อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[3] วันที่ 17 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[3] วันที่ 17 มื.ย. 58

“ส่องอยากตายค่ะคุณแม่..ส่องอยากตาย”
“ส่องตายไม่ได้นะลูก..ถ้าลูกตายจะมีคนสมน้ำหน้าลูกนะคะ..ลูกต้องสู้ค่ะ..”
“ถึงส่องไม่ตาย..ก็ต้องมีคนสมน้ำหน้าลูกอยู่ดี..โดยเฉพาะนังปุ้มมันต้องดีใจแน่ที่เห็นส่องเป็นแบบนี้..ส่องจะทำยังไงดีคะคุณแม่...แล้วส่องจะสู้กับมันยังไง?? “
ส่องแสงร้องไห้ไม่หยุด.. สีสุกกอดส่องแสงไว้ด้วยความสงสารและจนปัญญา

อนวัชนอนอยู่บนเตียง และคันยุกคันยิกตามตัว..อนวัชเกาด้วยความไม่ถนัด..ยิ่งเกายิ่งคัน..และก็ยกมือขึ้นเกาหลัง ก็ได้กลิ่นตัวเองแปลกๆ อนวัชค่อยๆ ดมที่ใต้รักแร้ตัวเอง ก็อึ้งไปด้วยความเหม็น..ชายหนุ่มคิดหนัก..“ต้องอาบน้ำซักหน่อยแล้ว ใครจะดูต้นทาง ? ปุ๊ แป้น ก็ไม่อยู่ ทำยังไงดี?“


อนวัชมองห้องน้ำรู้สึกอยากอาบน้ำขึ้นจับใจ..ทำไงดี..เขาลองเรียกหทัยรัตน์ “หทัยรัตน์...!! หทัยรัตน์...” เงียบไม่มีเสียงตอบ..อนวัชคิด..ลองเรียกอีกทีให้ดังขึ้น “หทัยรัตน์..!!! หทัยรัตน์ !!!” อนวัชรอจนแน่ใจว่าไม่มีเสียงตอบ..อนวัชค่อยๆลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู..เขาค่อยแง้มประตูและชะโงกหน้าออกไปดูให้แน่ใจว่าไม่มีคน ชายหนุ่มปิดประตูและล็อคห้องทันที..กริ๊ก..อนวัชยิ้มพอใจ รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป

หทัยรัตน์กำลังทำกับข้าวอย่างตั้งใจอยู่ในห้องครัว
อนวัชรีบถอดเฝือก ถอดผ้าพันหน้า ถอดเสื้อผ้า และเปิดฝักบัวอาบน้ำอย่างรีบร้อน
หทัยรัตน์ทำอาหารเสร็จแล้ว จัดใส่ถาด และยกขึ้นไปให้อนวัช
อนวัชยังอาบน้ำอยู่อย่างเมามัน
หทัยรัตน์เดินมาถึงหน้าห้องอนวัช จะเปิดเข้าไปแต่ก็ชะงักเพราะห้องล็อค..หทัยรัตน์ชะงัก..ขยับลูกปิดอีกครั้งก็เปิดไม่ออก..หทัยรัตน์ลองเรียกอนวัช “คุณอนวัชคะ..”
อนวัชยังอาบน้ำอย่างสบายใจ เสียงฝักบัวกลบเสียงเรียกของหทัยรัตน์ หทัยรัตน์เริ่มใจคอไม่ดี “คุณอนวัช...คุณอนวัช...” ยังไม่มีเสียงตอบ..หทัยรัตน์หันไปวางถาดอาหารไว้ที่โต๊ะข้างๆ และเริ่มเปิดประตูอย่างแรง..แต่ประตูยังล็อคอยู่ “คุณอนวัช...”
อนวัชชะงักเหมือนได้ยินเสียงเรียก..อนวัชปิดน้ำ..เงี่ยหูฟัง .. แต่ไม่มีเสียงอะไร เขาอาบน้ำต่อ..
หทัยรัตน์เดินลงมาตะโกนหาบุญเติม “บุญเติม.... บุญเติม”
บุญเติมตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้ามา “ครับ..”
“บุญเติม..มีกุญแจห้องนอนคุณอนวัชหรือเปล่า”
“มีครับ..คุณปุ้มจะเอาไปทำอะไรครับ”
“ฉันจะเอาไปไขห้องนอนคุณอนวัชน่ะ..เมื่อกี๊ฉันขึ้นไปแล้วประตูมันเปิดไม่ได้เรียกเท่าไหร่คุณอนวัชก็ไม่ตอบ..ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องหรือเปล่า”
“งั้นเดี๋ยวผมไปหยิบกุญแจก่อนนะครับ”
หทัยรัตน์พยักหน้า บุญเติมรีบเดินไป หทัยรัตน์ร้อนใจ
อนวัชอาบน้ำเสร็จ เช็ดตัว..แล้วก็ชะงัก..ได้ยินเสียงกุกกักหน้าห้อง..อนวัชเงี่ยหูฟัง
บุญเติมไขกุญแจ หทัยรัตน์ลุ้นอยู่ข้างๆ..และทันใดนั้นประตูก็เปิดออก..ผัวะ..หทัยรัตน์รีบพรวดเข้ามา..“คุณอนวัช..คุณอนวัช”
อนวัชตกใจแย่แล้ว..ทำไงดี...อนวัชคิด..รีบแต่งตัวและเอาเฝือกยัดเข้าไป..
หทัยรัตน์เดินหาในห้อง..ไม่เห็น..“คุณอนวัช..”
บุญเติมช่วยเรียก “คุณหนู..”
หทัยรัตน์โผล่ไปที่ระเบียง “คุณอนวัช..คุณอนวัช..เอ..ไปไหนของเค้านะ..” หทัยรัตน์พยายามมองออกไปข้างนอก มองข้างล่างว่ากระโดดบ้านลงไปหรือเปล่า?
อนวัชแต่งตัวเสร็จแล้ว..รีบใส่เฝือก และปิดผ้าแต่ยังปิดได้ไม่ดี เปิดๆเพยิบๆ ตอนแรกปิดผิดด้าน รีบขยับมาเป็นอีกด้านนึง..

