อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[4] วันที่ 17 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[4] วันที่ 17 มื.ย. 58

หทัยรัตน์ชะงัก..ค่อยๆ หันมา สุดาหยุดหวี..หทัยรัตน์มองหน้าสุดาและพูดอย่างจริงใจ “ปุ้มไม่โกรธเลยค่ะ ไม่แม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามปุ้มดีใจมากๆด้วยซ้ำ ที่พี่แป้นกับคุณชายชอบพอกัน .. คุณชายเป็นคนดี เพียบพร้อมทุกอย่าง พี่แป้นก็เป็นพี่สาวที่แสนดี เพียบพร้อมไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน..พี่แป้นกับคุณชายเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดแล้วค่ะ”

หทัยรัตน์ยิ้มกว้าง สุดาโล่งใจ...จับมือหทัยรัตน์และนั่งลงข้างๆเข้าเรื่อง “ไม่จริงหรอก..คู่พี่กับคุณชาย ยังไม่เหมาะสมเท่ากับคู่ของปุ้มกับพี่หนึ่ง” หทัยรัตน์ชะงักนิดๆ .. อ่ะ..เข้าตัว “ปุ้มรู้ตัวหรือเปล่า..ตอนนี้ปุ้มกำราบพี่หนึ่งซะราบคาบเลยนะ คุณหนึ่งที่แสนจองหอง เย่อหยิ่ง ไม่เคยสนใจใคร กลายเป็นแมวหงอยรอคอยให้ปุ้มหันมาสนใจ”


“ทุกวันนี้ปุ้มก็สนใจอยู่แล้วนี่คะ ดูแลทุกวัน ทั้งวัน จะต้องทำตัวเป็นแมวหงอยทำไมกัน”
“สนใจก็ส่วนหนึ่ง..แต่พี่ว่า..พี่หนึ่งคงต้องการมากกว่านั้น..ปุ้ม..พี่ถามจริงนะ..ปุ้มเคยบอกรักพี่หนึ่งหรือเปล่า” หทัยรัตน์สะอึก..พูดไม่ออก สุดาย้ำ “บอกรัก หรือ บอกให้พี่หนึ่งรู้ว่ารักน่ะ..เคยมั้ย?” หทัยรัตน์ก้มหน้าส่ายหน้า สุดาชงต่อ “แล้วทำไมไม่บอกล่ะ ตอนนี้พี่หนึ่งต้องการกำลังใจ ถ้า..พี่หนึ่งได้ยินสักคำ..ว่าปุ้มรักพี่หนึ่งมากแค่ไหน..พี่หนึ่งอาจจะมีกำลังใจลุกขึ้นมาเดินอีกครั้งก็ได้นะ “
หทัยรัตน์คิดแล้วก็ตอบ เป็นครั้งแรกที่ระบายความรู้สึก “คนอย่างคุณอนวัชได้ทุกอย่างมาอย่างง่ายดาย และเค้าไม่เคยเห็นคุณค่าที่แท้จริง ที่ผ่านมาปุ้มเจอคำถากถาง การประชดประชันจนมันปุ้มไม่แน่ใจ ถ้าเราเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไป..เค้าอาจจะไม่เห็นคุณค่าของมันก็ได้”
“ปุ้มพูดแบบนี้แสดงว่า...ปุ้มยอมรับแล้วใช่มั้ยว่า “ปุ้มรักพี่หนึ่ง” สุดามองหน้าหทัยรัตน์...หทัยรัตน์มองตอบ...ส่งสายตาเหมือนจะ “ใช่” แต่ไม่ยอมพูด สุดามองออก ดึงหทัยรัตน์เข้ามากอด “โธ่..ยัยปุ้มเอ๊ย !! เห็นทำเก่ง ที่แท้ก็ขี้กลัว .. พี่ว่าปุ้มไม่ต้องกลัว พี่หนึ่งเปลี่ยนไปแล้ว เค้ารู้แล้วว่าปุ้มมีค่ามากแค่ไหน ถึงปุ้มไม่ยอมพูด แต่การกระทำทุกอย่าง มันก็บ่งบอกว่าปุ้มรักพี่หนึ่ง และพี่หนึ่งก็เห็นคุณค่าของทุกกระทำ...”
หทัยรัตน์ฟังแล้วก็ใจอ่อนยวบ .. ทุกอย่างที่ผ่านมา ทำให้หทัยรัตน์เริ่มอ่อนลง และเริ่มจะเปลี่ยนความคิด
“ชีวิตคนเราสั้นนักนะปุ้ม อย่าขังตัวเราไว้กับความกลัว..ปุ้มปิดปากเงียบไม่แสดงความรู้สึกออกมาแบบนี้ นอกจากปุ้มจะอึดอัด พี่หนึ่งก็เสียกำลังใจไปด้วย... ถึงปุ้มพูดออกมาว่า “รัก” คุณค่าในตัวปุ้มก็ไม่ลดลงแน่นอน ...”
หทัยรัตน์คิดตาม...แววตาเริ่มอ่อนลงเริ่มเห็นด้วยกับสุดา

