อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 5 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 5 มิ.ย. 58

ต่อมาเกิดความวุ่นวายขึ้นใน “อาณาจักรเขมร” เหตุเพราะ...

“ในปีพุทธศักราช 2376 สมเด็จพระอุทัยราชา กษัตริย์แห่งเขมรได้ถึงแก่พิราลัย เขมรจึงแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งต้องการไปขึ้นกับญวน แต่อีกกลุ่ม นำโดยนักองค์อิ่มและนักองค์ด้วงต้องการสวามิภักดิ์ต่อสยาม เป็นเหตุให้อาณาจักรสยามกับอาณาจักรญวนต้องเปิดศึกกันขึ้น

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้พระยาราชสุภาวดีซึ่งขึ้นเป็น ‘เจ้าพระยาบดินทร์เดชา’ สมุหนายก ยกทัพไปที่เมืองพัตบอง เพื่อเตรียมทำศึกครั้งใหญ่กับอาณาจักรญวน”

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง...ที่ลานกว้าง ทหารจำนวนมากกำลังฝึกซ้อมอาวุธกันอย่างเข้มแข็ง แต่ละคนท่าทางฮึกห้าวเหิมหาญ



พระยาบดินทร์เดชา พร้อมด้วยพระศรีสิทธิ-สงคราม และหลวงกำแหง เดินตรวจการฝึกซ้อมโดยมีพระยาปลัดเดินตามหลัง

เจ้าพระยาบดินทร์เดชาชมการฝึกที่เข้มแข็งและกำลังใจที่ฮึกเหิมว่าต่อให้ต้องรบเป็นแรมปีก็หาเป็นกระไรไม่ สำคัญที่เสบียงแลกำลังหนุนอย่าให้ผิดพลาด พระยาปลัดรับประกันว่าจะส่งเสบียงตามกำหนดแลนำกำลัง ทัพหนุนไปทันทีที่ท่านเจ้าคุณเรียก เจ้าพระยาบดินทร์เดชา พยักหน้ารับแล้วหันถามพระศรีสิทธิสงครามว่า

“ราชการที่เมืองพัตบองเป็นอย่างไรบ้าง” พระศรี-สิทธิสงครามรายงานว่าสั่งให้บำรุงซ่อมแซมค่ายคูเมืองพัตบองให้มีขนาดยาวยี่สิบสามเส้นสิบวา กว้างสิบวาแล้ว ท่านถามหลวงกำแหงว่า “การทำบาญชีพลเมืองภาคอีสานเล่า?”

“กระผมทำบาญชีที่เมืองเดชอุดม เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ เมืองยโสธร เมืองสีทันดร เมืองแสนปางแลเมืองอื่นรวมทั้งสิ้นสิบสามเมืองเรียบร้อยแล้วขอรับ”

“ถ้ากระนั้นฉันก็หมดห่วง เหลือแต่ทางด้านหลวงนายสิทธิ์เท่านั้น” พระยาปลัดได้ยินก็แปลกใจถามว่าท่าน ให้หลวงนายสิทธิ์ไปทำกระไรหรือ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา มิได้ตอบ เพียงแต่ยิ้มน้อยๆ

ooooooo

สิ่งที่เจ้าพระยาบดินทร์เดชาให้หลวงนายสิทธิ์ทำคือให้ติดต่อคณะละครขุนนาฏยโกศลไปเล่นให้ทหารดูในกองทัพ

คุณปิ่นตกใจหวาดกลัวที่ต้องไปเล่นละครในกองทัพ แต่ขุนนาฏตบเข่าฉาดด้วยความยินดีที่ท่านเจ้าพระยาให้เกียรติคณะละครของตน บอกว่าเราต้องเล่นให้เต็มกำลังมิให้เสียชื่อเด็ดขาด

คุณปิ่นยังวิตกหวาดกลัว หลวงนายสิทธิ์ชี้แจงว่าคณะละครจะเล่นเฉพาะแต่ในค่ายหรือในเมืองเท่านั้นหาใช่ออกไปแนวรบไม่ เหตุเพราะเจ้าพระยาคาดการณ์ว่าศึกครั้งนี้ไม่แคล้วต้องยืดเยื้อเกรงว่าเหล่าทหารจะเคร่งเครียดอึดอัดด้วยจากบ้านจากเรือนมานาน และสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นชอบด้วยแล้ว

ขุนนาฏยกมือไหว้ท่วมหัวบอกให้คุณปิ่นเร่งเตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆเถิด ขณะนั้นเอง ลำดวนก็วิ่งขึ้นมาบนเรือนจนถูกคุณปิ่นตำหนิว่ามิใช่เด็กแล้วยังวิ่งเป็นทโมนอยู่อีก

“ก็ลำดวนดีใจนี่เจ้าคะ ลองดูสิเจ้าคะว่าผู้ใดมา?”

