อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/2 วันที่ 7 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/2 วันที่ 7 มื.ย. 58

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ คุณครูไม่ได้ทำผิดนี่คะ คุณครูคะวันนี้หญิงไม่เรียนแล้วนะคะ แบบฝึกหัดที่ทำค้างไว้ หญิงขอทำส่งพรุ่งนี้ คุณครูกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“แต่..”
“พี่หนึ่งให้ลุงจวกเตรียมรถไว้แล้ว พี่หนึ่งฝากบอกว่า .. ถ้าคุณครูจะกลับเมื่อไหร่ บอกลุงจวกได้เลย ลุงจวกจะขับรถไปส่งที่เดือนประดับค่ะ”
“ขับรถไปส่ง ?”

นมพิมพ์ กับแม่โอยิ้มๆ นมพิมพ์ขำ “คุณหนึ่งนี่ทำเป็นพูดว่าไม่อยากดูแล ไม่สนใจ ที่ไหนได้ แอบไปเตรียมรถไว้ให้นี่เอง”
หทัยรัตน์รีบท้วง “แต่ปุ้มกลับเองดีกว่าค่ะ”


“คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ แม่โอได้ยินคุณหนึ่งกำชับตาจวกว่า ถ้าปล่อยให้คุณครูกลับเอง จะต้องได้รับโทษค่ะ”
หทัยรัตน์ชะงัก..นมพิมพ์สรุป “ให้ไอ้จวกไปส่งนั่นแหละค่ะดีแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณหนึ่งเธอทำโทษแน่” หทัยรัตน์จำใจพยักหน้ายอมรับด้วยความขัดเคือง และ เหนื่อยระอาใจ นมพิมพ์แอบมากระซิบถาม “คุณครูคะ..ตกลงผู้หญิงที่คุณหญิงบอกว่าเหมือนยักษ์ .. เค้าเป็นแม่ของเพื่อนคุณครูจริงๆเหรอคะ ? คนแบบนั้น..เป็นแม่คนได้ด้วยเหรอคะ ??”
นมพิมพ์พูดถึงนวลด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด หทัยรัตน์พูดไม่ออก
ที่บ้านพนัสพงษ์ นวลคาดคั้น ตาโต เสียงดัง เหมือนยักษ์จริงๆด้วย “ตกลงว่านังปุ้มเป็นครูของคุณหญิงกรกนกหรือเปล่า เราสองคนรู้เห็นกันใช่มั๊ย ?” นวลโวยวายใส่พินิจกับพรรณีที่นั่งนิ่งไม่ยอมพูด “ไม่ตอบก็แปลว่ายอมรับ”
“ไม่ใช่นะคะ ณี..ไม่รู้เรื่องปุ้มจริงๆ “
“ผมก็ไม่ทราบครับ..เราสองคนก็เพิ่งได้ยินเรื่องที่ปุ้มไปเป็นครูคุณหญิงวันนี้เหมือนกัน”
นวลหรี่ตาไม่เชื่อ พรรณีกับพินิจก้มหน้างุด “แม่เลี้ยงพวกแกมาตั้งแต่เล็กจนโต คิดว่าฉันจะไม่รู้เหรอว่าพูดความจริงหรือโกหก แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขา ก็ไม่อยากจะหาความ .. แต่นับจากนี้ไป ถ้าแม่รู้ว่าเราสองคนแอบไปคบหาสมาคมกับนังเด็กกำพร้านั่น ไม่ว่ามันทำงานอยู่ที่ไหน แม่จะตามไปอาละวาดให้เปิดเปิง” พรรณีกับพินิจหน้าเสีย..เครียด “และถ้ามันทำงานอยู่ในบ้านคุณหนึ่งจริง แม่จะทำให้คุณหนึ่งไล่มันออกให้ได้ !! ไม่เชื่อก็คอยดู !!”

