อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/3 วันที่ 15 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/3 วันที่ 15 มื.ย. 58

ในไนท์คลับกลางคืน ส่องแสงเต้นรำกับรวยอย่างสนุกสนานจนจบเพลง ส่องแสงและรวยเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยความเหนื่อยแต่ยิ้มแย้มมีความสุข
“น้ำครับคุณส่อง”
ส่องแสงรับมา “ขอบคุณค่ะ“
“ผ้าเย็นครับคุณส่อง”
ส่องแสงรับมา “ขอบคุณค่ะ”
“ดอกไม้ครับคุณส่อง”
ส่องแสงรับมา “ขอบคุณค่ะ”

รวยส่งแหวนแต่งงานให้ “แต่งงานกับผมนะครับคุณส่อง”
ส่องแสงจะรับมา “ขอบคุณ” หญิงสาวชะงักหันขวับ “คุณรวยว่าอะไรนะคะ”
“ผมบอกว่า..แต่งงานกับผมนะครับคุณส่อง..”


ส่องแสงรีบหดมือกลับ “แหม..มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะคุณรวย เราเพิ่งจะเจอกันเองนะคะ”
“สำหรับคำว่า “รัก” ไม่มีคำว่า “เร็ว” หรอกครับ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้...ตอนนี้ผมพร้อมแล้วที่จะดูแลคุณส่อง ถ้าคุณส่องวางใจให้ผมดูแล ได้โปรดแต่งงานกับผมนะครับ”
“แหม..แต่ส่องยังไม่พร้อมนี่คะ..ส่องอยากจะขอเวลาตัดสินใจก่อน ไหนจะต้องปรึกษาคุณแม่อีก..มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะ”
รวยเศร้าลงเล็กน้อย “ก็ได้ครับ..งั้นผมฝากแหวนวงนี้ไว้กับคุณส่องแล้วกันนะครับ”
“แหม..จะดีเหรอคะ..” แต่ส่องแสงก็รับไว้ “แต่ก็ได้ค่ะ..ส่องจะดูแลให้เป็นอย่างดี และถ้าวันไหนที่ส่องพร้อมจะแต่งงานกับคุณ..ส่องจะใส่แหวนวงนี้แทนคำตอบนะคะ”
รวยยิ้มตาหยี “ครับ..”
ส่องแสงยิ้มพร้อมกับเหล่ดูแหวนวงบึ้มด้วยความพอใจ

เช้าวันต่อมา ที่หน้าบ้านพักของอนวัช อนวัชเดินเซออกมาในสภาพโทรม หนวดเครารุงรัง ผมเผ้าปิดหน้า..“บุญเติม..เติม...ไอ้เติมเว้ย...”
บุญเติมวิ่งมา “ครับคุณหนูมีอะไรครับ “
“ไปซื้อเหล้าให้ฉันหน่อยไป..”
“แต่..คุณหนูดื่มแต่เหล้าไม่ทานข้าวมาหลายวันแล้วนะครับ”
“เฮ้ย..ไม่ต้องพูดมาก..ฉันให้ไปซื้อก็ไปซื้อสิ”
“ครับๆ..”
ทันใดนั้นเสียงสัทธาดังขึ้น “เดี๋ยวไม่ต้องไป !!! “
บุญเติมชะงักเท้า อนวัชหันมาทางต้นเสียง สัทธายืนอยู่พร้อมกระเป๋าเดินทาง อนวัชทั้งแปลกใจและตกใจ “ปุ๊...”

สัทธาวางกระเป๋าและหันมาด่าอนวัช “นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะไอ้หนึ่ง ทำไมแกถึงได้เมาหมดสภาพแบบนี้ห๊ะ?”
“ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่..อยากกินเหล้าก็เท่านั้น”
“แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอ แกกับยัยปุ้มเนี่ยพอกันเลย คนนึงก็หนีมาที่นี่ไม่บอกใคร อีกคนก็เป็นใบ้ไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตกลงแกสองคนเป็นอะไรกันแน่ห๊ะ?” อนวัชชะงักพูดไม่ออก “ว่าไง..นี่ถ้าแกไม่บอกฉันจะลากตัวแกกลับกรุงเทพเดี๋ยวนี้นะไอ้หนึ่ง ฉันจะจับแกกับไอ้ปุ้มมาเจอกัน แล้วดูสิว่าใครที่ยอมบอกฉันว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกสองคน”
อนวัชพูดโพล่งขึ้น “แกไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก น้องสาวแกเค้าจะลำบากใจเปล่าๆที่ต้องเจอฉัน และอีกอย่างฉันก็บอกเค้าไปแล้วว่าฉันจะปล่อยให้เค้าเป็นอิสระ”
“แกว่าอะไรนะ !!! “
“ฉันถอนหมั้นน้องสาวแกแล้ว..เพราะคนที่เค้ารักและต้องการแต่งงานด้วยคือคุณชายประสาทพร ฉันไม่อยากจะขัดขวางความรักของเค้า”
“แล้วแกทำตามที่ฉันบอกหรือเปล่า”
อนวัชยิ้มเยาะตัวเอง “ฉันบอกรักเค้าไปแล้ว แต่มันไม่ทำให้เค้าเกลียดฉันน้อยลง ..”
สัทธาอึ้งไป อนวัชเศร้า