บุญเติมเดินหาในห้อง..“คุณหนูครับ..คุณหนู..” บุญเติมหาไม่เจอ..แล้วเอะใจหันไปทางห้องน้ำ..บุญเติมหมุนลูกบิดห้องน้ำเปิดเข้าไป อนวัชชะงัก..เฮ้ย..และทันใดนั้นประตูก็เปิดออก..บุญเติมเห็นอนวัชอยู่ในสภาพทุลักทุเล เฝือกคาอยู่ ผ้าปิดหน้ายังเพยิบพยาบ..
บุญเติมจะตะโกน อนวัชไหวตัวทันรีบปิดปากบุญเติม “เฮ้ยย..เงียบๆ...” อนวัชลากตัวบุญเติมเข้ามาให้ห้องน้ำ..และหันไปปิดล็อค..อนวัชรีบหันมาจุ๊ปาก “เงียบๆ อย่าส่งเสียง..”
บุญเติมอึ้งไปอะไรวะ?
หทัยรัตน์ยืนดูที่ระเบียงจนแน่ใจว่าไม่มี ก็เดินเข้ามาในห้องก็แปลกใจไม่เห็นบุญเติม “บุญเติม...บุญเติม...”
บุญเติมยังอึ้งอยู่..อนวัชรีบกระซิบกระซาบ “ตะโกนออกไปบอกว่าอยู่ในห้องน้ำ..”
“บุญเติม..นายเติม...”
“เอ่อ..ผม..ผมอยู่ในห้องน้ำครับ “
หทัยรัตน์แปลกใจเดินมาที่หน้าห้องน้ำ “แล้วเข้าไปทำอะไรในนั้น”
บุญเติมอึกอัก อนวัชกระซิบ “ปวดท้องกระทันหัน..”
“เอ่อ..คือ..ผมเกิดปวดท้องกระทันหันครับ..เลยลงไปข้างล่างไม่ทัน...ผม..ผมขอโทษนะครับ”
“แล้วเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
บุญเติมอึกอัก อนวัชส่ายหน้า “เปล่าครับ..ไม่มากครับ..” อนวัชกระซิบบุญเติม บุญเติมรีบพูดตาม “คุณปุ้มครับ..ผมเพิ่งนึกได้ว่าเห็นคุณหนูนั่งรถเข็นไปที่สวนครับ..คุณปุ้มลองเดินไปดูที่สวนนะครับ..ผมทำธุระเสร็จแล้ว ผมจะรีบไปครับ..”
หทัยรัตน์พยักหน้า “ได้..งั้นฉันลงไปหาคุณอนวัชก่อนนะ” หทัยรัตน์รีบเดินไปเลย..
อนวัชเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงหทัยรัตน์เดินออกจากห้องไปแล้ว อนวัชถอนหายใจโล่งอก..
บุญเติมยังงงอยู่ “นี่..มัน..เกิดอะไรขึ้นครับคุณหนู..ทำไมหน้ากับขาคุณหนูถึงได้..”
“เอาน่า..เรื่องมันยาว เดี๋ยวฉันค่อยเล่า แกรีบออกไปเอารถเข็นมาให้ฉัน แล้วพาฉันไปที่สวนเร็ว”
“ครับ..” บุญเติมรีบวิ่งออกไป
อนวัชถอนใจด้วยความโล่งอกแล้วก็นึกได้ว่าต้องรีบ อนวัชลุกพรวดตามบุญเติมออกไปทันที