หน้าบ้านพักบรรยากาศยามเช้าสดใส ในห้องนอนหทัยรัตน์เห็นหทัยรัตน์กำลังรื้อกระเป๋าและหยิบจดหมายที่อนวัชเขียนให้ออกมาดู หทัยรัตน์มองดูและคิด.. หญิงสาวอ่านซ้ำๆ ตรงคำว่า “ฉันรักเธอ” “ฉันรักเธอ” “ฉันรักเธอ”
หทัยรัตน์ค่อยๆเอาจดหมายมาแนบอก และยิ้มนิดๆ เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง ...วันนี้ฉันจะบอกล่ะนะ ^^

หน้าบ้านพัก ส่องแสงจ้ำพรวดๆเข้ามาอย่างร้อนใจ ส่องแสงแววตาจิกร้ายหลังชนฝา สู้ไม่ถอย
บุญเติมคอยวิ่งไล่ตาม “คุณครับ..คุณหนึ่งป่วยอยู่นะครับ..คุณหนึ่งกำชับว่าไม่อยากพบใครทั้งนั้น..คุณรออยู่ข้างนอกนี่ดีกว่านะครับ แล้วผมจะไปตามคุณปุ้มคู่หมั้นของคุณหนึ่งมาพบคุณที่นี่ “
ส่องแสงหันขวับตะหวาดเสียงเขียว “แกไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน..ฉันมาหาพี่หนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่นังปุ้ม ถ้าแกฟังไม่รู้เรื่องฉันจะไปฟ้องคุณลุงวิทย์..”
บุญเติมสะดุ้ง ตกใจและเริ่มกลัว ไม่กล้าห้าม ส่องแสงได้ทีรีบเดินเข้าไปในบ้าน บุญเติมคิดทำไงดีวะ?

หทัยรัตน์กำลังจัดอาหารเช้าใส่ถาดจะยกไปให้อนวัช มีดอกไม้วางอยู่ในถาดอาหารด้วย หทัยรัตน์จัดเสร็จก็หันมาหยิบจดหมายที่อนวัชเขียนให้ออกมาดู หทัยรัตน์ยิ้มๆและวางไว้ในถาดอาหาร
บุญเติมวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน “คุณปุ้มครับ..เกิดเรื่องแล้วครับ”
“มีอะไรเหรอบุญเติม”
“มีคนมาหาคุณหนูครับ .. ผมห้ามแล้วก็ไม่ฟัง ตอนนี้วิ่งขึ้นไปหาคุณหนูที่ห้องพักแล้วครับ เค้าบอกว่าเค้ารู้จักกับคุณท่านด้วยนะครับ”
หทัยรัตน์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

ส่องแสงเดินหาอนวัช..“พี่หนึ่งขา..พี่หนึ่ง..พี่หนึ่ง” ส่องแสงเปิดประตูห้องพักอนวัชเข้าไป

