อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 มื.ย. 58

เฮ้ยยยย !! อนวัชมองเตียงยังอยู่ไกลมาก ทำไงดีวะ “เฮ้ยยย ซวยแล้ว“ หทัยรัตน์กำลังเปิดประตูเข้าไป อนวัชคิด เอาวะ !! ทันใดนั้นอนวัชก็แกล้งทำเป็นล้มลงเกิดเป็นง่อยขึ้นมาเห็นๆ “โอ๊ย...!!! ”
หทัยรัตน์เปิดประตูเข้ามาเห็นอนวัชล้มลงกับพื้นพอดี ตกใจรีบวางดอกไม้และวิ่งเข้ามาหา “คุณอนวัชเป็นอะไรคะ ???? แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้ได้คะ ??”
“ก็ฉันเดิน....”

“ห๊ะ?? “
“คือฉันพยายามจะหัดเดินดูอีกครั้ง...ฉันคิดว่าบางทีหมออาจจะวินิจฉัยโรคผิด และฉันอาจจะเดินได้ ถ้าฉันพยายาม.... พยายามที่จะทรงตัว ประคองตัวยืนแล้วก็..เดิน..แต่ฉันก็ทำได้แค่นี้ .. ฉันก็เดินไม่ได้อยู่ดี..มันก็เลยล้มลงตรงนี้”


“ฉันบอกแล้วไงคะว่าอย่าคิดมาก..ตอนนี้คุณควรจะพักผ่อน อย่าเพิ่งหักโหมเลยนะคะ..มาค่ะดิฉันจะพยุงคุณไปที่เตียงนะคะ..”
“ขอบใจมาก” หทัยรัตน์พยายามพยุงอนวัชไปที่เตียง อนวัชคิดและทำทีเป็นล้มลงที่เตียงดึงหทัยรัตน์ลงมาด้วย..“โอ๊ย”
หทัยรัตน์ทานน้ำหนักไม่ไหว เอียงตัวตามลงไป “อุ๊ย...” หทัยรัตน์ล้มลงไปหาอนวัชและอยู่ใกล้กันในระยะเกือบจะจูบกัน..สองคนมองตากัน..นิ่งไปอนวัชชั่วขณะ..และจังหวะต่อมา หทัยรัตน์ก็ผละตัวออกด้วยความเขิน “เอ่อ..ดิฉันจัดดอกไม้มาให้แล้ว..เดี๋ยวจะไปยกอาหารกลางวันมาให้ค่ะ..”
“หทัยรัตน์ขอบใจมาก..” อนวัชทำหน้าซาบซึ้ง “ขอบใจที่ไม่ทอดทิ้ง และคอยอยู่ดูแลฉัน ขอบใจจริงๆ”
“คุณเองก็ไม่ต้องคิดมากนะคะ ตอนนี้คือเวลาพักผ่อน ไม่ต้องหัดเดินหรือฝืนทำอะไรทั้งนั้น .. เข้าใจมั้ยคะ ?”
“เข้าใจครับ !!“ หทัยรัตน์ยิ้มให้กำลังใจ และเดินออกไป คล้อยหลังหทัยรัตน์ อนวัชถอนหายใจ “เฮ่ออออ เกือบไป”
อนวัชนึกถึงภาพตอนที่หทัยรัตน์อยู่ในอ้อมกอดเมื่อกี๊ อนวัชอมยิ้มมีความสุขจัง

หทัยรัตน์เดินออกมานอกห้องแล้วก็หยุดพักหายใจด้วยความตื่นเต้น และอมยิ้มนิดๆ มีความสุขเหมือนกัน

