อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/3 วันที่ 16 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/3 วันที่ 16 มื.ย. 58

“ใช่ .. แล้วแบบนี้ส่องคิดว่าพี่ทำถูกแล้วใช่มั้ยที่ถอนหมั้นหทัยรัตน์”
ส่องแสงรีบบอก “ใช่ค่ะ..พี่หนึ่งทำถูกแล้วที่ไม่เอาตัวเองไปถ่วงคนอื่น”
อนวัชชะงัก...สีสุกรีบสนับสนุน “นั่นน่ะสิคะ..ไอ้แผลเป็นบนหน้าเนี่ย อาว่ามันยังพอรับได้ แต่แต่ขาพิการเนี่ย..ท่าทางจะลำบากนะคะ”

“แต่สำหรับส่อง..มันก็แย่พอกันแหละค่ะ ทั้งพิการทั้งอัปลักษณ์ ไม่มีอะไรดีเลยนะคะ“
สีสุกพยักหน้ามองหน้าส่องแสงเป็นเชิงบอกว่าอย่ายุ่งเลยมั้งลูก...อนวัชมองอย่างรู้ทัน



หทัยรัตน์เดินกลับมาจะเข้าห้องพัก เสียงอนวัชดังขึ้น “ครับ..ผมทราบดี..ผมถึงปล่อยให้หทัยรัตน์เค้าได้แต่งงานกับคนที่เค้ารัก” หทัยรัตน์ชะงักและแอบฟัง อนวัชพูดต่อด้วยใบหน้าจริงจัง “และผมก็จะได้แต่งงานกับคนที่พูดตลอดเวลาว่ารักและจริงใจกับผมตลอดมา ส่องครับ...”
ส่องแสงผงะ “ใครคะ ? พี่หนึ่งเรียกใครคะ?” ส่องแสงรีบปัดออกจากตัวสุดฤทธิ์
“พี่หมายถึงส่องนี่แหละครับ...ส่องคือคนที่พูดเสมอว่ารักและจริงใจกับพี่...เหมาะที่สุดแล้วที่จะดูแลคนพิการและอัปลักษณ์อย่างพี่” อนวัชมองหน้าส่องแสง...
ส่องแสงชะงักไป..และรีบแก้ขึ้นอย่างหน้าด้านๆ “เอ้อ..แหม..ส่องเกือบลืมไปสนิทเลยว่าที่ส่องมาหาพี่หนึ่งวันนี้เนี่ย..ส่องมีข่าวดีจะมาบอกพี่หนึ่งค่ะ..” อนวัชแปลกใจ สีสุกก็แปลกใจพอกัน มองหน้าส่องแสง “คือ..ส่องกำลังจะแต่งงานกับคุณรวยค่ะ..คุณรวยเค้าเพิ่งขอส่องแต่งงานเมื่อวานนี้เองค่ะ และส่องก็รับปากแต่งงานกับเค้าไปแล้วค่ะ.”.
อนวัชชะงักไป..อมยิ้มนิดๆ....
ส่องแสงรีบสะกิดให้สีสุกช่วย สีสุกรีบสนับสนุน “เอ้อ..ค่ะ..อาเองก็เห็นว่าคุณรวยเป็นคนดี แล้วก็รักหนูส่อง อาก็เลยรับปากไป..นี่ก็จะต้องรีบกลับไปเตรียมงานแต่งงานกันอยู่เหมือนกัน..”
“ใช่ค่ะ..เพราะงานคงจะมีในอีกไม่กี่วัน..ส่องขอโทษด้วยนะคะที่อยู่ดูแลพี่หนึ่งไม่ได้”
“ไม่เป็นไรจ้ะ..พี่เข้าใจ..และพี่ก็ยินดีด้วยที่ส่องตัดสินใจเลือกได้ถูกต้อง..พี่ขอให้ส่องมีความสุข ว่าแต่...ส่องไม่เปลี่ยนใจนะครับ”
“โอ๊ยยยย ไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ ส่องกับคุณรวยเรารักกันม๊ากกกกมาก ส่องต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปแล้วค่ะ”
“พี่เข้าใจ...พี่เข้าใจดี “ อนวัชพูดด้วยความเศร้าแต่แอบอมยิ้มในใจ
“ถ้าพี่หนึ่งเข้าใจดีแล้ว ส่องกับคุณแม่ขอตัวกลับเลยนะคะ สวัสดีค่ะ”
ส่องแสงกับสีสุกร่ำลาแล้วก็รีบพากันเดินออกมาเลย

