อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/2 วันที่ 15 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/2 วันที่ 15 มื.ย. 58

วันต่อมา หทัยรัตน์นั่งปักผ้าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สัทธากับสุดาเดินมาหา และมองหน้าคาดคั้น
สัทธาถาม “ปุ้ม..ไอ้หนึ่งมันไปเชียงใหม่ทำไม ?”
สุดาสงสัย “ทำไมปุ้มถึงไม่บอกพี่กับพี่ปุ๊”
หทัยรัตน์แก้ตัว “คือ..ก็..พี่ปุ๊กับพี่แป้นไม่ถามปุ้มนี่คะ”

สุดาซัก “งั้นตอนนี้พี่ถามหน่อย..ปุ้มรู้มั้ยทำไมอยู่ๆพี่หนึ่งถึงได้ไปเชียงใหม่โดยไม่บอกใคร“
“เอ่อ..ปุ้มไม่รู้ค่ะ.”


สัทธาไม่เชื่อ “ไม่รู้หรือว่าไม่บอก”
สุดากับสัทธามองหทัยรัตน์คาดคั้น..
หทัยรัตน์อึดอัด ลุกขึ้น แล้วก็ตัดบท “ปุ้มขอตัวไปเตรียมสอนคุณหญิงก่อนนะคะ” หทัยรัตน์ลุกไปเลย..
สัทธากับสุดาเรียกไว้ไม่ทัน..
“ลุกหนีไปเฉยๆแบบนี้เลย ยัยปุ้มปิดปากเงียบแบบนี้ เราจะไปถามเรื่องพี่หนึ่งจากใครดีคะพี่ปุ๊”
สัทธาคิด

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์ตอบเสียงเป็นกังวล “คุณหนึ่งอยู่ต่างจังหวัดค่ะ ไม่มีกำหนดกลับ ตอนนี้ลาราชการไปยาวเลยค่ะ “
สัทธาตกใจ “ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่อง”
“ไปหลายวันแล้วค่ะ คุณปุ๊ไม่ทราบเหรอคะ? แต่วันก่อนคุณครูเพิ่งมาถามพิมพ์ไปเองนะคะ พิมพ์ก็บอกคุณครูเหมือนกับที่บอกคุณปุ๊นี่แหลค่ะ.....คุณครูไม่ได้บอกคุณปุ๊เหรอคะ ?”
สัทธาส่ายหน้างงๆ “ไม่ได้บอก...แล้วทำไมถึงไม่บอก...ยัยปุ้มนี่ทำตัวแปลกๆ คุณปุ๊ว่า..ระหว่างสองคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ”

นมพิมพ์พยักหน้าเห็นด้วย สัทธาคิด อยากรู้

หทัยรัตน์เดินเข้ามาในห้องนอนเศร้า...ครุ่นคิด..ตื่นเต้น สับสน งงงวย ..
ที่เชียงใหม่อนวัชนั่งเศร้าๆ เหงาๆ ..
อนวัชและหทัยรัตน์ สองคนต่างเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายไม่รัก

ที่บ้านเพชรลดา ส่องแสงโวยวายใส่หน้านมพิมพ์ “พี่หนึ่งไปไหน! ที่ทำงานก็ไม่ได้ไป ที่บ้านก็ไม่อยู่!”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะ“
“โกหก! จะไม่รู้ได้ยังไง คนหายไปทั้งคน”
“คุณหนึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วสามารถไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องบอกใคร ไม่ต้องรายงานใคร และดิฉันเช่นกัน ถ้าดิฉันทราบ..ดิฉันก็ไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ”
“อย่ามายวน แกจงใจปิดบังฉัน!! คอยดูเถอะ ถ้าพี่หนึ่งกลับมา ฉันจะบอกให้ไล่ตะเพิดออกไปให้หมดเลย!!”
ส่องแสงสะบัดก้นเดินเชิดออกไป ตามประสาคุณหนูเอาแต่ใจ .. ใครขัดใจไม่ได้ นมพิมพ์เอือมระอา

ส่องแสงเดินกระฟัดกระเฟียดมาด้วยความหงุดหงิด “เบื่ออีพวกขี้ข้าจริงๆ ทำให้อารมณ์เสียแต่เช้า พี่หนึ่งก็พอกัน หายไปไหนของเค้านะ” ส่องแสงหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินบ่น ด้วยความเซ็ง แล้วก็หันไปที่ร้านเพชร “ดูของสวยๆงามแก้เครียดดีกว่า” ส่องแสงยิ้มร่า...เอาวัตถุมากลบความทุกข์ในใจ