ทุกคนมองไปที่บันได เห็นบัวแต่งตัวดีมีเครื่อง ประดับเต็มตัวกำลังเดินขึ้นเรือนมา ตรงเข้ากราบตักขุนนาฏและคุณปิ่น ทุกคนยิ้มแย้มดีใจเพราะไม่ได้เจอกัน นานนับแต่บัวถวายตัวเข้าไปอยู่ในวัง

บ่ายนี้ขณะลำดวนกับบัวไปเดินซื้อของที่ตลาดน้ำ และที่นี่เอง ลำดวนกับบัวได้เจอบุษย์ที่ถูกเกณฑ์แรงงานมาแบกของ สภาพของบุษย์ทรุดโทรมเดินโซเซเพราะติดฝิ่น บุษย์เห็นลำดวนกับบัวก็ผละจากแถวจะมาหา ถูกทหารวิ่งไล่จับก็อ้างว่าตนไม่ได้หนีแต่จะไปหาคุณหนูลำดวน แล้วถามลำดวนว่าจำตนได้ไหม ลำดวนเพ่งมองครู่หนึ่งจึงจำได้ร้องเรียกด้วยความยินดี

“พี่บุษย์”

บุษย์เล่าว่าหลายปีมานี้ตนตามหาลุงรีทั่วเมืองปากน้ำก็ไม่เจอ มีคนแนะนำให้ไปหาในโรงฝิ่นทำให้ตนกลับติดฝิ่นเสียเอง เป็นเหตุให้แสงเนยรังเกียจจึงเรียกคนมาจับตนข้อหาหนีสักเลก

ฟังบุษย์แล้วบัวคาดว่าลุงรีอาจตายไปแล้ว ถึงอยู่ ก็ไม่รู้จะตามตัวได้ที่ใด หลวงนายสิทธิ์คาดว่าลุงรีพูดภาษาวิลาศได้เป็นที่ต้องการตัวนัก แลหลวงสรอรรถก็ไม่รู้ว่ายังมีพยานรู้เห็นอยู่ หากตนเป็นลุงรีก็คงหานายชาววิลาศคนใหม่ทำงานด้วย

ลำดวนเห็นพ้องกับหลวงนายสิทธิ์ บุษย์รีบบอกว่าตนเอาหัวเป็นประกันว่าหาจนทั่วแล้ว หลวงนายสิทธิ์จึงรับเป็นภาระสืบหาเอง ส่วนบุษย์ที่หนีการเกณฑ์ตนคงช่วยไม่ได้แต่จะให้โอนมาทำงานกับตนได้ มีข้อแม้ว่า “เจ้าต้องเลิกฝิ่นและห้ามเกียจคร้านอีก” บุษย์ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบพระคุณ

ลำดวนดีใจที่ได้หลวงนายสิทธิ์มาช่วยอีกแรง ในขณะที่บัวคิดเงียบๆว่า หากล้างมลทินพระยาบริรักษ์ได้แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ตกค่ำจึงถามหลวงนายสิทธิ์ขณะเดินลงจากเรือนขุนนาฏว่า

“คุณพี่ช่วงเจ้าคะ น้องมีเรื่องสงสัยอยากจะเรียนถามเจ้าค่ะ หากล้างมลทินท่านเจ้าคุณบริรักษ์ได้จริง คุณเหมกับคุณหญิงชมจะเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ในเมื่อเจ้าคุณบริรักษ์มิใช่คนฆ่าวิลาศ ก็ต้องคืนศักดิ์คุณหญิงแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ริบมากลับไปสู่คุณหญิงชมกับพ่อเหมน่ะสิ แม่บัวถามทำไมรึ”

“ไม่มีกระไรเจ้าค่ะ น้องเพียงแต่สงสัยเท่านั้นขอบพระคุณเจ้าค่ะ” บัวยกมือไหว้ เมื่อหลวงนายสิทธิ์ไปแล้ว บัวแอบมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าเหมจะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิม เพราะอย่างไรเสียตนก็มีใจรักเหมอยู่ไม่น้อย

ooooooo

เช้านี้ขุนศรีไชยทิตย ทำพิธีสวดเบิกไพรก่อนออกจับช้างสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันขณะออกป่า

