อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/5 วันที่ 15 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/5 วันที่ 15 มื.ย. 58

สัทธาตอบอย่างมั่นใจ “ต้องเล่นขนาดนี้เลยครับ เพราะยัยปุ้มไม่ใช่คนธรรมดา เล่นธรรมดาๆ ไม่ได้คุณหมอไม่ต้องห่วงว่าจะเสียจรรยาบรรณแพทย์นะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่ทำให้ใครต้องเสียหาย”
หมอประสงค์มองหน้าสัทธากับอนวัชอีกที แล้วก็พยักหน้างงๆ “ก็ได้ครับ ผมจะยอมร่วมขบวนการกับคุณ..แต่ถ้าผมเห็นท่าไม่ค่อยดี ผู้หลักผู้ใหญ่จะใจเสีย ผมต้องอธิบายให้ท่านเข้าใจนะครับ”

“ครับ..ไม่ต้องห่วง ผมเองก็ต้องระมัดระวังเรื่องนี้เช่นกัน..ขอบคุณคุณหมอมากครับที่มาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ”
“ด้วยความยินดีครับ แสดงว่าภรรยาผมเค้ามีลางสังหรณ์แม่นนะครับ เค้าบอกผมว่าต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณปุ้ม กับคุณหนึ่งแน่ๆ ก่อนมาผ่องเค้ายังกำชับให้ผมช่วยให้สำเร็จ ไม่สำเร็จเมียไม่ให้กลับบ้าน”


ทั้งหมดหัวเราะกันครื้นเครง อนวัชนอนเกา “สนุกกันเหลือเกิน (คันเว๊ย) ไอ้ปุ๊..นี่ถ้าหมอคิดว่าแกกับฉันบ้า ฉันจะโทษแก..”
“เอาน่า..ถึงจะบ้าก็บ้าเพราะรัก...” สัทธายิ้มหน้าทะเล้น อนวัชเถียงไม่ออก
พยาบาลเดินมา “คุณสัทธาคะ มีโทรศัพท์มาจากพระนคร ต้องการคุยกับคุณค่ะ”
สัทธาแปลกใจ

สุดารายงานความคืบหน้าผ่านทางโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น “คุณพ่อ คุณแม่ กับปุ้มออกเดินทางไปนานแล้วนะคะ แป้นว่าอีกสักพักก็คงจะถึง พี่ปุ๊กับพี่หนึ่งพร้อมนะคะ”
สัทธาคุยโทรศัพท์ยิ้มชอบใจที่ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน “พร้อมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแป้น..ไม่ต้องห่วง..เราก็รอฟังข่าวแล้วกัน มีอะไรคืบหน้าพี่จะรีบบอก..แค่นี้นะ อ้อๆ แป้นอีกหนึ่งเรื่อง...วันนี้พรรณีจะไปลองชุดแต่งงาน..พี่ฝากแป้นไปแทนพี่ และเล่าทุกอย่างให้พรรณีฟังด้วยนะ สวัสดี” สัทธาวางโทรศัพท์ไปและยิ้มอย่างมีหวัง
สุดาวางโทรศัพท์ไปยิ้มมีความสุข
เสียงสีสุกดังเข้ามา “แม่แป้น..แม่แป้นอยู่ไหน..”
สุดาทำหน้าเซ็ง “แป้นอยู่นี่ค่ะ” สีสุกเดินเข้ามา สุดายกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณอา”
“นี่..เด็กแหววบอกว่าพ่อแม่เธอกับนังเด็กปุ้มไปเชียงใหม่เหรอ”
“ค่ะ”
“นี่แล้วแห่กันไปทำไมห๊ะ..??“
สุดาไม่ค่อยอยากบอก “ก็..ไปทำธุระน่ะค่ะ”
สีสุกคาดคั้น “ธุระอะไร..หรือว่าไปหาคุณหนึ่ง..นี่อาได้ข่าวว่าคุณหนึ่งเธอไปเชียงใหม่ไม่ใช่เหรอ..นี่แม่ปุ้มมันไปหาคุณหนึ่งใช่มั้ย แล้วเค้าไปกันทำไม ห๊ะ”
สุดาตอบแบบเซ็งๆ “คุณพ่อ คุณแม่ และปุ้มไปเยี่ยมพี่หนึ่งค่ะ “
“เยี่ยม..? เยี่ยมทำไม คุณหนึ่งเป็นอะไร ? “
“พี่หนึ่งประสบอุบัติเหตุค่ะ และต้องการให้ปุ้มไปอยู่ดูแล คุณพ่อคุณแม่ก็เลยพาปุ้มไปหาเพื่อไปดูแลพี่หนึ่ง..คุณอาได้ยินชัดเจนแล้วนะคะ” สุดาย้ำ

