อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/4 วันที่ 15 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/4 วันที่ 15 มื.ย. 58

อนวัชเดินเซมาที่รถ ในมือถือถุงใส่เหล้ามาด้วย อนวัชใช้เวลานานพอดูกว่าจะเอากุญแจใส่เข้าไปในรูได้.. อนวัชเปิดประตูรถและขึ้นไป อนวัชสตาร์ทรถและขับออกไปด้วยอาการเมาสุดขีด สถานการณ์น่าเป็นห่วง
ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์นอนอยู่บนเตียงในมือยังกำแหวนไว้

อนวัชขับรถด้วยอาการเมา..ตาสะลึมสะลือ จะหลับไม่หลับแหล่ อนวัชขับรถไปด้วยความน่าเป็นห่วง รถอนวัชแล่นเป๋ไปมา
ทางด้านหทัยรัตน์กำลังจะหลับ


ระหว่างอนวัชกำลังจะหลับในและหทัยรัตน์หลับอยู่ในห้อง อนวัชหลับตาลงและทันใดนั้นเสียงแตรรถสิบล้อก็ดังสนั่น..อนวัชสะดุ้งสุดตัว ลืมตาขึ้นมาและรีบหักหลบ แสงไฟสว่างจ้าเข้าหน้าอนวัช..เสียงเบรคดังสนั่น
มือของหทัยรัตน์ค่อยๆตกลงข้างตัว แหวนหมั้นในมือหล่นลงพื้น..กริ๊ก..และกลิ้งลงไปใต้เตียง..หทัยรัตน์หลับไม่รู้ตัว
บุญเติมขี่มอเตอร์ไซค์มาตามหาอนวัช รถมอเตอร์ไซด์บุญเติมฝ่ามาในความมืด ทันใดนั้นเอง...บุญเติมเห็นรถอนวัชทิ่มลงข้างทางอยู่เบื้องหน้า บุญเติมช็อค “คุณหนึ่ง”

ที่บ้านพักต่างจังหวัด สัทธาตกใจ “หนึ่งประสบอุบัติเหตุ”
บุญเติมกระหืดกระหอบ พูดไปหอบไปหน้าซีด “ครับ..ผมขับรถไปเห็นรถคุณหนูตกลงข้างทาง ผมรีบโบกรถแถวนั้นพาคุณหนูไปส่งโรงพยาบาลครับ”
“รีบพาฉันไปที่โรงพยาบาลเร็ว”
“ครับ..”
บุญเติมกับสัทธารีบวิ่งไปที่รถ

สุดาวิ่งหน้าตาตื่นมาเคาะประตู “ปุ้ม..ปุ้ม” หทัยรัตน์สะดุ้งตื่น เสียงสุดาดังมาจากหน้าห้อง “ปุ้ม..ปุ้ม” หทัยรัตน์รู้สึกตัวมองหาแหวนในมือแต่ไม่มี..หทัยรัตน์พะวักพะวง..เสียงสุดาเรียกอย่างตระหนก “ปุ้ม..เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..”
หทัยรัตน์จำต้องปล่อยเรื่องแหวนและเดินมาเปิดประตู “มีอะไรคะพี่แป้น”
“พี่ปุ๊โทร.มาจากเชียงใหม่บอกว่าพี่หนึ่งรถคว่ำ..ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน”
“ห๊ะ..!! รถคว่ำ” หทัยรัตน์ตกใจหน้าซีด เซนิดๆ

สัทธาเดินไปมาที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวล
ในห้องผ่าตัดตื่นเต้นหมอพยาบาลวุ่นวายเห็นอนวัชแค่แวบๆ ไม่รู้ว่าเจ็บหนักแค่ไหน

วิทย์คุยโทรศัพท์หน้าเครียด “ปุ๊บอกว่าหนึ่งเป็นยังไงบ้าง?”
สุทธิ์คุยโทรศัพท์เสียงเครียด “ปุ๊ยังไม่ทราบครับ เพราะหนึ่งยังไม่ออกจากห้องฉุกเฉิน ถ้าปุ๊โทรศัพท์มาอีกครั้งผมจะรีบโทรศัพท์บอกคุณพี่ทันที”
นมพิมพ์ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยความกังวล
“ไม่เป็นไร พี่จะไปรอฟังข่าวที่เดือนประดับเอง อีก 20 นาทีเจอกัน” วิทย์วางสายไป
“คุณหนึ่งเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ยังไม่รู้ เดี๋ยวฉันจะไปรอฟังข่าวจากปุ๊ที่เดือนประดับ จัดรถให้ด้วย”
“ค่ะ” นมพิมพ์รีบเดินไป
วิทย์กังวล