อนวัชยืนอยู่ที่ระเบียง..คิดถึงเหตุการณ์กลางวัน..ตอนหทัยรัตน์ตกลงมาจากตู้ และเลือดไหล อนวัชคิดแล้วเป็นห่วง นมพิมพ์เดินนำเด็กรับใช้เข้ามาเงียบๆ เด็กถือพวงแก้วน้ำส้มและน้ำเปล่าตามมา นมพิมพ์ให้วางเบาๆ
จวกเดินเข้ามาพอดี อนวัชหันไปเห็นก็รีบถาม “จวก!”
“ครับ !”
อนวัชมีฟอร์มนิดๆ “ไปส่ง..คุณครูของคุณหญิงถึงบ้านหรือเปล่า? เรียบร้อยดีมั๊ย?”
นมพิมพ์แอบอมยิ้ม...รู้ว่าอนวัชเป็นห่วง
“เรียบร้อยดีครับ ผมส่งคุณครูถึงหน้าบ้านเดือนประดับเลยครับ”
อนวัชพยักหน้ารับ “แล้ว..มือที่เป็นแผล เขาบ่นอะไรหรือเปล่า?”
“คุณครูไม่ได้บ่นนะครับ ไม่ได้พูดอะไรเลยครับ”
“ไม่พูดอะไรเลย..ไม่ฝากขอบคุณฉันด้วยเหรอ ?” นมพิมพ์ถึงกับจะหัวเราะออกมาต้องรีบกลั้นไว้ แต่เสียงก็เล็ดลอดออกมา อนวัชหันไปเห็นพิมพ์ยืนอยู่ก็เขินๆ “นมพิมพ์มาตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมไม่ส่งเสียงบอกคุณหนึ่งเลย”
นมพิมพ์พยักหน้าให้จวกกับเด็กรับใช้เดินออกไป แล้วก็เดินมาหาอนวัช “ถ้าพิมพ์ส่งเสียง..ก็คงไม่รู้ว่าหนึ่งเป็นห่วงคุณปุ้มมากแค่ไหน”
อนวัชเถียง “ไม่จริง คุณหนึ่งไม่ได้ห่วงเด็กนั่นสักหน่อย”
“ไม่ห่วง แล้วจะซักละเอียดแบบเมื่อกี๊ทำไมคะ?”
อนวัชชะงัก “ก็..คุณชายฝากให้ดูแล คุณหนึ่งก็แค่ทำตามหน้าที่”
นมพิมพ์ยิ้ม รู้ทันว่าอนวัชเก๊ก ไม่ยอมรับ “ค่า..ทำตามหน้าที่.. แต่พิมพ์คิดว่า..ถ้าคุณหนึ่งอยากรู้อาการคุณครูน่าจะโทรศัพท์ไปถามเจ้าตัวเองดีกว่านะคะ”
“ ไม่ !! คุณหนึ่งไม่อยากคุยกับเด็กดื้อ!!!” อนวัชเสียงแข็ง..หนักแน่นมาก
อนวัชคุยโทรศัพท์ “บ้านเดือนประดับใช่มั๊ย ? ผมอนวัชนะ”
สุดาคุยโทรศัพท์ เสียงสดใส “สวัสดีค่ะพี่หนึ่ง .. โทรศัพท์มาดึกเชียว มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ? ห๊ะ? อะไรนะคะ ปุ้มประสบอุบัติเหตุที่บ้านพี่หนึ่งเหรอคะ? แป้นไม่รู้เลยค่ะ ปุ้มไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ แล้ว..พี่หนึ่งจะคุยกับปุ้มหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวแป้นไปตามตัวมาให้”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้อง..พี่ไม่ได้อยากคุยกับเค้า..ที่โทรศัพท์มาก็แค่..คือ..คุณหญิงฝากถามว่าพรุ่งนี้จะมาสอนได้หรือเปล่า...ก็เท่านั้น” อนวัชตอบไปอย่างมีฟอร์มแต่จริงๆ ตัวเองนั่นแหละที่เป็นห่วง
สุดายิ้มๆ เหมือนรู้ทัน “ได้ค่ะ เดี๋ยวแป้นถามให้ ว่าแต่...วันนี้มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ ?”