ที่บ้านพิเศษกุล สีสุกทำหน้างง..“ฉันได้ยินไม่ชัด ... แกพูดว่ายัยส่องไปไหนนะ ?”
มะขบคนรับใช้ตอบหน้าเด๋อด๋า “คุณส่องแสงให้หนูบอกคุณนายว่าจะไปศรีราชากับเพื่อนที่ชื่อคุณรวยค่ะ”
“ห๊ะ..ไปศรีราชากับคุณรวย!!“

รวยขับรถและหันมาทางส่องแสงที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยใบหน้ายิ้มแป้น “ผมจะให้คุณส่องแสงไปเลือกบ้านริมทะเลไว้พักผ่อนเล่นๆสักหลังนะครับ..เผื่อว่าถ้าเราสองคน..ได้แต่งงานกัน...ก็จะได้มีบ้านพักตากอากาศเอาไว้พักผ่อน..เปลี่ยนบรรยากาศ” รวยค่อยๆกระดืบมือจะมาจับมือส่องแสง..
ส่องแสงยิ้มหวานและดึงมือกลับทันท่วงที “ขอบคุณค่ะ..แต่ส่องยังไม่ได้รับปากว่าจะแต่งงานกับคุณรวยนะคะ..ถ้าเกิดส่องเลือกไปแล้ว..และเราไม่ได้แต่งงานกัน..ส่องก็คงจะไม่ได้มาพักสิคะ”
“อุ้ย..เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ..เพราะบ้านหลังนี้ผมซื้อให้คุณส่อง..ถึงเราจะไม่ได้แต่งงานกัน..มันก็จะเป็นของคุณครับ..”
ส่องแสงยิ้มตาโต “.อุ้ย..เหรอคะ..” ส่องแสงทำเป็นเกรงใจ “แหม..แต่ส่องเกรงใจ๊เกรงใจนะคะ..ส่องไม่อยากทำตัวเอาเปรียบคุณรวยแบบนี้เลย”
“ไม่ต้องคิดมากครับ..ผมทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ “
“ถ้างั้นส่องก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจนะคะ”
รวยค่อยๆกระดื้บมือมาจับมือส่องอีกครั้ง..คราวนี้ส่องแสงยอมให้จับแต่โดยดี ...รวยยิ้มมีความสุขและมีหวัง

ที่ร้านเสื้อผ้า พรรณีลองชุดเจ้าสาวมายืนหน้ากระจก สุดาคอยช่วงดูอยู่ข้างๆ
“ดีแล้วที่พี่ปุ๊วางแผนแบบนี้ พี่หนึ่งกับปุ้มจะได้เข้าใจกันสักที”
“แป้นก็หวังไว้ว่าอย่างนั้นนะ..แต่ณีก็รู้ว่าน้องแป้น เพื่อนณี เหมือนคนอื่นเค้าซะที่ไหน ใจแข็ง ปากแข็งยังกะอะไรดี แผนนี้จะสำเร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้” สุดายังเป็นห่วง ไม่วางใจ
“แป้น..ณีเห็นแป้นเป็นห่วงเรื่องความรักของคนอื่นมาตลอดเลย..แล้วแป้นไม่มีความรัก หรือ คนรักเหมือนคนอื่นเค้าเหรอ?” สุดาชะงัก...แอบเศร้านิดๆ พรรณีงง “แป้น..อย่าบอกนะว่าแก้แต่ปัญหาของคนอื่น จนไม่มีเวลามาแก้ปัญหาของตัวเอง”
สุดาพยายามฝืนยิ้ม “ใครบอก ต้องพูดว่าไม่มีเวลาหาคนรักให้ตัวเองถึงจะถูก”
“ไม่มีจริงๆเหรอ ?”
“จริงสิ..แป้นทำใจแล้วล่ะ คงไม่มีผู้ชายคนไหนมาสนใจผู้หญิงอย่างแป้นหรอก” สุดาพูดยิ้มๆ แต่ในใจแสนจะเศร้า
พรรณีจับมือปลอบใจไม่เห็นด้วย

ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน
แม่โอถือจานขนมเดินเข้ามาให้ “ของว่างค่ะคุณชาย” แม่โอวางไว้และเดินออกไป
คุณชายประสาทพรปรายตาไปมองแล้วก็ชะงัก ขนมวางอยู่ตรงหน้าเป็นขนมชนิดเดียวกับที่สุดาเคยยกมาให้ คุณชายประสาทพรคิดถึงสุดา..แต่มีทิฐิไม่ยอมไปหา
สุดานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน ... คิดถึงคุณชายประสาทพรเช่นกัน สุดาคิดถึงแล้วก็มองโทรศัพท์แต่ก็ไม่กล้าโทรศัพท์ไปหา.. สุดาและคุณชายประสาทพรต่างคนต่างคิดถึงกัน

สัทธาเดินไปมาหน้าห้องคอยมองว่าหทัยรัตน์และชาวคณะมาหรือยัง ที่ทางเดิน หทัยรัตน์ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ เดินเข้ามาด้วยความร้อนใจ สัทธาตาโตรีบวิ่งเข้าไปในห้อง

อนวัชกำลังถอดเฝือกออกมาเกาด้วยความคัน และผ้าที่พันหน้าไว้ก็ถูกเลิกขึ้นด้วยความรำคาญ
สัทธาพรวดเข้ามา “ยัยปุ้มมาแล้ว” สัทธาเห็นสภาพอนวัช “เฮ้ย...ไอ้หนึ่งทำอะไร”
“ก็มันคัน” อนวัชเกาใหญ่
“โอย..ไม่ต้องเกาแล้ว..ยัยปุ้มมาแล้ว..ใส่เข้าไปเร็ว”
อนวัชตกใจ..สัทธารีบวิ่งเข้ามาหาและยัดเฝือกเข้าไปในขา อีกมือก็พันผ้าที่หน้าอนวัชเหมือนเดิม
“เอ้ย..เบาๆสิวะ..”
“ก็เร็วๆสิเว้ย”
ด้วยความรีบร้อนจัดฉากสัทธากระแทกอนวัชจนเจ็บจริงไปหลายที
“โอ๊ย! เบาๆ สิเว๊ย”
เหตุการณ์ชุลมุนลุ้นระทึก

หทัยรัตน์ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ เดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น หทัยรัตน์เร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัวจนนำหน้าคนอื่นๆ ไปมองดูป้ายชื่อหน้าห้อง “ห้องนี้ค่ะ..” หทัยรัตน์เดินนำไปด้วยความตื่นเต้นและเป็นห่วง

ประตูห้องพักอนวัชถูกเปิดออกมาอย่างช้าๆ หทัยรัตน์เข้ามาเป็นคนแรกและต้องตกตะลึงกับสภาพของอนวัชที่เห็น..อนวัชนอนหลับอยู่บนเตียงสภาพต่างจากเมื่อกี๊อย่างสิ้นเชิง..อนวัชอยู่ในสภาพที่ดูแย่มาก ใส่เฝือกเกือบทั้งตัว หน้าพันผ้าที่มีรอยเลือดจางๆซึมออกมา..มีสัทธายืนทำหน้ากังวลอยู่ข้างๆ
หทัยรัตน์อึ้งไป...ด้วยความเป็นห่วงและสงสาร “คุณอนวัช... “

