณีส่ายหน้า “คุณแม่คะ...ครอบครัวของพี่ปุ๊เค้าก็มีไม่ได้น้อยไปกว่าเราเลยนะคะและที่มากกว่ากว่าสมบัติคือความรักที่พี่ปุ๊มีให้ณี” พรรณีพูดถึงสัทธาด้วยความซึ้งใจ..นวลฟังไปเรื่อยๆ และค่อยๆเปิดใจ “ตลอดเวลาที่เราคบกัน พี่ปุ๊ไม่เคยย่อท้อ ถึงแม้เราจะใม่ได้เจอกันบ่อยๆ เหมือนคนรักคนอื่น ทั้งๆที่รู้ว่าคุณแม่ไม่ยินดีให้รักกัน แต่พี่ปุ๊ไม่เคยยอมแพ้ และไม่เคยรังเกียจยัง.. ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นจะหนีไปตั้งแต่ไก่โห่ แต่พี่ปุ๊ก็ยังอยู่ อยู่เพื่อพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นว่าเค้ารักณีมากแค่ไหน” พรรณีน้ำตาซึม นวลเริ่มจะใจอ่อน “แค่ความรักอันมากมายที่เค้ามีให้กับลูกสาวของแม่...แค่นี้..มันยังไม่พอสำหรับแม่อีกเหรอคะ ? ณีอยากให้แม่เปิดใจ..มองผ่านความเกลียดชังที่บังตาแล้วแม่จะเห็น..เห็นความจริง และเห็นความรักของพี่ปุ๊..ลองเปิดใจสักครั้งนะคะแม่” พรรณีอ้อนวอนอย่างอ่อนโยน...
นวลเริ่มจะลดทิฐิลง แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็น้อยกว่าเดิมมาก

สุทธิ์ ทิพย์ สัทธา สุดา นั่งอีกฝั่ง.. นวลกับพรรณีนั่งอีกฝั่ง นวลยังทำหน้าไม่ค่อยถูก แต่ก็ไม่เชิดร้ายเหมือนก่อน
เถ้าแก่เริ่มพูดสู่ขอ “วันนี้ฉันก็เป็นตัวแทนของพ่อแม่ของฝ่ายชายมาพูดสู่ขอฝ่ายหญิง..ไม่ทราบว่าทางคุณนายนวลจะเรียกสินสอดทองหมั้นเท่าไหร่คะ ? “
“โอ๊ย..จะเท่าไหร่ก็ว่ามาเถอะ ฉันไม่อยากจะเรียก”
“แม่คะ..”
สุทธิ์ ทิพย์ สะอึกไป สัทธากับสุดามองหน้ากัน
สุทธิ์ประนีประนอม “ถ้าคุณนายไม่เรียกงั้นเราก็จะจัดสินสอดมาให้เหมาะสมกับฐานะของครอบครัว” นวลทำหน้าไม่สนใจ “ก็จะมีแหวนหมั้นเป็นแหวนมรดกตกทอดของครอบครัวขนาดก็ไม่ใหญ่มากแค่ 3 กะรัต” นวลเริ่มสะดุดแต่ยังไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ “แล้วก็มีทองหนัก 10 บาท ชุดทับทิมล้อมเพชร 1 ชุด “ นวลเริ่มตาโต “โฉนดที่ดินที่เจริญกรุง และที่บางรัก“ นวลตาโตหนักขึ้นกว่าเดิม..และเริ่มยิ้ม “บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน “นวลฉีกยิ้มมากขึ้น “แล้วสุดท้ายก็ เงินสดสองแสนบาท”
นวลอึ้งตะลึงไป..“สองแสนบาท !!!” นวลอ้าปากค้าง
พรรณีอาย รีบสะกิด “แม่คะ...ใจเย็นๆค่ะ”
นวลสะดุ้ง รู้สึกตัวว่าแสดงอาการมากไป รีบยิ้มกว้างและท่าทีก็อ่อนลง
ทิพย์ออกตัว “อาจจะน้อยไปหน่อยนะคะ..ไม่ทราบว่าคุณนายนวลจะรังเกียจหรือเปล่าคะ“
นวลรีบบอก “อุ๊ย..ไม่รังเกียจหรอกค่ะ..แหม..ที่จริงดิฉันก็ไม่ได้จะเรียกร้องอะไรมากขนาดนี้..เพราะจริงๆแล้วเราก็คนกันเองทั้งนั้นนะคะ” สัทธากับสุดามองหน้ากันยิ้มๆ นวลพูดต่อ “แม่ณีก็เป็นเพื่อนกับหนูสุดา แล้วก็...เอ่อ..หนูหทัยรัตน์ ส่วนพ่อปุ๊ก็รู้จักกับพรรณีมาตั้งนานแล้ว..เห็นมั้ยเราก็คนกันเองทั้งนั้น..” นวลยิ้มหวาน สัทธากับสุดายิ้มรับอย่างมารยาท พรรณีก้มหน้าอาย “เอ้อ..แล้วคุณสุทธิ์กับคุณทิพย์คิดว่างานแต่งงานจะจัดเมื่อไหร่ดีคะ..ดิฉันว่าเร็วๆหน่อยก็ดีนะคะ..เพราะดิฉันก็ใจร้อนอยากให้ยัยณีเป็นฝั่งเป็นฝาเร็วๆน่ะค่ะ “ นวลยิ้มหน้าบาน หันมาทางสัทธา “หรือปุ๊ว่ายังไงลูก..เห็นด้วยกับแม่หรือเปล่า ?”
“เอ้อ..เอ่อ..เห็นด้วยครับคุณแม่..” สัทธารับมุข หน้าแป้น

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์เปิดดูเครื่องเพชรที่เคยได้รางวัล ตอนประกวดคิงและควีนในงานวันเกิดสุทธิ์ และทั้งสองคนได้รางวัล แต่ของขวัญสลับกัน.. หทัยรัตน์เศร้า..คิดถึงอนวัช..สับสนในจิตใจ

วันต่อมา หทัยรัตน์นั่งปักผ้าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สัทธากับสุดาเดินมาหา และมองหน้าคาดคั้น
สัทธาถาม “ปุ้ม..ไอ้หนึ่งมันไปเชียงใหม่ทำไม ?”
สุดาสงสัย “ทำไมปุ้มถึงไม่บอกพี่กับพี่ปุ๊”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12 วันที่ 14 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