สัทธาเดินไปมาหน้าห้องฉุกเฉิน บุญเติมยืนอยู่ข้างๆเป็นห่วงพอกัน หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ”

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์ สุดา วิทย์ ทิพย์ และสุทธิ์นั่งรอฟังผลจากสัทธาด้วยความเครียด สุดาหันมาเห็นหทัยรัตน์นั่งหน้าเสีย สุดาเอื้อมมือมาจับมือหทัยรัตน์ สุดาตกใจ “ปุ้มมือเย็นมากเลย..เป็นอะไรหรือเปล่า”
หทัยรัตน์อึกอัก “เปล่าค่ะ.. ไม่เป็นอะไรค่ะ..”
สุดามองหทัยรัตน์พอจะเข้าใจว่าห่วงมาก แต่ยังทำปากแข็ง
เสียงโทรศัพท์ดังทุกคนตกใจ หทัยรัตน์รีบหันไปทางโทรศัพท์
สุทธิ์รีบลุกขึ้นไปรับ “สวัสดีครับ..ว่าไงปุ๊..หนึ่งเป็นไงบ้าง”

สัทธาคุยโทรศัพท์หน้าเครียด “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่อาการยังหนักอยู่ ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะรีบโทรไปบอกนะครับ”

สุทธิ์ฟังและพยักหน้ารับและวางโทรศัพท์ไป ทุกคนรีบถามขึ้น “หนึ่งเป็นไงบ้าง”
“อาการหนักเอาเรื่องอยู่“ หทัยรัตน์หน้าเสีย สุทธิ์หน้าเครียด “คงจะต้องพักฟื้นอยู่เชียงใหม่อีกสักระยะกว่าจะกลับบ้านได้..”
วิทย์ สุดา ทิพย์ โล่งใจ ....หทัยรัตน์ใจชื้น..แต่ก็ยังเป็นห่วง

ที่โรงพยาบาล อนวัชนอนอยู่บนเตียง
สัทธาหันมาทางบุญเติม “บุญเติมกลับบ้านไปก่อนก็ได้ แล้วถ้าฉันต้องการอะไรจะโทรศัพท์บอกอีกที”
“ครับ..” บุญเติมเดินออกไป
สัทธาหันมาทางอนวัช อนวัชค่อยๆขยับรู้สึกตัว “ว่าไงไอ้ตัวแสบ.. “
“ฉันอยู่ที่ไหน?”
“แกเห็นหน้าฉันแล้วคิดว่ายังไงล่ะ คงจะได้ขึ้นสวรรค์ล่ะมั้ง ? นี่แกนะแกโตเป็นกระบือแล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ เมาเละแบบนั้นแล้วยังจะขับรถทำไมวะ ? นี่ถ้าแกตายไปจริงๆ คุณลุงจะเสียใจมากแค่ไหน แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ”
“แกจะด่าให้ฉันเสียใจตายไปเลยหรือไง?“
“ถ้าแกตายไปจริงๆ ฉันจะไปจัดการกับยัยปุ้ม..โทษฐานเป็นต้นเหตุทำให้แกต้องตาย”
“เฮ้ย..แกอย่าทำแบบนั้นนะ..เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเค้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันมันเป็นเพราะตัวฉันเองไม่ใช่น้องสาวแก..เค้าไม่ผิด”
“แต่ฉันคิดว่ามันผิด..ผิดมากด้วย โทษฐานที่ใจแข็ง ปากแข็ง อวดดื้อถือดี ไม่ยอมรับความจริงจนทำให้แกเกือบตาย..ถึงเวลาที่ฉันจะต้องสั่งสอนยัยปุ้มให้มันได้หลาบจำซะบ้าง..”
อนวัชสงสัย “แกจะทำอะไร”
“ฉันมีแผนและแกก็ต้องช่วยฉัน”
สัทธายังไม่บอกแต่คิดแผนการร้ายไว้ในใจ
อนวัชอยู่ในชุดเฝือกเกือบเต็มตัว และหน้าก็พันผ้าสีขาวเกือบมิด “ไอ้ปุ๊..นี่ฉันต้องใส่ไอ้พวกนี้ตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอหะ”
“เออสิวะ..แกต้องฝึกไว้ให้มันชิน เพราะตอนนี้แกกำลังอยู่ในอาการโคม่าจะตายไม่ตายแหล่ แกต้องทำเป็นอาการหนักปางตายเคลื่อนไหวไม่ได้หายใจขัด..พอยัยปุ้มมามันจะได้ตกใจ ยิ่งแกดูทรมานใกล้ตายมากเท่าไหร่ยิ่งดี”
“เฮ้ย!ๆ ฉันไม่ใช่นักแสดง”
“เอาน่า ลองดู เดี๋ยวหมอประสงค์มาถึง แกก็ลองปรึกษาคุณหมอดูก็ได้ เผื่อหมอจะมีคำแนะนำ”
“หมอเค้าเป็นหมอ เค้าไม่ใช่นักแสดง”
“เอ๊ะ แกนี่ขัดไปหมดเลยเว้ย ทำตามที่ฉันบอกไม่ต้องแย้งอะไรมาก”
“แล้วฉันต้องเล่นละครของแกไปนานแค่ไหน?”
“ก็จนกว่ายัยปุ้มมันจะแสดงความเสียใจออกมา”
อนวัชเอามือเปิดผ้าออก หน้าเศร้า“คงจะชาติหน้า หรือไม่ก็ไม่มีวันนั้น .. เค้าคงจะไม่สนใจฉันหรอก ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือจะตาย”
“เอาน่า.เดี๋ยวแกก็รู้เองว่ายัยปุ้มมันคิดยังไงกับแก ไอ้ปุ้มมันทำกับแกไว้เจ็บแสบ แกเป็นคนไม่ยอมใครไม่ใช่เหรอ..คราวนี้ถึงเวลาที่แกต้องเอาคืนแล้วไอ้หนึ่ง”
สัทธาดึงผ้ามาปิดหน้าอนวัชไว้เหมือนเดิม

