อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 17 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 17 มื.ย. 58

“ครับ..เชิญครับ” บุญเติมเดินมาหาส่อง
ส่องแสงยื้อ “พี่หนึ่งแต่ส่อง..พี่หนึ่งขา”
“เชิญครับคุณ..”
ส่องแสงอึ้งๆอยู่..คิดอะไรไม่ออก พูดอะไรไม่ได้..อึกอักไป บุญเติมก็ลากตัวส่องแสงไปเลย
“พี่หนึ่ง..ฟังส่องก่อนสิคะ..พี่หนึ่ง นี่ปล่อยฉันนะ ฉันบอกให้ปล่อย ปล่อย !!!”

อนวัชมองตามส่องแสงที่เดินออกไปและยิ้มพอใจหันมาทางหทัยรัตน์แล้วก็ต้องชะงักเพราะหทัยรัตน์หน้าหงิกอย่างแรง “เอ่อ...”
หทัยรัตน์มองอนวัชที่ยืนอยู่อย่างปกติ..และหน้าก็ใสปกติ หทัยรัตน์จี๊ดเลย “คุณโกหกฉัน..!! ทุกคนโกหกปุ้ม!! ทำเหมือนปุ้มเป็นตัวตลก คงสนุกกันมากนะคะที่เห็นปุ้มเป็นทุกข์ใจ ร้อนใจด้วยความเป็นห่วง ทุกคนสนุก แต่ปุ้มไม่สนุกด้วยนะคะ” หทัยรัตน์พูดจบก็เดินออกไปเลย
อนวัชตกใจ “หทัยรัตน์...“


สัทธากับสุดาร้องเรียก “ปุ้ม ปุ้ม!!“
หทัยรัตน์เดินไปเลย อนวัชรีบตาม “หทัยรัตน์..หทัยรัตน์...”
สุดาจะตาม สัทธาจับมือไว้ ให้อนวัชเคลียร์เอง

