อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6 วันที่ 7 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6 วันที่ 7 มื.ย. 58

นมพิมพ์โอบกรกนก ปลอบ “นี่คุณ..อย่ามาทำกริยาแบบนี้ในนี้ ขอเชิญออกไปเลยค่ะ”
นวลหันขวับมา “นังขี้ข้า แกไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน บอกมานะว่านังปุ้มอยู่ไหน “ นมพิมพ์ไม่ตอบ
ส่องแสงหันไปเห็นทางเดินไปอีกห้อง ส่องแสงรีบพูดขึ้น “ลองไปดูที่ห้องโน้นสิคะ!!“ นวลหันขวับไป

ในห้องข้างๆ พรรณีตกใจ รีบหันขวับมาทางหทัยรัตน์ “ปุ้มรีบหลบเร็ว” พรรณีดันตัวหทัยรัตน์มาที่ตู้
“นี่ฉันต้องเข้าตู้จริงๆเหรอ ?”

นวลกำลังเดินพุ่งมาที่ห้องที่หทัยรัตน์อยู่ หน้าตาหาเรื่องสุดๆ
นมพิมพ์รีบตามไป “คุณคะ ไปไม่ได้นะคะ คุณ “
ส่องแสง สีสุก รีบตามไป กรกนกมองงงๆ

ทางด้านพรรณีรีบดันตัวหทัยรัตน์มาที่ตู้ “เข้าไปเถอะน่า“ พรรณีรีบเปิดประตูตู้ออกทันที พรรรณีดันตัวหทัยรัตน์เข้าไปในตู้ หทัยรัตน์ต้องยอมเข้าไปทั้งที่ในใจ พร้อมสู้ หทัยรัตน์หดตัวเข้าไปในตู้ขนาดค่อนข้างพอดีตัวอย่างทุลักทุเล