อนวัชอึกๆอักๆ ไม่อยากตอบ

หทัยรัตน์กับสุดาคุยกันอยู่ในห้องนอน
สุดาหน้าเหวอ “พี่หนึ่งขังปุ้มไว้ในตู้ !!”
“ใช่ค่ะ ปุ้มให้เปิดก็ไม่ยอมเปิด ปุ้มเลยกระแทกจนประตูหักแล้วปุ้มก็ตกลงมา ตอนปุ้มจะลุกขึ้น มือไปท้าวโดนแง่งไม้ที่หัก ก็เลยเป็นแผลนี่แหละค่ะ”
“อ๋อออ..พี่หนึ่งเป็นคนแกล้งนี่เอง ถึงได้โทรศัพท์มาถามน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย” หทัยรัตน์เชิดหน้า ... เชอะไม่เชื่อว่าห่วง “เออ ว่าแต่..ปุ้มไปอยู่ในตู้ได้ยังไง ทำไมไปอยู่ในนั้น”
“พรรณีเป็นคนบอกให้ปุ้มเข้าไปค่ะ”
“ห๊ะ? พรรณีเนี่ยนะ เดี๋ยวๆ พี่ชักจะงงใหญ่แล้ว พรรณีมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เอาอย่างนี้นะคะ ปุ้มจะเล่าแบบรวบๆ”
หทัยรัตน์เล่าเรื่องทั้งหมดให้สุดาฟัง จนหทัยรัตน์เล่าจบ ถอนหายใจ “เฮ่อออ!! เรื่องแบบย่อๆ มันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ”
สุดาส่ายหน้า “พี่เอือมกับคนพวกนี้จริงๆ ทั้งอาสีสุก พี่ส่อง แล้วก็คุณนายนวล เออ แล้วณีบอกหรือเปล่าว่าเค้ากับแม่ไปที่บ้านพี่หนึ่งทำไม ?”
“ไม่ได้บอก..ปุ้มก็มัวแต่ชุลมุนไม่ได้ถาม..แต่ณีดูผอมมากหน้าตาไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน ณีดูไม่มีความสุขเลยค่ะ”
หทัยรัตน์พูดด้วยความเป็นห่วง แล้วก็นึกได้หันมาทางสุดา “แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็มีข้อดีนะคะ..อย่างน้อยปุ้มก็รู้ว่าณีไม่ได้เปลี่ยนไปตามคุณนายนวล ถึงแม้รูปร่างณีจะเปลี่ยนไป แต่ความเป็นเพื่อนของเรายังเหมือนเดิม”
“ดีใจด้วยจ้ะ คิดๆแล้วก็อยากบอกความจริงกับพี่ปุ๊ อยากให้พี่ปุ๊รู้ว่าคุณนายนวลร้ายกาจมากแค่ไหน”
“อย่าเลยค่ะ เรื่องแบบนี้ต้องให้รู้เองจะดีกว่า.. ดีไม่ดี พี่ปุ๊จะหาว่าเราเอาผู้ใหญ่มานินทา”
“ก็จริง..แล้วเมื่อไหร่พี่ปุ๊จะได้รู้ความจริงซะที ... เฮ่ออออ !!”