ที่บ้านเพชรลดา คุณชายประสาทพรถามย้ำ “หญิงอยากให้สุดามาสอนแทนหทัยรัตน์เหรอครับ ?”
“ใช่ค่ะ ตอนที่พี่ชายไม่อยู่ พี่แป้นก็มาสอนแทนคุณครูหลายครั้งค่ะ พี่แป้นใจดี สอนสนุกไม่แพ้คุณครูเลยค่ะ ระหว่างที่คุณครูไปดูแลพี่หนึ่ง พี่ชายไปขอร้องให้พี่แป้นมาสอนแทนได้มั้ยคะ..นะคะ...นะคะ” กรกนกอ้อน “หญิงไม่อยากต้องรับคุณครูคนใหม่แล้วค่ะ”
“ก็ได้ครับ..พี่ชายจะลองถามคุณสุดาดูนะครับ แต่พี่ไม่แน่ใจว่าคุณสุดาจะยอมมาสอนหรือเปล่า”
กรกนกยิ้มกว้าง “ถ้าพี่ชายอยากรู้ใจพี่แป้น พี่ชายก็ลองถามใจตัวเองดูสิคะ” ประสาทพรขมวดคิ้ว...งง “ก็เพราะพี่ชายกับพี่แป้นมีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกัน .. ทั้งอาหารที่ชอบ เพลงที่ชอบ เวลาพูดคุยก็ชอบคุยเรื่องเดียวกัน .. หญิงสังเกตเห็นมาตั้งนานแล้วค่ะ ...พี่ชายไม่เคยสังเกตเลยเหรอคะ” กรกนกถามซื่อตรงๆ แบบเด็ก แต่กลับเป็นคำถามที่ทิ่มโดนใจอย่างแรง
“นั่นสิ...คุณสุดาเคยบอกพี่ครั้งนึง แต่ทำไมพี่ชายไม่เคยสังเกตเลย ... ทำไมนะ” คุณชายประสาทพรเริ่มคิด..นี่เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า

ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรมองท้องฟ้าแล้วคิดถึงตอนที่โต้ตอบจดหมายกับสุดา ตอนคุยกัน ตอนอ่านจดหมายของสุดา ตอนได้เขียนจดหมายหาสุดา ตอนสอนขับรถ และ ปิคนิก
คุณชายประสาทพรเผลอยิ้มคิดถึงแต่สุดา คุณชายประสาทพรเริ่มรู้ใจตัวเอง ...เขาคิด...และตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

2-3 วันต่อมา สัทธาเดินนำสุดามาที่ห้องนอน สุดาถือกระเป๋าเดินทางเตรียมมาด้วย
“แป้นนอนห้องเดียวกับปุ้มแล้วกัน จะได้คอยสังเกตด้วยว่ายัยปุ้มคิดอะไรอยู่”
“ได้เลยค่ะ ว่าแต่เรื่องปุ้มกับพี่หนึ่งเป็นยังไงบ้างแล้วคะ? ปุ้มยอมรับว่ารักพี่หนึ่งหรือยังคะ?”
“ยัง..แต่พี่ว่าอีกไม่นานหรอก..คอยดูแล้วกัน” สัทธาพูดอย่างมั่นใจ นึกได้เปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่เราเถอะ...ยังเรียนขับรถกับคุณชายประสาทพรอยู่หรือเปล่า? เป็นยังไงบ้าง ? คุณชายเป็นครูที่ดีมั้ย?”
“เรียนจนขับคล่องก็ไม่ได้เรียนแล้วค่ะ คุณชายเป็นครูที่ดีค่ะ ดีมากๆเลย ใจเย็น ไม่ดุ”
“แล้วคุณชาย..เป็นเพื่อนที่ดีมั้ย ?”
“ดีสิคะ เป็นเพื่อนคุย เป็นเพื่อนเที่ยวเล่น คุณชายมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้แป้นฟังตลอดเลยค่ะ”
“แล้ว...ถ้าคุณชายชอบแป้น..แป้นจะชอบเค้ามั้ย ?”
“ชอบสิคะ “ สุดาเผลอหลุดปากออกไป..แล้วก็รีบปิดปาก..แต่...พอหันมาเห็นสัทธายิ้มเจ้าเล่ห์ก็รู้ตัว “ไม่ทันแล้วใช่มั้ยคะ?”
สัทธาขำ “ไม่ทันแหละ หลุดออกมาคำเบ้อเริ่มเลย”
สุดาหน้าเสีย “พี่ปุ๊อย่าบอกปุ้มนะคะ..แป้นไม่อยากให้ปุ้มรู้สึกไม่ดี ที่แป้น... แอบชอบผู้ชายที่มาชอบน้องสาวตัวเอง”
สัทธาโอบไหล่ “อย่าคิดแบบนี้สิ..เรื่องความรัก มันไม่เข้าใครออกใคร .. แป้นไม่ผิดที่จะคิดชอบคุณชายประสาทพร เพราะความชื่นชอบของแป้นไม่ได้ทำร้ายใคร และไม่ได้ทำให้ใครต้องเดือดร้อน .. ไม่ต้องคิดมาก และไม่ต้องรู้สึกผิดด้วย รู้หรือเปล่า”
สุดายิ้มรับ โล่งอก “ค่ะ”
“ตอนนี้พี่ก็รู้แล้วว่าแป้นคิดยังไง...แล้วแป้นรู้หรือเปล่าว่าคุณชายคิดยังไงกับแป้น”
สุดาเศร้า แต่เข้าใจ “สำหรับคุณชาย...แป้นก็เป็นได้แค่ น้องสาว เพื่อน และที่ปรึกษาเท่านั้นล่ะค่ะ” สุดาพูดเองเจ็บเอง สัทธาเห็นใจน้อง

