อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 มื.ย. 58

สัทธาเดินออกจากห้องพักอนวัช ด้วยใบหน้าเศร้า..แต่พอปิดประตูสัทธาก็ขำแบบไม่มีเสียง..ด้วยความสะใจ..สัทธาแอบมองเข้าไปในห้องเห็นหทัยรัตน์นั่งมองอนวัชซึม..สัทธายิ้มพอใจ
หทัยรัตน์นั่งมองอนวัชด้วยความสงสาร .....หทัยรัตน์เอามือจัดผมอนวัชให้เข้าที่และค่อยๆเอามือมาจับมืออนวัชไว้อย่างห่วงใย..

คุณชายประสาทพรตกใจเมื่อทราบข่าวทางโทรศัพท์ “หนึ่งประสบอุบัติเหตุเหรอครับ แล้วตอนนี้มีใครดูแลอยู่บ้างครับ”
นมพิมพ์คุยโทรศัพท์ “คุณวิทย์ขึ้นไปเชียงใหม่แล้วค่ะ ไปพร้อมกับคุณสุทธิ์ คุณทิพย์ แล้วก็คุณปุ้มค่ะ”
คุณชายประสาทพรชะงักเล็กๆ รู้สึกใจหาย .. “ปุ้มไปหาหนึ่ง”



ที่บ้านเดือนประดับ คุณชายประสาทพรนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก....
สุดาเดินมาหา ตื่นเต้น .. แต่พยายามทำปกติ “คุณชายจะมาต่อว่าอะไรดิฉันอีกหรือเปล่าคะ?“
“ผม...” คุณชายประสาทพรก้มหน้า รู้สึกผิด “ผมขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณไปครั้งที่แล้ว..ที่ผมมาวันนี้เพราะอยากรู้เรื่องหนึ่ง .. ตอนนี้หนึ่งเป็นยังไงบ้าง”
“พี่หนึ่งประสบอุบัติเหตุ เจ็บหนัก พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดค่ะ “
“เจ็บหนักเลยเหรอครับ “
“เอ่อ..ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ทราบแต่ว่าหนักมาก ตอนนี้ปุ้ม พี่ปุ๊ ลุงวิทย์ แล้วก็คุณพ่อคุณแม่ขึ้นไปเยี่ยมพี่หนึ่งอยู่ค่ะ สักพักดิฉันคงจะตามขึ้นไป” คุณชายประสาทพรนิ่งไปด้วยความเป็นห่วง “อ้อ .. ปุ้มฝากให้ดิฉันมาบอกคุณชายว่าช่วงนี้คงจะขอพักเรื่องการเรียนการสอนคุณหญิงไปสักระยะ เพราะต้องดูแลพี่หนึ่งจนกว่าจะเดินทางกลับมากรุงเทพ ดิฉันตั้งใจจะเขียนจดหมายฝากคนขับรถให้นำไปให้คุณชายอยู่พอดี”
“ขอบใจมากที่ยังคิดถึงผม ถึงแม้ผมจะพูดจาไม่ดีกับคุณ “
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ แป้นไม่ได้โกรธคุณชายเลย .. แล้วคุณชายล่ะคะ..หายโกรธแป้นแล้วหรือยัง ?”
คุณชายประสาทพรพยักหน้าอายๆ “ผม .. ไม่โกรธแล้วครับ จริงๆผมไม่ควรโกรธตั้งแต่แรก .. ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าคุณสุดาคิดอะไร ผมเห็นด้วยครับ...ผมไม่เคยถาม ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำว่าหนึ่งกับหทัยรัตน์จะรักกันแบบนี้ .. “
สุดามองคุณชายประสาทพรด้วยความสงสาร สุดาอยากจะเข้าไปปลอบ..แต่ก็ทำไม่ได้