สุดากับหทัยรัตน์กลุ้มใจ แต่ทำอะไรไม่ได้
“ถึงคุณสุดา..อาการน้ำท่วมปากที่คุณถามผมในจดหมายฉบับก่อน ผมขอตอบว่า “เข้าใจ” และ “เป็นบ่อยมาก” ครับ” คุณชายประสาทพรเขียนจดหมายอย่างตั้งใจ “ในฐานะที่ผมเป็นคนกลางระหว่างน้องหญิงกับท่านพ่อ”
สุดานอนอ่านจดหมายอยู่บนเตียง อย่างมีความสุข
“หลายครั้งที่เราต้องปิดบังความจริงบางส่วนไม่บอกให้น้องหญิงทราบ ผมพยายามไม่โกหก แต่บอกบางส่วนที่บอกได้..คุณสุดาไม่ต้องอึดอัดใจครับ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่อยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะเรารู้ว่าบางเรื่อง ถ้าเค้าไม่รู้ เค้าจะมีความสุขมากกว่า .. “
คุณชายประสาทพรคิด แล้วก็ยิ้มก่อนจะเขียนอย่างจริงใจ
“ขอบคุณที่ไว้ใจเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ผมเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ ไม่ต้องขอโทษเพราะผมยินดีที่จะรับฟัง”
สุดายิ้มมีความสุข
“กลับไปประเทศไทยครั้งนี้..ผมอาจจะมีเรื่องบ่นยาวกว่าที่คุณเขียนมาหลายเท่าตัว ครั้งนี้ผมอาจจะต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่บ่นมาเสียยาว ด้วยความปรารถนาดี .. ประสาทพร จรูญลักษณ์”
สุดาอ่านไปยิ้มไป .. สุดาเอาจดหมายมาแนบอกแล้วก็ยิ้ม..ความสุข ความอบอุ่นใจ เติบโตอย่างช้าๆและสวยงามโดยที่สุดาไม่รู้ตัว

หลายวันต่อมา หทัยรัตน์ ผ่องฉวี และ หมอประสงค์นั่งคุยกันอยู่ในร้านอาหาร การ์ดแต่งงานของผ่องฉวีอยู่ในมือหทัยรัตน์ หทัยรัตน์ตื่นเต้นดีใจ “การ์ดแต่งงาน”
ผ่องฉวีกับหมอประสงค์ยิ้มอายๆ
“ใช่จ้ะ ปุ้มเป็นคนแรกในรุ่นที่ได้การ์ดเลยนะ”
“ดีใจด้วยนะผ่อง ..ยินดีด้วยนะคะคุณหมอ”
“ขอบคุณมากครับ”
“ผ่องมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่เกรงใจอยู่แล้ว..ฉันต้องให้เธอมาช่วยแน่ๆ รวมไปถึงเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยด้วย มีศจี แล้วก็อุราด้วย”
“ได้เลยจ้ะ ฉันกับเพื่อนๆจะคอยดูแลหน้างานให้เองนะ ตื่นเต้นจังเลย เพื่อนๆต้องดีใจมากแน่ๆ”
ผ่องฉวีกับหมอประสงค์ยิ้มรับ ตื่นเต้นพอกัน หทัยรัตน์มองที่การ์ดอีกครั้ง

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชรับการ์ดแต่งงานจากวิทย์ “การ์ดแต่งงาน!?!”
