อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/3 วันที่ 6 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/3 วันที่ 6 มื.ย. 58

“คุณหญิงกรกนก จรูญลักษณ์ .. “ พินิจคิด “ญาติของหนึ่ง อนวัช ใช่หรือเปล่าครับ “
“ใช่ครับ คุณหนึ่งก็ไปด้วยกัน คุณพินิจรู้จักหนึ่งด้วยเหรอครับ”
“ครับ..หนึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียน ตอนเด็กๆเราสนิทกันมากครับ”
“บังเอิญจริง เออณี ปุ้มก็ไปหัวหินด้วยนะ คุณประสงค์เล่าให้ฟังว่าไปทั้ง ปุ้ม แป้น แล้วก็พี่ปุ๊ด้วย สนุกมากเลย”

ผ่องฉวีเล่าอย่างมีความสุข พินิจกับพรรณีทำหน้าไม่ถูก

นวลเดินมาพร้อมกับตะกร้าของกิน..นวลกำลังจะเปิดประตูเข้าไป แต่เสียงพรรณีลอดออกมาก่อน “ผ่องได้เจอกับปุ้มบ้างหรือเปล่า”
นวลชะงัก “นังปุ้ม ?” นวลแอบฟัง ยังไม่เปิดประตูเข้าไป พรรณีรอคำตอบ


“เจอสิ เจอบ่อยด้วย อาทิตย์ละครั้ง เรายังคุยกันเลยว่า เสียดายที่พรรณีหายเงียบไป เมื่อก่อนเราสามคนจะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด เดี๋ยวพอหทัยรัตน์กลับจากหัวหิน ผ่องจะเล่าให้ปุ้มว่าเจอณี ปุ้มต้องดีใจแน่ๆ” พรรณีเศร้าๆ ไม่แน่ใจ ผ่องฉวีนึกได้ ถามขึ้น “แล้วณีหล่ะ .. เจอพี่ปุ๊บ่อยหรือเปล่า”
นวลเงี่ยหูฟังสุดฤทธิ์
พรรณียิ้มอายๆนิดๆ “ก็เจอบ้างจ้ะ .. พอพี่ปุ๊ว่างก็จะพาไปดูหนัง ไปกินข้าว บ้าง ครั้งสุดท้ายเพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง”
นวลกัดฟันกรอด..แค้นที่ลูกขัดใจ !!
พินิจสงสัย “บางทีที่ปุ๊มาหาณีเมื่อคืนนั้น อาจจะชวนณีไปหัวหินด้วยกันก็เป็นได้”
นวลกัดฟัน “ไปหัวหิน ?? ฝันไปเถอะ”
พรรณีคิดเห็นด้วย ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า “แต่ถึงยังไง ณีก็ไปไม่ได้อยู่ดี .. ผ่อง..ถ้าเจอปุ้มอีก ฝากความระลึกถึงปุ้มด้วยนะ ฝากขอโทษด้วยที่หายไป ถ้ามีโอกาสณีจะต้องไปเจอกับปุ้มให้ได้”
“พี่เองก็เหมือนกัน ..ถ้ามีโอกาสพี่จะก็อยากปุ้มให้บ่อยที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้ “
พินิจกับพรรณีพูดถึงหทัยรัตน์ด้วยความรู้สึกดีๆ ผ่องฉวียิ้มรับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นมิตร
หน้าห้องพัก...นวลกัดฟันกรอดดดดด.. “หนอยยยยยย นังปุ้ม” บรรยากาศตรงข้ามจากในห้องมากมาย

เช้าวันต่อมา หน้าชิดชายชล เด็กขนกระเป๋าสีสุกและส่องแสงขึ้นรถอนวัช ส่องแสงเดินคู่มากับอนวัชออกมาจากบ้าน สีสุกเดินตามมา
“ส่องต้องขอโทษพี่หนึ่งด้วยนะคะที่ต้องรบกวนให้รีบกลับแบบนี้”
“ไม่เป็นไรครับ..พี่ต้องกลับไปเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้พอดี กลับเร็วหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
“งั้นเรารีบไปกันดีกว่าค่ะ จะได้ถึงกรุงเทพไม่เย็นมาก” ส่องแสงยิ้มผู้ดีให้อนวัช
อนวัชยิ้มมารยาทกลับมา อนวัชหันมามองที่บ้าน เหมือนมองหาอะไรสักอย่าง
สีสุกเห็นก็รีบดักคอ “คุณหนึ่งมองหาอะไรคะ ? มองหาใครหรือเปล่า ?”
“เปล่าครับ..ไม่มีอะไร” อนวัชหันหลัง แล้วก็เดินไปที่รถเลย
สีสุกยิ้มพอใจ แล้วก็สะบัดบ๊อบใส่บ้านพักด้วยความสะใจ