ที่โรงแรมริมทาง ส่องแสงนอนอยู่บนเตียงยิ้มพริ้มพร้อมบิดขี้เกียจประหนึ่งว่านอนอยู่บนเตียงตัวเองอย่างมีความสุข...ส่องแสงบิดขี้เกียจเสร็จก็พลิกตัวหันมาอีกด้าน เห็นหน้ารวยนอนอืดอยู่...ส่องแสงหลับตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และในอีกหนึ่งอึดใจต่อมาเมื่อภาพถูกส่งไปที่สมอง...ส่องแสงชะงัก..และลืมตามองอีกครั้ง ปิ๊ง...!!
รวยนอนหลับไม่รู้เรื่อง
ส่องแสงมองจนแน่ใจว่าเป็นรวยแน่ก็ร้องกรี๊ดขึ้น...“กรี๊ดดดดดด “
รวยตกใจสะดุ้งตื่น..“เฮ้ย...”
ส่องแสงรีบลุกพรวดพราดขึ้นพร้อมดึงผ้าห่มมาปิดตัวไว้ และคว้าหมอนปาใส่รวยอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้บ้า..นี่แกทำอะไรฉัน..ออกไป..ออกไป..”
รวยตกใจรีบลุกพรวดพราดหลบจ้าล่ะหวั่น “คุณส่องครับ..ฟังผมก่อน..คุณส่องอย่าเพิ่งโกรธสิครับ..ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับ.”.
“แก..ไอ้บ้า..ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น..รีบพาฉันไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้..” ส่องแสงดึงผ้ามาปิดตัว รีบหยิบเสื้อผ้า และวิ่งเข้าห้องน้ำไป..
รวยรีบเดินตามาจับตัวส่องแสง “คุณส่อง..ฟังผมก่อน..”
ส่องแสงสะบัดตัวหลุด “ปล่อยนะ..อย่ามาจับตัวฉันนะ..อ้ายยยย...ฉันจะกลับบ้าน..” ส่องแสงตะโกนใส่หน้ารวยและรีบเข้าห้องน้ำไป
รวยทรุดตัวนั่งเหวอ..แต่พอนึกถึงเมื่อคืนก็ยิ้มนิดๆด้วยความพอใจ

ที่บ้านพิเศษกุล สีสุกหน้าซีด “อะไรนะ..ไอ้เจ๊กนั่นมัน..กับหนู..โอย..แม่จะเป็นลม...ทำไมส่องไม่ระวังตัวปล่อยให้มันย่ำยีแบบนี้ได้ยังไงลูก นี่ถ้าใครรู้เข้าแม่จะเอาหน้าไปไหวที่ไหน..โอย..แม่อยากจะตาย”
“คุณแม่อย่าเพิ่งโวยวายได้มั้ยคะ เดี๋ยวอีนังพวกนี้มันได้ยินหมด แล้วจะเอาไปพูดเสียๆหายๆได้นะคะ..คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ..เพราะคุณรวยเค้ารับปากว่ายังไงเค้าก็จะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอส่อง เค้าไม่ทิ้งส่องไปแน่”
“แล้วส่องจะแต่งงานกับเค้าเหรอลูก..”
“ตอนนี้ยังหรอกค่ะ..เพราะคนที่ส่องจะแต่งงานด้วยก็คือพี่หนึ่ง..”
“ถ้าหนูคิดแบบนี้..หนูจะอยู่เฉยๆที่นี่ไม่ได้แล้ว..เพราะตอนนี้คุณหนึ่งประสบอุบัติเหตุกำลังรักษาตัวอยู่ที่เชียงใหม่”
ส่องแสงตกใจ “ว่ายังไงนะคะคุณแม่ พี่หนึ่งประสบอุบัติเหตุเหรอ ทำไมส่องไม่รู้”
สีสุกโมโห “ก็ไปอยู่ไหนมาล่ะ นังปุ้มพอมันรู้ข่าวก็รีบขึ้นไปเลย ป่านนี้มันคงกำลังดูแลคุณหนึ่งอย่างใกล้ชิดอยู่มั้ง”
ส่องแสงโกรธปรี๊ด “ส่องไม่ยอม นังปุ้มต้องถือโอกาสออดอ้อนให้พี่หนึ่งรีบแต่งงานกับมันแน่ “
สีสุกยุส่ง “ถ้าลูกยังต้องการแต่งงานกับคุณหนึ่ง..ลูกต้องรีบไปเชียงใหม่เดี๋ยวนี้”
ส่องแสงตกใจ..ความริษยาพุ่งพรวดเป็นประกายอยู่ในดวงตา