บรรดาควาญช้างเห็นช้างเผือกวิ่งอยู่ตามแนวป่า ต่างช่วยกันตีเกราะเคาะไม้ไล่ต้อน

“ไล่เข้าไปเลยโว้ย ไล่มันไป พ้นแนวป่านี้จับมันได้แน่” มา ควาญช้างตัวผอมเล็กผิวคล้ำซ้ำหูตึงตะโกน

เหมอยู่ในกลุ่มควาญช้างที่วิ่งไล่ต้อน พลันเหมก็เห็นรอยเท้าช้างหลายรอยบนพื้นแต่มีรอยหนึ่งที่ใหญ่กว่ารอยอื่นมาก

“อย่าตามไป มีช้างอื่นอยู่ร่วมโขลง” เหมตะโกนบอก

“อยู่ก็อยู่ซีวะ จะจับได้อยู่แล้วต้องกลัวกระไร” ส่ง ควาญช้างตัวอ้วนใหญ่ตาฝ้าฟางคู่หูของมาตะโกนแย้ง สิ้นเสียงส่งก็ได้ยินเสียงช้างอีกตัวร้องลั่นสนั่นป่า ทุกคนหันมองเห็นช้างอีกตัวที่โผล่ตลบหลัง มาตกใจร้องลั่น

“ช้างยักษ์” ช้างใหญ่พุ่งเข้าใส่พวกควาญทันที ขุนศรีไชยทิตยเห็นดังนั้นสั่งให้กระจายกันออกไปเร็ว!

บรรดาควาญที่อยู่บนหลังช้างต่างไสช้างหนี ช้างยักษ์พุ่งเข้าใส่ช้างตัวหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง สดัมสังข์ ควาญที่อยู่บนหลังช้างลอยละลิ่วราวกับปุยนุ่นตกลงมากระแทกพื้นตายคาที่ ขุนศรีไชยทิตยสั่งกระจายออกวิ่งล่อรำแพนมันไป ส่งตะโกนบอกว่าช้างเผือกจะหนีไปได้แล้ว ขุนศรี ตะคอก “หนีก็หนีสิวะ รักษาชีวิตไว้ก่อนเถิด หรือมึงอยากตาย”

บรรดาควาญต่างพากันวิ่งเป็นวงกลมล่อช้างยักษ์ เหมวิ่งมาเจอช้างของตนที่ยืนหลบอยู่ จึงตะโกน “แม่โต ท่าวๆ” ซึ่งคือสั่งให้คุกเข่าลง เหมรีบขึ้นขี่แม่โตทันที ขุนศรีตะโกนถามว่า “เอ็งจะกระทำกระไรของเอ็งวะไอ้หมอจ่า”

“กระผมจะตามพระยาช้างเผือกขอรับ อย่างไรก็ต้องคล้องให้ได้ ไม่ปล่อยให้สดัมสังข์ต้องตายเปล่าเป็นอันขาด” แล้วตะโกนบอก “แม่โต จำเริญๆ” ซึ่งแปลว่าไปข้างหน้า แม่โตออกวิ่งไล่ตามพระยาช้างเผือกทันที ในขณะที่ขุนศรีไชยทิตยไม่สามารถช่วยได้เพราะกำลังเผชิญกับช้างยักษ์ที่บ้าคลั่ง
ในที่สุด เหมก็คล้องช้างเผือกได้สำเร็จ

ooooooo

ต่อมา...

“พระยาช้างเผือกที่คล้องได้ ถูกส่งไปให้พระยาบดินทร์เดชา ท่านจึงได้นำส่งช้างเผือกนั้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว และทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขึ้นระวางเป็นพระยามงคลหัสดินคชินทรสีก้านสัตตบุษย์ ซึ่งเป็นช้างเผือกที่สำคัญประจำรัชกาลในเวลาต่อมา”

ที่มุมหนึ่งในป่า กองไฟใหญ่ถูกสุมขึ้น เพื่อเผาศพสดัมสังข์ เหมหยิบย่ามประจำตัวของสดัมสังข์ให้ขุนศรี-ไชยทิตย ขุนศรีไชยทิตยรับย่ามไปใบหน้าเศร้า เอ่ยแก่ควาญทุกคนว่า

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 5 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