ที่บ้านกนกพร กรกนกนอนอยู่บนเตียง คุณชายประสาทพรยืนมองตุ๊กตากระเบื้องหมา แมว ที่หทัยรัตน์กับอนวัชให้มา
กรกนกยิ้ม “น่ารักใช่มั้ยคะพี่ชาย?”
“ใช่ค่ะ พี่ชายจำได้ว่าไม่ได้เป็นคนซื้อให้ น้องหญิงได้มาจากไหนคะ ?”
“พี่หนึ่งกับคุณครูเป็นคนให้หญิงมาคนละตัว หญิงเลยวางมันคู่กัน ไม่อยากแยกมันออกจากกันค่ะ”
“ทำไมครับ ?”
“ก็หญิงไม่อยากให้คุณครูกับพี่หนึ่งต้องแยกจากกันน่ะสิคะ พี่หนึ่งกับคุณครูน่ะรักกันมากๆเลยนะคะ” คุณชายประสาทพรสะอึกไป กรกนกยิ้มใสไม่รู้เรื่อง
“น้องหญิงทราบได้ยังไงครับ”
“ก็ตอนที่คุณครูจมน้ำพี่หนึ่งดำน้ำตามหาตัวคุณครูแบบไม่กลัวตายเลยนะคะ แล้วตอนที่พี่หนึ่งแวะมาหาหญิงตอนเรียนหนังสือ คุณครูก็จะตื่นเต้นแล้วก็เขินพี่หนึ่งตลอดเลยค่ะ ถ้าวันไหนไม่มาก็จะคอยมองหาตลอด แต่คุณครูไม่รู้ตัวหรอกค่ะ..แต่หญิงรู้ค่ะ” คุณชายประสาทพรอึ้ง....เงียบไป .... เศร้าลง “พี่ชายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?“
“เปล่าครับ .. พี่ชายแค่เข้าใจมากขึ้น..และเห็นด้วยที่น้องหญิงวางตุ๊กตาสองตัวนี้ไว้คู่กัน” คุณชายประสาทพรพูดเศร้าๆ และหันมาจูบเบาๆที่หน้าผากกรกนก “นอนหลับฝันดีนะครับ”
กรกนกหลับตาลง คุณชายประสาทพรยังนั่งอยู่บนเตียงและมองดูตุ๊กตาแมวและตุ๊กตาหมาที่วางอยู่และครุ่นคิด

สุดากับคุณชายประสาทพรคุยกันอยู่ที่สวนในบ้านเดือนประดับ
“ดิฉันไม่มีอะไรปิดบังคุณชาย”
คุณชายประสาทพรหน้าขรึม เสียงเข้ม “แม้แต่เรื่องของหนึ่งกับหทัยรัตน์ คุณก็ไม่มีอะไรที่ปิดบังผม...อย่างนั้นเหรอ ?”
“เอ่อ..แล้วคุณชายคิดว่าดิฉันปิดบังอะไรล่ะคะ ?”
“ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ตกลงเป็นยังไงกันแน่ ? ผมอยากรู้ความจริง คุณพูดออกมาได้เลยโดยไม่ต้องเกรงใจ”
สุดาอึกอัก..ลังเล..คุณชายประสาทพรรอฟังหน้าเข้ม สุดาตัดสินใจ “โดยส่วนตัว..ดิฉันคิดว่า..ทั้งสองคนรักกัน แต่ยังไม่รู้ตัวค่ะ “
คุณชายประสาทพรอึ้ง “แล้วทำไมคุณไม่บอกผม !! ทำไมถึงพูดให้ความหวัง !! “
“คุณชายคะ ดิฉันไม่เคยบอกให้คุณหวัง ตรงกันข้าม ดิฉันคอยบอกไม่ให้คุณชายหวัง จะได้ไม่ต้องทุกข์”
“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมเป็นทุกข์ คุณควรจะบอกความจริง ให้ผมรับรู้ความจริงไม่ใช่หลอกให้ผมอยู่โลกของความฝันเพราะรู้ความจริงแค่ครึ่งเดียว”
“ที่ดิฉันไม่บอก..เพราะคุณชายไม่เคยถามถึงพี่หนึ่ง และจะให้ดิฉันพูดอะไรคะ? และถ้าดิฉันพูดคุณชายจะเชื่อเหรอคะ ?”
“เชื่อสิ...คุณไม่รู้หรือไงว่าผมเชื่อคุณทุกเรื่อง เชื่อทุกอย่าง เชื่อมากเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าผมไม่เชื่อคุณผมคงไม่ต้องเสียใจแบบนี้ “
สุดาเสียใจ “ถ้าสิ่งที่ดิฉันทำและสิ่งที่ดิฉันพูด เป็นต้นเหตุทำให้คุณชายต้องเสียใจ ดิฉันขอโทษ”
คุณชายประสาทพรยกมือห้าม “มันสายเกินไปแล้ว ที่จะมาพูดคำนี้ ... ต่อจากนี้ไป ผมคงไม่ไว้ใจ และไม่ขอให้คุณช่วยอะไรอีก ... ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ผ่านมา ต่อจากนี้ไป...ไม่ต้อง” คุณชายประสาทพรพูดจบก็เดินออกไปด้วยความโกรธ และ โทสะ
สุดาน้ำร่วง ... “นี่มันอะไรกัน?”