สุดาส่งแหวนให้หทัยรัตน์..หทัยรัตน์รับมายิ้มดีใจ แต่แอ๊บๆ ไม่ยิ้มมากทั้งที่ในใจเบ่งบานสุดๆ “ขอบคุณมากค่ะพี่แป้น” สุดายิ้มรับ..หทัยรัตน์สวมแหวนด้วยความคิดถึง
“ยังไม่ตอบพี่เลย นึกยังไง ถึงอยากเอาแหวนกลับมาใส่อีก หรือว่า..ใจอ่อน ยอมยกโทษให้พี่หนึ่งที่เคยแกล้งปุ้ม เลยกลับมาหมั้น แล้วก็จะแต่งงานกันเหมือนเดิม”
หทัยรัตน์สะดุ้งนิดๆ รีบแก้ “พี่แป้นๆ..ใจเย็นๆค่ะ คิดไปซะไกล ปุ้มไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้นสักหน่อย ปุ้มก็แค่อยากใส่เพราะความเคยชินก็แค่นั้นค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้นสักหน่อย”
สุดาหรี่ตา “ถ้าไม่คิด แล้วปุ้มทำไมไม่กลับบ้าน ทำไมยังอยู่ดูแลพี่หนึ่งแบบไม่มีกำหนดกลับ .. ตกลง.. “ สุดายื่นหน้ามาถาม “ตอนนี้ปุ้มคิดยังไงกับพี่หนึ่ง?”
หทัยรัตน์ชะงัก แล้วคิด “สิ่งที่ปุ้มคิดตอนนี้คือทำหน้าที่ดูแลคุณอนวัชให้ดีที่สุด ตามที่คุณลุง คุณป้า และคุณลุงวิทย์มอบหมายให้ทำ .. อย่างอื่นปุ้มไม่คิดทั้งนั้นค่ะ“ หทัยรัตน์ตอบเลี่ยงไปแบบเนียนๆ
สุดาได้แต่ถอนหายใจ..เฮ่อ..ไม่ตอบอีกจนได้

