อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 24 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 24 มิ.ย. 58
สมิงสอดน้อยคุมตัวเหมไปยังชายทุ่ง ที่นั่นคุณชาย ช่วงกับทหารอีกจำนวนหนึ่งมาดักรออยู่

เหมแปลกใจว่าเหตุใดคุณชายช่วงจึงมาอยู่ที่นี่

คุณชายช่วงบอกเหมอย่าเพิ่งถามกระไรให้รีบหนีไปก่อน เหมจึงเข้าใจว่านี่คือแผนของคุณชายช่วงที่ทำเพื่อช่วยตน

“เออ ข้านำคนไปจับเอ็งถึงเรือน ป่านนี้คงโจษกันไปทั่ว จะได้มีข้ออ้างกับวิลาศได้ว่าพวกเราจับกุมเอ็งแล้วแต่เอ็งหนีไปได้ระหว่างทางอย่างไรล่ะวะ” สมิงสอดน้อยชี้แจง


เหมเครียด ติงว่า พวกวิลาศคงไม่ยอมจบเพียงเท่านี้ คุณชายช่วงยืนกรานว่าอย่างไรก็ต้องทำ เพราะ...

“วิลาศเรียกร้องให้เอาผิดเจ้า แลยังให้ส่งตัวไปให้ตุลาการวิลาศตัดสินอีกด้วย อย่างไรก็ไม่พ้นผิดแน่ๆทั้งๆที่เจ้าทำไปก็เพื่อสยามทั้งสิ้น”

สมิงสอดน้อยบอกว่าไม่มีใครยอมให้เหมต้องตายแทนดอก เร่งให้รีบไปเสียเถิด เหมยืนกรานเด็ดเดี่ยวว่า

“กระผมไปไม่ได้ขอรับ นับแต่วันที่กระผมใช้อุบายต่อนายห้างหันแตร กระผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่า สักวันต้องโดนโทษทัณฑ์ กระผมขอรับโทษทั้งหมด แต่จะไม่ให้บ้านเมืองต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“แต่ที่เจ้าทำไป ก็เพื่อช่วยสยามให้พ้นจากการเอาเปรียบแลข่มเหงจากนายห้างหันแตร ถ้าฉันปล่อยให้เจ้าแบกรับผิดอีกก็เป็นการเห็นแก่ตัวเกินคนแล้ว” คุณชายช่วงเอ่ยเครียด

“เห็นแก่ตัวอย่างไรก็ต้องทำขอรับ วิลาศหมายจะรุกรานเรามานานแล้ว เรื่องของกระผมเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น แลความตายของกระผมจะทำให้ข้ออ้างเหล่านั้นหมดสิ้นไป กระผมยอมตายขอรับ”

“เมื่อเอ็งไม่ยอมหนีไปดีๆ ก็ต้องบังคับกันล่ะวะ” สมิงสอดน้อยตวาดสั่ง “จับกุมตัวหลวงสุรบดินทร์ไว้ประเดี๋ยวนี้!”

ทหารชักดาบจะเข้าจับเหม พริบตานั้นเหมพลิกตัวทำร้ายทหารและแย่งดาบจากทหารไปได้สองคนถือดาบสองมือพร้อมสู้ สมิงสอดน้อยชักดาบสองมือของตนบุกเข้าใส่เหมทันทีเช่นกัน

เพราะเคยประลองฝีมือกันมานักต่อนักแล้ว ฝีมือสมิงสอดน้อยกับเหมจึงไม่มีใครด้อยกว่าใครต่างจับทางกัน ได้ จนสมิงสอดน้อยใช้ไม้ตายหมายเร่งเอาชนะ ถูกเหมใช้ไม้ตายโต้กลับเอาดาบจ่อคอสมิงสอดน้อยไว้ได้

เหมคุกเข่าลงไหว้ขอขมาสมิงสอดน้อย แล้วคลานเข่าไปทางคุณชายช่วงหมายกราบขออภัย คุณชายช่วงเบี่ยงตัวออกพูดหน้าเครียด

“อย่ากราบฉันเลย เจ้าเป็นผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน โดยจะมีแต่คำประณามมากกว่าจะมีผู้เห็นความดีของเจ้า ฉันต่างหากที่ควรต้องกราบเจ้า” คุณชายช่วงถอนใจหน้าเครียด

เหมตระหนักว่าชีวิตของตนเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว แต่ตนก็เต็มใจตายเพื่อแผ่นดิน

ooooooo

เหมลอบกลับไปหาลำดวนที่เรือน ลำดวนทุกข์ใจสาหัส ถามเหมว่าไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ เหมโอบกอดลำดวนเศร้าๆ บอกว่าไม่มี ขอให้ยกโทษให้ตนด้วย ตนจำเป็นต้องทำเพื่อบ้านเมือง

ลำดวนกอดเหมร้องไห้กับอกเขา เหมกอดลำดวนไว้แนบอก ลูบผมเบาๆ เจ็บปวดรวดร้าว เพราะตนเองก็ไม่อยากตาย ไม่อยากจากลำดวนอันเป็นที่รัก แต่...ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...

