อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 4 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 4 มื.ย. 58

ส่องแสงมัวดีใจกับชัยชนะพอหันมาเห็นก็ผงะ หนึ่งกอดรั้งหทัยรัตน์ไว้ไม่ให้ลุกอ้างต้องให้กรรมการตัดสินก่อนว่าใครชนะ หญิงสาวดิ้นจะลุกด้วยความอายสายตาคนที่มองทั้งร้าน

“ฉันไม่สนใจสายตาคนอื่น ฉันสนใจการตัดสินมากกว่า หรือว่า...เธอจะยอมแพ้”

สองคนประสานสายตากันอย่างไม่ยอมกัน หทัยรัตน์เข่นเขี้ยวว่าตนไม่ยอมแพ้ หนึ่งจึงบอกถ้าอย่างนั้นก็อยู่นิ่งๆ รอกรรมการมาตัดสิน เธอนั่งหน้าแดงก้มหน้าด้วยความโกรธและอาย สัทธากับสุดาหัวเราะชอบใจ กรกนกมองอย่างสงสัยกระซิบถามแม่โอ


“แบบนี้พี่หนึ่งกับคุณครู ใครจะเป็นคนได้เข้ารอบล่ะคะ”

แม่โอตอบว่าแล้วแต่กรรมการจะตัดสิน...หนึ่งอมยิ้มสะใจที่ได้กอดหทัยรัตน์แบบนี้ สักพักพิธีกรฟังกรรมการตัดสินแล้วประกาศ จากสภาพการครอบครองเก้าอี้ ทำให้เห็นว่าไม่มีใครได้เก้าอี้นี้อย่างแท้จริง ขอตัดสินให้ตกรอบทั้งคู่ ผู้ชนะคือส่องแสง แต่ตัวส่องแสงกลับไม่ดีใจเลย เสียงปรบมือดังขึ้น หทัยรัตน์ดีดตัวลุกขึ้น

“พอได้แล้ว เห็นไหมแพ้ทั้งคู่เลย”

หนึ่งลุกตามยิ้มๆกระซิบใกล้ๆ “ใครบอก...ฉันไม่สนใจเก้าอี้ดนตรีหรอก แต่สนใจแค่ว่า ฉันบังคับให้เธอนั่งตักฉันต่อหน้าผู้คนมากมายแบบนี้ได้ ฉันถือว่า...ฉันชนะ”

หทัยรัตน์มองหนึ่งยิ้มกวนๆ แทบอยากร้องกรี๊ดออกมาแต่ทำได้เพียงกำมือแน่นเดินฉับๆกลับไปนั่งที่...

กลับถึงชิดชายชล ส่องแสงโยนถ้วยรางวัลลงบนเตียง โวยกับสีสุกด้วยความเจ็บใจหาว่าหทัยรัตน์วางแผน

นั่งตักหนึ่งในที่สาธารณะเพื่อหักหน้าตน สีสุกพยายามปลอบให้คิดว่าเราดีเกินไป เราใสซื่อไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเลยโดนตัดหน้าแบบนี้ แต่ส่องแสงครุ่นคิดจะต้องทำให้หนึ่งหันมาสนใจตนให้ได้ ตนไม่มีวันยอมแพ้

ทางกรุงเทพฯ พินิจเกิดโรคกำเริบตัวร้อนจัดปวดร้าวกล้ามเนื้อไปทั้งตัว พยายามจะลุกไปเรียกคนช่วยแต่ล้มลงหมดสติเสียก่อน พรรณีกับนวลตกใจพาส่งโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลต้องเรียกตัวประสงค์กลับด่วน

ประสงค์ต้องลาทุกคนกลับกรุงเทพฯก่อน หนึ่งอดถามไม่ได้ว่าร่ำลาหทัยรัตน์แล้วหรือยัง ประสงค์แปลกใจแต่ก็ตอบว่าบอกแล้ว เขาเริ่มสงสัยอาการของหนึ่ง จึงมาบอกหทัยรัตน์ว่าหนึ่งไม่ได้เกลียดเธอ แต่ที่จับตามองด้วยเหตุผลอื่นมากกว่า หญิงสาวรับฟังแต่ยังไม่เข้าใจ

ooooooo

เช้านี้ ส่องแสงแต่งตัวสวยหวังพิชิตใจหนึ่งให้ได้ โดยมีสีสุกคอยสนับสนุน ไม่ทันไรเห็นชุลีกำลังชะเง้อมองเข้ามาในบ้านก็รีบออกไปขวาง เธอปรี่เข้าสวัสดีสีสุกอ้างเดินเล่นเพลินๆมาถึงนี่ได้อย่างไรไม่รู้ แล้วถามส่องแสงว่าหนึ่งตื่นหรือยัง ส่องแสงสวน

“ยัง...เมื่อคืนออกไปกินข้าวกันข้างนอกกลับดึกทุกคนก็เลยเพลียยังไม่มีใครตื่นเลยแม้แต่คนเดียว นอกจากฉันกับคุณแม่”