หทัยรัตน์เดินหาอนวัชอยู่ในสวน “คุณอนวัช..คุณอนวัช..”
อีกมุมอนวัชไม่ห่างกัน...อนวัชรีบวิ่งกระเผลกๆมา มีบุญเติมยกรถเข็นตามมา อนวัชชี้ให้วางตรงนี้ “ไว้ตรงนี้“ บุญเติมรีบวางรถ อนวัชรีบนั่ง และหันมาไล่บุญเติม “ไปได้แล้ว..”
“ครับ..” บุญเติมรีบวิ่งไปงงๆ..
อนวัชรีบทำฟอร์มเป็นคนป่วย เรียกความน่าสงสารกลับคืนมา ...
เสียงหทัยรัตน์ดังอยู่ใกล้เข้ามา “คุณอนวัช..คุณอนวัช...”
อนวัชส่งเสียงมาอย่างแผ่วเบา “ฉันอยู่ที่นี่... “
หทัยรัตน์ชะงักรีบเดินมาตามเสียง อนวัชนั่งเหม่อลอยอยู่อย่างเสแสร้ง..หทัยรัตน์เดินมาเจอก็ตกใจ “คุณทำให้ฉันตกใจหมดเลย ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่คะ “
“ก็..ฉันเบื่อ..อยู่แต่ในห้องก็เลยออกมาสูดอากาศข้างนอก..มีอะไรเหรอทำไมเธอถึงทำหน้าตาตกใจแบบนี้”
“ก็ฉันกลัวว่าคุณจะ..คิดสั้นอีกหน่ะสิ...เฮ่อ..แต่เห็นคุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว “
“หทัยรัตน์..เมื่อกี๊..เธอบอกว่าเธอเป็นห่วงฉัน..เธอเป็นห่วงฉันจริงๆเหรอ”
หทัยรัตน์เขิน “ก็..ถ้าไม่จริงฉันคงจะไม่วิ่งวุ่นหาคุณแบบนี้หรอก..”
“แล้วทำไมเธอเป็นห่วงฉัน..บอกฉันได้มั้ย ? ตอนนั้นที่ฉันคิดฆ่าตัวตายเธอก็บอกว่าไม่อยากให้ฉันตาย แต่เธอก็ยังไม่ยอมบอกเหตุผลกับฉัน..ตอนนี้เธอบอกฉันได้หรือยัง ว่าทำไมเธอถึงเป็นห่วงฉัน “
“เอ่อ..”
“บอกฉันได้มั้ย ? ฉันอยากรู้..”
“บอกได้ค่ะ..” อนวัชลุ้นใจระทึก หทัยรัตน์บ่ายเบี่ยง “แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้..”
แป่ว!!! อนวัชเซ็งปนเสียดาย “ทำไมล่ะ?? “
“ก็ฉันไม่มั่นใจ..ขอให้ฉันมั่นใจมากกว่านี้ แล้วฉันจะบอกคุณเอง”
“แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะมั่นใจ“
“ก็..คงจะอีกไม่นานหรอกค่ะ.. “
“ได้..ถ้าอีกไม่นาน..ฉันจะรอ..รอจนกว่าเธอจะยอมพูดคำนั้นออกมา..” อนวัชมองหน้าหทัยรัตน์ด้วยความมุ่งมั่น..
หทัยรัตน์หลบตาอาย และเฉไฉ “ตรงนี้แดดร้อนมากแล้ว..ฉันพาคุณเข้าไปในบ้านดีกว่านะคะ..” หทัยรัตน์เดินอ้อมไปด้านหลัง..และเข็นรถอนวัชไป
คล้อยหลังหทัยรัตน์อนวัชเหนื่อยใจ .. เฮ่อออ เมื่อไหร่จะบอกรักสักที