ทันใดนั้นนวลโผล่เข้าไปในห้อง นมพิมพ์รีบเดินตามไป ส่องแสง สีสุก เดินตามด้วยความสาระแน
“คุณคะ !! “ นมพิมพ์เรียก
พรรณีปิดประตูตู้ทันที .. แต่เห็นชายกระโปรงหทัยรัตน์แพลมออกมา
“พรรณี !! “
พรรณีหันขวับมาทางนวล เอาตัวพิงตู้ ตัวเลยบังชายกระโปรงไว้ “คะแม่”
“เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ “
“เอ่อ...คือ ... “
“ฉันถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้...”
พรรณียืนอึกอักๆ ไม่ตัวพยายามบังตู้อย่างมีพิรุธ
ส่องแสงสังเกตเห็น “ในตู้มีอะไร ? “
พรรณีหน้าเสียนิดๆ ในตู้..หทัยรัตน์ลุ้นๆว่าจะรู้กันไหม
นวลตะคอกเสียงดุ “ในตู้ต้องมีอะไรแน่ๆหลบไปนะ แม่ณี !!“ พรรณีไม่ยอมหลบ นวลพุ่งตัวเข้ามาดันตัวพรรณีออกให้พ้นประตูตู้ พลางตะคอกใส่อย่างน่ากลัว “แม่บอกให้หลบไป !!!! “
ทันใดนั้นเสียงอนวัชก็ดังขึ้น “นี่มันเกิดอะไรขึ้น เสียงดังไปทั้งบ้าน !! “
ทุกคนหยุด หันมาทางอนวัช อนวัชยืนหน้าดุ..ทุกคนมองด้วยความเกรงใจ ไม่มีใครกล้าสบตา นอกจากนมพิมพ์..นมพิมพ์ส่งสายตาให้อนวัชมองตาม และพยักเพยิดมาที่ตู้ อนวัชมองตาม..เห็นชายกระโปรงแพลมออกมาจากตู้ แล้วชะงัก “ใคร?” .. อนวัชมองหน้านมพิมพ์ .. นมพิมพ์บอกทางสายตาว่าเป็นหทัยรัตน์ อนวัชคิดตอนคุยกับหทัยรัตน์ตอนเช้าจำชุดได้ อนวัชอ๋อออออ..จำได้แล้ว..อนวัชเก็ททันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
อนวัชคิดแล้วก็พูดขึ้น “ขอเชิญทุกคนตามผมออกไปคุยกันข้างนอก เชิญครับ !! “อนวัชผายมือเป็นการบังคับ ส่องแสง สีสุก นวล จำต้องเดินนำออกไป
พรรณีเห็นแม่ไปแล้ว ก็โล่งอก เดินตามไป นมพิมพ์ปิดท้าย อนวัชปรายตามามองชายกระโปรงแล้วก็ยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินตามทุกคนออกไป
หทัยรัตน์หลบอยู่ในตู้ลุ้นๆ แปลกใจที่ข้างนอกดูเงียบๆไป
นวล ส่องแสง สีสุก เดินกระฟัดกระเฟียดออกมา พรรณีเดินตามออกมาตัวลีบ นมพิมพ์และอนวัชปิดท้าย
อนวัชหันไปบอกนมพิมพ์ “แม่พิมพ์พาคุณหญิงออกไปพักที่เรือนใหญ่นะ”
“ค่ะ” นมพิมพ์เดินมาเข็นรถกรกนก
พิมพ์กับกรกนกออกไป อนวัชหันมาทางสาวๆ ทั้งสี่ “ผมจะไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะดูจากรูปการแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องไม่มีสาระ” นวล ส่องแสง สีสุก ทำหน้าไม่เห็นด้วยจะแย้ง “เพราะถ้ามีสาระ ทุกคนจะมีสติมากกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นมีแต่อารมณ์ที่คุกรุ่น ผมจึงไม่อยากพูดอะไรในตอนนี้ ยิ่งพูดอารมณ์จะยิ่งขึ้นกันเปล่าๆ”
นวลแย้ง “แต่คุณอนวัชคะ..น้ามีเรื่องข้องใจเกี่ยวกับนังเด็กปุ้ม”
“คุณน้าครับ ถ้าเห็นแก่ผม..กรุณากลับไปก่อนนะครับ เรื่องข้องใจอะไรก็ตาม..ผมจะขอตอบวันหลัง”
นวลฟึดฟัดขัดใจ พรรณีรีบสนับสนุน “คุณแม่คะ คุณอนวัชพูดขนาดนี้แล้ว เรากลับกันเถอะค่ะ “
“แต่.. “ นวลบ่นเบาๆ “แม่ยังไม่รู้เรื่องนังปุ้มเลย”
“คุณแม่....” พรรณีพูดเบาๆ “ ถ้าวันนี้เราเสียมารยาทมากกว่านี้ เราอาจจะกลับมาที่นี่ไม่ได้อีกนะคะ”
นวลชะงักกึก..เออ..ก็จริง..นวลมองหน้าอนวัชที่วางมาดดุ เข้ม นวลเริ่มเห็นด้วย “ก็ได้ค่ะ วันนี้น้าจะขอกลับก่อน แต่น้าไม่ยอมปล่อยให้ข้อข้องใจต้องค้างคาแน่ .. น้าจะต้องหาคำตอบให้ได้ .. “ นวลสะบัดหน้าใส่ทุกคน แล้วก็เดินพรวดพราดออกไปอย่างขัดใจ
พรรณีมองเอือมๆ อายๆ แล้วก็ยกมือไหว้อนวัช “สวัสดีค่ะ“ พรรณีปรายตาไปที่ห้องข้างๆที่หทัยรัตน์อยู่ ด้วยความเป็นห่วง และโล่งอก ก่อนจะเดินตามนวลไปด้วยความอับอาย
ส่องแสงกับสีสุกรีบเข้ามายุอนวัช
“พี่หนึ่งคะ ส่องไม่รู้เรื่องด้วยเลยนะคะ “
“ใช่ค่ะ ตอนที่น้ากับส่องมาถึง คุณนายนวลก็โวยวายเป็น..”
“คุณน้า ...น้องส่องครับ” อนวัชผายมือ “เชิญครับ”
แป่วววว..ส่องแสง สีสุกเหวอ
“เราสองคนต้องไปด้วยเหรอคะ ?”
“นั่นสิคะคุณหนึ่ง น้ากับน้องเนี่ยไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยนะคะ เราสองคนก็แค่..”
“เชิญครับ...” อนวัชผายมือ พร้อมหน้านิ่ง เสียงดุ..
สองแม่ลูกชะงักกึก..มองหน้ากัน แล้วก็จำใจ ส่องแสงยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”
อนวัชรับไหว้ และไหว้สีสุก “สวัสดีครับ”
สีสุกรับไหว้แบบขืนๆ แล้วก็จำใจต้องเดินออกไปพร้อมกับส่องแสง.. ในห้องเงียบกริบ..เหลืออนวัชคนเดียว .. อนวัชมองไปที่ห้องข้างทันที

