อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/2 วันที่ 6 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/2 วันที่ 6 มื.ย. 58

“พี่หนึ่งค่ะ..คุณครูจมน้ำหาย..พี่หนึ่งเป็นคนดำน้ำไปช่วยพาตัวคุณครูขึ้นมาค่ะ..”
หทัยรัตน์ยังอึ้งๆเหวอๆอยู่
วิทย์พูดขึ้น “ตอนนี้ไม่เป็นไรก็ดีแล้วนะปุ้ม..บุญรักษาแท้ๆ..นอนพักผ่อนไปก่อน แล้วกัน..เดี๋ยวลุงจะให้เด็กจัดอาหารเข้ามาให้”
“ขอบคุณค่ะ..” หทัยรัตน์หมดแรง
“หญิงครับ..ลุงว่าเราปล่อยให้คุณครูพักผ่อนดีกว่านะครับ”

“ค่ะ..คุณครูหายเร็วๆนะคะ” กรกนกจับมือหทัยรัตน์
หทัยรัตน์ยิ้มให้แทนคำขอบคุณ วิทย์เข็นรถกรกนกออกไป แม่โอเดินตามไป สัทธากับสุดากำลังจะเดินตามวิทย์ไป แต่หทัยรัตน์เรียกไว้
“พี่ปุ๊ พี่แป้นคะ... “ สัทธากับสุดาหันมา “คุณอนวัชเป็นคนช่วยปุ้มจริงๆเหรอคะ ?”


“จริงสิ..ไอ้หนึ่งน่ะมันเป็นห่วงปุ้มมากนะ ทั้งตะโกน ทั้งดำน้ำลงไปหาปุ้มจนเจอ แล้วก็ลากขึ้นมาบนฝั่ง”
“ใช่..แล้วพี่หนึ่งก็..เอ่อ..” สัทธากับสุดามองหน้ากัน สุดาไม่กล้าพูด
“ก็อะไรคะ?”
สัทธารีบช่วย “ก็เป็นคนอุ้มปุ้มขึ้นมาบนบ้านด้วยนะ”
“อุ้ม..????”
สุดาพยักหน้า “ใช่จ๊ะ..อุ้มขึ้นมาบนบ้านแค่นั้นแหละ..แหะ..แหะ”
หทัยรัตน์หน้าซีดหนักกว่าเดิม..โอย..อยากจะฟื้นแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย..
“ปุ้ม..ถึงเราจะไม่ค่อยชอบหน้าไอ้หนึ่งก็เถอะ แต่คราวนี้เรารอดมาได้เพราะเค้าช่วยชีวิตเราไว้ พี่คิดว่ายังไงซะ ปุ้มก็ควรจะขอบคุณหนึ่งเค้านะ..” สัทธาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง หทัยรัตน์คิดหนัก

อนวัชเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินอยู่ในห้องนอน .. อนวัชครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ตอนที่อุ้มหทัยรัตน์ขึ้นจากน้ำ และ เม้าท์ทูเม้าท์ อนวัชอมยิ้มนิดๆ .. รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นเบาๆ อนวัชคิดถึงหทัยรัตน์ .. โดยไม่รู้ตัว

ส่องแสงเดินมาที่หน้าห้องอนวัช..มีแอบขยับคอเสื้อให้ต่ำ และกว้าง เพิ่มความเซ็กซี่เล็กน้อยก่อนจะเคาะประตู “พี่หนึ่งคะ..พี่หนึ่ง พี่หนึ่งคะ .. พี่หนึ่งอยู่มั้ยคะ ส่องเปิดเข้าไปนะคะ” ส่องแสงเปิดประตูห้องเข้าไป...ว่างเปล่า..ส่องแสงแปลกใจ “หายไปไหนนะ”

อนวัชเห็นแม่โอจัดอาหารจะยกไปให้หทัยรัตน์ “แม่โอ..ของคุณปุ้มใช่มั้ย”
“ค่ะ”
อนวัชยิ้มนิดๆ