“คุณหมอเอามาให้พ่อเมื่อกลางวัน แล้วก็ฝากให้หนึ่งด้วย”
“คุณหมอแต่งกับใครครับ?” อนวัชแอบหน้าเสียนิดๆ
“เห็นว่าเป็นลูกสาวของหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลเดียวกับประสงค์นั่นแหละ คบหาดูใจกันมาก็นานแล้วนะ”
อนวัชประหลาดใจ “คุณหมอมีคนรักอยู่แล้ว?? ผมไม่เคยรู้เลย.. “ ชายหนุ่มยิ้มร้าย คิดถึงหทัยรัตน์ “ผมคิดว่าสาวๆ หลายคนคงไม่รู้เหมือนกัน น่าเสียใจแทนจริงๆ” อนวัชคิดถึงหทัยรัตน์ด้วยความสะใจ
“นี่มารตีอย่ามาขวางทางฉันสิ”
“ฉันไม่ได้ขวางหล่อนเดินไม่ทันฉันเอง”
สองสาวแย่งอนวัชกันสุดฤทธิ์ อนวัชหันมาทางหทัยรัตน์...หทัยรัตน์เดินออกไปแล้ว อนวัชเซ็ง .. ใจไม่ได้อยู่กับสองสาวที่พุ่งมาหาแม้แต่น้อย

ที่บ้านพิเศษกุล สีสุกอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยความตกใจ “คุณหมอประสงค์แต่งงาน ! เป็นไปได้ยังไง ? แล้วนังปุ้มหล่ะ..เค้าเอานังปุ้มไปไว้ไหน”
“ก็เขี่ยตกกระป๋องสิคะ สะใจจริงๆ ที่เค้าไม่เลือกมัน มันจะได้รู้ตัว ผู้ชายไม่ได้สนใจมันทุกคน”
“แบบนี้เราก็ไม่มีคนที่จะใช้เป็นเครื่องมือทำให้ให้คุณหนึ่งเกลียดนังปุ้มแล้วสิลูก”
“โอ้ย..เหลืออีกตั้งเยอะแยะ อย่างน้อยๆก็ลูกชายคุณนายนวลไงคะ นายพินิจน่ะ ดูท่าทางพี่หนึ่งจะห่วงคนนี้มากกว่าหมอประสงค์ วันนั้นดูท่าทางยัยคุณนายก็เกลียดนังปุ้มยังกะอะไรดี”
“พูดถึงนังคุณนายนวล..แม่ยังเคืองไม่หาย มันร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ แถมยังจะจับคู่ลูกสาวกับคุณหนึ่งอีก ลูกตัวเองตัวก็ซีด หน้าก็อมทุกข์ คุณหนึ่งไม่มีทางสนใจ สู้ลูกสาวแม่ก็ไม่ได้”
ส่องแสงเซ็ง “สวยสู้ไม่ได้ แต่ใช่ว่าพี่หนึ่งจะสนใจส่อง ถ้าไม่ไปหาก็ไม่มีแก่ใจจะมา”
“คุณหนึ่งงานยุ่งหรือเปล่า?” สีสุกตาโต “หรือมัวแต่ไปสนใจนังปุ้ม ?”
ส่องแสงกัดฟันกรอด “ไม่! เป็นไปไม่ได้ คอยดูนะ ส่องไม่มีวันยอมแพ้นังเด็กนั่น ส่องจะต้องหาทางกำจัดมันออกไปจากชีวิตพี่หนึ่งให้ได้!” ส่องแสงทั้งคิดทั้งแค้น

ที่บ้านพนัสพงษ์ พินิจพูดโพล่งออกมาด้วยความตกใจ “ดูตัว!!!”
นวลกระพือพัด พร้อมกับออกคำสั่ง “ใช่ ถึงเวลาที่เราจะต้องแต่งงานได้แล้ว เพื่อตัดปัญหาเรื่องเด็กกำพร้านั่น จำลูกสาวคุณนายลำเจียกที่แม่เคยเล่าให้ฟังได้มั๊ย? หนูจำปี กับหนูจำปาน่ะ แม่นัดเค้าไว้แล้วนะ เราว่างวันไหน เค้าจะรีบมาทันที”
“แต่ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่ผมไม่รู้จัก”
“ไม่รู้จักก็ทำความรู้จักเสียสิ ไม่เห็นยาก”
“แต่...”
นวลรวบพัด พูดเสียงสะบัด “ไม่ต้องมาแต่ แม่จะนัดให้เค้ามาที่นี่ ถ้าเราแอบหนีไม่อยู่เจอ แม่จะบุกไปบ้านคุณอนวัช ลากตัวนังเด็กกำพร้านั่นมาประจานต่อหน้าทุกคน เอาให้มันอายจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่ .. แม่ให้คนไปสืบมาแล้ว..นังเด็กปุ้มมันเป็นครูของคุณหญิงจริงๆ” พินิจอึ้ง นวลย้ำ “ถ้าไม่อยากเห็นมันเดือดร้อน ต้องทำตามที่แม่สั่งเท่านั้น !”
