อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 3 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 3 มื.ย. 58

กรกนกพยักหน้ายิ้มๆ รู้สึกสนุกขึ้นเมื่อมีสัทธากับสุดามาร่วมวง...
ริมทะเลมีหนุ่มๆนั่งจับกลุ่มกันที่ชายหาด หทัยรัตน์กับสุดาสวมเสื้อคลุมเดินมา ทั้งสองชักไม่อยากถอดเสื้อคลุมเพราะอาย แต่ด้วยความที่อยากเล่นน้ำทะเล หทัยรัตน์

จึงเสนอว่า เรารีบถอดเสื้อคลุมแล้ววิ่งลงน้ำให้เร็วที่สุด จะได้ไม่มีใครทันเห็น สุดาตกลงทั้งสองนับหนึ่ง สอง สามแล้ววิ่งจู๊ดลงทะเล หัวเราะกันสนุกสนาน


ด้านหนึ่งตีกอล์ฟไปก็เลียบเคียงถามประสงค์ ดูท่าเขาจะสนิทสนมกับหทัยรัตน์มากเป็นพิเศษ ประสงค์ตอบตามจริง “อ๋อ...ครับ ปุ้มเป็นคนอัธยาศัยดี มีน้ำใจ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะรู้สึกเป็นมิตรกับเธอในเวลาอันรวดเร็ว”

“คงมีผู้ชายหลายคนที่คิดเหมือนคุณหมอ” หนึ่งแอบหมั่นไส้

“ครับ...ผมว่าอาจจะเป็นผู้ชายทั้งพระนครก็เป็นได้”

“ข้อนี้คงไม่ใช่แน่ เพราะอย่างน้อยๆผมคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดเหมือนคุณหมอ ผมยังไม่เคยเห็นความเป็นคนมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจหรือแม้แต่ความเป็นมิตรจากผู้หญิงคนนี้ และผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าผม...มองคนไม่ผิด คุณหมอเองก็อย่าด่วนสรุปว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริง เพราะมันอาจจะทำให้คุณหมอต้องมาเสียใจภายหลัง” พูดจบหนึ่งเดินตามกลุ่มวิทย์ไป ประสงค์มองตามงงๆ

ooooooo

สัทธานั่งจิบเบียร์อยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านพัก หทัยรัตน์กับสุดาสนุกสนานอยู่ในทะเล พลันเห็นรถหนึ่งแล่นมาก็รีบบอกสุดาว่าตนจะขึ้น ว่าแล้วก็วิ่งไปหยิบเสื้อคลุมสวม สุดาวิ่งตามงงๆ

วิทย์ทักทายสัทธา ดูจากจำนวนกระป๋องเบียร์แสดงว่าคงมานานแล้ว เขายิ้มรับอายๆ หนึ่งถามถึงสุดา สัทธาชี้ไปที่ทะเลว่าเล่นน้ำทะเลกับหทัยรัตน์ หนึ่งมองไปเห็นสองสาวกำลังวิ่งขึ้นบ้าน สัทธาหันไปไม่เห็นน้องๆ ก็ตกใจคิดว่าจมน้ำไปแล้ว หนึ่งรีบบอกว่าวิ่งอยู่โน่น

หทัยรัตน์บอกสุดาว่าตนจะไปขึ้นหลังบ้านอ้างว่าห้องตนอยู่ทางนั้นแล้ววิ่งไปทันที สุดายืนงงสักพักก่อนจะขึ้นบ้านด้านหน้า...หทัยรัตน์มองซ้ายมองขวาแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดจะตรงไปห้อง ทันใดหนึ่งโผล่มาทั้งสองชนกันอย่างจัง หนึ่งรวบตัวเธอไม่ให้ล้มผ้าที่คลุมตัวลื่นหล่นเหลือเพียงชุดว่ายน้ำ หญิงสาวตกอยู่ในอ้อมกอดเขา พอรู้สึกตัวก็รีบผละออก หนึ่งก้มเก็บผ้ามาคลุมให้ ทำทีตำหนิ

“ได้ยินเสียงคนวิ่งโครมครามนึกว่าเด็กที่ไหนขึ้นมาวิ่งเล่นที่ชิดชายชล ที่แท้ก็เธอนี่เอง”

หทัยรัตน์กระชับผ้าคลุม ขอตัวจะเดินไป หนึ่งโพล่งขึ้น “คนเราสมัยนี้นี่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย วิ่งมาชนคนอื่นจนเกือบจะล้ม ขอโทษสักคำก็ไม่มี”