หทัยรัตน์เห็นแม่ลูกกำลังเดินออกมา ก็รีบหลบวูบ
สีสุกกับส่องแสงเดินตามทางเดินด้วยความโล่งอก “ลูกส่องเนี่ยฉลาดจริงๆที่รีบพูดเรื่องแต่งงานกับคุณรวยขึ้นมา ไม่งั้นอาจจะต้องลงเอยด้วยการแต่งงานกับคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต”
“แต่คิดๆแล้วก็น่าสงสารพี่หนึ่งนะคะ ที่ตัดสินใจถอนหมั้นกับนังปุ้มแล้วหมายมั่นปั้นมือจะว่าจะแต่งงานกับส่อง”
“แม่ก็สงสารแต่ใครจะรับได้..ที่ต้องมาทนดูแลคนง่อยเปลี้ยเสียขา แถมหน้าตายังอัปลักษณ์อีก..ส่องคิดถูกแล้วลูกที่เลือกคุณรวย..แต่ลูกอย่าใจอ่อนกลับไปหาคุณหนึ่งอีกนะลูก”
“อุ้ย..ส่องไม่มีวันใจอ่อนหรอกค่ะ..ส่องไม่อยากจะต้องทนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนดูแลคนพิการหน้าผี ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่หนึ่งจะเป็นยังไงบ้างนะคะ ที่โดนส่องปฎิเสธแบบนี้”
“จะเป็นยังไง สงสัยจะกำลังนอนร้องไห้อยู่ล่ะสิ..” สีสุกพูดอย่างมั่นใจ

อนวัชนอนยิ้มอยู่บนเตียงอย่างมีความสุขและนึกขำกับท่าทางของสองแม่ลูกที่เพิ่งจากไป... หทัยรัตน์เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วนม...อนวัชรีบทำหน้าเป็นปกติ...
หทัยรัตน์วางแก้วนมไว้ข้างๆ “พยาบาลให้เอานมมาให้ค่ะ..คุณจะดื่มเลยมั้ยคะ”
“ขอบใจมาก แต่ฉันยังไม่หิว..”
“ดิฉันว่าคุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะคะ..จะทำให้เสียสุขภาพเปล่าๆ”
อนวัชแปลกใจ “ทำไมเธอคิดว่าฉันต้องคิดมาก..ฉันมีเรื่องอะไรต้องคิดเหรอ?”
“ก็..เรื่องคุณส่องแสงไงคะ..ฉันบังเอิญได้ยินเรื่องที่เธอบอกคุณเรื่องแต่งงานกับคุณรวย..มันอาจจะทำให้คุณต้องเสียใจ”
“แต่ฉันคิดว่าส่องแสงเค้าเลือกถูกแล้วนะ เพราะอย่างที่ฉันบอกไม่มีใครต้องการจะดูแลคนที่พิการอย่างฉัน..เธอก็เห็นแล้วว่าสิ่งที่ฉันคิดมันถูกต้อง” อนวัชทำเป็นพูดอย่างตัดพ้อ...
หทัยรัตน์มองด้วยความสงสาร

วันต่อมา ที่บ้านพิเศษกุล รวยตาโต “คุณส่องยอมแต่งงานกับผมแล้วเหรอครับ..”
ส่องแสงพยักหน้ายิ้มๆ..“ค่ะ”
“โอ๊ย..ผมดีใจจริงๆเลยครับคุณส่อง ดีใจจริงๆครับ” รวยจับมือส่องแสงมาจูบอย่างไร้มารยาท
สีสุกมองด้วยแววตาดูถูก ส่องแสงค่อยๆดึงมือกลับ “ใจเย็นๆ ค่ะคุณรวย..”
รวยไม่ค่อยอยากปล่อย จนส่องแสงต้องกระชากกลับ
“คุณรวยคะ..ดิฉันว่าเรามาคุยกันเรื่องการจัดงานดีกว่านะคะ..คุณก็คงจะทราบว่า หนูส่องแสงลูกสาวของดิฉันไม่ใช่คนธรรมดา เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม เพราะฉะนั้นงานแต่งงานครั้งนี้ก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน”
“ได้เลยครับคุณแม่” สีสุกสะดุ้ง “คุณแม่ต้องการอะไรบอกผมมาเลยครับ ผมจัดให้เต็มที่ จะเอาโต๊ะจีน โต๊ะฝรั่ง โต๊ะแขก ว่ามาเลยครับ..เดี๋ยวผม..จัดให้..” รวยรุ่มร่าม พูดจาไม่มีสมบัติผู้ดี สีสุกมองดูแล้วก็กลุ้มใจ “เอ้อ..แล้วเรื่องสินสอดทองหมั้นหล่ะครับ คุณแม่จะเรียกเท่าไหร่ครับ”
สีสุกเริ่มสีหน้าดีขึ้น..“ฉันก็ไม่เรียกมากมายอะไรหรอก เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันขายลูกสาวกิน..ฉันก็ขอแค่เนี้ย...” สีสุกยื่นโพยยาวเป็นหางว่าวให้รวย
รวยรับมาอึ้งๆ “คะ..แค่นี้เหรอครับ”
“ใช่..หรือว่าคุณรวยให้ไม่ได้คะ ?”
“อุ๊ย..ไม่มีปัญหาครับ..ผมให้ได้อยู่แล้ว มากกว่านี้ผมก็ให้ได้ครับ..สำหรับคุณส่องแสง..ผมยอมทุ่มสุดตัว..”
รวยมองส่องแสงตาเยิ้ม ส่องแสงยิ้มรับอย่างจำทน ทั้งที่ในใจไม่ได้ยินดีเลยแม้แต่น้อย.. สีสุกเห็นแล้วก็กลุ้มใจ แต่ความรวยค้ำคอเลยต้องยอมรับ