สุดา สัทธา อนวัช คุยกันอยู่ที่มุมประจำ สัทธาส่ายหน้าบ่นขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “ไม่จริง ยัยปุ้มแค่ตอบเลี่ยงเบี่ยงประเด็น ถ้าไม่คิด ถ้าไม่รัก จะอยู่ดูแลอะไรกันขนาดนี้”
อนวัชหน้าเศร้าๆ “มันก็ไม่แน่ .. เค้าอาจจะแค่ทำตามหน้าที่จริงๆ ไม่ได้คิดอะไรกับฉันมากไปกว่านั้น เค้า .. อาจจะไม่ได้รักฉันจริงๆก็ได้ เค้าถึงได้มียอมรับมันออกมา”
“ไม่หรอกค่ะ / เอ้ยยย ไม่หรอก”
“ถ้าไม่คิด ถ้าไม่รัก คงไม่เอาแหวนกลับมาใส่หรอกค่ะ”
“นั่นสิ..อย่าเพิ่งคิดมาก แล้วก็อย่าเพิ่งถอดใจ..ตอนนี้ปุ้มยอมเอาแหวนกลับมาใส่ เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา แกน่าจะรีบฉวยโอกาสตอนนี้ทำคะแนน หรือ รีบทำให้ปุ้มใจอ่อน.. ไม่แน่นะ ถ้ารีบจี้จุดอ่อนตอนนี้ .. บางทีปุ้มอาจจะยอมเปิดปากพูดออกมาก็ได้ว่าคิดยังไงกับแก แล้วก็จะได้รีบๆกลับไปจัดงานแต่งงานกันสักที”
สุดารีบพยักหน้าสนับสนุน....ใช่ๆ
อนวัชคิด...แล้วจะทำยังไงให้ยอมเปิดปากพูด ??

หทัยรัตน์เดินมาพร้อมกับถาดน้ำชา หทัยรัตน์มองซ้ายมองขวา เห็นอนวัชนั่งอยู่ที่ระเบียง อนวัชครุ่นคิด..เอาไงดีๆ ? เสียงหทัยรัตน์ดังขึ้น “น้ำชาค่ะ” อนวัชชะงักนิดๆ..รีบปั้นหน้าดราม่าขึ้นมาทันที “โอ้ววววว...ชีวิตเศร้า” หทัยรัตน์วางถาดน้ำชาไว้โต๊ะข้างๆอนวัช มองหน้าอนวัชเห็นเศร้าๆ ก็ถามขึ้น “คิดอะไรอยู่คะ ? ทำไม...ทำหน้าเศร้าๆ”
อนวัชฟังที่หทัยรัตน์ถามเข้าทางพอดี อนวัชหันมาทางหทัยรัตน์ ดราม่าใส่ทันที “ไม่มีอะไร..ช่างมันเถอะ สิ่งที่เธอรับรู้เกี่ยวกับตัวฉันมันเศร้ามากพอแล้ว ฉันไม่อยากเพิ่มเรื่องเศร้าให้เธอมากไปกว่า..ฉันจะคิดอะไร..ก็ช่างมันเถอะ อย่าใส่ใจเลย” หทัยรัตน์ยิ่งเป็นห่วง อนวัชทำเป็นฝืนยิ้ม “เธอดื่มชาเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”
“เอ่อ..” อนวัชอ้อนด้วยสายตา หทัยรัตน์ใจอ่อน “ค่ะ” หทัยรัตน์นั่งฝั่งตรงข้าม และรินชา ...
อนวัชทำเป็นมองที่มือ และเห็นแหวน อนวัชคว้ามือนั้นไว้อย่างอ่อนโยน “แหวนหมั้นของเรา มันกลับมาอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าของแล้ว. ฉันขอโทษนะหทัยรัตน์ .. ขอโทษที่ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอตั้งหลายอย่างจนเธอต้องถอดแหวนทิ้งไป..ถ้าฉันย้อนเวลาได้..ฉันอยากกลับไปแก้ไขอดีต เธอจะได้ไม่ต้องมา “ทน” ดูแลคนพิการอย่างฉัน”
“แต่เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้นะคะ คิดไปก็จะทำให้เศร้าเปล่าๆ.. ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้มันก็จะดีขึ้นเอง”
หทัยรัตน์ยิ้มให้กำลังใจ ... อนวัชมองหทัยรัตน์ ส่งสายตาซาบซึ้งใจ พยายามน้ำตาซึมๆ ดราม่าซาบซึ้งทันที
“เธอดีกับฉันจริงๆหทัยรัตน์ .. ทำไมเธอดีกับฉันขนาดนี้ .. ทำไม..เธอบอกฉันได้มั้ย ? อะไรที่ทำให้เธอยอมอยู่กับคนพิการอย่างฉัน?“ อนวัชจับมือแน่น เหมือนคาดคั้นอยู่ในที .. พร้อมกับส่งสายตา ขอร้อง ขอคำตอบ .. หทัยรัตน์อึกอักๆ อนวัชถามต่อ “ทำไมเธอถึงใส่แหวนหมั้นอีกครั้ง เธอคิดอะไรอยู่ .. เธอบอกฉันได้มั้ย ? หรือ...เธอทำเพราะมันหน้าที่ เพราะโดนบังคับ? “
“ไม่มีใครบังคับฉัน”
“แล้วเพราะอะไร ?”
“เอ่อ....” หทัยรัตน์อึกอัก อนวัชลุ้น
ทันใดนั้นเสียงคุณชายประสาทพรก็ดังขึ้น “หนึ่ง !! อยู่ที่นี่เอง ตามหาตั้งนาน”
หือ ?? อนวัชกับหทัยรัตน์หันขวับไปที่ต้นเสียงด้วยความแปลกใจ .. คุณชายประสาทพรยืนยิ้มอยู่ หทัยรัตน์กับอนวัชอึ้ง “คุณชาย ....”
คุณชายประสาทพรยิ้ม มองหทัยรัตน์เหมือนมีอะไรในใจ ..หทัยรัตน์ยกมือไหว้ทักทาย อนวัชมองหทัยรัตน์และคุณชายประสาทพรแล้วแอบหวั่นใจ .. จะมีอะไรหรือเปล่า?