ส่องแสงเดินดูเครื่องเพชร หยิบแหวนมาดูด้วยความพอใจ แต่พอเห็นราคาก็เบ้หน้าในความแพง ส่องแสงจะเดินต่อไป เสียงของผู้ชายแปลกหน้าก็ดังขึ้น“คุณส่องแสงครับ”
ส่องแสงหันไป เห็นรวยยืนยิ้มอยู่ ส่องแสงชะงักนิดๆ คิดว่าใคร? และความทรงจำก็ย้อนมา ตอนเจอกันครั้งแรก และตอนที่ชุลีเอาของมาอวด ส่องแสงแว๊บคิดร้าย แววตาเจ้าเล่ห์นิดๆ แล้วก็ยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะคุณรวย”
“คุณส่องแสงจำผมได้ด้วย โห..ผมดีใจมากๆเลยนะครับ รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ”
“จำได้สิคะ คุณรวยเป็นคนโดดเด่น น่าจดจำ ส่องไม่ลืมหรอกค่ะ”
รวยยิ้มกว้าง ใจพองโต “คุณส่องแสงก็สวยโดดเด่น น่าจดจำมากๆเช่นกันครับ”
ส่องแสงยิ้มอย่างรักษาท่าที รวยมองตาเยิ้ม “ขอบคุณค่ะ”
รวยนึกได้ “เอ้อ..เมื่อกี๊ผมเห็นคุณส่องดูแหวน..แล้วทำไมไม่ซื้อล่ะครับ..”
“อ้อ..คือ..เอ่อ..มัน” ส่องแสงไม่อยากบอกว่าแพง
รวยรีบบอก “ผมซื้อให้นะครับ..”
ส่องแสงตกใจหันมา “อะไรนะคะ” รวยยิ้มไม่พูด และเดินเข้าไปในร้าน ส่องแสงมองตามด้วยความประหลาดใจ “เอ่อ..คุณรวยคะ..คุณรวย“
ส่องแสงยืนอยู่ลุ้นๆ สักพักรวยเดินมาพร้อมยื่นถุงให้ส่องแสง “สำหรับคุณส่องครับ..ถือว่าเป็นของขวัญในการเจอกันอีกครั้ง”
“เอ่อ..แหม..คุณรวยไม่น่าลำบากซื้อให้ส่องก็ได้ค่ะ..ส่องเกรงใจ”
“ถ้าเกรงใจ วันหน้ากรุณาให้เกียรติไปทานอาหารกลางวันกับผมเป็นการตอบแทนได้มั้ยครับ..”
ส่องแสงครุ่นคิดสองจิตสองใจ...เอาไงดี

ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสงเปิดกล่องเพชรที่รวยซื้อให้ออก!!! “กรี๊ดดดด”
“อะไรลูก..เป็นอะไร” สีสุกหันไปแล้วก็ต้องตาวาวกับสร้อยเพชรเส้นมหึมาที่อยู่ในกล่อง
“คุณแม่ดูสิคะ..นี่ค่ะ ของขวัญที่คุณรวยให้ส่องค่ะ.. นี่ส่องอยากได้แค่แหวนแต่คุณรวยซื้อตุ้มหูแล้วก็สร้อยให้ด้วยนะคะคุณแม่”
สีสุกหยิบมาดูตื่นเต้นไปด้วย “น้ำงามมากๆเลยนะลูก..เนี่ยต้องราคาหลายหมื่นแน่ๆ “
“คุณรวยเนี่ยใจดี๊ใจดีนะคะ..เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ซื้อของให้ตั้งมากขนาดนี้.. ตายแล้ว..น่ารักจริงๆ.. เอ้อ..แล้วเมื่อกี๊คุณแม่พูดอะไรกับส่องเหรอคะ .. คุณแม่บอกว่าคุณรวยเค้าทำไมนะคะ??”
“อ้อ..ก็..ไม่มีอะไรจ้ะ.. ก็บอกแค่ว่าถ้าคุณรวยเค้าเป็นคนดีจริงๆ ส่องจะไปทานข้าวดูหนังกับเค้าบ้าง..แม่ก็ไม่ว่าอะไรจ้ะ..แม่ก็พูดแค่นี้แหละ” สีสุกพลิกลิ้นยิ่งเร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสี “แต่ลูกก็ต้องระวังอย่าให้คุณหนึ่งรู้นะลูก..เดี๋ยวเธอจะไม่พอใจ”
“คุณแม่ไว้ใจส่องเถอะค่ะ ส่องจัดการได้ .. นังปุ้มมันจัดตารางผู้ชายเดินเข้า เดินออก แปรขบวนยังกะสวนสนามได้ .. ส่องก็ทำได้เหมือนกัน!!” ส่องแสงยิ้มมั่นใจ
แม่ลูกหันมาดูสร้อยเพชรที่ระยิบระยับอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นเต้น