อนวัชนั่งอยู่ที่ระเบียง เขาเงี่ยหูฟังเหมือนได้ยินเสียงส่องแสง อนวัชแปลกใจเข็นรถจะมาที่ห้องพัก

ส่องแสงเดินอยู่ในห้องอนวัช ยังเรียกต่อ “พี่หนึ่ง..พี่หนึ่ง”
เสียงหทัยรัตน์ดังขึ้น “คุณส่องแสง มีธุระอะไรกับคุณอนวัชไม่ทราบคะ “
ส่องแสงหยุดชะงักและหันมา เผชิญหน้ากับหทัยรัตน์...หทัยรัตน์เดินเข้ามาในห้องพัก “ฉันจะมีธุระอะไรก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอ..พี่หนึ่งอยู่ไหน ฉันต้องการคุยกับพี่หนึ่ง”
“คุณอนวัชกำลังพักผ่อน ไม่ต้องการให้ใครรบกวน..ถ้าคุณมีธุระสำคัญคุณคุยกับดิฉันได้นะคะ..”
“คุยกับหล่อนเนี่ยนะ ในฐานะอะไรยะ? เธอไม่มีสิทธิ์จะมาแสดงตัวรับเรื่องอะไรแทนพี่หนึ่งทั้งนั้น “
“มีสิคะ..ดิฉันมีสิทธิ์อย่างเต็มที่..ในฐานะ “คู่หมั้น” ของคุณอนวัช”
ส่องแสงชะงักไปและเบ้หน้า “เหอะ! คู่หมั้นที่พี่หนึ่งเค้าจำใจต้องหมั้นเพราะโดนบังคับน่ะเหรอ? นี่ฉันจะบอกให้นะ ถ้าพี่หนึ่งเค้าไม่ห่วงหน้าตาของผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เห็นแก่สังคมภายนอก อย่าคิดเลยว่าเค้าจะยอมหมั้นกับเธอ” ส่องแสงเชิดใส่ อย่างมั่นหน้า
หทัยรัตน์..เดือดปุดๆข้างใน

อนวัชเข็นรถมาได้ยินพอดี..อนวัชส่ายหน้า กำลังจะเข้าไปห้าม

ส่องแสงเชิดใส่อย่างไม่กลัว “เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่หนึ่งเค้าถอนหมั้นเธอแล้ว...เพราะฉะนั้นเธอก็ควรจะเลิกใช้คำว่า “คู่หมั้นของพี่หนึ่ง” ..แล้วรีบเก็บเสื้อผ้ากลับไปกรุงเทพซะ.. พี่หนึ่งไม่มีวันกลับไปหาเธอ เพราะเค้ารักฉัน เค้าถอนหมั้นกับเธอเพื่อมาแต่งงานกับฉัน “ ส่องแสงยิ้มอย่างผู้ชนะ
หทัยรัตน์ตอกกลับนิ่งๆ แต่หนักแน่น “การโกหกคนอื่นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ...และการโกหกตัวเองก็เป็นสิ่งที่สมเพช คุณทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน คุณจึงเป็นคนน่ารังเกียจ และก็น่าสมเพชที่สุด !!”
ส่องแสงหุบยิ้ม จี๊ดดดดดดด ช็อค ไม่เคยเห็นหทัยรัตน์ตอกกลับ ..

อนวัชชะงักหยุดฟังต่อตื่นเต้น ด้านหลังสุดากับสัทธารีบเดินมาหา
“หนึ่ง ! เติมบอกว่ามีคน ..”
อนวัชรีบหันมาจุ๊ปาก “ชู่ววววว”
สัทธากับสุดา รีบหรี่เสียง เดินเบาๆ และเข้ามาใกล้ๆ ทั้งสามคนแอบดู

