อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/5 วันที่ 16 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/5 วันที่ 16 มื.ย. 58

คุณชายประสาทพรแปลกใจว่าหทัยรัตน์ถามทำไม “บอกครับ คุณส่องแสงเธอมาหาผมที่บ้านในตอนเช้า และถามถึงแผนในวันนั้น”
“แผนอะไรคะ?”
“อ๋ออออ.. แผนขอคุณแต่งงานน่ะครับ .. จริงๆ ผมตั้งใจจะขอในวันนั้นแต่เห็นคุณปวดหัว รีบกลับบ้านก็เลยไม่ได้ขอ”
“แสดงว่า...คุณส่องแสงรู้ว่าเราสองคนจะไปร้านหนังสือในวันนั้นใช่มั้ยคะ ?”
“ใช่ครับ ... ”
หทัยรัตน์กระจ่างในใจขึ้นมาทันที....

อนวัชกับสัทธาคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน สัทธาเหว “คุณชายมาคุยเรื่องจะแต่งงานกับปุ้ม”
“ใช่น่ะสิ ฉันตั้งรับไม่ทันเลย อยู่ๆคุณชายก็มาถามว่าฉันคิดยังไงกับหทัยรัตน์ ถ้าคำตอบคือไม่รัก จะได้เร่งจัดงานแต่งทันที”
“แล้วแกตอบไปว่าอะไร ?”
อนวัชคิดคำตอบตัวเอง


อนวัชตอบอย่างจริงจัง “ผมรักหทัยรัตน์ รักโดยไม่มีเงื่อนไข รักทั้งๆที่รู้ว่า เค้าอาจจะเกลียด และไม่รักตอบ แต่ผมก็หยุดเธอไม่ได้” อนวัชตอบน้ำเสียงหนักแน่น และจริงใจ
ประสาทพรฟังแล้วพยักหน้ารับ ...โอเค เข้าใจล่ะ

“แกก็ตอบชัดเจน ตอบไปแบบนี้คุณชายคงเข้าใจแหละ”
อนวัชยังกังวล “ไม่รู้สิ..ไม่เห็นคุณชายพูดอะไรต่อ เค้าฟังแล้วก็บอกว่า อยากรู้แค่นี้...ที่เหลือเป็นเรื่องระหว่างเค้ากับหทัยรัตน์ พูดจบเค้าก็เดินไปหาน้องสาวแก”
“อ้าว .. แล้วคุณชายจะไปคุยอะไรปุ้ม”
“นี่แหละ คือสิ่งที่ฉันอยากรู้”
“ฉันก็อยากรู้! ทำไมแกไม่ถามวะ”
“คุณชายเค้าบอกว่าจะไปคุยเอง ฉันจะไปถามได้ยังไง แกนั่นแหละต้องไปถามคุณชาย”
ทันใดนั้นเสียงคุณชายประสาทพรก็ดังขึ้น “ถามอะไรครับ ? ”
อนวัชตกใจ “เฮ้ยยยยย !!” อนวัชรีบพุ่งพรวดไปที่เก้าอี้วีลแชร์ แล้วรีบนั่งลงทันที แอ๊บเดี้ยงเหมือนเดิม สัทธารีบสวมเฝือกให้ ทำงานเป็นทีมมาก ทุกลักทุเลหน่อย แต่ก็ทันก่อนที่คุณชายประสาทพรจะมาเห็น
คุณชายประสาทพรเดินเข้ามา อนวัชนั่งบนวีลแชร์แล้ว สัทธายืนอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองคนรีบทำเป็นปกติ เฮ่ออออ เกือบไม่ทัน
“เมื่อกี๊ ผมเหมือนได้ยินหนึ่งกับคุณสัทธาพูดถึงผม..มีอะไรหรือเปล่าครับ ?”
อนวัชกับสัทธาหันขวับมามองหน้ากัน อึกๆอักๆ แล้วสัทธาก็ไหลกว่า “อ๋ออออออ ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่หนึ่งบอกว่าคุณชายมา ผมก็เลยถามว่าคุณชายหิวหรือเปล่า จะกินอะไรมั้ย หนึ่งก็เลยบอกให้ผมไปถามเองครับ แหะๆ แค่นี้แหละครับ”
“อ๋ออออ..ถ้าเรื่องนี้ ผมตอบได้เลยครับว่า ไม่หิว และผมคงจะอยู่อีกไม่นาน พอคุยกับคุณสุดาเรียบร้อยแล้วก็จะขอตัวกลับ แล้ว...คุณสุดาอยู่ที่ไหนครับ ? ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นเลย”
“แป้นเดินไปที่สวนน่ะครับ เห็นว่าจะไปเดินเล่น”
“ขอบคุณครับ”
อนวัชรีบเรียกไว้ “คุณชายครับ.. คุณชายคุยกับหทัยรัตน์หรือยังครับ ? แล้วเป็นยังไงบ้าง ?”
“คุยแล้วครับ เราทั้งสองคนเข้าใจกันเป็นอย่างดี ผมสบายใจและมีความสุขมาก” คุณชายประสาทพรแกล้งทิ้งท้ายแล้วก็เดินยิ้มไป อนวัชหน้าเสีย สัทธาหน้าเจื่อน
“คุยแล้วมีความสุขแบบนี้ ดูท่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดี..” สัทธาย้ำ
อนวัชยิ่งอยากรู้ และหนักใจ