ที่บ้านเดือนประดับ ทิพย์ สุทธิ์ สุดา และหทัยรัตน์ นั่งคุยกันในห้องรับแขก
ทิพย์บอกหทัยรัตน์ “ปุ้ม ป้ากับลุงจะไปเยี่ยมหนึ่งที่เชียงใหม่พร้อมกับลุงวิทย์ ป้าคิดว่าปุ้มน่าจะไปด้วยนะ”
หทัยรัตน์ทำเป็นอึกอัก “เอ่อ.. “
ทิพย์คาดคั้น “ตกลงปุ้มจะไปไหม”
สุดาลุ้นๆ หทัยรัตน์ทำเหมือนไม่อยากไปทั้งที่ในใจอยากไปมากมาย “ก็ได้ค่ะ”
ทิพย์หันไปถามลูกสาว “แป้นล่ะจะไปด้วยกันหรือเปล่า”
“แป้นก็อยากไปค่ะ แต่ติดงานที่โรงเรียน คงจะไปไม่ได้..ฝากเยี่ยมพี่หนึ่งแทนแป้นด้วยนะคะ”
สุทธิ์หันมาทางหทัยรัตน์ “ลุงจะไปเยี่ยมหนึ่งสักสองสามวัน ถ้าปุ้มจะอยู่ก็จัดเสื้อผ้าไปให้พร้อมก็แล้วกัน “
หทัยรัตน์อึกอัก..สุดารีบสรุป “ก็ดีนะปุ้ม..ปุ้มอยู่ต่อสิ ถ้าพี่แป้นทำงานเสร็จแล้วปุ้มยังไม่กลับ พี่แป้นจะได้ตามขึ้นไป”
สุทธิ์บอกหทัยรัตน์ให้เตรียมตัว “หนึ่งคงต้องรักษาตัวอีกนาน ปุ้มอาจจะต้องอยู่เป็นเดือนก็ได้”
ทิพย์เห็นพ้อง “ปุ้มจัดเสื้อผ้าไปเยอะๆ เลยนะ”
หทัยรัตน์อึกอักแต่ในใจก็อยากอยู่ต่อแหละ ... แหมๆ
หทัยรัตน์จัดกระเป๋าเสร็จแล้ว..หทัยรัตน์มองดูนิ้วนางข้างซ้ายที่ไม่มีแหวนหมั้น นึกได้ รีบก้มลงหาแหวนที่หล่นเมื่อคืน..
สุดาเดินเข้าพอดี มองหทัยรัตน์ด้วยแววตาสงสัย “ทำไรน่ะปุ้ม”
“เอ่อ..” หทัยรัตน์ลุกขึ้น “เปล่าค่ะ..ไม่มีอะไรคุณลุงคุณป้าพร้อมแล้วเหรอคะ ?”
“จ้ะ แล้วปุ้มล่ะจัดกระเป๋าเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ..”
“ปุ้มจ๊ะ..ถ้าเจอพี่หนึ่งแล้วพี่ฝากบอกว่าขอให้พี่หนึ่งหายเร็วๆนะจ้ะ..”
“ค่ะ...”
สุดามองหทัยรัตน์อีกครั้ง แล้วก็ค่อยๆพูดเข้าเรื่องตามแผน “เฮ้อ..ไม่นึกเลยนะอยู่ๆก็เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นแบบนี้..นี่ดีนะที่พี่หนึ่งแค่อาการหนักไม่ถึงกับ..เสียชีวิต..ถ้าพี่หนึ่งเป็นอะไรไปจริงๆ เราทุกคนคงจะเสียใจมาก” หทัยรัตน์เศร้าลง สุดาหันมาเห็นแล้วทำเป็นทักขึ้น“แต่ปุ้มไม่ต้องคิดมากนะ ถึงแม้ว่าพี่หนึ่งเค้าจะไปเชียงใหม่เพราะปุ้ม และกินเหล้าหนักเพราะกลุ้มใจเรื่องปุ้ม แต่พี่ว่าปุ้มไม่ผิด และไม่มีใครคิดว่ามันเป็นความผิดของปุ้มด้วย” สุดาเน้น จนหทัยรัตน์รู้สึกผิด สุดายิ้มหน้าเป็น “ปุ้มไม่ต้องคิดมากนะ.. “ หญิงสาวตบบ่าหทัยรัตน์เบาๆ พูดเน้น “มัน..ไม่ใช่..ความผิดของปุ้ม”สุดาแกล้ง
หทัยรัตน์คิดหนัก..บิ้วมาซะขนาดนี้