ส่องแสงกรี๊ด “กรี๊ดดดดด นี่นังปุ้มแกด่าฉันเหรอ ห๊ะ?”
“ดิฉันไม่ด่า..แต่พูดเพื่อให้คุณได้สติ และเห็นว่าตัวเองเป็นยังไงในตอนนี้”
“ฉันจะเป็นยังไง ฉันก็เป็นคนที่ดีกว่าเธอ สวยกว่า รวยกว่า เพียบพร้อมกว่าทุกอย่าง ! และพี่หนึ่งจะต้องเลือกฉัน ไม่ใช่แก”
“คุณจะพูดเพ้อเจ้ออะไรก็พล่ามไปเถอะค่ะ คำพูดคุณไม่มีอะไรที่จริงแม้แต่คำเดียว..”
“ทำไมไม่จริง ฉันพูดจริงทุกคำ”
หทัยรัตน์รุก “ที่คุณบอกว่าคุณอนวัชรักคุณ? จะแต่งงานกับคุณ? แค่นี้ก็ไม่จริงแล้ว“
“ทำไมจะไม่จริง” ส่องแสงโกหก เถียงเสียงสั่น
หทัยรัตน์สวน “ก็เค้าบอกฉันเองว่าเค้าไม่ได้รักคุณ และคนที่เค้ารักคือฉัน..”
ส่องแสงช็อค หทัยรัตน์แววตานิ่ง มาดเมียหลวงจับทันที ส่องแสงรีบแก้เกมกลับ “ต๊าย.. นังหน้าด้าน มาอ้างว่าพี่หนึ่งรักแก.. กล้าพูดไม่ดูหนังหน้าตัวเอง แกนั่นแหละเพ้อเจ้อ ไม่มีวันที่พี่หนึ่งจะรักผู้หญิงไม่มีอะไรอย่างแก เค้ารังเกียจแกยังกะอะไรดี ไม่รู้ตัวหรือไงห๊ะ?”
“คุณนั่นแหละที่ไม่รู้ตัว คุณสร้างเรื่องทุกอย่าง ตั้งแต่จัดฉากวันที่คุณชายกับฉันไปร้านหนังสือ และยังพูดเป่าหูอีกสารพัด คำพูดของคุณทำอะไรฉันไม่ได้อีกต่อไป เพราะฉันไม่เชื่อ!!” ส่องแสงสะดุ้ง “คนที่ฉันเชื่อคือคุณหนึ่ง ฉันเชื่อที่เค้าบอกว่า...เค้ารักฉัน...และฉันก็รักคุณหนึ่งคนเดียวเท่านั้น.. “ หทัยรัตน์พูดโพล่งออกไป ส่องชะงักกึก !!

อนวัชยิ้มตื่นเต้นดีใจ สุดาสัทธา ตาโตวาวววว ว้าว ๆๆๆๆ
สัทธาหลุดปาก “เฮ้ยยยย“
สุดารีบจุ๊ปาก “ชู่ววววว์ “