สัทธากับสุดายืนคุยอยู่ในบ้าน
สุดาแปลกใจ “คุณชายมา ?”
“ใช่ เพิ่งมาถึงเมื่อกี๊ รู้สึกว่าตอนนี้กำลังคุยกับหนึ่ง”
“คุยเรื่องอะไรคะ ?”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน“ สุดาคิดๆ แล้วก็ตัดสินใจเดินไปเลย สัทธางง “แป้น จะไปไหน ? แป้น !!”
สุดาไม่ตอบ แต่เดินพุ่งไปเลยด้วยความอยากรู้ สัทธางง

คุณชายประสาทพรยืนคุยกับอนวัช คุณชายประสาทพรดูหน้าตาจริงจัง ขรึมนิดๆ “ผมเสียใจด้วยนะหนึ่ง กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องขอโทษด้วยที่มาเยี่ยมหนึ่งช้าเกินไป..ทั้งที่รู้ข่าวมาหลายวันแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณชายมา ผมก็ดีใจแล้วครับ”
คุณชายประสาทพรทำหน้าหนักใจ “ที่ผมมาวันนี้ นอกจากมาเยี่ยมแล้ว ผมมีเรื่องสำคัญจะมาคุยกับหนึ่งด้วย มันอาจจะดูเหมือนไม่มีมารยาทที่มาคุยเรื่องนี้ ในตอนนี้ แต่ที่ผมต้องพูด เพราะผมไม่อยากรออีกต่อไป .. ผมอยากคุยกับหนึ่งเรื่อง” อนวัชลุ้นรอฟัง “เรื่องระหว่างหนึ่งกับหทัยรัตน์ ! ตกลงตอนนี้สถานภาพระหว่างหนึ่งกับหทัยรัตน์คืออะไร?“ สุดาเดินมาถึงพอดี๊....พอดี สุดาชะงักเท้า ยืนตัวแข็งทื่อ ส่วนอนวัชสะอึก คุณชายประสาทพรพูดต่อ “ที่ผมถามเพราะผมจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง”
“ตัดสินใจเรื่องอะไรครับ ?” อนวัชแอบหวั่นใจ
“เรื่องการแต่งงานระหว่างผมกับหทัยรัตน์“ อนวัชหน้าเสีย ส่วนสุดาหน้าเสียกว่า...ประโยคเดียวกระทบใจสองคน
“ผมยังยืนยันว่าผมอยากแต่งงานกับหทัยรัตน์!!“ สุดาหน้าเสีย...เหมือนน้ำตาจะไหล สุดาพยายามกลั้นไว้ และหันหลังเดินหนีออกไปเลย คุณชายประสาทพรพูดต่อ “แต่ก่อนที่ผมจะแต่งงานกับหทัยรัตน์ให้ถูกต้องตามประเพณี ผมอยากชัดเจนก่อนว่า..หนึ่งคิดยังไงกับหทัยรัตน์กันแน่ ผมไม่อยากแต่งงานบนความเจ็บปวดของคนอื่น...ยิ่งคนคนนั้นคือหนึ่ง ผมยิ่งไม่อยากทำ...แต่ถ้าหนึ่งไม่คิด ผมอยากจะแต่งงานกับหทัยรัตน์โดยเร็วที่สุด “ คุณชายประสาทพรเดินเข้ามาหาถามเน้นๆ “ตกลงหนึ่งคิดยังไงกับหทัยรัตน์? “
อนวัชคิด....คุณชายประสาทพรรอคำตอบ