อนวัช สัทธา สุดา และบุญเติมปรึกษากันในห้องพัก
บุญเติมพยักหน้าเข้าใจ “อ๋อ..เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง..ผมเข้าใจแล้ว..แหม แล้วคุณหนูก็ไม่บอกผมแต่แรก ผมก็ตกใจหมด..ถ้ารู้แบบนี้ผมก็จะได้ช่วยคุณหนูให้เต็มที่ไปเลย”
“เอาน่า..รู้ตอนนี้แกก็ยังช่วยฉันได้..”
“ได้เลยครับ ผมยินดีช่วยเต็มที่” บุญเติมยิ้มแฉ่ง
สัทธาเตือน “ช่วยเต็มที่ยังไงก็ระวังอย่าให้ความแตก”
“ครับผม”

สุดาเอ่ยขึ้น “แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดีคะ แป้นไม่เห็นปุ้มจะยอมเปิดปากพูดความรู้สึกกับพี่หนึ่งสักที “
สัทธาก็ชักหมดมุข “นั่นสิ เราก็ลองกันมาตั้งหลายแผนแล้วนะ .... ยัยปุ้มปากแข็งจริงๆ”
ทุกคนคิดๆ แล้วอนวัชก็คิดออก “คิดออกแล้ว” ทุกคนหันมา อนวัชหยิบกระดาษปากกามาเขียนบางอย่าง แล้วยื่นเศษกระดาษให้บุญเติม “จัดการตามนี้เลยนะ” อนวัชยิ้มอย่างมีเลศนัย
สัทธามองด้วยความสงสัย

คืนนั้น ที่ห้องรับแขก บุญเติมเอาแผ่นเสียงที่อนวัชต้องการใส่ในเครื่องเล่นและเปิดเสียงเพลง “จูบ” เสียงเพลงลอยเคว้งไปมาในอากาศ

หทัยรัตน์กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอน..ต้องชะงักเมื่อเสียงเพลงดังแว่วเข้ามาในห้อง..หทัยรัตน์นิ่งคิด..และภาพความหลังตอน.ที่จูบกันในอดีตก็ตีกลับเข้ามาในความทรงจำ..หทัยรัตน์ยิ่งฟังยิ่งเขิน..

อนวัชนั่งอยู่บนรถเข็นได้ยินเสียงเพลงก็หยุดชะงักและเงี่ยหูฟัง อนวัชค่อยๆเข็นรถมาหยุดที่ริมหน้าต่างเพื่อฟังเพลง
สักพักหทัยรัตน์เดินเข้ามาหา “คุณอนวัชยังไม่นอนเหรอคะ ?”
“กำลังจะนอนแต่ได้ยินเพลงนี้ก็เลยนอนไม่หลับ..เธอก็นอนไม่หลับเหมือนกันใช่มั้ย” หทัยรัตน์หลบตาแทนคำตอบ
“น่าเสียดายนะที่ฉันเดินไม่ได้..ไม่งั้นฉันจะขอเธอเต้นรำกับฉันสักเพลง” อนวัชมองที่ขาตัวเองด้วยความเศร้า ”พูดถึงเรื่องเต้นรำก็แปลกดีนะ ครั้งแรกเธอวิ่งหนีฉัน ครั้งที่สองฉันต้องบังคับเธอถึงยอมเต้นรำกับฉัน ส่วนตอนนี้ถึงฉันอยากเต้นรำและเธอก็ยินยอม ฉันกลับเต้นไม่ได้...”
หทัยรัตน์เห็นแล้วสงสาร เดินเข้ามาหา “คุณก็ไม่จำเป็นต้องเดินนี่คะ“ อนวัชแปลกใจ หทัยรัตน์ค่อยๆจับมืออนวัชและดึงอนวัชให้ยืนขึ้น...หทัยรัตน์จับมืออนวัชอ้อมมาที่เอว และหทัยรัตน์วางมือตัวเองบนไหล่อนวัช อีกมือก็จับมือของอนวัชไว้ “หลับตาและคิดว่ากำลังเต้นรำอยู่นะคะ ... “
อนวัชทำตามค่อยๆหลับตาลง หทัยรัตน์ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้และประคองตัวอนวัชไว้ ทั้งสองคนยืนนิ่งเหมือนกอดกันอยู่ริมหน้าต่าง เสียงเพลงดังแว่วมากับสายลม...หทัยรัตน์มองอนวัชในระยะใกล้ และรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด.. หทัยรัตน์ยิ้มนิดๆและซบศีรษะที่ไหล่อนวัช อนวัชอมยิ้มมีความสุข