หทัยรัตน์เข็นรถพาหนึ่งนั่งเล่นในสวนโรงพยาบาล หทัยรัตน์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดิฉันเสียใจด้วยนะคะกับเรื่องคุณส่องแสง”
อนวัชแปลกใจ “ทำไมเธอต้องแสดงความเสียใจเรื่องส่องแสง”
“ก็ที่คุณส่องแสงเธอปฎิเสธการแต่งงานกับคุณ และไปแต่งงานกับคุณรวย” อนวัชหันมามองหทัยรัตน์ด้วยความสงสัย “คือ..ฉันบังเอิญได้ยินที่คุณคุยกับคุณส่องแสงน่ะค่ะ..”
อนวัชเริ่มเข้าใจ..และคิดแกล้งหทัยรัตน์ “ฉันว่าส่องแสงเค้าคิดถูกแล้วที่แต่งงานกับคุณรวย ผู้หญิงทุกคนก็ต้องการแต่งงานกับผู้ชายที่เพียบพร้อมและมั่นคง ไม่มีใครอยากแต่งงานกับคนหน้าตาน่าเกลียดที่ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างฉัน...เธอเองก็เหมือนกันน่าจะรีบกลับไปกรุงเทพและแต่งงานกับคุณชายประสาทพรได้แล้ว ตอนนี้เค้าคงจะกำลังรอเธออยู่..อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย” อนวัชทำเป็นไล่
หทัยรัตน์สงสารและพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “แต่ดิฉันไม่ได้คิดว่าการดูแลคุณเป็นการเสียเวลา...และใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องการแต่งงานกับผู้ชายที่เพียบพร้อมและมั่นคงแค่นั้น..บางคนอาจจะต้องการแต่งงานกับคนที่เรารัก โดยไม่สนใจว่าเค้าจะเป็นยังไง”
“ใคร ? เธอลองบอกฉันสิว่าใครที่มีจิตใจงดงามแบบนั้น..ฉันต้องการจะรู้..ใครเหรอ..”
หทัยรัตน์กำลังจะพูด..
เสียงสัทธาดังขึ้น “หนึ่ง!!! รถพยาบาลพร้อมแล้ว ! พร้อมกลับหรือยัง” สัทธามองหน้าอนวัชแล้วก็งง...หน้าอนวัชเคืองมากกกก ทำไมมาจังหวะเน้!! “เอ่อ...ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?”
ทั้งหทัยรัตน์ทั้งอนวัชไม่ตอบ แต่ใบหน้าบอกว่า “ใช่” !!