วันต่อมา หทัยรัตน์ถือหนังสือเตรียมจะเดินออกจากบ้านกนกพร
เสียงคุณชายประสาทพรดังขึ้น “คุณหทัยรัตน์ “
หทัยรัตน์ชะงัก..ตกใจและค่อยๆหันมา “สวัสดีค่ะคุณชาย”
“จะกลับแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ผมไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ..ดิฉันกลับเองได้ค่ะ”
“คุณหทัยรัตน์พยายามหลบหน้าผมอยู่หรือเปล่าครับ” หทัยรัตน์ชะงักไป “ผมรู้สึกว่าตั้งแต่คุณได้จดหมายของหนึ่ง คุณเปลี่ยนไป ไม่ยอมไปทานข้าว ดูหนัง และไม่ยอมแม้แต่จะคุยกับผม..คุณเป็นแบบนี้เพราะจดหมายของหนึ่งหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ.. “
“คุณบอกผมได้มั้ยครับว่าเนื้อความในจดหมายคืออะไร ?”
“เอ่อ.. “ หทัยรัตน์ตัดสินใจโกหก “ดิฉันไม่ทราบค่ะ เพราะยังไม่ได้อ่าน.. “ คุณชายประสาทพรมองด้วยความไม่เชื่อ หทัยรัตน์ไม่กล้าสู้สายตา“เอ่อ..ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” หทัยรัตน์เดินออกไป
คุณชายประสาทพรมองตามแววตามีทั้งความกังวลและกลุ้มใจ

ที่ร้านหนังสือ สุดากับคุณชายประสาทพรคุยกันพลางหาหนังสือไปด้วย
“อย่าคิดมากเลยค่ะ ปุ้มทำเหมือนหลบหน้าคุณชายก็คงเพราะกำลังสับสน”
“เมื่อไหร่หทัยรัตน์จะหายสับสน”
“คงต้องให้เวลาปุ้มสักพัก..”
คุณชายประสาทพรฟังแล้วคิดตาม .. จำใจยอมรับ “การรักใครสักคนโดยไม่คาดหวัง..เหมือนที่คุณสุดาเคยบอกผม มันไม่ง่ายเลยนะครับ”
“ใช่ค่ะ..ไม่ง่ายเลย”
“แล้วคุณสุดา..เคยรักใครโดยไม่คาดหวัง รักด้วยเมตตาแบบที่คุณบอกผมบ้างหรือเปล่าครับ”
สุดามองหน้าคุณชายประสาทพร แล้วก็ตอบว่า “ก็....เคยค่ะ “
“ดีจังครับ คุณสุดาเก่งมากๆเลยนะครับที่ทำได้ มีเคล็ดลับยังไง บอกผมได้หรือเปล่าครับ”
สุดาอึ้ง..คำถามแทงใจดำ แล้วก็ตอบยิ้มๆ “ดิฉันแค่อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด ไม่คิดไปไกล และทำทุกวินาทีที่ได้อยู่กับเค้าให้มีค่าที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเวลาของเราจะหมดลงเมื่อไหร่..” สุดาพูดไปมองหน้าคุณชายประสาทพรไปด้วย เหมือนจะบอกให้รู้เป็นนัยๆ ว่าหมายถึงใครที่ตัวเองคิดถึง “การอยู่กับปัจจุบันทำให้เราไม่คิดคาดหวังกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และถ้าเราทำทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่ดีๆ .. ถึงแม้จะหมดเวลาของแล้ว เราก็ยังเหลือความทรงจำที่สวยงามติดตัวเรา..ตลอดไป” สุดาพูดด้วยความจริงใจ เข้าใจ และเป็นสุข ...
คุณชายประสาทพรพยักหน้ารับรู้ คิดตาม แล้วก็รู้สึกดี โดยที่ไม่รู้ความหมายแฝงแม้แต่น้อย