สุดายืนเศร้า เซ็ง ซึม อยู่ในสวน “เฮ้ออออ !!”
เสียงคุณชายประสาทพรดังขึ้น“ถอนหายใจดังขนาดนั้น คงมีสองเหตุผล หนึ่ง “หนักใจมาก” สอง “สบายใจมาก”” หือ? สุดาหันขวับมา เห็นคุณชายประสาทพรยืนอยู่ “คุณสุดาเป็นแบบไหนครับ ?”
“ค..คุณชาย ..”
“ต้องขอโทษด้วยที่มาหาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ผมรู้ว่าคุณจะมาเยี่ยมหนึ่งเลยแอบตามมาด้วย ตอนแรกตั้งใจว่าคุยกับหนึ่งและหทัยรัตน์แล้วจะคุยกับคุณต่อ”
“คุยกับดิฉัน ... เรื่องอะไรคะ?”
“เรื่องงานแต่งงานระหว่างผมกับหทัยรัตน์”
สุดาเศร้าลง “หวังว่าคุณชายคงจะได้ข่าวดีจากปุ้มนะคะ”
“ดีสำหรับหทัยรัตน์หรือเปล่า .. ผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ใจคือ เป็นข่าวดีสำหรับผม .. ข่าวดี..ที่ผมไม่ต้องเสียหทัยรัตน์ให้กับชายอื่น เพราะผู้ชายที่จะได้ครอบครองเธอ คือ น้องชายที่ผมรัก “ หือ? สุดามองหน้าคุณชายประสาทพรงงๆ
“ผมไม่รอคำตอบเรื่องการแต่งงานจากหทัยรัตน์แล้ว .. เพราะผมรู้ว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น เราเองต่างรู้กันดีว่า.. หทัยรัตน์รักใคร” สุดาอึ้ง

หทัยรัตน์ยืนยิ้มมีความสุข ห่างออกไปเห็นอนวัชเลื่อนรถวีลแชร์มาแล้วหยุดมองหทัยรัตน์ หทัยรัตน์คิดเรื่องที่รู้ว่าส่องแสงสร้างสถานการณ์และอนวัชไม่ได้อยากแต่งงานกับส่องแสง แล้วก็ยิ้มสบายใจ
อนวัชเห็นหทัยรัตน์ยิ้มมีความสุขก็คิดมากกกก เฮ้ยยย ! นี่มันอะไรกัน?