สุดาเดินเข้ามาในห้อง...อึ้งๆ เสียใจ สุดาเดินมาทรุดนั่งลงบนเตียง..เสียใจ หมดแรง

คุณชายประสาทพรเดินเข้ามาในบ้าน..ลึกๆแอบรู้สึกผิดที่ไปอารมณ์เสียใส่สุดา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง

เสียงโทรศัพท์ดัง สุดารับโทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ.. พี่ปุ๊เหรอคะ พี่หนึ่งเป็นยังไงบ้าง”
หทัยรัตน์นั่งอยู่ข้างๆ ตื่นเต้นตกใจตามไปด้วย..หูผึ่งทันที
สัทธาคุยโทรศัพท์ที่ไปรษณีย์ สัทธาส่ายหน้าเสียงเครียด “พูดได้คำเดียวว่า “หมดสภาพ” น้ำท่าไม่อาบ ข้าวปลาไม่กิน กินแต่เหล้า พี่ต้องกำชับเด็กรับใช้ไม่ให้ซื้อเหล้าให้กิน ถึงได้หยุดมาได้ค่อนวัน แต่ก็ร่ำๆจะออกไปซื้อเอง”

อนวัชค่อยๆแอบหยิบกุญแจรถที่วางอยู่และเดินออกไปนอกบ้าน

สุดาตกใจหน้าเสีย “นี่พี่หนึ่งเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่ย“ สุดาแอบปรายตามาที่หทัยรัตน์ หทัยรัตน์ฟังแล้วหน้าเสียแต่ทำเป็นไม่หันมามอง “แล้วพี่หนึ่งบอกหรือเปล่าคะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ “
หทัยรัตน์ตั้งใจฟัง

อนวัชแอบเดินอออกมานอกบ้าน และรีบเดินไปที่รถ อนวัชมาถึงรถมองซ้ายมองขวาเห็นทางปลอดภัยก็รีบสตาร์ทเครื่องและขับออกไป
สุดาเข้าใจ “เหตุผลนี้นี่เอง..” สุดาเหล่มาทางหทัยรัตน์และแกล้งพูดเสียงดัง “แต่แป้นว่ามันก็สมควรแล้วนะคะที่พี่หนึ่งจะเสียใจมากขนาดนี้..เป็นแป้นก็คงจะเสียใจไม่น้อยไปกว่าพี่หนึ่งหรอกค่ะ ไม่รู้ว่าคนที่เป็นต้นเหตุเค้าจะรู้ตัวหรือเปล่านะคะ” หทัยรัตน์สะอึก.. “แล้วพี่ปุ๊จะพาตัวพี่หนึ่งกลับมาเมื่อไหร่คะ”
“พี่ก็ไม่รู้ เพราะเจ้าตัวไม่ยอมกลับ บอกว่าขอทำใจให้ได้ก่อน ไม่อยากไปเจอตอนนี้..แต่พี่ก็เห็นใจไอ้หนึ่งนะ ถ้าเป็นพี่ก็คงจะทำใจลำบาก นี่แป้นพี่ถามหน่อยสิ..แป้นว่าที่ปุ้มบอกหนึ่ง “รักและต้องการแต่งงานกับคุณชายน่ะ” มันเป็นความจริงหรือว่าต้องการประชดกันแน่” สัทธาถามด้วยความอยากรู้
สุดาหันมามองหทัยรัตน์ด้วยความหนักใจ ... “จะตอบเร้อ?”