อนวัชลืมตาตื่นขึ้น เห็นหทัยรัตน์นั่งอยู่ข้างๆ กำลังมองอนวัชอยู่
“ตื่นแล้วเหรอคะ..เมื่อกี๊คุณลุงคุณป้าแล้วก็คุณพ่อแวะมาเยี่ยม แต่คุณยังหลับก็เลยไม่ได้ปลุก พวกท่านฝากบอกให้คุณหายเร็วๆนะคะ และขอโทษที่อยู่เจอกันไม่ได้ ต้องรีบกลับไปกรุงเทพ แต่ลุงวิทย์จะขึ้นมาเยี่ยมคุณอีกครั้งในวันสองวันนี้”
อนวัชพยักหน้ารับรู้อย่างเหนื่อยอ่อน “ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“จะเที่ยงแล้วค่ะ”
อนวัชทำหน้าวิตก “บ่ายนี้ฉันก็จะรู้แล้วสินะว่าฉันจะเดินได้เหมือนเดิมหรือเปล่า”
“ค่ะ..คุณหมอประสงค์จะมาตรวจขาของคุณตอนบ่าย”
“คุณต้องอยู่เป็นกำลังใจให้ผมนะ หทัยรัตน์”
“ค่ะ..ดิฉันจะอยู่ข้างๆคุณไม่ไปไหน..จะอยู่เป็นกำลังใจให้คุณ และคุณจะต้องเดินได้อีกครั้ง” หทัยรัตน์จับมืออนวัชและยิ้มให้กำลังใจ...
อนวัชยิ้มรับนิดๆ อย่างมีความสุข

อนวัชนอนอยู่บนเตียงเก๊กหน้าเครียด หทัยรัตน์ยืนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิดคอยให้กำลังใจ
หมอประสงค์เดินเข้ามามีบุรุษพยาบาลเข็นอุปกรณ์ตามหลัง หมอประสงค์พยักหน้าให้บุรุษพยาบาลเดินออกไป
“คุณหนึ่งพร้อมนะครับ”
อนวัชไม่ตอบ หทัยรัตน์หันมามองส่งกำลังใจ “ไม่ต้องกังวลนะคะ คุณต้องหายเป็นปกติ”
“ผมจะลองเคาะที่เข่าเพื่อตรวจสอบเส้นประสาท ถ้ามันยังดีอยู่ พอผมเคาะปุ๊บ ขาของคุณต้องกระตุก คุณหนึ่งเข้าใจนะครับ” อนวัชพยักหน้ารับ.. หทัยรัตน์จับมืออนวัช.. หมอประสงค์ลอบมองแล้วลืมตัวอมยิ้มนิดๆ พอรู้สึกตัวก็รีบทำหน้าขรึม “คุณหนึ่งลองลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเองดูสิครับ”
อนวัชพยายามจะลุก...แล้วทำเป็นลุกไม่ขึ้น “โอย...”
หทัยรัตน์จับตัวไว้ “เป็นไงบ้างคะ ไหวหรือเปล่า ?”
“เธอประคองฉันหน่อยได้มั้ย”
“ได้ค่ะ”
อนวัชอมยิ้ม....หทัยรัตน์ประคองอนวัชจนนั่งเอนบนเตียงสำเร็จ.....
หมอประสงค์รีบทำหน้าขรึมเดินมาหา “ผมจะตรวจแล้วนะครับ..คุณหนึ่งบอกผมด้วยว่าขาข้างที่หักยังมีความรู้สึกอยู่หรือเปล่า”
อนวัชพยักหน้ารับ..หมอประสงค์หยิบค้อนอันเล็กๆ ขึ้นมา แล้วส่งสัญญาณให้อนวัช ก่อนจะเคาะที่เข่าเหนือเฝือก
อนวัชเกือบสะดุ้งแต่กัดฟันฝืนเอาไว้แล้วทำเป็นตกใจ “ทำไมผมไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ”
หทัยรัตน์ขอร้อง “ช่วยลองใหม่อีกทีสิคะ”
หมอประสงค์เคาะใหม่แรงขึ้นอีกนิด อนวัชต้องฝืนเต็มที่ หมอประสงค์ถาม “เป็นยังไงบ้างครับ”
หทัยรัตน์มองหน้าอนวัชลุ้นๆ
อนวัชทำหน้าใจเสีย “ไม่รู้สึกอะไรเลย นี่มันหมายความว่า...”
“ผมเสียใจด้วยนะครับ..เส้นประสาทที่ขาของคุณไม่ทำงาน..ต่อไปคุณจะไม่สามารถเดินได้ตามปกติอีกแล้ว..”
อนวัชทำเป็นตกใจและเศร้าลง....หทัยรัตน์มองหน้าอนวัชด้วยความสงสาร..
“ไม่นะครับหมอ! หมอต้องช่วยผม” อนวัชเขย่าตัวประสงค์ “ผมไม่อยากเป็นคนพิการ”
หทัยรัตน์รีบเข้ามาประคองปลอบอนวัช “ใจเย็นๆ ค่ะคุณอนวัช พอมีทางแก้ไขมั้ยค่ะ”
หมอประสงค์เก๊กเศร้าสุดพลัง “ผมเสียใจด้วยครับ”
อนวัชก้มหน้าประหนึ่งผิดหวังกับโชคชะตา หทัยรัตน์มัวแต่มองอนวัชด้วยความเห็นใจจนไม่สังเกตเห็นหมอประสงค์ที่กลั้นยิ้ม