หทัยรัตน์นอนอยู่ยังครุ่นคิดเรื่องอนวัช คำพูดสัทธาเรื่องขอบคุณ
เสียงอนวัชดังขึ้น “นี่ฉันเอง..จะเข้าไปนะ” หทัยรัตน์ตกใจรีบยันตัวลุกขึ้นและเอาผ้าปิดหน้าอก อยู่ในท่าระวังตัวสุดฤทธิ์ อนวัชเดินเข้ามาพร้อมจานข้าว เห็นหทัยรัตน์นั่งอยู่ ก็พูดเสียงดุ “ใครเค้าให้เธอลุกขึ้นนั่ง เพิ่งฟื้นสติสตังยังมาไม่ครบก็นอนลงไปก่อนเถอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”
อนวัชมองหทัยรัตน์ พร้อมกับวางจานอาหารไว้ข้างๆโต๊ะหัวเตียง “ทำอวดเก่งอีกแล้ว..เพราะความอวดเก่งของเธอเนี่ยแหละ ที่ทำให้เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในทะเล รู้ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่ไหวก็ยังจะรั้นเอาชนะให้ได้” หทัยรัตน์เหล่หางตาด้วยความไม่พอใจ “ฉันเอาข้าวต้มมาให้ กินอะไรสักหน่อย เผื่อจะทำให้อาการดีขึ้น”
หทัยรัตน์ไม่ตอบ..ในใจคิดถึงสิ่งที่สัทธาพูด ...
“ปุ้ม..ถึงเราจะไม่ค่อยชอบหน้าไอ้หนึ่งก็เถอะ แต่คราวนี้เรารอดมาได้เพราะเค้าช่วยชีวิตเราไว้ พี่คิดว่ายังไงซะ ปุ้มก็ควรจะขอบคุณหนึ่งเค้านะ..”
หทัยรัตน์มองหน้าอนวัช..ขอโทษยังไงดี อนวัชมองกลับ... “มีอะไรในสายตาบางอย่าง”

ส่องแสงเดินหาอนวัช ไม่เจอ เริ่มจะหงุดหงิด “พี่หนึ่งหายตัวไปไหนอีกนะ เดินหาทั่วบ้านแล้ว..ไปไหนของเค้า” ส่องแสงนึกออก “หรือว่า ..” ส่องแสงสังหรณ์ใจบางอย่าง

อนวัชมองหน้าหทัยรัตน์ “เป็นอะไร มองหน้าฉันทำไม ? มีอะไรจะพูด” หทัยรัตน์เงียบ ปากหนัก พูดไม่ออก อนวัชสรุป “ไม่มีอะไรจะพูดก็กินซะ จะได้มีแรง หน้าซีดหมดแล้ว” เขาแอบเป็นห่วง “ถ้ากลับบ้านไปสภาพนี้ คุณน้าจะตำหนิฉันได้ กินซะ” อนวัชพูดจบก็หันหลังจะเดินออกไป
หทัยรัตน์คิด..และตัดสินใจ “คุณอนวัชคะ“
อนวัชชะงักเท้าด้วยความแปลกใจและหันมา “มีอะไร..”
“เอ่อ...คือ..ดิฉัน..” หทัยรัตน์พูดไม่ออก คำพูดเหมือนติดอยู่ที่ลำคอ
อนวัชเดินเข้ามาหา “ดิฉันอะไร”
หทัยรัตน์..พยายามจะเค้นคำพูดออกมา “ดิฉัน..ข..ขอ.. ขะ..” อนวัชลุ้น “ขะ....”
อนวัชมองหน้าแล้วก็ขำ..พร้อมกับพูดข่ม “นี่พอได้แล้ว มันแต่อ้ำอึ้งๆ ถ้าสิ่งที่เธอจะพูดกับฉัน..คือคำขอบคุณ ก็รู้ไว้ด้วยว่ามันไม่จำเป็น เพราะฉัน เรียกค่าตอบแทนจากเธอเรียบร้อยแล้ว”
หทัยรัตน์งง “ค่าตอบแทนคืออะไร”
อนวัชอ้าปากเหมือนจะตอบ ทันใดนั้น... เสียงส่องแสงดังขึ้นอย่างขัดใจพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ “พี่หนึ่งขา” ส่องแสงเปิดประตูผวัะเข้ามา แล้วเดินเข้ามาหาอนวัชด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “พี่หนึ่งอยู่ที่นี่เอง..คุณแม่ให้ส่องมาตามค่ะ เห็นบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่หนึ่ง คุณแม่รออยู่ที่ห้องรับแขกน่ะค่ะพี่หนึ่งไปเถอะค่ะ ส่องอยู่เป็นเพื่อนปุ้มเอง” อนวัชลังเล ส่องแสงรู้ทันรีบตีหน้าเสแสร้ง “เอ๊ะ หรือว่าพี่หนึ่งกำลังคุยเรื่องสำคัญกับปุ้มอยู่คะเนี่ย”
อนวัชรีบออกตัว กลัวเสียฟอร์ม “เปล่า..ไม่ได้มีอะไรสำคัญแม้แต่นิดเดียว ... พี่ไปคุยกับคุณอาสีสุกก่อนนะครับ” อนวัชปรายตามามองหทัยรัตน์ก่อนจะเดินออกไป
ส่องแสงหันมาทางหทัยรัตน์ด้วยแววตาเกลียดชัง แต่พูดกับอนวัชเสียงหวาน “เดี๋ยวส่องตามไปนะคะ”

