อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 มื.ย. 58

“พี่ชายชอบพูดว่า.. “ กรกนกดัดเสียงเหมือนประสาทพร “น้องหญิง. มีความคิดเกินเด็ก..ชอบคิดเหมือนผู้ใหญ่ แต่พี่ชายอยากให้น้องหญิงคิดแบบเด็กๆมากกว่า เพราะคิดแบบผู้ใหญ่มากๆ ปวดหัวนะครับ”
กรกนกคิดถึงคุณชายประสาทพรแล้วก็ยิ้ม “พี่ชายชอบพูดแบบนี้ พอพี่แป้นพูด หญิงก็เลยคิดถึงพี่ชายน่ะค่ะ”
สุดายิ้มตามเขินๆ “แหม..บังเอิญจังเลยนะคะ..”

“ที่จริงพี่แป้นกับพี่ชายก็มีส่วนคล้ายกันอยู่หลายอย่างนะคะ หญิงสังเกตจากตอนที่ไปหัวหินด้วยกัน..พี่แป้นไม่ชอบรับประทานมันกุ้ง พี่ชายก็ไม่ชอบ”
สุดาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “จริงเหรอคะ ?”


แม่โอเสริม “จริงค่ะ คุณชายไม่รับประทานหัวกุ้ง จะหักหัวกุ้งใส่ชามไว้ให้แม่โอกินค่ะ”
“ส่วนพี่แป้นก็ให้พี่ปุ๊รับประทาน หญิงเห็นแล้วก็คิดถึงพี่ชายใหญ่เหมือนกันค่ะ”
สุดายิ้มรับอายๆ รู้สึกใจเต้นโครมครามแปลกๆ แล้วก็พาลคิดไปถึงคุณชายประสาทพร

สุดาคิดแล้วก็ยิ้มมีความสุข “นอกจากเรื่องคำพูด และ หัวกุ้ง ..มีอะไรที่พี่แป้น กับ คุณชาย เหมือนกันอีกหรือเปล่าคะ”
“มีค่ะ” สุดารอฟังอย่างสนใจ “ทั้งพี่ชาย และ พี่แป้น.. รักคุณครู เหมือนกันไงคะ !!”
สุดาชะงักนิดๆ รู้สึกใจหายวาบบบบบ !! เจ็บแปลบๆ แต่ก็ยังฝืนยิ้ม ..“จริงสินะ ลืมข้อนี้ไปได้ยังไงนะ .. “ หญิงสาวใจหายวาบ .. เหมือนล่องลอยสวยงามและโดนดึงให้ตกลงมาอย่างรวดเร็ว

ในสนามเทนนิส อนวัชมาอย่างเท่ .. ทันใดนั้นเสียงนวลก็ดังขึ้น “คุณอนวัชสวัสดีค่ะ”
อนวัชหันไป เห็นนวลเดินมากับพรรณี .. พรรณีอยู่ในชุดเทนนิส พรรณีดูเก้อๆเขินๆ
“สวัสดีครับคุณน้า”
“สวัสดีค่ะ แหม..บังเอิญจริงๆ มาเจอกันได้ นี่..วันก่อนโน้น ยังไม่ได้แนะนำอย่างเป็นทางการ วันนี้ขอแนะนำอีกทีนะคะ .. นี่ “ นวลดันพรรณีให้มาอยู่ใกล้อนวัช “พรรณีน้องสาวของตานิจจ้ะ”
พรรณียกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ” พรรณีก้มๆหน้า อึดอัด
อนวัชรับไหว้ “สวัสดีครับ”
“วันนี้คุณหนึ่งมาคนเดียวเหรอคะ?” นวลทำเป็นมองไปรอบๆ
“เปล่าครับ ผมมากับลูกพี่ลูกน้องน่ะครับ”
พรรณีหันไปเห็นสัทธาพอดี
“อ๋อ...ผู้หญิงหรือผู้ชายชื่ออะไรคะ? น้ารู้จักหรือเปล่า ?”
“เป็นผู้ชายครับ คุณน้าอาจจะรู้จัก ชื่อ ..” อนวัชยังไม่ทันพูด
พรรณีมองเห็นสัทธากำลังเดินมา ก็ตกใจรีบโพล่งขึ้น “คุณแม่คะ !!!”
อนวัชชะงักหยุดพูด...นวลตกใจหันขวับมา “อะไรลูกณีเรียกซะตกอกตกใจ คุณหนึ่งยังพูดไม่จบเลย” นวลหันกลับไปทางอนวัช “ตกลงชื่ออะไรคะ?”
“คุณแม่คะ คุณแม่บอกว่าจะรีบกลับไม่ใช่เหรอคะ ณีไปส่งคุณแม่ที่รถดีกว่านะคะ คุณหนึ่งคะ..เดี๋ยวณีขอมาตีเทนนิสกับคุณหนึ่งด้วยได้มั๊ยคะ?” พรรณีลุ้นๆ ด้านหลังเห็นสัทธาเดินใกล้เข้ามา พรรณีร้อนใจ นวลชักสีหน้า “จะไล่ไปไหนเนี่ย?”
“ได้สิครับ..ไม่มีปัญหา”
นวลเปลี่ยนจากไม่พอใจเป็นยิ้มแฉ่ง พรรณีรีบตัดบท “งั้นณีรีบไปส่งคุณแม่ที่รถ แล้วจะรีบมาตีเทนนิสด้วยนะคะ”
“น้าฝากน้องด้วยนะ อ้อ..แล้วน้าฝากคุณหนึ่งไปส่งน้องที่บ้านด้วยนะคะ” หือ? อนวัชแปลกใจ พรรณีอายมาก “ขอบใจมากนะ น้ากลับก่อนนะ”
อนวัชยกมือไหว้ “สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”