สัทธากับสุดายืนมองอยู่ที่ริมระเบียง เห็นอนวัช ส่องแสง สีสุก กำลังเดินทางกลับ
“แป้นว่าเรื่องรีบกลับแต่เช้าเนี่ยต้องเป็นอุบายของพี่ส่องกับอาสีสุกแน่ๆ “
“มันก็แหงอยู่แล้ว คงจะเห็นหนึ่งช่วยปุ้มไว้เมื่อวาน เลยไม่อยากให้อยู่เห็นอกเห็นใจกันหล่ะสิ”
สุดานึกได้ “เออ..แล้วพี่หนึ่งกับปุ้มเป็นยังไงบ้างคะ หลังจากมาอยู่หัวหินสองสามวัน ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น พี่ปุ๊คิดว่า..สองคนนี้เค้าจะเห็นความดีของกันและกันบ้างหรือเปล่าคะ”
“ดีกะผีน่ะสิ เมื่อคืนก็ยังแง่งๆกันเหมือนเดิม..นี่ถ้าพี่ไม่อยู่ด้วยสงสัยจะได้วางมวยกันอีก”
“อ้าว..เป็นงั้นไป ก็ตอนเย็นยังดูพี่หนึ่งเป็นห่วงปุ้มอยู่เลยนี่คะ”
“คำเดียวเลยนะ “ทิฐิ” คำนี้คำเดียวที่ทำให้สองคนนี้ไม่ยอมลงให้กันสักที ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้มีอะไรหรอก หรือถ้าในใจมี ....มันก็ไม่ใช่ความเกลียดชัง”
“ถ้าไม่ใช่ความเกลียดชัง แล้วในใจของสองคนนี้มีอะไรเหรอคะ ?”
สัทธายิ้มกริ่ม “ตอนนี้ก็ยังไม่ชัด เอาไว้ให้พี่เห็นชัดกว่านี้ แล้วพี่จะบอกนะ “ สัทธาทำท่ากรุ้มกริ่ม ยิ้มคนเดียว แล้วก็เดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้สุดางง
“อ้าววววววว ... ทำตัวมีลับลมคมในนะคะ พี่ปุ๊ พี่ปุ๊จะไม่บอกจริงๆเหรอคะ “
“ไม่บอก” สัทธาทำหน้าทะเล้น แล้วก็หันหลังเดินไป
สุดาได้แต่กอดอกด้วยความหงุดหงิด อยากรู้!!
อนวัชขับรถเปิดประทุนอย่างเท่ไปกับส่องแสงและสีสุก.. อนวัชนั่งคู่มากับส่องแสง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่หทัยรัตน์
นึกถึงเหตุการณ์น่ารักๆที่อยู่ด้วยกันที่หัวหินในสองสามวันที่ผ่านมา ทั้งตอนวิ่งมาชนกัน / ตอนเล่นเก้าอี้ดนตรี / และ ตอนเม้า ทู เม้า อนวัชคิดแล้วก็อมยิ้มนิดๆ คนเดียว
หทัยรัตน์ยืนอยู่ริมทะเล...มองทะเลที่แสนสวยสงบตรงหน้า แล้วก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน ตอนเล่นน้ำ และแข่งแย่งลูกบอลกับอนวัช / ตอนไม่มีใครยอมกัน ในการเล่นเก้าอี้ดนตรี / ตอนอนวัชเอาข้าวต้มมาให้ เหมือนจะเป็นห่วง และตอนที่เดินมาเจอกันเมื่อคืน ที่สัทธาเปิดเพลงจูบ
หทัยรัตน์กับอนวัชต่างคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จากคนละมุม...มุมของอนวัชจะหวาน มุมของหทัยรัตน์จะยังเห็นความหยิ่งทะนง แต่แอบอ่อนลง แต่ถึงแม้....ทั้งสองคนจะคิดจากคนละมุม...แต่ทั้งหทัยรัตน์และอนวัชต่างคิดถึงกันและกันโดยไม่รู้ตัว