หทัยรัตน์ชะงัก ตัดความรำคาญหันมากล่าวขอโทษ หนึ่งพูดขึ้นอีกว่าที่ตนรับเธอไว้ไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้น คิดจะขอบคุณบ้างไหม หญิงสาวเซ็งสุดฤทธิ์หันมาขอบคุณแล้วจะเดินไป หนึ่งแกล้งตะโกนไล่หลัง “นี่...แล้วที่เธอเดินมาชนฉันจนเสื้อฉันเปียกแบบนี้ เธอจะทำยังไง... หะ หทัยรัตน์ นี่จะรีบไปไหนล่ะ คุยกันก่อนสิจะอายอะไร ไม่ต้องอายหรอก เมื่อกี้ฉันเห็นหมดแล้ว”

หทัยรัตน์แทบร้องกรี๊ด รีบวิ่งเข้าห้องปิดประตูโครม หนึ่งยิ้มสะใจ หทัยรัตน์รีบเข้าห้องน้ำล้างแขนล้างคอบริเวณที่สัมผัสกับหนึ่งเหมือนจะให้ความเป็นหนึ่งหลุดออกไปให้หมด

หนึ่งเดินยิ้มอารมณ์ดีที่ได้แกล้งหทัยรัตน์ออกมาระเบียง สัทธาเห็นรู้ทันเย้า “นี่เดินยิ้มมาแต่ไกลเลยนะนายหนึ่ง หาเรื่องแกล้งน้องสาวฉันมาอีกล่ะสิ”
“เฮ้ย! อะไรกันนายปุ๊ แกคิดว่าฉันเป็นพวกโรคจิตชอบแกล้งน้องแกหรือไง”

“ก็ไอ้อาการดีใจแบบนี้ ฉันเห็นมีอยู่อย่างเดียวคือเอาชนะยัยปุ้มได้ หรือแกว่าไม่จริง”

หนึ่งเถียงไม่ออกเฉไฉว่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพากรกนกเล่นน้ำทะเล ไม่อยากคุยกับคนเมา สัทธายิ้มขำหนึ่งที่จับได้แล้วทำเป็นเขิน

แม่โอยืนอยู่ตรงรถเข็นริมหาดมองดูหนึ่งอุ้มกรกนกลงเล่นน้ำทะเล ท่าทางคุณหญิงมีความสุขและไม่มีความกลัว...หทัยรัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาที่ระเบียง พอเห็นหนึ่งเล่นน้ำกับกรกนกดูอ่อนโยนและอบอุ่น แสงอาทิตย์เรี่ยผิวน้ำทะเลสะท้อนเข้าหน้าเขาทำให้ใบหน้าคมเข้มสดใสเป็นประกาย เธอตะลึงมองเหมือนถูกมนต์สะกดไปชั่วขณะ ทันใดเสียงสุดากระแอม จึงสะดุ้งรีบเปลี่ยนสายตาไปมองตรงอื่นด้วยอาการเก้อเขิน สุดาเย้าว่ามองหนึ่งอยู่หรือ

“อ้าว...นั่นคุณอนวัชเหรอคะ ปุ้มไม่ทราบหรอกค่ะเห็นแต่คุณหญิงกำลังเล่นน้ำกับใครสักคนแต่มองไม่ถนัด ปุ้มยังคิดว่าเป็นคุณหมอประสงค์ซะอีก” หทัยรัตน์แถไปดื้อๆ

“จะเป็นหมอประสงค์ได้ยังไง คุณหมอน่ะออกจะขาวตี๋ตัวก็ผอมแห้งแถมใส่แว่นอีกต่างหาก แต่คนนั้นน่ะหน้าออกจะคมหวาน รูปร่างก็ล่ำสัน ดูยังไงก็ไม่เหมือนคุณหมอสักนิด”

“แหม...ก็แดดมันแรงนี่คะ งั้นก็ถือซะว่าปุ้มตาถั่วก็แล้วกัน หลงยืนมองอยู่ได้ตั้งนาน”

สุดายิ้มอย่างรู้ทัน หทัยรัตน์เปลี่ยนเรื่องจะไปตามสัทธาให้ไปอาบน้ำ เพราะคุณลุงจะพาไปเที่ยวสโมสร สุดามองไล่หลังอย่างสงสัย

พลบค่ำ ชุลีเดินมาส่งส่องแสงที่ชิดชายชลหวังจะเข้าไปทำความรู้จักหนึ่ง แต่ส่องแสงกันท่าทุกทางและไล่ให้กลับไปก่อน ชุลีแอบเจ็บใจ...พอส่องแสงเดินเข้ามาในบ้านก็ต้องแปลกใจที่เห็นทุกคนนั่งรออยู่ครบ ทุกคนรอเธอเพื่อที่จะออกไปทานอาหารที่สโมสร

ooooooo

ร้านอาหารในสโมสรเป็นร้านที่มีบรรยากาศดี ดนตรีไพเราะและมีฟลอร์เต้นรำ วิทย์เชิญทุกคนสั่งอาหารได้เต็มที่ ส่องแสงเอาใจหนึ่งตักอาหารให้ สัทธา แอบกระซิบสุดาว่าส่องแสงไม่รู้สึกผิดสักนิดที่ปล่อยให้ทุกคนต้องรอ จะขอโทษสักคำก็ไม่มี สุดาว่าอย่าไปเสียอารมณ์เลย

