อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13 วันที่ 16 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13 วันที่ 16 มื.ย. 58

“ยาแก้ปวดทานก่อนอาหารนะคะ”
อนวัชคิด.....หทัยรัตน์หันมา....อนวัชแกล้งทำเป็นคราง..
หทัยรัตน์ตกใจ “เป็นอะไรคะ ?”
“เจ็บแผลน่ะครับ..”
“งั้นทานยาแก้ปวดเลยนะคะ”
อนวัชพยักหน้าอย่างสำออย....หทัยรัตน์หันไปหยิบน้ำ และป้อนยาให้..หทัยรัตน์ช้อนศีรษะเบาๆให้อนวัชดื่มน้ำ.. หทัยรัตน์วางศีรษะอนวัชลง....อนวัชอมยิ้มนิดๆ พอหทัยรัตน์หันมา อนวัชร้องคราง..

“สักพักยาคงออกฤทธิ์ อดทนหน่อยนะคะ”
อนวัชพยักหน้าอย่างว่าง่าย..อนวัชหาจังหวะและค่อยๆพูดขึ้น “เธอได้รับจดหมายที่ฉันฝากประสาทพรไว้แล้วใช่มั้ย..” หทัยรัตน์ชะงัก..และพยักหน้า “งั้นเธอก็คงจะรู้แล้วว่าฉันทำไมถึงได้หนีเธอมาที่นี่ “


หทัยรัตน์โกหก “ดิฉันไม่ทราบค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้อ่าน “
อนวัชแปลกใจ “ทำไมไม่อ่าน มันเป็นข่าวดีนะ..เธออ่านแล้วจะได้ดีใจ แล้วคุณชาย..ไม่อยากรู้เหรอว่าจดหมายของฉันเขียนว่าอะไร”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะ ไม่ได้ถามคุณชาย”
“แล้วที่เธอมาดูแลฉันแบบนี้ คุณชายรู้หรือเปล่า “
“ดิฉันให้พี่แป้นบอกแล้วค่ะ”
“แล้ว” อนวัชจะถามต่อ
หทัยรัตน์ตัดบท “ดิฉันว่าคุณอย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนี้เลยค่ะ ตอนนี้เรื่องอื่นไม่สำคัญเท่ากับเรื่องสุขภาพของคุณ..ทำใจให้สบายหายแล้วค่อยคุยกันนะคะ”
หทัยรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน.....อนวัชอมยิ้มมีความสุข “แล้วเธอจะอยู่ดูแลฉันนานแค่ไหน”
“จนกว่าคุณจะหาย..”
“แล้วถ้า..ฉันไม่มีวันหายล่ะ..”
หทัยรัตน์นิ่งไปตอบไม่ได้..