หทัยรัตน์หยิบกระเป๋าเดินทางลงมา และเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋าด้วยความฉุน
อนวัชรีบวิ่งตามเข้ามาในห้อง“นี่คุณจะทำอะไร ?”
“ฉันจะกลับบ้าน..ฉันไม่อยากอยู่เป็นคนหน้าโง่ ให้คุณหลอกอีกต่อไปแล้ว”
อนวัชรีบจับมือหทัยรัตน์ให้หยุด และอ้อนวอน “เดี๋ยวสิ..หยุดคุยกันก่อน..อย่าเพิ่งโกรธได้มั้ย..ก็เพราะเธอเป็นคนปากแข็งนี่ไม่ยอมรับสักทีว่ารักฉัน ฉันก็ต้องใช้วิธีนี้ แล้วเนี่ยดูสิกว่าจะยอมรับได้ เล่นเอาฉันเหนื่อยแทบตาย”
“หลอกคน เหนื่อยด้วยเหรอคะ ?“
“เหนื่อยสิ โดยเฉพาะหลอกคนฉลาดอย่างเธอ.. “
“ไม่ต้องมายอกันหรอกค่ะ..ถ้าดิฉันฉลาดจริง คงไม่โง่หลงเชื่อ แบบนี้ ปล่อยฉันนะคะ ฉันจะกลับบ้าน”
หทัยรัตน์สะบัดตัว อนวัชไม่ยอม “ฉันให้เธอกลับแน่.. แต่เธอต้องรับปากฉันก่อนว่าจะไม่โกรธฉัน และกลับไปถึงกรุงเทพแล้วเราจะแต่งงานกันทันที”
“ฉันไม่รับปาก!!”
“ถ้าไม่รับปากก็ไม่ปล่อย!! “
อนวัชดึงหทัยรัตน์มากอด หทัยรัตน์ตกใจพยายามดันตัวออก “ปล่อยฉันนะ..”
“ไม่ปล่อยจนกว่าจะรับปากในสิ่งที่ฉันต้องการ..”
“ไม่ คุณจะไม่ได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ .. ฉันไม่รับปากทั้งนั้นปล่อยฉัน !! “
“ไม่ปล่อย ถ้าเธอดิ้นมากกว่านี้นะ ฉันก็จะกอดให้แน่นกว่านี้..” อนวัชกอดหทัยรัตน์แน่นขึ้น
หทัยรัตน์อาย “นี่คุณจะบ้าเหรอ..”
“เธอนั่นแหละท่าจะบ้า..เมื่อกี๊ยังบอกอยู่เลยว่ารักฉัน..แต่ตอนนี้ยังทำดื้ออีก..นี่เมื่อไหร่จะเลิกดื้อสักทีนะ..ดื้อนักต้องปราบให้เข็ด”
อนวัชกอดไม่พอ หอมแก้มด้วย..หทัยรัตน์ตกใจ..“นี่คุณทำอะไร..”
“ก็ทำให้เธอยอมน่ะสิ..ถ้ายังไม่ยอมแต่งงานกับฉันนะฉันจะทำให้มากกว่านี้เลย..ไม่เชื่อลองดู..ไม่ยอมใช่มั้ย?” อนวัชพุ่งมาหอมแก้มหนึ่งฟอด!!
หทัยรัตน์ตกใจ เขินอาย “คุณอนวัช !! “
“ยังไม่ยอมอีก” อนวัชหอมอีกฟอด
“ นี่คุณจะบ้าเหรอ พอได้แล้ว”
“ไม่พอ จนกว่าจะยอม จะยอมแต่งมั้ย?” อนวัชหอมอีกฟอด
หทัยรัตน์ยิ่งเขินจัด “ไม่แต่ง !! แล้วก็ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
อนวัชไม่ปล่อย หทัยรัตน์ใช้เท้าตัวเองกระทืบลงที่เท้าอนวัชอย่างแรง พลั่ก !!
“โอ้ยยยยย !!!” อนวัชตกใจ เจ็บ คลายแขนออกจากหทัยรัตน์ หญิงสาวได้ทีรีบวิ่งหลุดออกจากการกอดรัด และวิ่งไปคว้ากระเป๋า แล้วก็รีบวิ่งออกไปจากห้องเลย
อนวัชรีบเรียกไว้ “หทัยรัตน์เดี๋ยวก่อน หทัยรัตน์ “ อนวัชจะวิ่งตาม แต่ก็สะดุ้งเจ็บเท้าที่โดนเหยียบอย่างแรง..เขารีบกระเผลกๆตามไป อย่างทุลักทุเล

สุดา สัทธายืนอยู่ที่มุมหนึ่ง หทัยรัตน์วิ่งลงมาจากอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองคนยังหันหลังมองไปอีกทาง หทัยรัตน์ได้ทีรีบวิ่งมาที่รถ บุญเติมเดินมาพอดี “บุญเติมไปส่งฉันที่ท่ารถ”
“หะ ? ท่ารถ เอ่อ..คือ “
“เร็ว !! ถ้าไม่ไปส่ง ฉันจะขับไปเอง ขับไม่เป็นก็ให้มันชนกำแพงตายไปเลย ตกลงจะไป หรือไม่ไป”
“ไปครับ ไป ไปเดี๋ยวนี้ครับ” เติมรีบขึ้นรถไปสตาร์ทเครื่อง
สัทธากับสุดาได้ยินเสียงก็หันมาเห็นหทัยรัตน์อยู่ในรถ และรถเคลื่อนออกไป สัทธากับสุดารีบวิ่งตาม
สัทธาร้องเรียก “ปุ้ม!!“
สุดาตะโกนถาม “ปุ้มจะไปไหน?“
อนวัชเดินกระเผลกมาพอดี๊พอดี “หทัยรัตน์!!“ อนวัชรีบหันซ้ายหันขวา หันไปเห็นจักรยานจอดอยู่ เขารีบวิ่งไปที่จักรยานทันที
“อ้าว ไอ้หนึ่ง / พี่หนึ่ง”
“พี่หนึ่งจะไปไหนคะ ?”
“ไปตามหทัยรัตน์” อนวัชพูดแล้วก็รีบปั่นจักรยานตามไปทันที
รถบุญเติมค่อยๆเคลื่อนออกจากประตูบ้าน อนวัชปั่นจักรยานตาม สัทธากับสุดายืนเหวอ
“อ้าวววว ไปกันหมดเลย เราจะทำยังไงกันต่อไปดีคะพี่ปุ๊”
สัทธามองตามแล้วก็พูด “สวดมนต์ !! “
“ห๊ะ???” สุดาเหวอซ้ำกับคำตอบของสัทธา