ที่บ้านพัก สัทธากับบุญเติมประคองอนวัชลงนอนที่เตียงในห้องนอน และปรับเตียงให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย หทัยรัตน์ยืนอยู่ไม่ห่าง
บุญเติมหันมาถามสัทธาด้วยความสงสัย “คุณปุ๊ครับ..คุณหนึ่งยังไม่หายดีแล้วทำไมรีบกลับมาบ้านหล่ะครับ”
“คุณหนึ่งของนายบ่นเบื่อโรงพยาบาลน่ะยิ่งอยู่ยิ่งหดหู่ ฉันเลยทำเรื่องให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน”
“งั้นผมไปดูแลจัดเตรียมอาหารให้นะครับ ถ้าคุณปุ้มมีอะไรก็เรียกใช้ผมได้นะครับ”
“ขอบใจจ้ะ”
บุญเติมเดินออกไป
สัทธาอธิบาย “ปุ้ม..หมอบอกว่าเราต้องคอยช่วยให้หนึ่งได้เคลื่อนไหวบ้างนะ ถึงหนึ่งจะใส่เฝือกอยู่แต่ก็ต้องขยับออกกำลังกายบ่อยๆ เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อลีบ”
“ได้ค่ะ ปุ้มจะดูแลให้คุณอนวัชได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ”
อนวัชแอบส่งสัญญาณให้สัทธาพูดต่อ
“แล้วก็ต้องเช็ดตัวเช้าเย็นด้วย” หทัยรัตน์ชะงัก หือ? สัทธารีบบอก “เพื่อสุขภาพอนามัย แล้วพี่กับบุญเติมก็ทำไม่ค่อยเป็น ปุ้มเช็ดตัวให้หนึ่งได้มั้ย”
อนวัชลุ้นๆ หทัยรัตน์คิด ๆ
“ไม่ต้องรบกวนหทัยรัตน์เค้าก็ได้...ฉันก็...จะพยายาม...ดูแลตัวเอง มันอาจจะไม่ดี แขนขาอาจจะไม่มีแรง ทำความสะอาดตัวเองได้แค่บางส่วน แต่ฉันก็จะพยายามดูแลตัวเอง อย่ารบกวน” อนวัชยังพูดไม่จบ
หทัยรัตน์สวนขึ้น “ได้ค่ะ...ปุ้มเช็ดตัวให้เองค่ะ”
อนวัชแอบอมยิ้มนิดนึง แล้วก็ตีหน้าเศร้าต่อ “ขอบใจเธอมากที่ยังเวทนาคนพิการอย่างฉัน”
“ขอบใจมากนะปุ้ม..เหลือแต่ปุ้มคนเดียวที่จะช่วยไอ้หนึ่งมันได้ เฮ่อ...เวรกรรมของมันแท้ๆ” สัทธาโอดครวญ
หทัยรัตน์พลอยเศร้าไปด้วย หญิงสาวนึกได้ “ว่าแต่คุณอนวัชจะถอดเฝือกได้เมื่อไหร่คะ”
“ก็..เห็นหมอบอกว่า ต้องรอให้กระดูกประสานตัว อย่างน้อยก็” สัทธาลังเลว่าจะเอาสักเท่าไหร่ดี “สัก..สองเดือน”
“สองเดือน คุณอนวัชต้องใส่เฝือกนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หทัยรัตน์ทั้งตกใจ และ เป็นห่วง
อนวัชตีหน้าเศร้า.....โถๆๆๆๆ ดราม่าสุดๆ
ที่ห้องนอน อนวัชถอดเฝือกออกมาเกาอย่างเมามัน ไหนบอกว่า...สองเดือน “เฮ่อ คันจริงๆเล้ย ไอ้เฝือกบ้านี่ เฮ่อออ !!” มีเสียงคนเดินมา อนวัชรีบใส่เฝือกกลับเข้าไปแล้วทำเป็นเพิ่งตื่นนอน
หทัยรัตน์เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วนม มองทางอนวัชที่นอนอยู่อย่างอ่อนเพลีย หทัยรัตน์สงสารอนวัชมาก “เป็นยังไงบ้างคะ นอนสบายหรือเปล่า?”
“ก็สบายที่สุดเท่าที่คนพิการอย่างฉันจะสบายได้..”
หทัยรัตน์สงสาร “คุณอย่าพูดแบบนี้สิคะ..จะยิ่งทำให้จิตใจห่อเหี่ยวไปเปล่าๆ พี่ปุ๊ไปซื้อของที่ตลาด เย็นนี้มีแต่อาหารโปรดของคุณทั้งนั้นเลยนะคะ”
“ขอบใจมาก..แต่ฉันก็คงจะกินอะไรได้ไม่มาก....มัน กิน ไม่ ลง”
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ฉันไปหาดอกไม้สวยๆมาจัดแจกันให้คุณนะคะ เห็นของสวยๆงามๆจะได้ทำให้จิตใจสดใสขึ้น”
“ไม่จำเป็นหรอก ต่อให้มีดอกไม้มาอยู่ในห้องนี้ทั้งสวน มันก็ไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้..เพราะยังไงฉันก็เดินไม่ได้อยู่ดี.” อนวัชมองขาตัวเองด้วยแววตาเศร้า เศร๊า เศร้า เศร้ามากๆ
หทัยรัตน์สงสาร..จับมืออนวัชไว้ พลางปลอบใจ “อย่าคิดมากนะคะ..เดี๋ยวฉันมา...” หทัยรัตน์ปล่อยมือจากอนวัชและกำลังจะเดินออกไป
“หทัยรัตน์..”
“คะ?”
“เธอจะกลับมาจริงๆ นะ”
“จริงค่ะ”
“ไม่ทิ้งฉันไปแน่นะ”
“ไม่ค่ะ...”
อนวัชทำเป็นใจชื้นแต่ไม่ยิ้ม “อย่าไปนานนะ..ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว..”
“ค่ะ..” หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะเดินออกไป
อนวัชมองตามหทัยรัตน์ตาปรอย..แต่พอหทัยรัตน์ปิดประตู..อนวัชก็ยิ้มด้วยความพอใจ..มีความสุข แล้วก็นึกขึ้นมาได้ “ว่าแต่เค้าจะไปไหนของเค้านะ?“