ส่องแสงกรี๊ดใส่ “ไม่จริง..ฉันไม่เชื่อพี่หนึ่งไม่มีวันพูดแบบนั้น.. พี่หนึ่งเค้ารักฉัน พี่หนึ่งไม่มีวันรักแก..แกโกหก..ฉันไม่เชื่อแก..”
“หยุดส่งเสียงกรี๊ดๆๆๆ แล้วก็ออกจากบ้านนี้ไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ อย่ากลับมาเพื่อสร้างความลำบากให้คุณหนึ่งอีกเลย สิ่งที่เค้าเจอมันหนักหนามากพอแล้ว เชิญกลับไปซะ “
“แกไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน !! ฉันจะไปหาพี่หนึ่ง..พี่หนึ่งคะ..พี่หนึ่ง”
ส่องแสงจะเดินไปแต่หทัยรัตน์มาขวางไว้ “ฉันบอกว่าไม่ให้ไป หยุดนะ”
ส่องแสงยื้ดยุดกับหทัยรัตน์ “ปล่อยฉันนะ อีบ้า นังเด็กบ้า แกจะมากไปแล้วนะ ฉันบอกให้ปล่อย !!“ ส่องแสงกรีดเสียง พร้อมกับจะออกแรงผลักหทัยรัตน์
ทันใดนั้นเสียงอนวัชก็ดังขึ้น “พอได้แล้วส่อง! หยุดได้แล้ว !!!“ ส่องแสงและหทัยรัตน์ชะงักไป หันไปตามเสียง อนวัชนั่งอยู่บนรถเข็น สุดาเป็นคนเข็นออกมา สัทธาเดินประกบ “ทำตามที่หทัยรัตน์บอก..กลับออกไปซะ !! “
ส่องแสงเหวอไป..รีบรวบรวมสติกลับมา “พี่หนึ่ง พี่หนึ่งพูดเพราะโกรธส่องใช่มั้ยคะ โกรธที่ส่องไปแต่งงานกับคุณรวยและไม่ยอมแต่งงานกับพี่หนึ่งใช่มั้ยคะ..ส่องขอโทษนะคะ..ส่องตัดสินใจผิดพลาดไปแล้ว ส่องขอโทษนะคะ พี่หนึ่งให้โอกาสส่องอีกครั้งนะคะ”.. ส่องแสงเข้ามาคุกเข่ากอดอนวัช “นะคะ..พี่หนึ่งยกโทษให้ส่องและเราจะได้แต่งงานกันอย่างที่พี่หนึ่งต้องการไงคะ”
สุดากับสัทธาส่ายหน้าเอือมระอา
สัทธาปราม “ยัยส่องพอเถอะ มันจะมากเกินไปแล้ว “
ส่องแสงสวน “มันไม่ใช่เรื่องของพี่ปุ๊ ไม่ใช่เรื่องของใครทั้งนั้น นอกจากฉันกับพี่หนึ่ง “
“แต่พี่ส่องเป็นพี่ของแป้น แป้นไม่อยากให้พี่ส่องทำอะไรที่มันเสียเกียรติแบบนี้”
“หุบปากไปเลยนะยัยแป้น ไม่ใช่เรื่องของเด็ก อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธออิจฉาพี่มาตั้งแต่เด็ก แต่สวยสู้พี่ไม่ได้ ก็เลยใช้นังเด็กปุ้มเป็นเครื่องมือเอาชนะพี่”
“ไม่ใช่นะคะ” สุดาจะแย้ง
สัทธาจับมือให้สุดาหยุด ส่ายหน้าทำนองว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
อนวัชมองสถานการณ์แล้วคิดว่า...ต้องบอกสักที ส่องแสงยังออดอ้อน “นะคะพี่หนึ่ง..ยกโทษให้ส่อง แล้วเรากลับไปแต่งงานกันนะคะ”
หทัยรัตน์มองอนวัช..รอฟัง อนวัชตัดสินใจค่อยแกะมือส่องออก “มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะพี่ไม่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับเธอ..ครั้งก่อนพี่ยังพูดไม่จบแต่เธอคิดไปเอง พี่ขอโทษ..ที่ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าพี่อยากแต่งงานกับเธอ...แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้เพราะคนที่พี่จะแต่งงานด้วยคือหทัยรัตน์คนเดียวเท่านั้น” อนวัชมองหทัยรัตน์..