หทัยรัตน์นั่งหน้าหงิกอยู่บนรถ
บุญเติมขับไปก็มองหน้าหทัยรัตน์ทางกระจกหลังไปด้วย “คุณปุ้มจะไปที่ท่าเรือจริงๆเหรอครับ ?”
“จริง !!! “ หทัยรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงดุๆบุญเติมสะดุ้ง “แล้วก็รีบๆไปด้วย ขับให้เร็วกว่านี้อีก”
“ครับๆ" บุญเติมรีบเร่งเครื่องด้วยความไม่แน่ใจ .. ยังไงกันวะเนี่ย ?? บุญเติมขับไปก็มองกระจกหลังไปด้วย
หทัยรัตน์นั่งหน้าหงิก คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นภาพมารยาของอนวัชล้วนๆ ตอนแกล้งทำเป็นเดินไม่ได้
ตอนแกล้งตกเขา ตอนแกล้งให้ป้อนอาหาร เช็ดตัว ตอนเต้นรำ
หทัยรัตน์ทั้งอาย ทั้งเขิน ทั้งเสียหน้า “บ้าๆๆๆๆ ฉันทำอะไรลงไปตั้งหลายอย่าง ไอ้คุณหนึ่งบ้า”

อนวัชปั่นจักรยานสุดชีวิต ปั่นแบบไม่คิดชีวิต อนวัชปั่นๆๆๆ ผ่านทุ่งดอกไม้สวยงาม

บุญเติมขับรถไปพลางมองกระจกหลังไปพลาง เห็นหทัยรัตน์หน้าหงิกงอ และด้านหลังหทัยรัตน์..ห่างออกไป เป็นอนวัชปั่นจักรยานมา
บุญเติมอึ้ง “คุณ... “ ดีที่ยั้งไว้ทัน ไม่ได้พูดชื่ออนวัชออกมา
หทัยรัตน์หันมา “มีอะไร ?”
“เอ่อ...คือ..ผมจะถามว่า..คุณปุ้มไม่เปลี่ยนใจแน่นะครับ”
“ไม่เปลี่ยน แล้วก็รีบๆขับให้เร็วกว่านี้ด้วย”
“เอ่อ..คะ..ครับ” บุญเติมทำเป็นรับคำ แต่ในใจคิดว่าจะทำยังไงดี? บุญเติมมองกระจกหลังเห็นอนวัชปั่นจักรยานตามมา บุญเติมคิดๆๆๆ

อนวัชปั่นจักรยานเหงื่อซก .. เห็นรถอยู่ข้างหน้าอีกไกล อนวัชปาดเหงื่อและปั่นต่อ

บุญเติมคิดๆ ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง บุญเติมปล่อยเท้าออกจากคลัทช์ เป็นจังหวะกึกๆ รถสะดุด กึกๆ เหมือนเครื่องจะดับ
หทัยรัตน์แปลกใจ “รถเป็นอะไร ?”
“ไม่ทราบครับ...สงสัยว่าเครื่องมันจะรวน”
“อ้าว ทำไมมารวนตอนนี้เนี่ย?”
“ผมก็ไม่ทราบครับ” บุญเติมปล่อยคลัทช์อีกที กึก ๆๆๆ รถกระตุก กึก ๆๆๆ บุญเติมปล่อยคลัทช์ รถดับวูบ กึก !!
“อ้าวววว !! ดับไปเลย เติมลองสตาร์ทสิ”
“ครับๆ” บุญเติมทำเป็นสตาร์ท แต่ก็สตาร์ทไม่ติด
“เป็นยังไง?”
“ไม่ติดครับ“
“อ้าววว“ หทัยรัตน์หน้าเสีย
บุญเติมทำหน้าเจื่อน แต่สายตามองไปที่กระจกหลัง อนวัชปั่นเข้ามาใกล้