พินิจจำใจรับคำ “ครับ”
นวลยิ้มพอใจ สยายพัดกระพือต่อ พินิจหน้าเครียด
ที่บ้านเดือนประดับ สุดาถามด้วยความแปลกใจ “จะให้พี่ไปสอนคุณหญิง ?”
หทัยรัตน์พยักหน้า แววตาอ้อนวอน “ค่ะ..ปุ้มต้องไปช่วยผ่องจัดงานแต่งงาน งานเร่งรีบ และต้องเตรียมเองทุกอย่าง ปุ้มรับปากผ่องไปว่าจะช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ก็เลยจะขอให้พี่แป้นไปสอนหนังสือคุณหญิงแทนปุ้มเป็นการชั่วคราว..นะคะ”
“แล้วคุณหญิงจะยอมให้พี่สอนเหรอ”
“ยอมค่ะ คุณหญิงดีใจ และ ยินดีค่ะ “
สุดดาคิดๆ แล้วก็ตกลง “ถ้าคุณหญิงยินดี พี่ก็ไม่มีปัญหา “
หทัยรัตน์ยิ้มสดใส “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบเข้ามากอด “รักพี่แป้นที่สุดเลย”
“จ้ะ แหม..พออ้อนพี่ได้สำเร็จ ก็รักพี่แป้นที่สุดเลย” สุดาทำเสียงล้อ
หทัยรัตน์ขำที่สุดารู้ทัน สุดายิ้มตามด้วยความเอ็นดู หทัยรัตน์นึกได้ “อ้อ..ถ้ามีคนมาถามเรื่องสอนแทน พี่แป้นไม่ต้องบอกว่าปุ้มไปช่วยงานแต่งนะคะ บอกแค่ว่าติดธุระแต่ไม่รู้ว่าธุระอะไร”
“ไม่รู้เนี่ยนะ .. พูดแบบนี้แล้วใครจะเชื่อ ?”

กรกนกตอบยิ้มๆ “หญิงเชื่อค่ะ หญิงเข้าใจว่าคุณครูคงจะมีธุระสำคัญ ธุระส่วนตัวที่บอกคนอื่นไม่ได้ หญิงไม่อยากเซ้าซี้ เพราะหญิงเชื่อใจคุณครูค่ะ”กรกนกยิ้ม
สุดาฟังแล้วก็ยิ้มตาม ชื่นชมมากๆ “คุณหญิงเป็นเด็กที่น่ารักมากๆ มีความคิดอ่านเกินวัย เหมือนผู้ใหญ่เลยค่ะ” กรกนกขำๆ สุดางง “คุณหญิงหัวเราะอะไรเหรอคะ ? หรือว่าแป้นพูดอะไรผิด ?”
“พูดไม่ผิดค่ะ แต่พูดเหมือนพี่ชายเลยค่ะ”
สุดาชะงัก..แปลกใจ ระคนตื่นเต้นที่ได้ยินเรื่องของคุณชายประสาทพร “หมะ..เหมือนยังไงเหรอคะ ?”
“พี่ชายชอบพูดว่า.. “ กรกนกดัดเสียงเหมือนประสาทพร “น้องหญิง. มีความคิดเกินเด็ก..ชอบคิดเหมือนผู้ใหญ่ แต่พี่ชายอยากให้น้องหญิงคิดแบบเด็กๆมากกว่า เพราะคิดแบบผู้ใหญ่มากๆ ปวดหัวนะครับ”
กรกนกคิดถึงคุณชายประสาทพรแล้วก็ยิ้ม “พี่ชายชอบพูดแบบนี้ พอพี่แป้นพูด หญิงก็เลยคิดถึงพี่ชายน่ะค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/2 วันที่ 7 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