สุดายังยืนอึ้ง “อ้าวไม่ได้เป็นอย่างที่คิด” ..
คุณชายประสาทพรเรียกขึ้น “คุณสุดา!! คุณสุดาครับ!!”
สุดารู้สึกตัว “คะ?”
“คุณสุดาครับ..ถ้าผมขอเชิญให้คุณมาเป็นคุณครูพิเศษให้น้องหญิงคุณจะรังเกียจหรือเปล่า” คุณชายประสาทพรออกตัว “ผมทราบว่าตอนนี้คุณกำลังจะได้งานใหม่ เป็นคุณครูที่โรงเรียนรัฐบาล ผมยินดีจะปรับเวลาสอนให้ตรงกับเวลาว่างของคุณ และทำหน้าที่ขับรถรับส่งคุณด้วยตัวเอง”
“คุณชายให้เกียรติดิฉันมากๆเลยค่ะ เรื่องสอนไม่มีปัญหานะคะ ดิฉันยินดี และ เต็มใจมากๆ ค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณที่คอยดูแลกันมาตลอด ต่อจากนี้ไป..ผมขอเป็นฝ่ายดูแลคุณสุดาบ้างนะครับ ..” สุดาใจเต้น “ผมจะเป็นที่ปรึกษา เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็น...คนที่รักคุณ”
สุดาอึ้ง “รัก ...”
“เดี๋ยวนะครับ คุณอย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นผู้ชายโลเล วันก่อนบอกรักคนนึง วันนี้รักอีกคน..จริงๆแล้ว..ผมก็คงจะเหมือนหทัยรัตน์..คือ ไม่รู้ใจตัวเอง ถ้าน้องหญิงไม่มาพูดให้ผมคิด .. ผมก็คงไม่รู้ว่าคุณคือผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจ มีความสุข ความสดใส ความเข้าใจของคุณทำให้ผมนึกถึงแต่คุณ..” สุดาอึ้ง..ใจเต้นรัว หน้าแดงก่ำ “ไม่ว่าจะเวลาทุกข์ หรือ สุข คุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมคิดถึง .. ตอนนี้ผมเลยรู้แล้วว่า..ใครคือผู้หญิงที่ผมรักอย่างแท้จริง”
สุดาน้ำตาซึม “คุณชาย ...”
“แล้วคุณ...คิดยังไงกับผม ?”
“ดิฉันก็คิด.. ไม่ต่างกันค่ะ” สุดายิ้มรับเขินๆ
คุณชายประสาทพรถอนใจอย่างโล่ง “เฮ่อ !!”
“ถอนหายใจแบบนี้ แปลว่า?”
“สบายใจครับ ทั้งสบายใจและดีใจมากๆ“ คุณชายประสาทพรยิ้มกว้างดีใจ ยื่นมือมาจับมือสุดาไว้อย่างสุภาพ “ผมได้แต่บอกหทัยรัตน์ให้รีบรู้ใจตัวเองก่อนจะเสียหนึ่งไป...ผมเองก็เกือบจะเสียคุณไปเพราะไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกัน ดีนะที่รู้ตัวทัน”
“ถึงคุณชายยังไม่รู้..ดิฉันก็ไม่ทิ้งคุณชายไปไหนหรอกค่ะ” สุดายิ้มอาย ก้มหน้าเขิน
คุณชายประสาทพรยิ้มตามด้วยความรักเหลือเกิน..คุณชายประสาทพรค่อยๆดึงสุดามากอดไว้เบาๆอย่างให้เกียรติ “ขอบคุณมากครับ “ คุณชายประสาทพรพูดกระซิบเบาๆ