หทัยรัตน์คุยโทรศัพท์กับสุดาจากที่ไปรษณีย์
“ปุ้มจะให้พี่หาอะไรนะ พูดอีกทีสิ”
“เอ่อ..แหวนหมั้นน่ะค่ะ..ปุ้มทำตกไว้ที่ห้องนอน..ปุ้มรบกวนพี่แป้นลองหาให้ปุ้มหน่อยนะคะ”
สุดายิ้ม “ได้จ้ะ..ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นจ้ะ อยู่ๆ ถึงอยากได้แหวนหมั้นขนาดต้องโทรศัพท์หาพี่แป้นแบบนี้ เมื่อก่อนไม่เห็นใส่ใจจะสวมเลย..”
หทัยรัตน์อึกอัก เขิน “ก็..เอ่อ..ไม่มีอะไรค่ะ...คือ..ปุ้มไม่สบายใจที่มันหายไปค่ะ..เห็นพี่ปุ๊บอกว่าพี่แป้นกำลังจะมาที่นี่ ก็เลยลองโทรฝากหา..ถ้าหาเจอก็คงจะดี..ก็แค่นั้นเองค่ะ..เอ่อ..ปุ้มไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะพี่แป้น แล้วเจอกันค่ะ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ.. “สุดาวางโทรศัพท์ไป แล้วก็ยิ้มหน้าแป้น “ท่าทางจะไปได้สวยแฮะ...”

ผ่านเวลา กลางวันเป็นเย็น อนวัชนอนอยู่บนเตียงเริ่มรู้สึกปวดฉี่...อนวัชชะเง้อๆ ทำเป็นเรียก “หทัยรัตน์ ... หทัยรัตน์ “ รอสักพักไม่มีใครตอบอนวัชขยับลุก แล้วรีบกระเผลกๆ เข้าห้องน้ำไปอย่างเร็ว

หทัยรัตน์เดินเข้ามาในบ้าน สัทธากับบุญเติมช่วยกันจัดอาหาร
“พี่ปุ๊ ปุ้มขอโทษนะคะที่กลับมาช้า” หทัยรัตน์รีบวางของ “ปุ้มช่วยค่ะ”
สัทธารีบบอก “ไม่ต้องเลย พี่กับพี่ปุ๊จัดการเอง เรารีบขึ้นไปดูพี่หนึ่งเถอะ”
“ค่ะ“ หทัยรัตน์รีบเดินไปที่ห้องพักอนวัช

อนวัชเดินมาจากห้องน้ำ...กำลังจะเดินลากเฝือกกลับที่เตียง แต่ทันใดนั้น..มีเสียงหทัยรัตน์เดินมาถึงที่หน้าห้องเคาะประตู “ฉันเอง ขอเข้าไปนะคะ”
เฮ้ยยยย !! อนวัชมองเตียงยังอยู่ไกลมาก ทำไงดีวะ “เฮ้ยยย ซวยแล้ว“ หทัยรัตน์กำลังเปิดประตูเข้าไป อนวัชคิด เอาวะ !! ทันใดนั้นอนวัชก็แกล้งทำเป็นล้มลงเกิดเป็นง่อยขึ้นมาเห็นๆ “โอ๊ย...!!! ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/3 วันที่ 16 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