อนวัชเดินมาหน้าห้องแล้วก็ยิ้มนิดๆ ด้วยความพึงพอใจ

ส่องแสงมองดูหทัยรัตน์ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแววตาดูถูกและเกลียดชัง บรรยากาศร้อนระอุ! “เธอนี่ช่างเป็นผู้หญิงที่กล้าได้กล้าเสียจริงๆนะแม่ปุ้ม ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อจะจับพี่หนึ่ง” หทัยรัตน์สะอึก “นี่ถึงขนาดแกล้งทำเป็นจะจมน้ำตาย เพื่อให้พี่หนึ่งเขาถูกเนื้อต้องตัว เธอเคยคิดมั้ยว่าพี่หนึ่งเค้าต้องกลั้นใจสักแค่ไหนที่ต้องอุ้มเธอขึ้นมาจากน้ำ แล้วยังต้อง...” ส่องแสงไม่อยากพูดว่าเม้าท์ทูเม้าท์ “ต้องช่วยเธอแบบนี้ “
หทัยรัตน์ทั้งโกรธทั้งแค้น อยากจะด่ากลับไป..แต่เห็นท่าทางที่ทั้งโกรธทั้งอิจฉาของส่องแสง หทัยรัตน์เลยเปลี่ยนใจยั่วโมโหแทน “คุณส่องแสงทราบได้ยังไงคะว่าพี่หนึ่ง..กลั้นใจที่จะช่วยดิฉัน..บางทีเธออาจจะเต็มใจก็ได้..คนอย่างพี่หนึ่ง ใครบังคับได้ซะที่ไหน .. เมื่อครู่ก็เอาข้าวต้มมาให้ดิฉัน..แสดงความเป็นห่วงแบบนี้..คงไม่กลั้นใจแล้วมั๊งคะ”
ส่องแสงแทบกรี๊ด “นังจองหอง ที่พี่หนึ่งต้องช่วยเธอเพราะเค้ามีความเป็นสุภาพบุรุษหรอกย่ะ..ถ้าเธอไม่ใช่เด็กในบ้านของคุณลุงฉัน อย่าหวังเลยว่าพี่หนึ่งจะสนใจ เค้าคงปล่อยเธอจมน้ำตายเฝ้าทะเล ไม่เสี่ยงชีวิตไปอุ้ม แล้วผายปอด ต่อหน้าคนทั้งหาดแบบนั้น”
หทัยรัตน์ช็อค “ผายปอด”
“ใช่ สมใจเธอล่ะสิ อุตส่าห์เอาชีวิตเข้าแลก เป็นยังไงหล่ะ งามหน้าไปทั้งหาด ป่านนี้คงได้ตกเป็นขี้ปากคนไปทั้งหัวหิน ฉันหล่ะอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี พี่หนึ่งต้องกลั้นใจทำ “เม้าท์ ทู เม้าท์” ให้เธอตั้งหลายครั้ง ผู้หญิงอย่างเธอก็ทำได้แค่นี้ อย่าหวังเลยว่าได้อะไรที่มันมากกว่านี้” ส่องแสงสะบัดหน้าแล้วก็เดินกระแทกส้นออกจากห้องไป
หทัยรัตน์ทรุด หลังพิงหัวเตียง ด้วยความหมดแรง..รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรงฉาดใหญ่ นึกถึงที่อนชวัชพูดก่อนหน้านี้ “ถ้าสิ่งที่เธอจะพูดกับฉัน..คือคำขอบคุณ ก็รู้ไว้ด้วยว่ามันไม่จำเป็น เพราะฉัน . เรียกค่าตอบแทนจากเธอเรียบร้อยแล้ว” หทัยรัตน์อึ้ง...ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง !!!