หทัยรัตน์ สุทธิ์ ทิพย์ ขึ้นรถ สุดายืนส่ง “เดินทางโดยปลอดภัยนะคะ..”
รถแล่นออกไป สุดายิ้มรีบวิ่งเข้าบ้าน

เช้าวันต่อมา สุดาตกใจ และคุยโทรศัพท์เสียงกระซิบกระซาบ “พี่ปุ๊จะทำแบบนั้นจริงๆเหรอคะ ? มันจะดีแหรอคะพี่ปุ๊..นี่ถ้าเกิดแผนแตกขึ้นมา ปุ้มต้องโกรธแน่ๆเลยนะคะ”
สัทธาไม่สนใจ “โกรธก็ช่างมันปะไร..ฉันอยากให้มันโกรธ โกรธมากๆยิ่งดี หมั่นไส้มันจริงๆ ทำเป็นปากแข็งอยู่ได้..คอยดูคราวนี้มันจะได้เจอดี.. พี่เตรียมการเรียบร้อยแล้ว.. พี่ให้คุณหมอประสงค์รีบมาช่วยอีกแรง อีกสักพักคงจะถึงสนามบินสุเทพแล้ว..รับรองงานนี้..สนุกแน่ ตกลงแป้นช่วยพี่ตามที่คุยกันไว้แล้วกัน..”
“ค่ะๆ.. ก็ได้ค่ะ แป้นจะพยายามไม่ทำให้แผนแตกค่ะ สวัสดีค่ะ” สุดาวางสายพึมพำ “แผนพี่ปุ๊จะสำเร็จไหมเนี่ย?”

สัทธายืนรอหมอประสงค์อยู่ที่หน้าห้องพัก บุญเติมมากับหมอประสงค์
“คุณสัทธาครับ”
“สวัสดีครับคุณหมอประสงค์..ขอโทษนะครับที่ต้องตามตัวมาด่วน “
“ด้วยความยินดีเลยครับ .. ไม่ทราบว่าคุณอนวัชเป็นอะไรเหรอครับ ทำไมต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันแบบนี้” หมอประสงค์รอฟังด้วยความตั้งใจ
อนวัชยิ้มแฉ่งหน้าใสเด้ง “ผมไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แต่ฟกช้ำดำเขียวนิดหน่อย”
หมอประสงค์ทำหน้าเหวอ “อ้าววววว แล้วเฝือกพวกนี้คืออะไรครับ ?”
อนวัชมีเฝือกตามส่วนต่างๆ อนวัชนอนเกาขาที่ใส่เฝือกและรำคาญผ้าที่ห้อยคออยู่
สัทธาอธิบาย “คือ...เป็นอุปกรณ์ในการทดลองใจน่ะครับ คือ ผมกับเจ้าหนึ่งมีแผนการที่อยากจะขอให้คุณหมอช่วย”
“แผนอะไรครับ” สัทธามองซ้ายมองขวาแล้วก็มากระซิบๆๆๆๆๆๆๆ “ห๊ะ? เล่นขนาดนี้เลยเหรอครับ”
สัทธาตอบอย่างมั่นใจ “ต้องเล่นขนาดนี้เลยครับ เพราะยัยปุ้มไม่ใช่คนธรรมดา เล่นธรรมดาๆ ไม่ได้คุณหมอไม่ต้องห่วงว่าจะเสียจรรยาบรรณแพทย์นะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่ทำให้ใครต้องเสียหาย”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/4 วันที่ 15 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