อีกมุมหนึ่งของบ้านไม่ห่างกัน เห็นสุดา สัทธา ค่อยๆย่องมาแอบดู บุญเติมตามมาห่างๆ ด้วยความสาระแน
“พี่ปุ๊ๆ ดูๆ หวานมากกกก”
“เห็นแล้วๆ แผนไอ้หนึ่งใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย”
“แต่...เต้นรำแบบนี้ มันจะพอให้ปุ้มเคลิบเคลิ้ม สารภาพความรู้สึกออกมาเหรอคะ ?”
สัทธาชะงักกึก “เออ !! นั่นน่ะสิ”
ทันใดนั้นบุญเติมที่ยืนอยู่ด้านหลังก็จามออกมาเสียงดังมาก ฮัดชิ้ววววว !!! ตึ่ง ! สุดากับสัทธารีบหันมาจุ๊ปาก “ชู่ว!!!!!”
หทัยรัตน์กำลังเต้นรำสะดุ้งโหยง อนวัชเซ็ง หทัยรัตน์ถอย คลายจากวงกอด มองมาที่ต้นเสียง “เสียงใครจาม ? “
สุดา สัทธา รีบหลบวูบ บุญเติมรีบหลบตาม สัทธาส่งสัญญาณมือให้ทุกคนแยกย้าย .. วงแตก ทั้งสามรีบกลับเข้าที่ตั้งของตัวเอง
หทัยรัตน์ชะเง้อมองหา อนวัชรีบบอก “ก็คงจะบุญเติมมาเดินตรวจตรารอบๆบ้านมั้ง”
หทัยรัตน์พยักหน้ารับ...แล้วหันมาทางอนวัช ได้สติรู้สึกเขินอนวัชมาก “นี่ก็ดึกแล้ว...เข้านอนเถอะค่ะ“
“อ้าวแต่..ยังเต้นรำไม่จบเพลงเลย”
หทัยรัตน์เดินไปปิดเพลง “.. ดึกแล้ว เอาไว้เต้นต่อวันหลังเถอะค่ะ”
“แต่ ...”
หทัยรัตน์ไม่ฟังเสียง ค่อยๆกดให้อนวัชนั่งบนรถ และเข็นไปเลย อนวัชอย่างเซ็ง “ไอ้เติมนะ ไอ้เติม” .... เฮ่อออออ

สุดากำลังหวีผมให้หทัยรัตน์ระหว่างหวีก็คิดๆ คิดแล้วก็ถามขึ้น “ปุ้ม..พี่ถามอะไรหน่อยสิ..เอ่อ..เรื่องพี่กับคุณชายประสาทพร..ปุ้มไม่โกรธพี่ใช่มั้ย?”
หทัยรัตน์ชะงัก..ค่อยๆ หันมา สุดาหยุดหวี..หทัยรัตน์มองหน้าสุดาและพูดอย่างจริงใจ “ปุ้มไม่โกรธเลยค่ะ ไม่แม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามปุ้มดีใจมากๆด้วยซ้ำ ที่พี่แป้นกับคุณชายชอบพอกัน .. คุณชายเป็นคนดี เพียบพร้อมทุกอย่าง พี่แป้นก็เป็นพี่สาวที่แสนดี เพียบพร้อมไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน..พี่แป้นกับคุณชายเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดแล้วค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[3] วันที่ 17 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