ชุลีแย้งว่าเห็นเงาคนเดินในบ้าน คลับคล้ายคลับคลาจะเป็นหนึ่ง สีสุกกันท่าว่าไม่ใช่ ชุลีขอเข้าไปในบ้าน สีสุกทำทีให้ส่องแสงชวนชุลีไปเดินตลาดด้วยกัน โกหกว่านัดหนึ่งไว้ที่ตลาด ชุลีหลงเชื่อรีบตามสองแม่ลูกไป

สายวันนั้น หทัยรัตน์คว้านผลไม้อย่างสวยงามน่ารับประทาน ให้เด็กรับใช้ยกไปให้วิทย์กับกรกนก หนึ่งผ่านมาเห็นถึงกับทึ่งไม่คิดว่าหทัยรัตน์จะทำได้ขนาดนี้ ...แต่เขาก็อดค่อนขอดเธอไม่ได้ว่าดูเศร้าซึมคงเสียใจ

ที่ประสงค์กลับไปก่อน หทัยรัตน์รู้ทันกวนกลับ

“ใช่ค่ะ เพราะตอนหมอประสงค์อยู่ ดิฉันมีเพื่อนคุย เพื่อนเดินเล่น พอคุณหมอกลับก็อดใจหายไม่ได้”

“ตกลงหมอประสงค์มาทะเลคราวนี้ มาดูแลคุณหญิงหรือดูแลคุณครูคุณหญิงกันแน่ หรือว่าถ้าดูแลทั้งสองคนจะได้เพิ่มค่าเสียเวลาให้คุณหมอเป็นพิเศษ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะดิฉันจ่ายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว”

หนึ่งชะงักหงุดหงิดใจ “ใช่สิ ลืมไป ผู้หญิงที่ไม่มี ทรัพย์สมบัติอย่างเธอ คงจะมีวิธีจ่ายด้วยอย่างอื่นไม่ แปลกใจทำไมผู้ชายรอบข้างถึงได้หลงเสน่ห์เธอนัก”

หทัยรัตน์กัดฟันกรอดอ้าปากจะเถียง เสียงแป้นดังเหมือนระฆังหมดยกเข้ามาขัดว่าสัทธาพูดถูก ทั้งสองชะงักหันมาถามว่าสัทธาพูดอะไรถูก สุดาตอบยิ้มๆ

“ก็แป้นเดินหาปุ้ม แล้วพี่ปุ๊ก็บอกว่าถ้าอยากเจอปุ้มต้องหาพี่หนึ่งให้เจอ เพราะปุ้มอยู่ในสายตาของพี่หนึ่งตลอดเวลา แล้วก็ถูกต้องจริงๆ”

หนึ่งอ้างสัทธาเป็นคนให้จับตาดู ถ้าไม่ฝากฝังไว้หางตาตนก็ไม่แล หทัยรัตน์สะอึกเชิดไม่อยากต่อปากต่อคำ หันมาถามสุดามีธุระอะไรกับตน สุดารีบบอกว่าจะชวนไปเล่นน้ำทะเลเห็นว่าแดดยังอ่อนอยู่ น่าจะเล่นได้สักสองชั่วโมง หทัยรัตน์เหลือบมองหนึ่งแล้วปฏิเสธ อ้างว่าตั้งใจจะอ่านหนังสือ สุดาบ่นเสียดายหันมาชวนหนึ่งแทน หนึ่งรู้ทันตอบไปว่าตนตั้งใจจะออกไปเยี่ยมเพื่อนคงกลับเย็นๆแล้วจะเล่นด้วย ว่าแล้วก็ขอตัวเดินไป

พอหทัยรัตน์เห็นหนึ่งเดินพ้นไปก็รีบบอกสุดาว่าตนเปลี่ยนใจแล้ว จะเล่นน้ำทะเลและจะชวนกรกนกไปนั่งเล่นริมทะเลด้วย หนึ่งแอบฟังอมยิ้ม...

หทัยรัตน์เปลี่ยนชุดว่ายน้ำสีหวานน่ารักแล้วชะเง้อมอง พอเห็นรถหนึ่งแล่นออกจากบ้านก็รีบชวนสุดาและเข็นรถกรกนกไปที่ชายหาด แม่โอเดินตาม...ด้านหนึ่งแอบจอดรถอยู่ข้างรั้วรอเวลาสักพัก สีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์

ในตลาดหัวหิน ส่องแสงกับสีสุกเดินวกไปวนมาโดยมีชุลีเดินตามท่าทางเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ยอมกลับ ถามส่องแสงว่าเมื่อไหร่หนึ่งจะมา สีสุกออกอุบายว่านัดหนึ่งไว้ที่ร้านหัวถนน ถ้าชุลีเบื่อก็ไปนั่งรอก่อนตนกับลูกซื้อของครบแล้วจะตามไป ชุลีดีใจเดินลิ่ว สองแม่ลูกแอบหนีกลับ

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 4 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