ถาดอาหารวางอยู่บนโต๊ะ..ยังมีอาหารอยู่เต็ม หทัยรัตน์ยืนมองด้วยความแปลกใจ หันมาถามอนวัชที่นั่งเศร้าๆ “ทำไมอาหารเหลือเท่าเดิมเลยคะ?“
อนวัชเสียงเศร้า “ฉันไม่ได้กิน”
“แล้วทำไมไม่กิน นี่ก็ดึกแล้ว ทานดึกมากๆไม่ดีนะคะ”
“ฉันกินไม่ลง..เก็บไปเถอะ”
หทัยรัตน์มองด้วยความเป็นห่วง เดินเข้ามาหา “ทำไมกินไม่ลงคะ ?”
“กลุ้มใจ” อนวัชดราม่าใส่ทันที
“เรื่อง?”
“เฮ่อออออ....เรื่องเธอกับคุณชายประสาทพร...ตกลง...วันนี้คุยอะไรกัน ทำไมดูท่าทางมีความสุขทั้งคู่ หรือว่า..กำลังจะมีข่าวดี”
“ใช่ค่ะ.. “ อนวัชหน้าเจื่อน “ข่าวดีมากๆ และข่าวดีของวันนี้ก็มาจากคำตอบที่คุณให้กับคุณชาย”
“คำตอบของฉัน ? ..” อนวัชคิด แล้วก็นึกออก “ฉันบอกคุณชายว่า “ฉันรักเธอ” รักมากๆ รักทั้งๆที่รู้ว่ามันอาจจะไม่สมหวังแต่ฉันก็ยังรัก .. ฉันตอบคุณชายไปแบบนี้ มันจะเป็นข่าวดีได้ยังไง ?”
หทัยรัตน์อาย เขิน ที่อนวัชพูดตรงๆ หทัยรัตน์ทำฟอร์มไม่เขิน “คุณนี่หน้าไม่อายนะ เที่ยวโพนทะนาคำรักให้คนโน้นคนนี้ฟัง ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ คุณไม่อาย แต่ฉันอาย”
“หทัยรัตน์ เธออย่ามาชวนฉันเปลี่ยนเรื่อง...ตอบมาก่อน..ข่าวดีที่เธอคืออะไร ? ตกลงเธอกับคุณชายจะ..แต่งงานกันหรือเปล่า ?” อนวัชรอคำตอบ..อ้อนสุดๆ “ถ้าฉันไม่ได้คำตอบ..ฉันคงกินไม่ได้ นอนไม่หลับ”
“ก็ตามใจค่ะ กินไม่ได้ ก็หิวเอง .. นอนไม่หลับก็ง่วงเอง .. เรื่องของคุณ ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ .. ตกลงไม่กินแน่นะคะ จะได้เก็บ” หทัยรัตน์เดินไปที่ถาดอาหารจะเก็บ
อนวัชรีบเรียกไว้ “หทัยรัตน์เดี๋ยวสิ...เดี๋ยวก่อน ตอบมาก่อน ตกลงเธอจะแต่งกับคุณชายหรือเปล่า หทัยรัตน์!! แต่งหรือไม่แต่ง ??” อนวัชร้อนใจสุดๆ

สุดาตอบอย่างมั่นใจ “ไม่แต่งคะ !!”
สัทธากับอนวัชหันมา อนวัชซัก “แป้นรู้ได้ยังไง”
สุดาอายๆ “คุณชายบอกแป้นเองค่ะ..แล้วคุณชายก็...ก็..ก็..สารภาพรักกับแป้นด้วย”
“ห๊ะ ????? สารภาพรัก”
สุดาพยักหน้าเขินๆ “ค่ะ”
สัทธายิ้มเพราะรู้เรื่องมาก่อน สุดายิ้มอาย อนวัชงง “นี่..มันเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมคุณชายมาสารภาพรักกับแป้น”
สัทธาตอบ “เค้ามีใจให้กันมาสักระยะแล้ว”
“ห๊ะ? แป้นกับคุณชายเนี่ยนะ” สุดาพยักหน้าเขินๆ อนวัชอึ้ง แต่ก็ยิ้มดีใจกับน้อง “เอ่อ...ก็ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ แต่ก็ยังสงสัย ทำไมหทัยรัตน์ไม่ยอมบอก กลับทำอมพะนำหรืออยากจะแกล้งให้ฉันร้อนใจ “
“ยัยปุ้มนี่ชักจะไปกันใหญ่แล้ว นอกจากใจแข็ง ปากแข็ง แล้วยังจะปั่นหัวคนอื่นอีก นี่ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังยัยหทัยรัตน์ไม่ยอมบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมา แกก็ต้องใส่เฝือกแกล้งป่วยแบบนี้ไปตลอดชีวิต”
“เฮ้ย ไม่ไหวนะ ฉันกลัวจะหลุดแผนแตกอยู่ทุกวัน เฮ่ออออ จะทำยังไงให้น้องสาวแกใจอ่อน ยอมพูดออกมาสักทีว่าคิดยังไงกับฉัน”
สัทธาส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน
“เออ..พี่หนึ่งคะ แป้นเคยคุยกับคุณชายประสาทพร แล้วคุณชายพูดว่าการที่ปุ้มได้ดูแลพี่หนึ่งเป็นสิ่งที่ดี มันจะทำให้ปุ้มรู้ใจตัวเอง..” อนวัช กับสัทธาฟังแล้วคิดตาม “เพราะบางทีกว่าที่เราจะรู้ค่าของใครสักคนอาจจะเป็นตอนที่เรากำลังเสียเค้าไป..แป้นก็เห็นด้วยกับคุณชายนะคะ “
สัทธาพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าแกทำให้ปุ้มรู้สึกว่า..กำลังจะสูญเสียแกไป..บางทียัยปุ้มจะอาจจะแสดงความรู้สึกหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษาแกไว้ก็ได้ “
“ใช่ค่ะ อย่างนั้นเลย”
“แล้ว....ฉันจะทำยังไงให้เค้ารู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียฉันไป“ สุดากับสัทธาชะงัก.... เออ นั่นสิ !! อนวัชคิด...คิด...คิด...แล้วก็คิดออก ปิ๊ง !! “คิดออกแล้ว
สุดากับสัทธาหันขวับมาทันที