อนวัชทำเป็นนั่งเศร้าอยู่บนรถเข็นในห้องพัก...
หทัยรัตน์เดินมาหาและนั่งลงข้างๆ “คุณอนวัชอย่าคิดมากเลยนะคะ..ถึงคุณเดินไม่ได้แต่คุณก็ยังทำอย่างอื่นได้อีกหลายอย่างนะคะ”
“ฉันจะทำอะไรได้ นอกจากทำตัวเป็นภาระคนอื่น..ต่อจากนี้ไปฉันคงจะเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ”
หทัยรัตน์จับมืออนวัชไว้ “ไม่จริงหรอกค่ะ..ยังมีคนที่ต้องการคุณอยู่นะคะ”
“ใคร.. ใครจะต้องการคนพิการอย่างฉัน...” หทัยรัตน์นิ่งงัน..ไม่กล้าพูด อนวัชถามย้ำ “เธอลองบอกฉันสิว่าใคร”
หทัยรัตน์กำลังจะอ้าปากตอบ..เสียงส่องแสงก็ดังเข้ามา “พี่หนึ่งขา...” หทัยรัตน์ชะงักและรีบดึงมือออกพร้อมกับลุกขึ้นยืน อนวัชเซ็งสุดๆ...ส่องแสงถลาเข้ามาในห้อง เห็นอนวัชก็รีบวิ่งเข้ามาหา “พี่หนึ่งขา....พี่หนึ่งของส่องเป็นยังไงบ้างคะ” ส่องแสงรีบเข้ามาและแทรกตรงกลางระหว่างอนวัชกับหทัยรัตน์....
หทัยรัตน์ถอยห่างออกอย่างเซ็งๆ....อนวัชอึกอักและอึดอัด สถานการณ์เลวร้ายขึ้นเมื่อสีสุกตามเข้ามาอีกคน
“คุณหนึ่ง...อุ๊ยตายแล้ว..คุณหนึ่งเป็นยังไงบ้างคะ ทำไมถึงได้หน้าซีดแบบนี้..ดูท่าทางอาการหนักนะคะเนี่ย..แล้วนี่ไม่มีพยาบาลพิเศษมาดูแลคุณหนึ่ง เหรอคะ”
หทัยรัตน์พูดขึ้นอย่างอึดอัด “ดิฉันขอตัวออกไปตามยาก่อนอาหารมาให้นะคะ” หทัยรัตน์เดินออกไปเลย...
ส่องแสงและสีสุกเบ้ปากใส่ ชิ...