ในความเศร้าที่เสมือนเวลาจากตายกันใกล้เข้ามาแล้วนั้น ลำดวนคิดถึงคำฝากฝังของคุณหญิงชมเมื่อครั้งเหมออกศึกที่ว่า “แม้เจ้าจะไม่รู้เรื่องงานบ้านงานเมือง แต่เจ้าเห็นสิ่งใดผิดแปลก ไม่ถูกไม่ควรไม่น่าวางใจ เจ้าก็ต้อง ตักเตือนพ่อเหม อย่านิ่งเฉยเสีย เพียงเท่านี้ก็ถือว่าช่วยพ่อเหมแลแบ่งเบาความกังวลของแม่ให้ทุเลาลงได้แล้ว ชีวิตของเจ้าทั้งคู่ก็จะมีแต่ความจำเริญยิ่งๆขึ้นไป”

นึกถึงความหวังของคุณหญิงแม่แล้ว ลำดวนผละจากอก มองหน้าเหมแน่วแน่

“ไม่เจ้าค่ะ ลำดวนจะไม่ยอมเสียคุณพี่เหมไป”

“เจ้าจะให้พี่หนีแล้วให้แผ่นดินต้องลุกเป็นไฟเพราะศึกวิลาศอย่างนั้นรึ ถึงพี่ไม่ตายแต่พี่คงทุกข์ใจยิ่งกว่าตายไปแล้วเสียอีก”

“ลำดวนก็ไม่ต้องการให้เกิดศึกเช่นกันเจ้าค่ะ แต่เราต้องช่วยกันคิดหาวิธีที่จะรักษาชีวิตคุณพี่ แลรักษาแผ่นดินไว้ได้พร้อมกันเจ้าค่ะ”

เหมมองหน้าลำดวนด้วยสายตาสงสัยว่า วิธีที่ลำดวนต้องการนั้น...จะมีได้อย่างไร?

ooooooo

4–5 วันต่อมา...ในห้องประชุมขุนนาง เจ้าพระยาพระคลังและขุนนางหลายคนประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพราะ...

อังกฤษ ได้ยื่นสนธิสัญญาใหม่มาหลายข้อ แต่ที่ประชุมเสนาบดีเห็นว่ามีเนื้อหาคล้ายคลึงกับสนธิสัญญานานกิงที่อังกฤษบังคับให้จีนลงนาม ซึ่งหากสยามตอบตกลง ก็จะสร้างความเสียหายมหาศาล แต่ถ้าไม่ตกลงก็สุ่มเสี่ยง ต่อการเกิดสงครามกับอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง

คืนนี้...ที่หน้าวัง ขุนนางหลายคนมารอเจ้าพระยาพระคลังอยู่อย่างกระวนกระวายใจ จนเมื่อเห็นเจ้าคุณพระยาพระคลังออกมาก็เข้าไปถามอย่างร้อนใจว่า “เป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านเจ้าคุณ” เจ้าพระยาพระคลังยกมือไหว้ท่วมหัวบอกว่า

“พระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยกับพวกเราว่าไม่ควรทำสนธิสัญญากับวิลาศ โดยเฉพาะข้อที่ให้ค้าขายอย่างเสรี เพราะเป็นช่องทางที่จะให้วิลาศค้าขายฝิ่นได้ พวกเราสู้อุตส่าห์ปราบโจรค้าฝิ่นลงได้ ถ้ายอมในข้อนี้ ก็เท่ากับที่ทำมาเสียเปล่าหมด”

“แต่หากเราไม่ยอม วิลาศคงไม่พอใจนัก ถ้าเกิดศึกขึ้นมา เราพร้อมที่จะรบแล้วหรือขอรับ” ขุนนางหนึ่งเอ่ย

“เราไม่อาจเอาชนะวิลาศในตอนนี้ได้ดอก ฉันยังไม่เห็นทางเลย คงมีแต่ต้องถ่วงเวลาด้วยการให้วิลาศพึงพอใจในข้ออื่นเป็นการแลกเปลี่ยนก่อน” เจ้าคุณตอบ ส่ายหน้าหนักใจ

“ถ้ากระนั้น เราก็ต้องจับตัวคนที่หยาบหยามนายห้างหันแตรมาลงโทษอย่างนั้นหรือขอรับ” ขุนนางคนแรกถามเจ้าพระยาพระคลังยิ่งเครียดหนัก เพราะรู้ว่าตนทำไม่ถูกที่ต้องทำร้ายเหม แต่เพื่อความอยู่รอดของบ้านเมืองก็ไม่มีวิธีอื่นให้เลือก