ที่โรงแรม สัทธานั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้า ทิพย์ สุทธิ์ วิทย์ พร้อมพาน ธูป เทียน ชุดขอขมา ชายหนุ่มพนมมือไหว้ “ผมต้องกราบขอขมาคุณลุง คุณพ่อ และคุณแม่ด้วยนะครับ “
ทิพย์งงๆ “ปุ๊ ขอโทษเรื่องอะไรลูก ? “
“เรื่อง...เอ่อ...ที่ผมโกหกเรื่องหนึ่ง คือ .. เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลยครับ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด”
ทิพย์ วิทย์ สุทธิ์ ตกใจ
สุทธิ์อึ้ง “อะไรนะ..ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ ? “
“ครับ ..” สัทธายิ้มเจื่อนๆ
ทิพย์ต่อว่าลูกชาย “นี่ทำไมเราถึงได้คิดทำอะไรแผลงๆแบบนี้นะตาปุ๊..ถ้าคุณลุงเกิดตกใจหัววายขึ้นมาจะทำยังไง”
วิทย์ขำ “อย่าไปว่าปุ๊เลยคุณทิพย์..พี่ว่าปุ๊เค้าคิดถูกแล้วล่ะที่ทำแบบนี้..เพราะถ้าไม่ใช่ไม้นี้..เจ้าหนึ่งก็คงจะไม่มีวันจะเข้าใจกับหนูปุ้ม”
“ใช่ครับ..คุณลุงพูดถูกที่สุด..เพราะทั้งหนึ่งกับปุ้มน่ะ..ทั้งดื้อทั้งปากแข็ง ถ้าไม่ใช้ไม้แข็งไม่มีทางจะปรับความเข้าใจกันได้แน่ๆ..คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ..ถ้าอยากจะให้สองคนนี้ได้แต่งงานกันต้องไว้ใจผม..”
ทิพย์เหน็บ “จ้า..พ่อยอดขมองอิ่ม..เรื่องพิเรนธ์ๆเนี่ยคิดเก่งนักนะ..”
สุทธิ์เริ่มสบายใจ “ถ้าเรื่องจริงเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วสิ..”
“ครับ .. ตอนนี้ทิ้งเรื่องไอ้หนึ่งกับปุ้มไปได้เลยครับปล่อยให้เค้าได้อยู่กันสองต่อสอง..และเดี๋ยวคืนนี้ผมจะพาคุณลุง คุณพ่อ คุณแม่ไปทานขันโตกร้านดังรับรองว่างานนี้ลำแต้ๆ” สัทธายิ้มหน้าทะเล้น.....
สุทธิ์ วิทย์ ยิ้มรับ ทิพย์มองสัทธาด้วยความหมั่นเขี้ยว..