หทัยรัตน์เดินออกมาด้วยความอึดอัด เศร้าๆ..หึงหวงหมั่นไส้ปะปนกัน

อนวัชหันมาทางสองแม่ลูกที่ปั้นหน้าเป็นห่วงสุดฤทธิ์ด้วยความเซ็ง
“ลูกส่องเป็นห่วงคุณหนึ่งมากนะคะ พอรู้ข่าวเมื่อเช้าก็รีบชวนอาบินมาเยี่ยมคุณหนึ่ง..ระหว่างทางก็กระสับกระส่ายนั่งไม่ติด เพราะเป็นห่วงคุณหนึ่ง”
“ใช่ค่ะ..ส่องอยากจะอยู่ดูแลพี่หนึ่งนะคะ..”
“พี่ขอบใจส่องมากที่เป็นห่วงพี่”
“แล้วนี่..เด็กปุ้มมาทำอะไรที่นี่คะ? แล้วมาแบบนี้คุณชายไม่ว่าอะไรเหรอคะ?”
“คุณชายไม่ว่าอะไรหรอกครับ..เพราะคุณชายรู้ดีว่าผมกับหทัยรัตน์ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว..หทัยรัตน์มาเยี่ยมเพราะเป็นมารยาทเท่านั้น”
ส่องแสงรีบถาม “ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วหมายความว่า”
“พี่ตัดสินใจปล่อยให้เค้าเป็นอิสระ พี่ถอนหมั้นกับเค้าแล้ว”
ส่องแสงกับสีสุกดีใจตาโต
“จริงเหรอคะพี่หนึ่ง..ดีแล้วค่ะ..ที่พี่หนึ่งทำแบบนี้ พี่หนึ่งทำถูกแล้ว เพราะขืนดื้อดึงหมั้นกันต่อไป คนที่จะเสียใจก็คือพี่หนึ่ง”
“ไม่ใช่หรอก ถ้ายังหมั้นกันคนที่เสียใจก็คือ หทัยรัตน์มากกว่า เพราะเค้าคงจะไม่มีความสุขที่ต้องแต่งงานกับผู้ชายพิการอย่างพี่”
ส่องแสงกับสีสุกตกใจ “พิการ “
“ใช่..เพราะตอนนี้ขาขวาของพี่ใช้งานไม่ได้ พี่เดินไม่ได้ตลอดชีวิต”
ส่องแสงเริ่มผงะออกและถอยห่างเล็กน้อย ส่องแสงถึงกับเบ้หน้ารังเกียจ “เดินไม่ได้ตลอดชีวิต ?? ส่องฟังผิด หรือ พี่หนึ่งพูดผิดหรือเปล่าคะ ? แค่ใส่เฝือก เอาเฝือกออกแล้วเป็นปกติหรือเปล่า?”
“พี่ก็อยากให้เป็นแบบนั้น แต่เสียดายที่ไม่ใช่...พี่เดินไม่ได้ตลอดชีวิตจริงๆ”
ส่องแสงถอยอีก 2 ก้าว “พี่หนึ่งต้องนอนอยู่บนเตียงแบบนี้ไปตลอดชีวิตเหรอคะ ? “
“ใช่..และนอกจากนี้..” อนวัชเอามือจับผ้าพันแผลที่ปิดแผลไว้ “หน้าพี่ยังมีแผลเป็นที่แสนจะอัปลักษณ์..”
“อัปลักษณ์...อัปลักษณ์ขนาดไหนคะ”
“ขนาดที่หมอเองก็ไม่รับรักษา”
ส่องแสงถอยอีก 2 ก้าว “หมอไม่รับรักษา แสดงว่า..มันคงจะต้องเละมากๆสิคะ”
“ใช่ .. แล้วแบบนี้ส่องคิดว่าพี่ทำถูกแล้วใช่มั้ยที่ถอนหมั้นหทัยรัตน์”
ส่องแสงรีบบอก “ใช่ค่ะ..พี่หนึ่งทำถูกแล้วที่ไม่เอาตัวเองไปถ่วงคนอื่น”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