พรรณีรีบลากตัวนวลไป... อนวัชมองตามไป..เห็นทีท่าของนวลที่ยัดเยียดพรรณี และเห็นท่าทีของพรรณีที่ร้อนรนก็เริ่มแปลกใจ
พอคล้อยหลังนวล กับพรรณี สัทธาเดินมาพอดี “หนึ่งเมื่อกี๊แกคุยกับใคร ?”

พรรณีลากแม่มาที่รถ นวลโวยวาย “นี่เราจะรีบให้แม่กลับทำไม ? ยังคุยกับคุณหนึ่งไม่รู้เรื่องเลย แม่อุตส่าห์จ้างคนไปหาข้อมูลคุณอนวัช จนรู้ว่าเค้าชอบมาตีเทนนิสที่นี่ ไม่งั้น..ไม่มีวันได้เจอ”
“แต่ก็ได้เจอแล้วไงคะ คุณแม่กลับไปก่อนเถอะค่ะ เมื่อกี๊ได้ยินแล้วนี่ คุณหนึ่งให้ณีเล่นเทนนิสด้วย ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว คุณแม่รีบกลับ ณีอยู่คนเดียว จะได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณหนึ่งตามที่แม่ต้องการไงคะ” พรรณีพูดไประแวงไปเพราะกลัวสัทธาเห็น
นวลมองพรรณีแล้วก็ยิ้ม“ดีมาก ฉลาดๆแบบนี้ดีแล้ว แม่ให้ทำอะไรก็ทำ จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนกับพี่ชายของเรา และอย่าลืมทำยังไงก็ได้ให้คุณอนวัชไปส่งเราที่บ้านให้ได้..รู้หรือเปล่า”
พรรณีเศร้า “ค่ะ”
นวลยิ้มอย่างดีใจ แล้วก็เดินขึ้นรถไป .. พรรณีหันมาทางสนามเทนนิส.. แววตาคิดหนัก

สัทธาวางของไว้บนโต๊ะ ..“คนเมื่อกี๊เป็นน้องสาวกับแม่เพื่อนแกเหรอ..แปลกจังทำไมหน้าคุ้นๆ เสียดายเห็นหน้าไม่ชัด”
“ไม่ต้องเสียดายหรอก เดี๋ยวพรรณีก็เดินกลับมา คราวนี้จะได้เห็นหน้าชัดๆ”
“พรรณี ??”
ทันใดนั้นเสียงพรรณีก็ดังขึ้น “พี่ปุ๊ !!”
สัทธาหันขวับไปตามเสียงด้วยความแปลกใจ พอเห็นณีก็ตกใจอย่างแรง “ณี!!!”
“รู้จักกันด้วย ?” อนวัชพึมพำเบาๆ
สัทธารีบเดินไปหา “ณีจริงๆด้วย นี่ณีมาได้ยังไง หรือว่า..” สัทธาหันมาทางอนวัช แล้วก็กอดไหล่อย่างซึ้ง “ขอบใจแกมากๆเลยหนึ่ง นี่แอบวางแผนนัดณีออกมา จะแกล้งให้ฉันตกใจล่ะสิ”
อนวัชงงๆ มองหน้าพรรณีงงๆ พรรณีที่อยู่ด้านหลังสัทธา พยักหน้าให้รับว่าใช่
“เอ่อ..ใช่ แล้วตกใจหรือเปล่าหล่ะ”
“ตกใจสิ ปกติฉันชวนณีไปไหนมาไหน ไม่ใช่จะได้ไปง่ายๆ แม่เค้าหวง” สัทธายิ้มทะเล้น อนวัชยิ่งงง “เออ ว่าแต่..แกรู้ได้ยังไงว่าฉันกับณีเป็นคนรักกัน”
อนวัชยิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม พรรณีหน้าเสีย สายตาอ้อนวอนให้อนวัชรับมุกต่อ
อนวัชรีบรับมุก “ฉันรู้เพราะณีบอกน่ะ ณีเป็นน้องของพินิจเพื่อนสนิทฉัน..ฉันเห็นว่าณีเป็น “คนรัก” ของแก .. ฉันก็ชวนเค้ามา..ตีเทนนิสกับแก”
“ขอบใจอีกครั้งนะหนึ่ง”