สีสุกตอแหล ไม่สบายออดอ้อนขอให้ไปส่ง “เรื่องที่อาจะขอคุย ก็คือ..เรื่องการเดินทางกลับวันนี้น่ะค่ะ..อาเพิ่งนึกได้ว่ามีธระด่วนมากๆ อาคงต้องขอรบกวนคุณหนึ่งให้ออกจากหัวหินแต่เช้าหน่อยจะได้มั้ยคะ”อนวัชคิด สีสุกรีบพูดต่อ “ที่อากล้าเอ่ยปากก็เห็นว่าแม่ปุ้มเค้าคงจะกลับกับแม่แป้นกับตาปุ๊ ส่วนคุณหญิงกับคุณพี่ก็กลับรถอีกคันอยู่แล้ว คันของเราก็เหลืออแต่คุณหนึ่งยัยส่องแล้วก็อาเท่านั้น แต่ถ้าคุณหนึ่งไม่สะดวก..อาก็..ขึ้นรถประจำทางกลับไปก่อนก็ได้นะคะ อาเกร๊งใจ๊..เกรงใจ”
สีสุกรอฟังผล อนวัชครุ่นคิด
ที่ห้องนอนสุดา สุดานอนอยู่บนเตียง อึกอักๆ หทัยรัตน์คาดคั้น “พี่แป้นบอกปุ้มมาสิคะ เมื่อเย็นเหตุการณ์มันเป็นยังไงกันแน่ คุณอนวัชเค้าช่วยปุ้มขึ้นมาจากทะเลแล้วยังไงอีก”
“ก็...”
“พี่แป้นบอกมาเถอะค่ะ เค้าช่วยแป้นยังไง”
สุดามองตาหทัยรัตน์เห็นว่าไม่ยอมจึงพูด “พี่หนึ่ง..เค้า..เค้า...”
หทัยรัตน์ทนไม่ไหว สวนออกไป “เค้าผายปอดให้ปุ้มจริงๆเหรอคะ”
สุดาพยักหน้าแทนคำตอบ ห๊ะ..หทัยรัตน์แทบทรุด เหมือนโลกทั้งโลก ตกมาแตก หทัยรัตน์เครียดดดดดดด

หทัยรัตน์กลับมาที่ห้อง ทรุดนั่งบนเตียงด้วยความโกรธ แค้น เสียใจ ปะปนกันอยู่อย่างสับสน หญิงสาวค่อยๆเอามือที่สั่นระริกจับปากของตัวเอง และด้วยความแค้นปนอาย เธอรีบหันหาผ้าแถวนั้นและเอามาถูที่ปากเหมือนจะเช็ดให้ความเป็นอนวัชหลุดออกไป..หทัยรัตน์เช็ดจนหมดแรง ค่อยๆปล่อยมือ และน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างคับแค้นใจ