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์กำลังจัดสำรับอาหารอย่างดีรออนวัช
อนวัชเดินมา “แม่พิมพ์” นมพิมพ์หันไปยิ้มรับ อนวัชเดินเข้าไปกอด “คิดถึงแม่พิมพ์จังเลย..”
“มาถึงก็อ้อนเลยนะคะ หิวหรือเปล่าคะ รับประทานอาหารมาหรือยัง”
“อีกสักพักก็ได้จ้ะ คุณหนึ่งอยากจะนอนพักสักหน่อย”
“อ้อ คุณหนึ่งคะ..มีจดหมายของคุณชายประสาทพรส่งมาถึงคุณหนึ่งเมื่อเช้านี้ค่ะ พิมพ์วางไว้ให้ในห้องค่ะ” อนวัชยิ้มรับ “อ้อ..เมื่อตอนบ่ายเพื่อนคุณหนึ่งที่ชื่อคุณพินิจโทรศัพท์มาหา ถามถึงทั้งคุณหนึ่งและคุณปุ้ม พิมพ์บอกว่ายังไม่กลับคุณบอกว่าวันหลังจะโทรศัพท์มาหาใหม่”
อนวัชแอบหมั่นไส้ “แม่พิมพ์ไม่ต้องบอกคุณครูนะ เดี๋ยวคุณหนึ่งจะเป็นคนบอกเอง” อนวัชจิกตาร้ายนิดๆ เมื่อคิดถึงหทัยรัตน์

อนวัชเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ นั่งอ่านจดหมายของคุณชายประสาทพรในห้องนอนหรือห้องทำงาน
“... สวัสดีหนึ่ง..ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้” เห็นภาพคุณชายประสาทพรกำลังเขียนจดหมายอย่างตั้งใจ “.. น้องหญิงเขียนจดหมายมาเล่าว่ามีความสุขมาก..ทุกอย่างเรียบร้อยดี.. ทุกคนในบ้านให้การต้อนรับ ดูแลอย่างอบอุ่น อาหารของแม่พิมพ์อร่อย “ คุณชายประสาทพรเขียนจดหมายไป คิดไป ยิ้มนิดๆ “ตอนนี้ที่นี่อากาศเริ่มเย็น เสื้อผ้าที่เตรียมมาอาจจะไม่เพียงพอ แต่โชคดีมีข่าวว่าคงอีกไม่นานจะได้กลับบ้านแล้ว “
อนวัชอ่านด้วยความแปลกใจและดีใจ
“เพราะมีเจ้าหน้าที่มาประจำแทน..ตอนนี้ข่าวลือยังไม่ได้รับการยืนยัน” คุณชายประสาทพรเขียนจดหมายไป ยิ้มไป ตื่นเต้นมีความสุข “ถ้าทราบข่าวอะไรจะรีบบอกทันที..ได้แต่ภาวนาขอให้ข่าวลือ ไม่ใช่ข่าวลวง ท้ายสุดขอถามไถ่ ถึงหทัยรัตน์..”
อ่านมาถึงตรงนี้ใบหน้าของอนวัชหุบยิ้มทันที...เคือง
“เธอมาสอนหนังสือเป็นอย่างไรบ้าง เธอมีปัญหาขัดข้องใจไม่สะดวกสบายหรือเปล่า.. ถ้าไม่เป็นการรบกวนฝากดูแลเธอด้วยอีกหนึ่งคน กลับไปเมื่อไหร่จะดูแลเธอเอง ไม่รบกวนหนึ่งอีกแล้ว .. ด้วยความระลึกถึง … “
อนวัชพับจดหมายด้วยความขัดเคืองใจ .. เขาคิดถึงหทัยรัตน์ด้วยความไม่พอใจ “ทั้งคนไกล คนใกล้ คนแข็งแรง คนป่วยหลงเสน่ห์เธอไปหมด .. หว่านเสน่ห์ไปทั่ว ปั่นหัวผู้ชายไม่เลือก“
อนวัชนึกถึงตอนเม้าท์ทูเม้าท์ให้หทัยรัตน์ อนวัชยิ้มร้ายที่มุมปาก “ถ้าฉันไม่ช่วยเธอไว้ คงมีผู้ชายอีกหลายคนต้องเสียใจ” แว่บนั้นเอง...อนวัชก็คิดแผนร้ายขึ้นมาได้..เขาเดินไปโทรศัพท์หาพินิจ “สวัสดีครับ.. ผมอนวัช .. ขอพูดกับพินิจครับ” อนวัชยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก .. แผนร้ายผุดพรายในหัว
ที่ชิดชายชล ทะเลมีคลื่นพอประมาณ กรกนกนั่งอยู่บนรถเข็น อยู่ที่ริมระเบียงบ้านพัก กรกนกมองแล้วก็ยิ้มนิดๆ แววตามีความสุข แม่โอยืนห่างออกไปด้านหลัง ..