หทัยรัตน์อยู่ในตู้..เงี่ยหูฟังด้วยความแปลกใจ “ทำไมเงียบๆ” อนวัชเดินเข้ามาในห้อง..มองชายกระโปรงที่แพลมออกมาแล้วก็ยิ้มกวน หทัยรัตน์คิดๆคงไปกันหมดแล้ว หทัยรัตน์กำลังจะเปิดประตูตู้
อนวัชหยิบไม้ที่วางอยู่แถวนั้นมาขัดมือจับตู้ไว้ หทัยรัตน์เปิดประตูแล้วติด “กึก” !! เปิดไม่ออก อนวัชได้ยินเสียงกึกกักจากตู้ แล้วก็ยิ้มร้ายด้วยความสะใจ
หทัยรัตน์พยายามดันเปิดประตู ด้วยความงุนงง “ติดอะไร ?” อนวัชยิ้มกริ่ม เดินไปลากเก้าอี้มานั่งรออยู่หน้าตู้ หทัยรัตน์เริ่มเอะใจ ดันประตูแรงขึ้น “พรรณี..ณี !! ณีได้ยินหรือเปล่า ? ณี !! “
อนวัชตอบกลับกวนๆ “คนที่เธอเรียกเค้ากลับไปแล้ว”
“นี่คุณอนวัช..คุณทำอะไรของคุณ!! คุณเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ !! “
“พูดแบบนี้ ใครเค้าจะเปิด ! พูดให้มันหวาน..หวานนนนนนน.. “ อนวัชแกล้งทำเสียงอ้อน “คุณหนึ่งคะ คุณหนึ่งขา ช่วยประตูให้หน่อยสิคะ.. เอาให้หวานกว่านี้ แล้วฉันจะเปิดให้”
หทัยรัตน์ชะงักกึก...ชักสีหน้า “ไม่ ฉันไม่พูด !!! คุณหญิงคะ..คุณหญิง แม่พิมพ์ !! แม่พิมพ์ช่วยปุ้มด้วยค่ะ”
“นี่..ฉันให้แม่พิมพ์พาน้องหญิงไปตึกใหญ่ แล้ว..ตะโกนเรียกยังไง พวกเค้าก็ไม่ได้ยิน” อนวัชพูดกวนต่อ “เธอพูดเองนี่ว่าชีวิตเธอไม่สำคัญ .. ไม่มีอากาศหายใจ ตายอยู่ในตู้ก็คงจะไม่เสียดาย “
หทัยรัตน์แค้น “คุณอนวัช จะเปิดหรือไม่เปิด ?”
อนวัชสวน “แล้วเธอล่ะ จะพูดหวานๆ หรือ ไม่พูด ?”
“ไม่พูด”
“ก็ไม่เปิด”
“ไม่เปิดก็อย่าเปิด!!” หทัยรัตน์พูดจบก็เอาตัวกระแทกอย่างแรง ตึง !! ตึง !! ตึง !! ท่าทางเจ็บที่ต้องเอาตัวกระแทก
อนวัชชะงัก ถามด้วยความแปลกใจ “นี่เธอจะบ้าเหรอ กระแทกแบบนั้น ไม่เจ็บหรือไง ?”
หทัยรัตน์ไม่สนใจ เอาตัวกระแทกต่อ ตึง ตึง ตึง !!