อนวัชนอนอยู่บนเตียง หทัยรัตน์ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ ยืนฟังหมอประสงค์ อธิบายอย่างตั้งใจ “ตอนนี้อาการของคุณอนวัชไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง..นอกจาก..” หมออึกอัก..... สัทธาลุ้น....หทัยรัตน์ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ อยากรู้
“นอกจากอะไรครับ” วิทย์ถาม
“นอกจากขาข้างขวาของคุณอนวัชที่เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง .. เพราะต้องรอให้แผลผ่าตัดแห้งกว่านี้อีกสักวันหรือสองวันถึงจะให้คุณอนวัชลองเดินดู...ตอนนั้นเราถึงจะรู้ว่าขาใช้การได้ตามปกติหรือเปล่าน่ะครับ”
ทุกคนตกใจ ห๊ะ..
วิทย์อึ้ง “ถ้าเดินไม่ได้ก็แปลว่า...”
หมอประสงค์ตีหน้าเศร้ามาก “...จะเดินไม่ได้ตลอดไป”
ทุกคนสลดใจ...สัทธาแอบมองหทัยรัตน์....หทัยรัตน์หน้าเศร้าด้วยความห่วงและสงสาร
ทิพย์ซัก “คุณหมอคะ..แล้วที่หน้าของคุณหนึ่งหล่ะคะ เป็นอะไรหรือเปล่า เหมือนมีเลือดไหลด้วย”
ประสงค์หันไปดูแล้วทำท่าลำบากใจ “คือ..นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมกำลังจะบอกให้ทราบ..จากการชนทำให้คุณอนวัชมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า..ถึงแม้แผลจะหายแล้วแต่จะเหลือแผลเป็นขนาดใหญ่ประมาณเกือบครึ่งใบหน้า” ทุกคนตกใจ หมอประสงค์ย้ำ “จะทำให้คุณอนวัชหน้าตาไม่เหมือนเดิม...”
สัทธาเสริม “พูดง่ายๆก็คือหนึ่งอาจจะทั้งพิการและเสียโฉมนั่นเองครับ”
ทุกคนอึ้ง..สลดใจ...
ทิพย์อุทานด้วยความเห็นใจ “โธ่..ตาหนึ่ง..”
หทัยรัตน์มองดูอนวัชที่นอนนิ่งด้วยความสงสาร อนวัชร้องโอดโอยให้สมบทบาท

หทัยรัตน์ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ และสัทธาเดินออกมาจากห้องพักอนวัชด้วยใบหน้ากลัดกลุ้ม
สัทธาเสนอ “ตอนนี้หนึ่งยังหลับอยู่ ผมจะพาคุณลุงกับคุณพ่อคุณแม่ไปพักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อนดีกว่านะครับ” ทุกคนพยักหน้าเศร้า...สัทธาทำเป็นหันมาถามหทัยรัตน์ “ปุ้มล่ะจะไปโรงแรมด้วยกันหรือเปล่า”
“ถ้าไปกันหมด แล้วใครเฝ้าคุณอนวัชล่ะคะ”
“ไม่มี แต่ไม่เป็นไรมั้ง พยาบาลของหมอประสงค์ก็จะมารับเป็นพยาบาลพิเศษ”.
“เอ่อ..ปุ้มไม่ไปดีกว่าค่ะ ปุ้มจะอยู่เฝ้ารอพี่ปุ๊มาเปลี่ยนนะคะ”
“ได้..งั้นพี่รีบไปจะได้รีบมา”
วิทย์ฝากฝัง “ลุงฝากหนึ่งด้วยนะปุ้ม “
“ค่ะ..”
วิทย์ ทิพย์ สุทธิ์ เดินไป...
สัทธารอจนสามคนห่างไปซักระยะ...สัทธาตีหน้าเศร้าหันมาทางหทัยรัตน์ “ปุ้ม..ถึงแม้ว่าการที่หนึ่งมาที่นี่เป็นเพราะปุ้ม และกินเหล้าหนักจนเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ก็เพราะปุ้ม..แต่พี่ไม่อยากให้ปุ้มคิดมาก..เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้..มันไม่เกี่ยวกับปุ้ม..มันเป็นเพราะไอ้หนึ่งมันทำใจไม่ได้เอง” สัทธาจับไหล่เป็นเชิงปลอบ “ปุ้มอย่าโทษตัวเองนะ..”
หทัยรัตน์อึ้งไป..ยิ่งปลอบยิ่งทำให้รู้สึกผิด..สัทธาทิ้งระเบิดไว้และเดินไป..
สัทธาพอหันจากหทัยรัตน์มาแล้วก็กลั้นยิ้มแทบแย่..แล้วก็เก๊กหน้าเศร้าเดินจากไป...หทัยรัตน์คิดหนัก..