หทัยรัตน์ป้อนอาหารอนวัช.....อนวัชทำเป็นนอนเจ็บอย่างสำออย เรียกร้องความสนใจ....หทัยรัตน์ป้อนจนหมด..
“อิ่มมั้ยคะ .. ถ้าไม่อิ่มจะได้ขออาหารมาเพิ่ม”
“ไม่เป็นไรฉันอิ่มแล้ว..” หทัยรัตน์เอาถาดอาหารไปเก็บ.....อนวัชถามขึ้นอย่างลองเชิง “หทัยรัตน์..ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อย..” หทัยรัตน์หันมา “วันนั้นที่เธอเห็นส่องแสงป้อนอาหารให้ฉัน...ทำไมเธอถึงได้กลับไปโดยไม่เข้ามาหาฉัน..เธอไม่พอใจอะไรหรือเปล่า”
“เปล่านี่คะ “
“เธอ..หึงฉันเหรอ?”
หทัยรัตน์รีบแย้ง “ไม่ใช่นะคะ..ดิฉันจะหึงคุณทำไม”
“ไม่หึงแล้วทำไมต้องทำเหมือนไม่พอใจแล้วก็รีบกลับไปแบบนั้น..”
“ดิฉันไม่ได้ไม่พอใจ.. แต่ฉันเห็นคุณกำลังมีความสุขก็เลยไม่อยากขัดจังหวะ”
“ฉันไม่เชื่อ”
หทัยรัตน์เสียงเข้ม “ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ !! “
“นี่คุณอย่าดุผมนักสิ..ผมกำลังป่วยอยู่นะ..ดุแบบนี้เดี๋ยวก็ตกใจไม่หายกันพอดี..หรือคุณอยากเห็นผมตรอมใจจะได้ตายเร็วๆ” อนวัชสำออยสุดฤทธิ์ “โอย.. โอย..”
หทัยรัตน์เสียงอ่อนลง “ขอโทษค่ะ..ก็คุณอยากพูดกวนฉันก่อนนี่”
“ผมไม่กวนคุณแล้วก็ได้..คุณเข้ามาใกล้ๆผมหน่อยสิ..ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะถามคุณ”
หทัยรัตน์เดินเข้ามาใกล้ “คุณนี่..ตั้งแต่มาถามไม่หยุดเลย..สงสัยอะไรกันหนักหนา”
“ก็คุณนั่นแหละที่ทำให้ผมต้องถาม..ผมอยากรู้ว่าวันที่คุณพูดว่า “ผมรักส่องแสง” ทำไมคุณคิดแบบนั้น” หทัยรัตน์อึกอักไม่อยากตอบ “มีใครบอกคุณหรือว่าคุณคิดเอง”
“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ คุณอย่ารู้เลย”
“สำคัญสิ..เพราะถ้าคุณคิดเองผมก็จะบอกว่าคุณคิดผิด แต่ถ้ามีใครมาพูดกับคุณ..แสดงว่าเค้าโกหก..คุณอย่าไปเชื่อเค้านะ..คุณต้องเชื่อผม..และผมก็บอกคุณแล้วว่าใครคือคนที่ผมรัก” อนวัชเอื้อมมือมาจับมือหทัยรัตน์และ มองหทัยรัตน์ด้วยแววตาจริงใจ......
หทัยรัตน์สะท้านไป..หลบสายตาด้วยความอาย..
ที่บ้านพิเศษกุล สีสุกเดินไปมาด้วยความร้อนใจ “ทำไมยัยส่องยังไม่มาอีกนะ..ค่ำแล้วเนี่ย.. “ สีสุกชะเง้อมองหาส่องแสงด้วยความเป็นห่วง
ในไนท์คลับแห่งหนึ่ง ส่องแสงและรวยกำลังนั่งดื่มกินกันอยู่
รวยรินบรั่นดีให้ส่องแสงอีก “อีกนิดนะครับ”
“ไม่ไหวแล้วค่ะ..ส่องเริ่มเมาแล้วนะคะ แล้วนี่ก็ดึกแล้วด้วย ส่องว่าเรารีบกลับดีกว่านะคะ ส่องไม่ได้บอกคุณแม่ไว้ เดี๋ยวคุณแม่จะเป็นห่วง”
รวยเสียดาย “ก็ได้ครับ..แต่ผมขอดื่มกับคุณส่องแก้วนี้เป็นแก้วสุดท้ายแล้วกันนะครับ..เป็นการเลี้ยงฉลองให้กับบ้านใหม่ของเรา..เอ้ย..ของคุณส่อง” รวยยกแก้วรอชน
ส่องแสงจำใจ “ก็ได้ค่ะ..แก้วสุดท้ายแล้วกลับเลยนะคะ”
“ครับ...”
ส่องแสงยกแก้วชนกับรวยและดื่มจนหมด.....รวยแอบดูและยิ้มอย่างมีหวัง..

อนวัชนอนอยู่บนเตียง เหล่ๆปรายตามองหทัยรัตน์ที่กำลังจัดเตียงสำรองที่วางอยู่ข้างๆ....อนวัชคิดแล้วก็ร้องคราง..“โอย..”
หทัยรัตน์หันมาด้วยความเป็นห่วง “คุณอนวัชเป็นอะไรคะ ?”
“ฉัน..นอนไม่หลับ” อนวัชทำหน้าอ้อนสุดๆ
“ทำไมนอนไม่หลับล่ะคะ..เจ็บแผลหรือเปล่า”
อนวัชพยักหน้าไปงั้น “อือ...เจ็บมากเลย.. “
“ฉันเรียกพยาบาลขอยาแก้ปวดให้นะคะ”
“ไม่ต้อง..เธอช่วยจับมือฉันไว้หน่อยสิ..”
“ทำอะไรนะคะ”
“จับมือไว้..ฉันจะได้นอนหลับ”
“ไม่เห็นจะเกี่ยว“
“ไม่เชื่อก็ลองดูสิ..จับมือฉันไว้หน่อยนะ” หทัยรัตน์ไม่ยอมจับอนวัชอ้อนต่อ “ตอนฉันยังเด็ก นมพิมพ์ก็คอยจับมือเวลาเป็นไข้ มันช่วยให้ฉันหายป่วยเร็วขึ้น”
หทัยรัตน์ลังเลจะเชื่อดีไหมเนี่ย