ไม่นานสุดาเดินมาหาเห็นกรกนกยิ้มก็ยิ้มตาม “คุณหญิง...นั่งคิดอะไรอยู่คะ ? คิดไปยิ้มไป”
“หญิงคิดถึง..พี่ชายค่ะ”
สุดาเลิกคิ้ว เดินมานั่งข้างๆ ฟังด้วยความสนใจ “คิดถึงคุณชายแล้วยิ้ม..แสดงว่าต้องเป็นเรื่องที่สนุกแน่ๆ”
“ใช่เลยค่ะ หญิงคิดถึงตอนที่มาเที่ยวทะเลกับพี่ชาย .. พี่ชายเป็นคนชอบชายหาด ชอบเดินบนทรายโดยไม่สวมรองเท้า วันๆจะนั่งอยู่ที่ชายหาด ไม่ยอมทำอะไรเลย จนท่านพ่อกริ้ว ทรงออกกฎไม่ให้พี่ชายออกจากบ้านโดยลำพัง เพราะกลัวจะเดินลงทะเลโดยไม่มีใครรู้ พี่ชายงงไปเลยค่ะ ไม่รู้ว่าท่านพ่อทรงคิดแบบนั้นไปได้อย่างไร” กรกนกหัวเราะอารมณ์ดี แล้วก็เล่าต่อ สุดาฟังแล้วก็ยิ้มตาม “หลังจากนั้น ทุกครั้งที่พี่ชายจะออกไปที่ชายหาด ก็ต้องพาหญิงไปด้วย”
กรกนกค่อยๆหันไปที่ชายหาด ... เล่าอย่างมีความสุข ภาพความทรงจำผุดพรายขึ้นอย่างชัดเจน

ประมาณปีที่แล้ว คุณชายประสาทพรวิ่งเล่นที่ชายหาด มีหมาขนสวยวิ่งไล่ตาม คุณชายประสาทพรใช้ลูกบอลล่อ และเล่นกับหมาอย่างน่ารัก มีกรกนกนั่งอยู่บนเสื่อที่จัดเป็นที่นั่งสำหรับปิกนิกอย่างสวยงาม
“แม่โอจะทำอาหารที่กินง่ายๆ มีข้าวผัด มีขนมจีบ หญิงจะนั่งมองพี่ชายวิ่งเล่นกับหมาที่ท่านพ่อทรงเลี้ยง”
คุณชายประสาทพรเล่นกับหมาอย่างมีความความสุข ร่าเริง คุณชายประสาทพรยิ้มทีโลกสดใส
“พี่ชายชอบเล่นว่าว ชอบเล่นน้ำ “
กรกนกขี่คอคุณชายประสาทพร และถือว่าวไว้ในมือ คุณชายประสาทพรวิ่งไปตามชายหาดอย่างแข็งแรง กรกนกหัวเราะมองดูว่าวที่ลอยอยู่ด้วยความตื่นเต้น
“พี่ชายจะให้หญิงขี่คอแล้วถือว่าว พี่ชายจะวิ่งไปเรื่อยๆ ตอนนั้น..หญิงรู้สึกเหมือนตัวเองเดินได้เลยค่ะ”
กรกนกหัวเราะเสียงสดใส ..คุณชายประสาทพรยิ้มตามอย่างมีความสุข ..