แม่โอเดินถือถาดของว่างเดินมาที่เรือนสีฟ้า เสียงตึงๆ ดังมาจากห้องข้างๆ แม่โอแปลกใจ “เสียงอะไร ?”

หทัยรัตน์เอาตัวกระแทกๆๆๆ ด้วยความแค้น และไม่ยอมแพ้
อนวัชลุกขึ้นมาพยายามจะห้าม “ฉันบอกให้หยุด..”
หทัยรัตน์หยุดกระแทก “คุณจะเปิดหรือไม่เปิด”
“ถ้าเธอไม่พูดดีๆกับฉัน ฉันก็ไม่เปิด”
“ถ้าคุณเปิด ฉันก็ไม่หยุด”
หทัยรัตน์กระแทกต่อ กระแทกๆ แบบไม่รู้จักเจ็บ ทั้งๆ ที่ก็เจ็บ ไม้คั่นค่อยๆเคลื่อนออก ประตูพะเยิบๆ ใกล้จะเปิดเต็มที่ อนวัชอึ้ง “แรงเยอะจังเว้ย”
หทัยรัตน์รวบรวมแรงแล้วก็กระแทกพรวดออกมา ประตูตู้เปิดผัวะ !! หทัยรัตน์กระเด็นออกมาหล่นตุ๊บลงที่พื้นอย่างแรง โครมมมมมมม “โอ้ยยยยยย !!! “

“หทัยรัตน์!!!“ อนวัชตกใจและเป็นห่วง ทรุดตัวลงกับพื้น และพุ่งเข้าไปประคองตัวหทัยรัตน์ อนวัชหลุดถามออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ็บหรือเปล่า ??”
หทัยรัตน์ชะงักกึกหันมามองหน้าอนวัชที่กำลังประคองเธออยู่ด้วยความแปลกใจ ทั้งน้ำเสียงและแววของอนวัชแสดงถึงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด...หทัยรัตน์อึ้งไป !!!
ทันใดนั้นแม่โอโผล่พรวดเข้ามา เห็นอนวัชประคองหทัยรัตน์อยู่แล้วก็ตกใจ “ว้ายยยยยยยยย !! คุณหนึ่ง คุณปุ้ม !!!“
นมพิมพ์เดินเข้ามาด้วยความร้อนใจ พอได้ยินเสียงแม่โอดังมาจากห้องข้างๆ ก็ตกใจ ตามไปด้วย “เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย !!” นมพิมพ์รีบเดินเข้าไปทันที