หทัยรัตน์หน้าเสีย ถามด้วยความไม่เข้าใจ “คุณอนวัชตอบแบบนี้เหรอคะ ?”
“ครับ..” คุณชายประสารทพรเน้น “หนึ่งบอกว่า...เค้าไม่ได้รักคุณ..และหนึ่งก็อนุญาตให้ผมแต่งงานกับคุณได้”
หทัยรัตน์ตัวชาวาบ...รู้สึกเหมือนใจหายวับ คอแห้งผาก มือเย็น “ผมดีใจมากๆเลยนะครับที่ได้ยินคำตอบนี้ ผมจะได้ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอคุณได้ด้วยความสบายใจ .. คุณรู้สึกเหมือนผมใช่มั้ยครับ?” หทัยรัตน์ไม่ตอบ ยังอึ้งอยู่ คุณชายประสาทพรเรียก “คุณหทัยรัตน์ครับ คุณหทัยรัตน์ !”
หทัยรัตน์สะดุ้งนิดๆ หันมา “คะ?”
“คุณ..รู้คำตอบของหนึ่งแล้ว รู้สึกดีใจเหมือนผมใช่มั้ยครับ?” คุณชายประสาทพรถามและลุ้นคำตอบ แต่หทัยรัตน์กลับอึ้ง...ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ดีใจ
“คือ...”
“หรือว่า..คุณไม่ดีใจ ที่เราจะได้แต่งงานกัน?”
“เอ่อ..” คุณชายประสาทพรมองหน้าหทัยรัตน์รอคำตอบ..หทัยรัตน์อึกอักๆ แล้วก็ตัดสินใจตอบ “ดิฉันยังไม่อยากคิดเรื่องแต่งงานในตอนนี้ เพราะดิฉันมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลคุณอนวัช ไม่ว่าเค้าจะรู้สึกยังไงกับดิฉันก็ตาม .. ดิฉันต้องอยู่ดูแลจนกว่าคุณลุง คุณป้า หรือ คุณอนวัชเอ่ยปากไล่ดิฉันกลับไปเอง”
คุณชายประสาทพรมองหทัยรัตน์..และคิดตาม..คุณชายประสาทพรเริ่มเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของหทัยรัตน์ที่เผยผ่านคำพูด “แล้วถ้าวันนั้นมาถึง..คุณจะยอมแต่งงานกับผมใช่มั้ย?”
“เอ่อ...”
“หรือคุณจะหาข้ออ้างใหม่มาผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่คุณก็รู้ว่ามันจะไม่มีวันนั้น คุณเลิกหลอกตัวเองได้แล้วหทัยรัตน์..ยอมรับเถอะว่าถึงแม้หนึ่งจะไม่ประสบอุบัติเหตุคุณก็ไม่อยากแต่งงานกับผม เพราะคุณไม่เคยรักผม..และคุณไม่มีวันแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รัก..เพราะฉะนั้นเรื่องแต่งงานของเราสองคนมันไม่มีวันจะเกิดขึ้น”