อนวัชตามมาจนใกล้จะถึงรถ อนวัชมีหวัง

บุญเติมทำเป็นงกเงิ่นๆ สตาร์ทรถไม่ติดสักที “เอ..เป็นอะไรก็ไม่รู้สิครับ อยู่ๆรถก็ดับ...ว้า...แย่จริงๆเลย”
บุญเติมพูดไปมองกระจกไปด้วย จนหทัยรัตน์เริ่มผิดสังเกต หันหลังไปดูนอกรถ แล้วก็ชะงักเห็นอนวัชปั่นจักรยานมาเกือบถึงแล้ว หทัยรัตน์หันขวับมาทางบุญเติม “บุญเติม !! “
บุญเติมสะดุ้ง “ค้าบบบบ”
“ตกลงจะไม่ไปแล้วใช่มั้ย?”
บุญเติมระล่ำระลักโกหก “ก็..รถมันเสีย”
“ไม่ต้องมาโกหกเลย ฮึ่ย! เล่นละครทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง ! ไม่ต้องไปส่งแล้ว ฉันไปเองก็ได้” หทัยรัตน์คว้ากระเป๋าลงจากรถไปเลย
“อ้าวววว คุณปุ้มครับ คุณปุ้ม”
หทัยรัตน์ไม่ฟังเสียง เดินดุ่มๆๆๆๆ ไปเลย หทัยรัตน์เดินลัดเลี้ยวเข้าไปในทางเดินเล็กๆ กลางทุ่ง อนวัชเห็นแล้วก็รีบปั่นตามไปทันที
หทัยรัตน์เดินหน้าตาบูดบึ้ง ถือกระเป๋าเดินจ้ำอ้าวๆๆๆ
อนวัชปั่นจักรยานมาถึง เห็นหทัยรัตน์เดินอยู่ก็รีบเบรก ปล่อยจักรยานทิ้ง และวิ่งตามไป “หทัยรัตน์รอฉันก่อน ! หทัยรัตน์ “
หทัยรัตน์ไม่หยุด อนวัชวิ่งตาม และรีบวิ่งมาดักหน้า สองคนเผชิญหน้ากัน อนวัชหอบ
หทัยรัตน์มองที่ขา “ดีใจด้วยนะคะ ที่ขาคุณใช้ได้ตามปกติ หลังจากที่เล่นละครมาตั้งนาน ! “
"โธ่ ปุ้ม ! .. ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมขอโทษ “
“หทัยรัตน์ค่ะ กรุณาเรียกชื่อเต็มของฉันเหมือนเดิม เรายังไม่สนิทกันพอจะเรียกชื่อเล่น”
“ปุ้ม..ไม่เอาน่า..อย่าโกรธผมเลยนะ” อนวัชเข้ามาอ้อน “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณ หลอกให้คุณเป็นห่วง แต่แผนการทุกอย่าง มันทำให้ผมเห็นว่าคุณเป็นคนดีจริงๆ“ อนวัชสารภาพความรู้สึกทุกอย่างออกมา “ในตอนที่ผมแย่ที่สุด คุณไม่เคยทิ้งผม คุณอยู่เคียงข้างผมตลอดเวลา ผมเคยบอกคุณแล้ว และวันนี้ผมอยากจะบอกคุณอีกครั้ง .. . “ผมรักคุณ” หทัยรัตน์สะท้านใจ ... อนวัชพูดจากใจ “รักทุกอย่างที่เป็นคุณ รักความเย่อหยิ่ง ความทระนง ความถือตัว ความดื้อรั้น” หทัยรัตน์ชักสีกหน้านิดๆ “ทุกอย่างที่เป็นหทัยรัตน์ .. จะให้ผมพูดอีกสักร้อยครั้ง พันครั้ง ผมก็พูดได้อย่างมั่นใจว่า “ผมรักคุณ” .. และที่ผมยอมเล่นละครโกหกคุณ เพียงเพราะต้องการฟังคำเดียวกันจากปากของคุณ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อให้ผมมั่นใจ..ว่าคุณรักผม แต่ตอนนี้..