ที่ชิดชายชลตอนกลางคืน ภายใต้แสงจันทร์ สวยสงบ เสียงเพลงจากแผ่นเสียงดังแว่วออกมา
สัทธาเลือกแผ่นเสียงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีวงเบียร์เล็กๆ ตั้งอยู่บนโต๊ะ พอกึ่มๆ สัทธาเห็นแผ่นนึง ยิ้มและหยิบมาเปิด เสียงเพลง “จูบ” ดังมาจากแผ่นเสียง สัทธายิ้ม
หทัยรัตน์นอนอยู่ตายังแดงๆ..เสียงเพลงของสัทธาแว่วมาไกลๆ จากไม่สนใจ แต่บางคำร้องสะดุดหูทำให้หทัยรัตน์ชะงักอายหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
อนวัชนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะในห้องนอน เสียงเพลงของสัทธาแว่วมา จากไม่สนใจ อนวัชก็ค่อยๆสนใจขึ้นทีละนิด
หทัยรัตน์พยายามนอนไม่สนใจ แต่เสียงเพลงยังดังเหมือนจะยิ่งมากขึ้นด้วยอุปาทาน หทัยรัตน์อึดอัดขัดใจ เอาหมอนมาปิดหู
ทางด้านอนวัชพยายามไม่สนใจ และก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ แต่เสียงเพลงมันเสียดใจอย่างแรง..ทนไม่ได้ ต้องเงยหน้ามาด้วยความขัดเคือง..

สัทธาฟังเพลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ทันใดนั้นเสียงหทัยรัตน์กับอนวัชก็ดังขึ้นพร้อมกันจากคนละทิศ
“พี่ปุ๊”
“นายปุ๊..”
สัทธาตกใจ เงยหน้าขึ้นเห็นหทัยรัตน์กับอนวัชยืนอยู่คนละมุมโดยมิได้นัดหมาย “ห๊ะ..”
หทัยรัตน์กับอนวัชก็ชะงักที่เห็นหน้ากันและกัน โดยเฉพาะหทัยรัตน์..อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ต้องทนทำเก่งเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่แยแส..อนวัชมองหน้าหทัยรัตน์และแอบซ่อนรอยยิ้มนิดๆไว้ที่มุมปาก..
สัทธามองหทัยรัตน์กับอนวัชที่โผล่มาพร้อมกันด้วยความแปลกใจและพูดยิ้มๆ “นี่เกิดอะไรขึ้น..อยู่ๆก็พรวดพราดลงมาพร้อมกัน .. หรือว่านัดกันไว้ห๊ะ”
หทัยรัตน์รีบตอบ “เปล่านะคะ”
อนวัชหันมองหทัยรัตน์..แหม รีบปฎิเสธเชียวนะ ”แล้วลงมาทำไม” ”ก็..พี่ปุ๊น่ะ เปิดเพลงเสียงดัง ปุ้มนอนไม่หลับ”
“เฮ้ย..อะไรกัน!! พี่ว่าพี่เปิดแค่เบาๆนะ “
“ไม่ดังแล้วปุ้มจะได้ยินได้ยังไงล่ะคะ..ทางที่ดี..พี่ปุ๊ปิดไปเถอะค่ะ.. ได้ยินเสียงเพลงแล้วปุ้มนอนไม่หลับ..หรือถึงจะหลับก็อาจจะฝันร้าย” หทัยรัตน์ทิ้งหางเสียงอย่างตั้งใจ
อนวัชแย้ง “แต่ฉันว่าเพลงที่ปุ๊เปิดไม่เห็นจะดังสักเท่าไหร่เลย แล้วที่ว่าฝันร้ายน่ะ..ฝันถึงอะไรไม่ทราบ “
หทัยรัตน์สะบัดหน้าหนีทั้งเขินและแค้น “ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น..แค่เพลงมันหนวกหู..แต่ถ้าพี่ปุ๊ไม่ปิดก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่เพลงมันทำอะไรปุ้มไม่ได้หรอกค่ะ” หทัยรัตน์พูดจบก็สะบัดเดินออกไป
สัทธามองงงๆ อนวัชยิ้มพอใจ