อนวัชชะเง้อมองหาหทัยรัตน์...เสียงก๊อกๆแก๊กๆหน้าประตู หทัยรัตน์เดินเข้ามา....อนวัชรีบทำเป็นนอนนิ่งอย่างมารยา หทัยรัตน์เห็นอนวัชนอนหลับ..ก็เดินเข้าไปดูด้วยแววตาสงสาร.....
อนวัชทำเป็นไอแห้ง “น้ำ..น้ำ..ขอน้ำหน่อย”
หทัยรัตน์รีบเดินหาแก้วน้ำรินน้ำใส่ให้ และเดินอ้อมมมาป้อน หทัยรัตน์ช้อนศีรษะอนวัชขึ้นเบาๆ อนวัชจิบน้ำช้าๆ เขาพยักหน้าให้รู้ว่าพอแล้ว หทัยรัตน์ค่อยๆวางศีรษะอนวัชลง
อนวัชแกล้งพูดเบาๆ “ขอบใจมากนะปุ๊ “
หทัยรัตน์ชะงักและพูดเสียงอ่อนโยน “ดิฉันไม่ใช่พี่ปุ๊ค่ะ”
อนวัชชะงักและค่อยๆลืมตาขึ้น...มองหทัยรัตน์และทำเป็นตกใจ “หทัยรัตน์!! นี่ฉันฝันไปหรือเปล่า?”
“คุณไม่ได้ฝันค่ะ ดิฉันมากับคุณลุงคุณป้าแล้วก็คุณพ่อคุณ พี่ปุ๊เห็นว่าคุณหลับอยู่ เลยพาพวกท่านไปพักผ่อนที่โรงแรม อีกสักพักคงจะมาเยี่ยมคุณอีกครั้ง”
อนวัชมองหน้าหทัยรัตน์และพูดตัดพ้อ “พวกเค้าคงบังคับให้เธออยู่ดูแลฉันล่ะสิ .. ถ้าเธอลำบากใจก็ไม่เป็นไรนะ เพราะฉันจ้างพยาบาลพิเศษ .. มีอะไรฉันเรียกพยาบาลได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่รู้สึกว่ามันลำบากอะไร และก็ไม่มีใครบังคับให้ฉันดูแลคุณ แต่ถ้าคุณรังเกียจไม่อยากให้ฉันอยู่..ดิฉันจะไปก็ได้นะคะ” หทัยรัตน์จะลุก
อนวัชรีบเรียก “อย่าไปนะหทัยรัตน์..ฉันไม่มีวันจะรังเกียจเธอ..ถ้าเธออยู่ด้วยความสมัครใจ..ก็อยู่ต่อเถอะนะ” อนวัชมองหทัยรัตน์ด้วยแววตาอ้อนวอน หทัยรัตน์ค่อยๆนั่งลงเหมือนเดิม.....อนวัชโล่งอก..เกือบไป..อนวัชคิดได้เริ่มเล่นละครต่อ “เธอเจอกับคุณหมอหรือยัง?” หทัยรัตน์พยักหน้าช้าๆ อนวัชสลดลง “เธอก็คงจะรู้เรื่องที่ฉันเสียโฉมแล้วก็พิการแล้วสิ”
“แต่คุณหมอบอกว่ามันไม่แน่นี่คะ..คุณอาจจะเดินได้ตามปกติ”
อนวัชแค่นหัวเราะ “ฮึ..ถึงฉันจะเดินได้เหมือนเดิม..แต่หน้าฉันก็จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม..ฉันจะกลายเป็นคนอัปลักษณ์ไปตลอดชีวิต “ อนวัชพูดด้วยน้ำเสียงรันทดทำเป็นน้ำตาซึมด้วยความเสียใจ สวมบทบาทน่าได้รางวัลตุ๊กตาทองมากกกกกก....
หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยความสงสาร

อนวัชเหล่ๆมองหทัยรัตน์ที่ยืนหันหลังคุยกับพยาบาลที่เอายามาให้
“ยาแก้ปวดทานก่อนอาหารนะคะ”
อนวัชคิด.....หทัยรัตน์หันมา....อนวัชแกล้งทำเป็นคราง..
หทัยรัตน์ตกใจ “เป็นอะไรคะ ?”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 12/5 วันที่ 15 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