สัทธากลับมาจากไปรษณีย์ .. สัทธาเดินตามหาอนวัช “หนึ่ง..ไอ้หนึ่ง..” ไม่มีเสียงตอบสัทธาเดินตามหาตามห้องต่างๆ “ไอ้หนึ่ง..ไอ้หนึ่ง” เงียบ..สัทธาเริ่มสังหรณ์ใจ และรีบวิ่งไปที่หน้าบ้าน

สัทธาวิ่งมาหน้าบ้าน ไม่มีรถจอดอยู่ สัทธาตะโกนเรียก “บุญเติม..บุญเติม”
บุญเติมรีบวิ่งมาหา “ครับคุณปุ๊”
“รถหายไปไหน?“
“เอ่อ..ผมไม่ทราบครับ..เมื่อกี๊ผมได้ยินเสียงสตาร์ทรถแล้วก็ขับออกไป ผมก็นึกว่าคุณปุ๊ไปกับคุณหนู”
“ไอ้หนึ่ง...มันจะไปไหนของมัน “ สัทธาเป็นห่วงอนวัช

ที่ร้านขายเหล้า อนวัชนั่งหลับคาโต๊ะเหล้า คนขายมาเรียก “คุณๆ..ร้านจะปิดแล้ว”
อนวัชเงยหน้าขึ้น “อ้าวจะปิดแล้วเหรอ...งั้น...เอาเหล้าอีกขวด”
“เฮ้ย..ก็บอกว่าจะปิดแล้วไม่ขายแล้วครับ”
“ก็ไม่ได้จะกินที่นี่ จะเอากลับไปกินที่บ้าน..งั้นเอามาเป็นสองขวดเลย”
“ได้ๆ รอเดี๋ยวนะ” คนขายเดินไปหยิบเหล้า..
อนวัชหยิบแก้วเหล้าที่วางอยู่มายกดื่ม..แต่เหล้าหมดแล้ว อนวัชเขย่าแก้วแต่ก็ไม่มีอะไรออกมา อนวัชเซ็ง

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์นั่งคิดถึงคำพูดของสุดา
“ที่พี่หนึ่งเมาไร้สติแบบนี้ก็เพราะปุ้มนะ ปุ้มคนเดียวที่จะช่วยพี่หนึ่งได้”
หทัยรัตน์คิดหนัก
“พี่ว่าปุ้มรู้ดีอยู่แก่ใจว่าจะช่วยพี่หนึ่งได้ยังไง แต่ปุ้มไม่ทำเอง.. ตอนนี้ถ้าปุ้มคิดจะช่วยพี่หนึ่งยังพอทำได้ แต่ถ้าปล่อยไว้ให้นานไปกว่านี้ พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปุ้มจะช่วยอะไรพี่หนึ่งได้หรือเปล่า”
หทัยรัตน์หยิบแหวนหมั้นที่เก็บไว้ในลิ้นชักออกมาดู หญิงสาวคิดถึงอนวัช..ตอนสวมแหวนหมั้น .. หทัยรัตน์กำแหวนไว้หลวมๆและเอามาแนบไว้ที่หน้าอก หทัยรัตน์ค่อยๆเอนตัวนั่งลงบนเตียงในท่าสบายและทบทวนเรื่องของอนวัช หทัยรัตน์สับสนและลังเล ภาพรวยกับส่องแสงควงกันระริกระรี้แวบเข้ามา หทัยรัตน์คิดหนักทั้งห่วงทั้งสงสารอนวัช

สัทธาเดินไปมาด้วยความร้อนใจอยู่หน้าบ้าน บุญเติมขี่มอเตอร์ไซด์เข้ามา
“เป็นไงบ้างเติมเจอหนึ่งหรือเปล่า”
“ไม่เจอครับ”
สัทธาเครียด “แถวนี้มีร้านเหล้าอยู่ใกล้ๆบ้างหรือเปล่า ลองไปดูสิว่าหนึ่งอยู่ที่นั่นมั้ย..”
“ครับ”บุญเติมรับคำและขี่’มอไซด์ออกไป
สัทธามองตามด้วยความกังวล

อนวัชเดินเซมาที่รถ ในมือถือถุงใส่เหล้ามาด้วย อนวัชใช้เวลานานพอดูกว่าจะเอากุญแจใส่เข้าไปในรูได้.. อนวัชเปิดประตูรถและขึ้นไป อนวัชสตาร์ทรถและขับออกไปด้วยอาการเมาสุดขีด สถานการณ์น่าเป็นห่วง
ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์นอนอยู่บนเตียงในมือยังกำแหวนไว้

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/3 วันที่ 15 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