หทัยรัตน์รีบเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นด้วยใบหน้าไม่พอใจ พอพ้นห้องนั่งเล่นก็หยุดหายใจระงับความแค้นไว้อย่างยากเย็น นึกถึงหน้าตอนหนึ่งยียวน เพลงนี้มันทำให้ เธอคิดถึงอะไรเหรอ ถึงได้ต้องเก็บไปฝัน

อนวัชกำลังจะหันกลับไป สัทธาก็ถามขึ้น “นี่ไอ้หนึ่ง แล้วแกหล่ะเดินลงมาหาฉันทำไม อย่าบอกนะว่าเพราะเสียงเพลงของฉันเหมือนกัน” สัทธายิ้มเจ้าเล่ห์
อนวัชชะงัก คิด แล้วโกหกรักษาฟอร์ม “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่อ่านหนังสือ แล้วรู้สึกง่วงเลยลงมาเดินเล่น พอดีได้ยินเสียงเพลงก็เลยเดินมา”
“แค่นั้น” สัทธาไม่ค่อยเชื่อ
“แค่นั้นสิ ทำไม” อนวัชทำมั่นใจ
“เปล่า..ก็แค่ถามดู แค่นั้นจริงเหรอ” สัทธาถามย้ำ อนวัชไม่ตอบ เหล่ๆ แทน สัทธารู้ตัว “แค่นั้นก็ได้..จะเชื่อนะ“ สัทธาทำเป็นยิ้มๆขำๆ
“ฉันไปนอนล่ะนะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า” อนวัชปั้นเก๊กหน้าแก้เก้อ แล้วเดินขึ้นห้องไป
สัทธามองตามค้างคาใจ
ที่ห้องพักพินิต ในโรงพยาบาล พินิจนอนอยู่บนเตียง..หน้าตาดูสดชื่นขึ้น
หมอประสงค์พูดไปเขียนสรุปอาการไป ผ่องฉวี และ พรรณียืนอยู่ข้างกัน “ตอนนี้ผลเลือดล่าสุดดีขึ้นจากเมื่อวานนะครับ ความดันก็ปรับมาปกติ สาเหตุที่อยู่ๆอาการทรุดลงกระทันหันก็มาจากความเครียด” พรรณีมองหน้าพินิจ..รู้เลยว่าเครียดเพราะอะไร หมอประสงค์พูดต่อ “วันนี้ตอนบ่ายๆ ก็กลับบ้านได้แล้วนะครับ กลับไปแล้วก็ต้องทำใจให้สบาย พักผ่อนให้มากๆ “
“ครับ”
พรรณีรีบกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณผ่องมากที่เป็นธุระตามคุณหมอให้ แล้วก็ขอบคุณคุณหมอด้วยนะคะ ที่รีบมาดูอาการพี่พินิจ พอดีหมอประจำตัวเดินทางไปต่างประเทศติดต่อไม่ได้ ณีไม่รู้จะทำยังไง จำได้ว่าคุณพ่อผ่องเป็นคุณหมอใหญ่ ก็เลยติดต่อผ่องให้ช่วย เลยต้องลำบากคุณหมอต้องรีบเดินทางมาจากต่างจังหวัด”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ได้มีงานสำคัญอะไร ที่ไปหัวหินก็แค่ไปดูแลคุณหญิงกรกนกคนไข้พิเศษที่รับดูแลไว้น่ะครับ”
“คุณหญิงกรกนก จรูญลักษณ์ .. “ พินิจคิด “ญาติของหนึ่ง อนวัช ใช่หรือเปล่าครับ “
“ใช่ครับ คุณหนึ่งก็ไปด้วยกัน คุณพินิจรู้จักหนึ่งด้วยเหรอครับ”
“ครับ..หนึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียน ตอนเด็กๆเราสนิทกันมากครับ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/2 วันที่ 6 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