ที่ร้านอาหาร ชุลีหน้าตาโต “อะไรนะ..นี่เธอกำลังจะแต่งงานกับคุณรวยเหรอส่อง ! แล้ว..คุณหนึ่งหล่ะ ไหนเธอบอกว่าจะแต่งงานกับคุณหนึ่งไง”
“พี่หนึ่งเค้าก็อยากจะแต่งงานกับฉันอยู่หรอก ถึงขนาดถอนหมั้นนังปุ้ม..และก็หวังว่าฉันจะยอมแต่งงานด้วย แต่ก็อย่างว่าใครจะยอมแต่งงานกับคนพิการเดินไม่ได้ แถมยังหน้าอัปลักษณ์อีก”
“พิการ อัปลักษณ์คุณหนึ่งเนี่ยนะ”
“ใช่ ตอนนี้พี่หนึ่งประสบอุบัติเหตุขาขวาใช้การไม่ได้ แล้วที่หน้าก็มีแผลเป็นใหญ่เท่าใบลาน”
ชุลีแปลกใจ “คุณหนึ่งหมดสภาพขนาดนั้นเลยเหรอ ?”
“จริงสิ..ถ้าไม่เชื่อเธอก็คอยฟังข่าวแล้วกัน ..”
“แล้วเธอไม่สงสารคุณหนึ่งเหรอ”
“ก็สงสารเหมือนกัน...แต่ทำไงได้ ถึงฉันจะรักพี่หนึ่งมากแค่ไหน แต่ฉันก็รักตัวเองมากกว่าอยู่ดี.. “ ส่องแสงพูดอย่างเย็นชาและใจร้าย แล้วก็หันมาทางชุลี “ว่าแต่ฉันก็ต้องขอบใจเธอมากนะที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับคุณรวย .. ตอนแรกฉันก็นึกว่าเค้าจีบเธอ ก็ว่าจะไม่ยุ่ง แต่เค้าบอกว่าคิดกับเธอแบบเพื่อน..เรื่องของเราก็เลยลงเอยกันแบบนี้..ขอบใจมากนะจ๊ะ“ ส่องแสงทำเป็นยิ้มหวานขอบคุณ แต่ก็เหมือนข่มอยู่ในที ..
ชุลีฝืนยิ้มเสแสร้งรับ แต่พอส่องหันไปอีกทางก็เบ้หน้าเหยียดด้วยความหมั่นไส้ “ชิ ปาดหน้าเค้กเห็นๆ”
หทัยรัตน์ถือแก้วนมเดินมาที่ห้องนอนอนวัช หทัยรัตน์เคาะประตู
“เชิญ..”
หทัยรัตน์เปิดประตูเข้าไป เห็นอนวัชนั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้รถเข็นมองออกไปนอกหน้าต่าง หทัยรัตน์เดินเข้ามาหา
“ดิฉันกำลังจะเอานมไปให้อยู่พอดี..เพิ่งอุ่นมาร้อนๆเลย ดื่มก่อนนอนจะได้หลับสบาย..”
อนวัชหันมาตีหน้าเศร้า “ขอบใจมาก..เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากนอน”
หทัยรัตน์วางแก้วไว้ที่โต๊ะข้างๆ “ทำไมล่ะคะ..มีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันมีเรื่องต้องคิดมากมาย” อนวัชหันมาทางหทัยรัตน์ “โดยเฉพาะเรื่องของเธอ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 13/5 วันที่ 16 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