สัทธามาถึงหน้าห้องกำลังจะเข้าไป ได้ยินเสียงอนวัชพูดเลยแอบฟังว่าอนวัชจะโกหกอะไรต่อ สัทธาหัวเราะขำ “เนี่ยนะเล่นละครไม่เป็น”

หทัยรัตน์อึกอัก อนวัชแกล้งร้องครางอย่างมารยา “โอย...คิดถึงนมพิมพ์...ถ้าพิมพ์อยู่ พิมพ์จะจับมือฝัน ปลอบใจให้ฉันหายป่วย ... โอยยยยย.” อนวัชโอดโอยยยยน่าสงสาร
หทัยรัตน์เห็นแล้วก็ใจอ่อน “ก็ได้ค่ะ.. “ หญิงสาวสจับมืออนวัชไว้ “คิดซะว่า..ฉันทำหน้าที่แทนนมพิมพ์ก็แล้วกัน”
อนวัชหยุดร้อง....จับมือหทัยรัตน์ไว้แน่น....หทัยรัตน์มองด้วยความสงสัย “เป็นยังไงบ้าง? “
“ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว..แต่ถ้าอยากให้ผมนอนหลับต้องจับมือผมแบบนี้นะ ผมจะได้รู้สึกอบอุ่นแล้วก็นอนหลับฝันดี”
“จับมือจนหลับเนี่ยนะคะ” หทัยรัตน์ยังตั้งแง่ติดๆ
อนวัชออดอ้อน “นี่ถ้าเป็นนมพิมพ์นะ.. “ เขาเริ่มจะร่าย
หทัยรัตน์ตัดบท แอบรำคาญบวกใจอ่อน “ก็ได้ค่ะ..ก็ได้...งั้นก็รีบๆนอนนะคะ “
“จะพยายาม ...” อนวัชทำเสียงเอื่อยๆ อ่อยๆ แต่ในใจลิงโลดสุดๆ
อนวัชจับมือหทัยรัตน์ไว้และหลับตาลงอย่างมีความสุข....หทัยรัตน์มองดูอนวัชด้วยความห่วงใยและสงสาร หน้าห้องสัทธาแอบดูจากกระจก เห็นแล้วก็อมยิ้ม...

ส่องแสงเดินเซด้วยความมึนออกมาจากร้าน รวยเดินตามระยะประชิด....ส่องแสงเดินเซจะล้ม รวยมาประคองไว้..
“ระวังนะครับคุณส่อง..ระวังครับ..คุณส่องเดินไหวมั้ยครับเนี่ย”
“ไหวสิคะ..ส่องไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย..ปล่อยค่ะ..ส่องเดินเองได้” ส่องแสงพยายามจะยืนให้อยู่และเดินต่อไป..แต่พอมาถึงรถก็น็อค..กำลังจะร่วง ...
รวยรีบเข้ามาประคองไว้ “คุณส่อง..คุณส่อง... “
ส่องแสงหลับไปแล้ว....รวยรีบเปิดประตูรถและประคองส่องเข้าไปนั่งด้วยความเป็นห่วง

รวยขับรถ ส่องแสงนั่งหลับอยู่ข้างๆอย่างไร้สติ...รวยปรายตามองส่องแสง เห็นใบหน้าสวยอวบอิ่ม มองต่ำลงไปเห็นเนินอกขาวๆที่แพลมออกมาอย่างไม่ตั้งใจ.....รวยใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามตั้งสติแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมอง....ส่องแสงขยับตัวแต่ด้วยความเมาเลยหัวพับมาซบลงที่ไหล่ของรวย....
รวยตกใจ..เริ่มสั่นด้วยความตื่นเต้น “คุณส่องแสงครับ..คุณส่องแสง..คุณส่องแสง”
ส่องแสงไม่ตอบไม่หือไม่อือ....รวยเริ่มทนต่อความรู้สึกด้านมืดไม่ไหว..รวยเหลือบไปเห็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมถนน.. รวยครุ่นคิดเอาไงดี..