ผมไม่อยากฟังแล้ว” หทัยรัตน์แปลกใจ “เพราะการกระทำทุกอย่างของคุณ มันพูดคำๆนั้น ซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน ทุกนาที ทุกวินาที” อนวัชมองหทัยรัตน์ด้วยความซาบซึ้งใจ นึกถึงตอนหทัยรัตน์ดูแลเขาอย่างดี “ผมรู้ว่าคุณรักผม...คุณไม่กล้าพูดเพราะกลัวว่าผมจะไม่เห็นค่าความรักของคุณ“
“พี่แป้น!!” หทัยรัตน์งอนแป้นที่ไปบอกอนวัช
อนวัชไม่สนใจ รีบเข้ามาจับมือ “คุณไม่ต้องกลัว..ความรักของคุณมีค่าสำหรับผมเสมอ..ผมรู้ว่ามันไม่ได้มาง่ายๆ และคุณก็ไม่ได้ให้ใครง่ายๆ .. “
หทัยรัตน์สะท้านใจ..เพราะอนวัชพูดจี้ใจดำ จี้ปมอย่างตรงจุด
อนวัชค่อยๆคุกเข่าลงตรงหน้าหทัยรัตน์อนวัชพูดเสียงจริงจังขึ้น .. หทัยรัตน์มองอนวัช..ใจสั่น..น้ำตาปริ่มๆ
“หทัยรัตน์...การหมั้นของเราครั้งที่แล้ว อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ ความลังเลสงสัยในตัวผม .. แต่วันนี้ ตอนนี้ นายอนวัชคนนี้ยอมคุกเข่าให้กับคุณคนเดียวเท่านั้น .. คุณคือผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้จักความรักที่แท้จริง ..” หทัยรัตน์จุกตื้อขึ้นมาที่คอ..ขอบตาร้อน..อนวัชพูดต่อ ด้วยคำที่เรียบง่าย และหนักแน่น และตรงออกมาจากใจ “ผมจะรัก และดูแลคุณให้ดีที่สุด สมกับความรักที่คุณมีให้ผม...แต่งงานกับผมนะครับ”
หทัยรัตน์น้ำตาร่วง.. อนวัชลุ้นรอคำตอบ .. หทัยรัตน์มองลึกเข้าไปในแววตาของอนวัชและเห็นความรักความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในนั้น .. หทัยรัตน์ตัดสินใจพยักหน้ารับทั้งน้ำตา...“ค่ะ..ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
ยิ้มกว้าง..ดีใจลุกขึ้นและสวมกอดหทัยรัตน์ไว้ด้วยความรัก ทั้งสองคนกอดกันท่ามกลางดอกไม้สวยงาม
จากอดีตอันสวยงามร้อยไหลเข้ามาเป็นระยะ..เป็นเส้นทางความรักของคนสองคนที่สุดแสนประทับใจ....หทัยรัตน์กอดอนวัชไว้และพูดเบาๆที่ข้างหู “ฉันรักคุณค่ะ .. “
อนวัชเต็มตื้นราวกับได้ยินเสียงนางฟ้าจากสวรรค์..อนวัชกอดหทัยรัตน์แน่นขึ้นและพูดตอบกลับไป “แต่ผมรักคุณมากกว่า“
อนวัชพูดแบบไม่ยอมแพ้ และทั้งสองคนก็ยิ้มและหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างมีความสุข .........


*****อวสาน*****

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 17 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