หทัยรัตน์ดึงตัวออกจากอนวัช พยายามยันตัวขึ้นจากพื้น แต่เสียหลักล้มลงมือท้าวที่ประตูไม้ที่หักร่วงอยู่ข้างๆ เศษไม้ทิ่มมือหทัยรัตน์เป็นแผลเลือดไหล หทัยรัตน์สะดุ้ง “โอ๊ย !!”
แม่โอเห็นเลือด ตกใจ “ว้ายยยย เลือด!! คุณปุ้มเลือดไหลค่ะ“
อนวัชตกใจ แววตาเป็นห่วงฉายวาบขึ้น
นมพิมพ์เดินพรวดเข้ามาพอดี เห็นสภาพห้องและเห็นหทัยรัตน์เลือดไหลก็ตกใจ “ว้ายยย นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ?”
อนวัชรีบดึงมือมาดู “ขอฉันดูสิ”
“อย่ามาจับตัวฉัน” หทัยรัตน์พูดเบาๆให้ได้ยินเพียง 2 คน พร้อมกับสะบัดมือออก
อนวัชชะงักเมื่อเห็นแววตาหทัยรัตน์แข็งกระด้าง ด้วยทิฐิอนวัชเชิดหน้าใส่ แม่โอกับนมพิมพ์รีบพุ่งเข้ามาหาหทัยรัตน์
“คุณครูเจ็บมากมั๊ยคะ ? ขอแม่โอดูแผลหน่อยค่ะ”
หทัยรัตน์ยอมให้แม่โอดู อนวัชทำเชิดใส่หน้า
นมพิมพ์เห็นสภาพห้องแล้วงง “คุณหนึ่งคะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย?”
อนวัชประชด “เด็กดื้อ พูดดีๆ ไม่ยอมทำตาม หาเรื่องเจ็บตัว ดูสิ ข้าวของก็เสียหาย เพราะความดื้อของเธอแท้ๆ” อนวัชปรายตามอง โยนความผิดทั้งหมดให้ หทัยรัตน์กัดริมฝีปากแน่น อยากจะสวนแต่เกรงใจผู้ใหญ่สองคน
นมพิมพ์เข้าใจหทัยรัตน์ หันมาเอ็ดอนวัช “พอเถอะค่ะคุณหนึ่ง อย่าเพิ่งมาดุตอนนี้เลยนะคะ ดูสิเลือดคุณปุ้มไหลใหญ่แล้ว”
อนวัชชะงัก...ลึกๆก็เป็นห่วง แต่ปากหนัก กลับพูดไม่ตรงกับใจ “ฉันไม่ดูหรอก..ใครอยากจะดูก็ดู .. เพราะตอนฉันขอดูเค้าเองที่เล่นตัว ตอนนี้มีคนมาโอ๋ ๒ คน ยิ่งทำยะโสใส่ฉัน .. ดูแลกันเองก็แล้วกัน”
อนวัชพูดจบก็หันหลังเดินออกไป ทำเป็นไม่แยแส หทัยรัตน์ส่ายหน้าเซ็ง

อนวัชเดินออกมาจากเรือนสีฟ้า หน้าตาหงุดหงิด แต่พอเดินพ้นออกมา แววตาก็อ่อนลง..ในใจแอบเป็นห่วงหทัยรัตน์
นมพิมพ์รีบหันมาพูดกับแม่โอ “แม่โอฉันทำแผลให้เอง คุณหญิงอยู่ที่ตึกใหญ่คนเดียว ไปพามาที่นี่ดีกว่า ป่านนี้คงเป็นห่วงคุณครูใหญ่แล้ว”
แม่โอรีบรับคำ “ค่ะๆ” แม่โอมองหทัยรัตน์เป็นห่วง แต่ก็ต้องไปตามคำสั่งของพิมพ์
“ไปทำแผลห้องโน้นดีกว่าค่ะ”
หทัยรัตน์พยักหน้ารับ..

รถเข็นกรกนกถูกเข็นเข้ามา กรกนกเห็นหน้าหทัยรัตน์ก็รีบเรียก “คุณครู..คุณครูเป็นยังไงบ้างคะ? แล้วมือคุณครูเป็นอะไรคะ?”
แม่โอรีบเข็นกรกนกไปหาหทัยรัตน์ นมพิมพ์ทำแผลให้หทัยรัตน์เรียบร้อยแล้ว หทัยรัตน์หันมายิ้ม “มีอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ “
แม่โอเข็นกรกนกมาใกล้ๆหทัยรัตน์..กรกนกจับมือหทัยรัตน์ “คุณครูเจ็บมากมั๊ยคะ ?”
“ไม่เลยค่ะ เป็นแผลแค่นิดเดียว คุณหญิงไม่ต้องห่วงนะคะ..”
กรกนกพยักหน้ารับ แต่ในใจก็ยังห่วง “คุณครูคะ..คุณป้าคนนั้นเป็นใคร ดูใจร้ายจัง ตอนทำตาโตๆ ส่งเสียงดังๆ ดูเหมือนยักษ์เลยค่ะ เค้ามาตามหาคุณครูทำไมเหรอคะ ?”
“คือ..มีเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะค่ะ คุณครูต้องขอโทษด้วยนะคะ คราวหน้าจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ คุณครูไม่ได้ทำผิดนี่คะ คุณครูคะวันนี้หญิงไม่เรียนแล้วนะคะ แบบฝึกหัดที่ทำค้างไว้ หญิงขอทำส่งพรุ่งนี้ คุณครูกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“แต่..”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6 วันที่ 7 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