สีสุกหันมาทางประสงค์แนะให้ตักอาหารให้หทัยรัตน์ เธอชอบกระเพาะปลาผัดแห้ง ชอบหน่อไม้ ประสงค์ตักให้ตามมารยาท สัทธากระซิบสุดาว่าบรรยากาศชักชอบกล หนึ่งเหล่มองอย่างเคืองๆ

พอดีพิธีกรประกาศว่าวันนี้ทางร้านมีเกมให้ลูกค้าร่วมสนุก คือการเล่นเก้าอี้ดนตรี ทางร้านจัดเก้าอี้สิบตัว เชิญลูกค้าสิบห้าคน สัทธาขออนุญาตวิทย์พาน้องๆ ไปเล่นแล้วเรียกหนึ่ง ประสงค์ หทัยรัตน์และสุดาออกไปเล่นด้วยกัน สุดาลุกพรวดทันทีแต่หทัยรัตน์อิดออด หนึ่งแหย่

“ใครที่กลัวแพ้ก็ไม่ต้องเล่น” ว่าแล้วหนึ่งก็ยักคิ้วยั่วอารมณ์หทัยรัตน์ ก่อนจะเดินออกไป

ส่องแสงรีบวิ่งตามไปด้วย หทัยรัตน์หมั่นไส้ลุกยืนเดินไปกับสุดาอย่างไม่ยอมแพ้ สัทธารู้สึกว่างานนี้สนุกแน่ กรกนกตบมือเชียร์พี่ๆทุกคน

พิธีกรคุยอย่างอารมณ์ดีว่า มีแต่แขกหนุ่มสาวทั้งนั้นที่ออกมาเล่นเกมคืนนี้ อธิบายกติกาว่าในรอบนี้จะมีคนออกห้าคน ทุกคนเริ่มเดินรอบวงเก้าอี้ตามจังหวะเพลง พอเพลงหยุดทุกคนแย่งกันนั่งเก้าอี้ ประสงค์กับคนอื่นๆ รวมห้าคนนั่งไม่ทัน หนึ่งลุกมาจับไหล่ประสงค์แสดงความเสียใจด้วย ประสงค์กลับมานั่งที่โต๊ะ กรกนกปรบมือให้กำลังใจ สีสุกลืมตัวยุประสงค์

“เมื่อกี้เกือบแล้วเชียว น้าเห็นยัยผู้หญิงกระโปรงชมพูมาปาดหน้าคุณหมอเอาดื้อๆ ถ้าเป็นน้า น้าไม่ยอมนะคะ มาแทรกแบบนี้ผลักกระเด็นไปเลย”
ทุกคนมองสีสุกเชิงถามจะทำอย่างนั้นจริงหรือ สีสุกชะงักหุบยิ้มหัวเราะแหะๆแก้ตัวว่าพูดเล่น เราไม่ควรทำอะไรรุนแรงแล้วหันไปเชียร์พวกที่เหลือเล่นรอบใหม่... รอบนี้เก้าอี้เหลือเพียงห้าตัวผู้เล่นมีสิบคน ครั้งนี้สัทธาถูกส่องแสงโกงกระชากเขาออกแล้วแย่งเก้าอี้นั่งหน้าตาเฉย ส่วนสุดาโดนกระแทกกระเด็นออกไป สองพี่น้องกลับมานั่งที่ กรกนกปรบมือให้กำลังใจ

จนถึงสามคนสุดท้ายคือหนึ่ง หทัยรัตน์และส่องแสง คราวนี้เก้าอี้เหลือสองตัวทั้งสามเดินตามจังหวะเพลงอย่างระมัดระวัง ส่องแสงจ้องจะแย่งเก้าอี้ให้ได้และแล้วเมื่อเพลงหยุด หทัยรัตน์กำลังจะนั่งถูกส่องแสงกระแทกเซไปนั่งตักหนึ่งพอดิบพอดี ทุกคนฮือฮา สีสุกร้องลั่น...คุณพระ!

ส่องแสงมัวดีใจกับชัยชนะพอหันมาเห็นก็ผงะ หนึ่งกอดรั้งหทัยรัตน์ไว้ไม่ให้ลุกอ้างต้องให้กรรมการตัดสินก่อนว่าใครชนะ หญิงสาวดิ้นจะลุกด้วยความอายสายตาคนที่มองทั้งร้าน

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 3 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