ส่องแสงอึ้งไป..แทบกรี๊ด..
“ไม่จริง..พี่หนึ่ง..โกหกใช่มั้ยคะ ?”
อนวัชส่ายหน้า “พี่พูดความจริง ..”
ส่องแสงกรี๊ด และรีบผละตัวออก “ก็ได้..ถ้าพี่หนึ่งเห็นนังปุ้มดีกว่าส่องก็ขอให้พี่หนึ่งอยู่กับมันอย่างมีความสุขก็แล้วกัน..จะว่าไปพี่หนึ่งกับนังปุ้มก็เหมาะสมกันดี อีกคนก็เป็นเด็กกำพร้าอนาถา อีกคนก็ง่อยเปลี้ยเสียขาแถมยังหน้าตาอัปลักษณ์อีกต่างหาก..”
อนวัชชะงักไป หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยความสงสาร และหันมาต่อว่าส่องแสง “คุณส่องแสง เชิญคุณออกไปได้แล้ว ถ้าคุณยังอยู่ และพูดจาพล่อยๆแบบเมื่อกี๊อีก อย่าหาว่าฉันรุนแรง” หทัยรัตน์กำหมัด พร้อมไฝ้ว์ .. อนวัชอึ้งที่หทัยรัตน์เดือดร้อนแทน
“ย่ะ..ไม่ต้องไล่..ฉันก็ไปแน่..นี่นังปุ้มแกอย่าคิดนะว่าฉันจะอิจฉาแก เพราะฉันสมเพชแกมากกว่า..ที่ต้องทนดูแลสามีหน้าตาอัปลักษณ์และยังพิการไปตลอดชีวิต..” ส่องแสงเชิดใส่อย่างถือตัว ทำเป็นพูดดูถูกกันการเสียหน้า
สัทธาทนไม่ได้ พูดเสียงเข้ม “คนที่น่าสมเพชคือ เธอ ไม่ใช่ ปุ้ม..”
ส่องแสงแปลกใจหันมา.. อนวัชกับสัทธามองหน้ากัน พยักหน้าเหมือนจะบอกว่า....ได้เวลาเปิดเผยแล้ว .. อนวัชพยักหน้ารับพร้อม
สัทธาค่อยๆดึงผ้าที่ใบหน้าของอนวัชออก และภายใต้ผ้าพันแผลคือใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็นสักนิดเดียว..
ส่องแสงอึ้ง “พี่หนึ่ง”
หทัยรัตน์งง “คุณอนวัช..หน้าคุณ..”
อนวัชยกมือขึ้นยังไม่ให้พูดและอนวัชค่อยๆถอดเฝือกออก และลุกขึ้นยืนตามปกติ.. หทัยรัตน์ช็อค ...
ส่องแสงช็อคกว่า “ขา...แล้วหน้า..แล้ว..พี่หนึ่ง..โอย..” ส่องแสงเซจะเป็นลม
หทัยรัตน์ถาม “นี่มันอะไรกันคะเนี่ย “
สัทธาอธิบาย “พี่กุเรื่องทุกอย่างขึ้นมา เพราะต้องการทำให้ปุ้มเผยความรู้สึกของตัวเองออกมา “
“และเมื่อกี๊ปุ้มก็พูดออกมาแล้ว” สุดายิ้ม “ต้องขอบคุณพี่ส่องมากนะคะที่ทำให้ปุ้มยอมรับออกมาว่ารักพี่หนึ่ง พวกเราจะได้กลับไปจัดงานแต่งงานกันสักที”
หทัยรัตน์อึ้ง นึกถึงตอนสารภาพว่า “รักอนวัช” หทัยรัตน์เหวอ .. ทั้งอาย ทั้งอึ้ง
ส่องแสงช็อค “มะ..ไม่จริง...ไม่จริง “
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ใครที่รักฉันจริง” อนวัชมองหทัยรัตน์ “และใครที่ไม่จริงใจ” ชายหนุ่มหันมาทางส่องแสง
“เอ่อ..พี่หนึ่งคะ..ส่อง” ส่องแสงจะแก้ตัว
อนวัชตะโกนขึ้น “บุญเติม “
บุญเติมรีบตะโกนขึ้นมาทันที รออยู่เลย “ค้าบบบบ” บุญเติมวิ่งเข้ามา
“คุณส่องเค้าหมดธุระแล้ว พาตัวเค้าไปส่งที่หน้าประตูด้วย”
“ครับ..เชิญครับ” บุญเติมเดินมาหาส่อง
ส่องแสงยื้อ “พี่หนึ่งแต่ส่อง..พี่หนึ่งขา”
“เชิญครับคุณ..

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[4] วันที่ 17 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