ดังนั้น เช้าวันต่อมา เหมจึงออกจากเรือนพร้อมลำดวนโดยมีหลวงเผด็จกับพวกทหารรออยู่ เหมบอกหลวงเผด็จให้ตีตรวนพาไปเถิดตนรออยู่นานแล้ว หลวงเผด็จถอนใจส่ายหน้าเอ่ยอย่างอัดอั้นว่า

“ข้าจะตีตรวนเอ็งได้อย่างไรเอ็งทำเพื่อแผ่นดิน แต่กลับต้องมาลงเอยเช่นนี้”

“เรื่องครานี้ จำเป็นต้องมีคนเสียสละ ถ้าฉันไม่ทำ เกียรติภูมิของสยามก็จะถูกนายห้างหันแตรย่ำยี แต่เมื่อทำ ฉันก็ต้องสละชีวิตเพื่อมิให้วิลาศจะใช้เหตุนี้เป็นข้ออ้างในการก่อศึก” หลวงเผด็จเสนอว่าเหมควรจะหนีไปในวันที่คุณพระนายท่านมาช่วย “การหนีช่วยได้แต่ชีวิตฉัน แต่ไม่ช่วยให้บ้านเมืองปลอดภัยดอก”

หลวงเผด็จอึ้งไป พูดไม่ออก หันสั่งทหารให้ค้นตัวเหมตามกฎอย่าให้พกอาวุธเข้าไป เมื่อทหารค้นเสร็จ เหมเอ่ยกับลำดวนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า

“ลำดวนของพี่ พี่คงต้องไปแล้ว ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่า พี่จะตายก็แต่ตัว แต่ความรักที่พี่มีให้เจ้าจะไม่มีวันตายไปด้วยเลย”

ลำดวนกราบเหมที่บ่าน้ำตาคลอ เหมกอดลำดวนไว้อย่างทะนุถนอม จับปลายผมลำดวนขึ้นหอมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตัดใจเดินตามหลวงเผด็จลงเรือนไป

ooooooo

หมื่นวิชิตผยองพองขนนัก ข่มทั้งหลวงสรอรรถและเรืองที่เพิ่งยอมตนมาเข้ากับพวกวิลาศ สั่งหลวงสรอรรถกับเรืองให้ทำงานแล้วตัวเองไปหาบัวให้พาไปเยาะเย้ยเหมในคุกก่อนที่จะโดนบั่นคอ

“อย่านานนัก ลอบเข้าไปพบนักโทษมีโทษหนักไม่เบา แม้หัวหมื่นจะอยู่ในบังคับของวิลาศ ไม่ต้องกลัวอาญาบ้านเมือง แต่ฉันมิได้อยู่ในบังคับด้วย” บัวย้ำเตือนหมื่นวิชิตบอกว่าเหมทำร้ายพวกเรา บัวสมควรไปเอาคืนบ้าง “ฉันไม่อยากเห็นหน้าให้เป็นเสนียดนัยน์ตา หัวหมื่นจะไปก็รีบไปเถิด”

ระหว่างหมื่นวิชิตเข้าไปในคุกนั่นเอง หลวงสรอรรถมาแอบดูอยู่เห็นบัวก็จิกตาพึมพำ “แม่บัว...”

หมื่นวิชิตเข้าไปเยาะเย้ยเหมว่าลูกพระยาตกอับกล้ามาแข่งวาสนากับตนสุดท้ายก็มีหัวได้ถึงพรุ่งนี้เท่านั้น เหมย้อนเย้ยว่า “แล้วเอ็งดีกว่าข้านักรึ เพื่อเอาชีวิตรอด ถึงกับยอมเข้ารีตอยู่ในบังคับของวิลาศยอมตนเป็นบ่าวรับใช้เสียศักดิ์ศรีตระกูลนัก”

หมื่นวิชิตเสียหน้าที่เหมรู้เรื่องของตนกระนั่นก็ยังกร่างว่า ถึงเหมรู้ไปก็เท่านั้นเพราะอย่างไรเหมก็ไม่มีทางรอด แลถึงตนจะยอมลดตัวเป็นบ่าวไพร่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น ได้โอกาสเมื่อใดก็จะกลับไปมั่งมีเหมือนเดิม ยิ้มร้ายเย้ยเหมว่า

“แล้วสิ่งแรกที่ข้าจะทำก็คือ เอาเมียเอ็งมาเป็นเมียน้อยให้หายแค้น” แล้วหัวเราะใส่หน้าเหมอย่างสะใจ แต่ไม่ได้ทำให้เหมตระหนกแต่อย่างไรยังคงมองหมื่นวิชิตอย่างสงบนิ่งจนหมื่นวิชิตเจื่อนไปเอง

ooooooo

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 24 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