คุณชายประสาทพรพูดตรงไปตรงมาอย่างจริงใจและจริงจัง
หทัยรัตน์อึ้ง....รู้อยู่ในใจว่าจริง “คุณชาย . ดิฉัน ... ขอโทษด้วยนะคะ”
“คุณไม่ได้ทำผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษ .. ในความคิดผมคุณยังเป็นผู้หญิงที่ดี ถ้าหนึ่งอยู่ในสภาพแบบนี้แล้วคุณรับปากแต่งงานกับผม..ผมอาจจะเสียใจมากกว่า”
“ขอบคุณคุณชายมากนะคะที่เข้าใจดิฉัน”
“ผมเข้าใจคุณเสมอหทัยรัตน์..แล้วคุณล่ะเข้าใจตัวเองบ้างหรือเปล่า?“ หทัยรัตน์จุก ประสาทพรพูดด้วยน้ำเสียงเข้าใจ เหมือนผู้ใหญ่ที่มองเกมออก “คุณมีคนที่รักอยู่แล้วในใจแต่คุณอาจจะไม่เคยเปิดเข้าไปดู หรือไม่กล้าที่จะยอมรับมัน “ หทัยรัตน์อึ้ง .... คุณชายประสาทพรยิ้มทิ้งท้าย “ผมขอให้คุณโชคดี รู้ใจตัวเองเร็วๆ ก่อนที่มันจะสายเกินไป....อ้อ..ผมลืมบอกไป..หนึ่งเค้าไม่ตอบว่า “เค้าไม่ได้รักคุณ” .. ส่วนเค้าจะตอบว่าอะไร คุณลองไปถามเค้าดูเอาเอง” คุณชายประสาทพรพูดจบก็เดินจากไป ...
หทัยรัตน์ยืนอึ้งอยู่ ... คิด..คิด..คิด...แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ “คุณชายคะ...รอก่อนค่ะ คุณชาย” หทัยรัตน์รีบวิ่งตามคุคุณชายประสาทพรไป

สุดาเดินเศร้าๆ อึ้งๆ สัทธาเดินออกมาจากบ้านเห็นสุดาก็รีบถาม “เป็นไงแป้น เจอคุณชายหรือเปล่า ?”
“เจอค่ะ..”
“แล้ว..ทำไมทำหน้าแบบนี้ .. มีอะไรหรือเปล่า?”
“มะ..ไม่มีอะไรค่ะ แป้นออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านนะคะ”
สุดาเดินไปเลย สัทธางงอีกรอบ “เฮ้ย ทำไมวันนี้มีแต่คนแปลกๆวะเนี่ย”

คุณชายประสาทพรเดินอยู่ หทัยรัตน์วิ่งตามมา “คุณชายคะ...คุณชาย” คุณชายประสาทพรหันมา...หทัยรัตน์ถามไปหอบไป “ดิฉันสงสัยค่ะ ... วันที่คุณชายชวนดิฉันไปที่ร้านหนังสือ คุณชายได้บอกคุณส่องแสงหรือเปล่าค่ะ”
คุณชายประสาทพรแปลกใจว่าหทัยรัตน์ถามทำไม “บอกครับ คุณส่องแสงเธอมาหาผมที่บ้านในตอนเช้า และถามถึงแผนในวันนั้น”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