รวยเดินนำส่องเข้ามาในร้านอาหารจีนอย่างหรู ส่องมองด้วยความตื่นเต้น พนักงานเดินมาต้อนรับอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีครับท่านเจ้าสัว..ไม่ทราบว่าวันนี้มากี่ที่ครับ”
“สอง..”
“เชิญครับ “พนักงานเดินนำไป รวยและส่องเดินตามไป
“คุณส่องแสงอยากกินอะไร สั่งมาเต็มที่เลยนะครับ ผมเป็นเจ้ามือเอง พอกินเสร็จแล้ว เราไปซื้อของกันต่อนะครับ คุณส่องแสงอยากได้อะไรคิดไว้ในใจได้เลยนะครับ ผมซื้อให้เอง ถือว่าเป็นของขวัญที่มากินข้าวเป็นเพื่อนผมในวันนี้”
“ขอบคุณค่ะ” ส่องแสงเดินช้าลงนิดนึง ปล่อยให้รวยเดินนำไป ลับหลังรวยส่องแสงตาโตวาวกับความอลังการของร้านอาหาร ส่องยังตื่นตา พนักงานยืนไหว้ตลอดทาง ส่องแสงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงชอบกล
อาหารจีนเต็มโต๊ะ..ส่องแสงมองตาโต “เราสั่งมาเยอะเกินไปหรือเปล่าคะเนี่ย ? แล้วจะทานกันหมดเหรอคะ ?”
“ไม่หมดก็ไม่เป็นไรนี่ครับ..ทางร้านเค้าไม่เรียกตำรวจมาจับสักหน่อย..คุณส่องแสงทานตามสบายนะครับ..นี่ครับ..หูฉลามที่นี่อร่อยมากนะครับ..เชิญครับ” รวยตักส่งหูฉลามให้ส่องแสง ส่องแสงรับมาหน้าแป้น พนักงานเสิร์ฟมาคอยดูแลอยู่หลายคน ล้อมหน้าล้อมหลัง ส่องแสงยิ้มแย้มมีความสุข

รวยกับส่องแสงเข้าไปในห้างซื้อกระเป๋า เสื้อผ้า หรูหรา ส่องแสงกำลังเลือกอย่างสนุก ส่องแสงเดินยิ้มร่าเริงมีความสุข อีกมุมหนึ่งของร้าน..เห็นหทัยรัตน์กำลังยืนซื้อของอยู่..หทัยรัตน์รับของมาและยื่นเงินให้คนขาย..ด้านหลังเป็นรวยและส่องแสงเดินจู๋จี๋กันมาอย่างร่าเริง หทัยรัตน์หันไปเห็นก็ชะงัก..รีบหลบวูบ ส่องแสงและรวยเดินยิ้มร่าเริง มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
หทัยรัตน์ค่อยๆโผล่หน้าออกมา และมองตามไปด้วยความงุนงง .. ในใจแอบคิดถึงอนวัชวูบขึ้นมา และคำพูดของส่องแสงในร้านหนังสือวันโน้นนนก็แล่นเข้ามาในความทรงจำ
“พี่หนึ่งบอกว่าแต่งเพราะเห็นแก่ผู้ใหญ่ ..... เค้าขอเวลาฉันสักปี ครึ่งปี ... แต่ฉันก็ให้เวลาเค้าแค่ 3 เดือนเท่านั้น พอแต่งครบกำหนดต้องหย่าทันที แล้วเค้าก็จะมาแต่งงานกับฉัน”
หทัยรัตน์..ทั้งสงสัย งุนงง และสงสารอนวัช

ที่บ้านเดือนประดับ สัทธาจัดกระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อยเตรียมเดินทาง
สุดารีบเดินเข้ามาหาสัทธา “พี่ปุ๊จะไปหาหนึ่งที่เชียงใหม่จริงๆเหรอคะ ?”
“อือ...พี่เป็นห่วงไอ้หนึ่งมัน วันก่อนได้ยินเสียงมันแล้วไม่สบายใจเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถามเจ้าปุ้มก็ไม่ยอมปริปากพูดแม้แต่คำเดียว พี่ไม่อยากปล่อยหนึ่งอยู่คนเดียว”
“แป้นว่าก็ดีเหมือนกันนะคะ ถ้าพี่ปุ๊เจอพี่หนึ่งแล้วโทรศัพท์บอกแป้นด้วยนะคะ แป้นก็เป็นห่วงพี่หนึ่งเหมือนกัน”
สัทธาพยักหน้ารับ “พี่อยากรู้จริงๆระหว่างไอ้หนึ่งกับปุ้มมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สัทธามุ่งมั่นในการหาคำตอบ

ในไนท์คลับกลางคืน ส่องแสงเต้นรำกับรวยอย่างสนุกสนานจนจบเพลง ส่องแสงและรวยเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยความเหนื่อยแต่ยิ้มแย้มมีความสุข
“น้ำครับคุณส่อง”
ส่องแสงรับมา “ขอบคุณค่ะ“

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/2 วันที่ 15 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