สุดายิ้มตามในสิ่งที่กรกนกเล่า “คุณชาย..เป็นพี่ชายที่น่ารักมากๆเลยนะคะ “
“ค่ะ..หญิงโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นน้องสาวของพี่ชาย “
สุดาจับมือกรกนกแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดู “คุณหญิงเองก็เป็นเด็กที่น่ารักมากนะคะ พี่แป้นคิดว่า คุณชายเองคงรู้สึกโชคดีเช่นกันที่มีคุณหญิงเป็นน้องสาว”
กรกนกฟังแล้วดีใจ ยิ้มกว้าง จับมือสุดาตอบกลับ “ขอบคุณค่ะ“
กรกนกและสุดายิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร .. ความรู้สึกดีๆ ของทั้งสองคนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หลานหญิงพร้อมจะกลับหรือยัง?” เสียงวิทย์ถามขึ้น
สุดาและกรกนกหันไปตามเสียง เห็นสัทธา หทัยรัตน์ และ วิทย์เดินออกมาพร้อม เด็กรับใช้ที่ถือกระเป๋าเดินทางเดินตามออกมา
กรกนกตอบเสียงใส “พร้อมแล้วค่ะ “
“ลุงขอบใจปุ๊ แป้น ปุ้มมาก ที่มาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนหลานหญิง”
สัทธากล่าวแทนน้องๆ “พวกเราต้องขอบพระคุณคุณลุงมากกว่า ที่อนุญาตให้พวกเรามาที่นี่ สนุกมากๆเลยครับ”
“ดี ถ้าชอบ คราวหน้ามากันอีกนะ ชวนหนึ่งมาด้วย พวกเราก๊วนเดิม”
สัทธา สุดารีบตอบ “ครับ / ค่ะ”
หทัยรัตน์เงียบ..แว่บคิดถึงอนวัชแล้วภายในไม่อยากมา จนสุดาต้องสะกิดให้ตอบ หทัยรัตน์จำใจตอบ “ค่ะ” พลางยิ้มแห้งๆ
วิทย์ยิ้มรับ ไม่ผิดสังเกต “แล้วนี่จะกลับกันเลยหรือเปล่า? จะได้ขับตามๆกันไป”
“ยังค่ะ แป้นชวนพี่ปุ๊กับปุ้มไปเดินเล่นที่ตลาดน่ะค่ะ อยากแวะซื้อของไปฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย”
“แบบนี้ล่ะครับ นิสัยผู้หญิง...เห็นตลาดไม่ได้ ต้องแวะซื้อทุกที เหมือนโดนสะกดจิตน่ะครับ” สัทธาจิกกัดน้อง ๆ วิทย์ กรกนก ฟังแล้วก็ขำๆ

ที่ตลาดหัวหิน สัทธาเอื้อมหยิบผลไม้ส่งให้แม่ค้าอย่างสนุกสนาน (ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง) ข้างหลังเป็นสุดากับหทัยรัตน์ยืนมองอึ้งๆ
ที่ร้านของที่ระลึก ของฝาก สุดาเลือกหยิบโปสการ์ดที่เป็นรูปทะเล หญิงสาวมองแล้วคิดถึงคุณชายประสาทพร
สุดาถือโปสการ์ดอยู่หนึ่งแผ่น แต่ข้างๆเห็นสัทธาหยิบของฝากมือเป็นระวิงพวงกุญแจ กรอบรูป สร้อยหอย สุดาหันไปมองด้วยความเหวอ.. “โห..เยอะ”
ที่ร้านขนมไทยหทัยรัตน์กับสุดาเลือกคนละชิ้นสองชิ้น แต่สัทธากวาดเพียบหยิบมาเต็มสองมือ หทัยรัตน์กับสุดาหันมามอง.. อึ้ง!

ของฝากมากมายวางกองไว้ที่หลังรถ กว้างเห็นสัทธา หทัยรัตน์ สุดายืนอยู่ หทัยรัตน์ สุดามองด้วยความแปลกใจ
สุดาแซว “ตกลง..ผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ ที่เห็นตลาดแล้วอดใจไม่ไหว ซื้อของอย่างกับโดนสะกดจิต”
สัทธาขำแห้งๆ แหะๆ
หทัยรัตน์อยากรู้ “นั่นสิคะ..พี่ปุ๊ซื้อของตั้งมากมาย เอาไปฝากใครคะ?”
สัทธาไม่ตอบแต่ยิ้มอายนิดๆ ในใจคิดถึงพรรณี

วันต่อมา ที่โรงเรียนพรรณี พรรณีมองของที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความเกรงใจ “พี่ปุ๊ให้ณีหมดนี่เลยเหรอคะ ?”
สัทธาเลื่อนให้ พร้อมยิ้มแป้น “ใช่ครับ..มีทั้งของณี ของพินิจ แล้วก็...ฝากให้คุณแม่ด้วย อย่าลืมบอกว่าเป็นของพี่..เผื่อท่านจะเห็นน้ำใจ เอ็นดูพี่บ้าง” พรรณีมองหน้าสัทธา..ทั้งสงสาร ทั้งอึดอัด สัทธาย้ำ “ณีอย่าลืมบอกคุณแม่นะครับ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 5/3 วันที่ 6 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