อนวัชนอนหลับ....หทัยรัตน์ฟุบหลับอยู่ข้างๆ มืออนวัชยังกุมมือหทัยรัตน์อยู่ สัทธาเดินเข้ามาและเรียกหทัยรัตน์เบาๆ “ปุ้ม..ปุ้ม..ปุ้ม..”
หทัยรัตน์สะดุ้งค่อยๆตื่น..เงยหน้ามาเห็นสัทธา “พี่ปุ๊...” สัทธามองดูมืออนวัชที่จับมือหทัยรัตน์อยู่แล้วอมยิ้ม .....หทัยรัตน์เห็นค่อยๆดึงมือตัวเองออกอย่างเขินอาย “พี่ปุ๊มานานหรือยังคะ?”
“พี่มารอบเมื่อหัวค่ำรอบนึงแล้ว แต่เห็นอนวัชกำลังจะหลับเลยกลับไปโรงแรมไม่ได้เข้ามาหา..หนึ่งเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ไม่มีอะไรค่ะ แค่บ่นว่าเจ็บแผล “
“ปุ้มจะกลับไปนอนโรงแรมก็ได้นะ..พี่เฝ้าแทนเอง”
“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อคืนพี่ปุ๊อยู่ทั้งคืนแล้ว..คืนนี้ปุ้มเฝ้าเองก็ได้ค่ะ”
สัทธาหยั่งเชิง “เป็นห่วงไอ้หนึ่งมันล่ะสิ..”
หทัยรัตน์ร้อนตัวรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ แล้วคุณลุงคุณป้ากับคุณลุงวิทย์ล่ะคะ?”
“นอนพักอยู่โรงแรม เออปุ้ม..พวกพี่คงจะกลับกันไปพรุ่งนี้เช้านะ เพราะคุณพ่อคุณแม่บอกว่ามีธุระ ส่วนคุณลุงก็จะกลับไปจัดการเรื่องโรงพยาบาลที่กรุงเทพให้พี่หนึ่ง .. แล้วปุ้มล่ะจะกลับด้วยกันหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ ปุ้มอยู่เฝ้าคุณอนวัชให้ก็ได้..”
“ดีแล้วปุ้ม..เพราะวันพรุ่งนี้หมอประสงค์จะตรวจเส้นประสาทขาข้างที่หัก แล้วก็จะรู้ว่าหนึ่งเดินได้อีกหรือเปล่า?”
หทัยรัตน์ตกใจ “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอค่ะพี่ปุ๊”
สัทธาทำหน้าเครียด “ใช่.. ถ้าเดินไม่ได้เหมือนเดิมหนึ่งคงต้องการกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป และคนที่ให้กำลังได้ดีที่สุดคือ ปุ้ม ตอนแรกหนึ่งเพ้อถึงปุ้มตลอด วันนี้ดูดีกว่าวันก่อนเยอะมาก เมื่อวานก็บ่นแต่ว่าอยากตาย..ยังไงๆพี่ก็ฝากหนึ่งด้วยนะปุ้ม” สัทธาพูดให้ดูจริงจังสุดๆ พร้อมตีหน้าเศร้าประกอบ....
หทัยรัตน์นิ่งไป..หันมามองอนวัชด้วยความสงสาร

สัทธาเดินออกจากห้องพักอนวัช ด้วยใบหน้าเศร้า..แต่พอปิดประตูสัทธาก็ขำแบบไม่มีเสียง..ด้วยความสะใจ..สัทธาแอบมองเข้าไปในห้องเห็นหทัยรัตน์นั่งมองอนวัชซึม..สัทธายิ้มพอใจ

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13 วันที่ 16 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