อนวัชยิ้มๆรับ มองหน้าพรรณี ... พรรณีก้มๆหน้าเหมือนมีความลับ อนวัชสัมผัสได้
“ณีเราไปตีกันก่อน ใครแพ้ค่อยเปลี่ยนให้หนึ่งมาเล่นแทน”
“ค่ะ”
พรรณีกับสัทธาเดินลงสนามไป สัทธากับพรรณเล่นเทนนิสกันอย่างเข้าขา และ สนุกสนาน อนวัชมองแล้วก็คิด ลักษณะท่าทางของนวลตอนแนะนำ อนวัชสรุปเองได้ว่า...นวลกำลังปั้นพรรณีให้ตัวเอง...อนวัชมองแล้วก็คิดหนัก จะบอกยังไง

ที่หน้าบ้านพนัสพงษ์ เห็นรถอนวัชแล่นมาจอด พรรณีนั่งครุ่นคิด แล้วก็หันมาพูดกับอนวัชตรงๆ “ขอบคุณคุณหนึ่งมากนะคะที่ช่วยณีไว้ในวันนี้ ทั้งเรื่องคุณแม่ และ พี่ปุ๊”
“ผมมีเรื่องสงสัย แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าถามไป จะเสียมารยาทหรือเปล่า”
พรรณีรู้ทันที “เรื่องคุณแม่ใช่มั๊ยคะ” อนวัชพยักหน้า พรรณีตอบอย่างอึดอัด “ณีตอบโดยที่คุณหนึ่งไม่ต้องถามก็ได้ค่ะ ... คุณแม่ตั้งใจจะจับคู่คุณหนึ่งกับณี คุณแม่ไม่ชอบพี่ปุ๊ และไม่รู้ว่าณีแอบคบกับพี่ปุ๊อยู่” พรรณีระบายออกมาอย่างอึดอัด
อนวัชมองแล้วก็เข้าใจ “แล้วณีรักปุ๊หรือเปล่า ?”
“ยิ่งกว่ารักค่ะ .. พี่ปุ๊คือคนๆเดียวที่ณีอยู่ด้วยแล้วมีความสุขทุกครั้งที่เจอกัน” พรรณีนึกถึงภาพตอนที่ณีอยู่กับสัทธา ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ยิงปืน กระโดดน้ำ รวมมาถึงตีเทนนิสในวันนี้ “พี่ปุ๊ทำให้ณีรู้จักชีวิต สนุกกับชีวิต หลายครั้งที่ณีมีปัญหา พี่ปุ๊คือที่พึ่งทางใจ ที่ทำให้ณีได้หัวเราะ ยิ้ม” พรรณีพูดถึงสัทธาอย่างมีความสุข อนวัชมองและสัมผัสได้ว่าจริงใจ “และรู้ว่าชีวิตยังมีค่า ยังมีคนที่รอเราอยู่ “
“พี่สงสัย..ทำไมคุณน้าถึงไม่ชอบปุ๊ ? ทั้งๆที่ปุ๊ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย”
พรรณีเศร้า..เหมือนไม่อยากพูด อนวัชรอฟัง พรรณีตัดสินใจพูด “คุณแม่กลัวว่า..ถ้าณีอยู่ใกล้พี่ปุ๊..จะทำให้พี่พินิจกับปุ้มใกล้ชิดกัน แต่เลยตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ให้ณีไปยุ่งกับพี่ปุ๊ค่ะ”
อนวัชชักสีหน้า “นี่ต้องมีคนเดือดร้อนเพราะเด็กนั่นเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คนเหรอเนี่ย “
“พี่หนึ่งอย่าคิดแบบนั้นสิคะ เรื่องนี้ปุ้มไม่ผิด ปุ้มไม่ได้ทำอะไรเลยปุ้มเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ ดีตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนถึงวันนี้ ดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง..แต่คุณแม่อคติไปเอง .. เรื่องระหว่างพี่ปุ๊กับณีไม่เกี่ยวกับปุ้มจริงๆนะคะ “
พรรณีพยายามอธิบาย แต่อนวัชก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี..อนวัชไม่ตอบโต้แต่มีแววอคติในดวงตาอยู่ดี

วันต่อมา ที่บ้านเดือนประดับ สุดาคุยกับปุ้มอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
“อ้าว.. พี่ปุ๊ไปราชการที่สุพรรณ พี่แป้นติดประชุม วันพรุ่งนี้ก็ไม่มีใครไปงานแต่งงานผ่องฉวีกับปุ้มเลยสิคะ”
สุดาพยักหน้า “พี่ก็อยากไปนะปุ้ม แต่มันจำเป็นจริงๆ ฝากขอโทษผ่องด้วยนะ แล้วปุ้มไปงานยังไงล่ะ?”
“ยังไม่ทราบเลยค่ะ”
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ..สุดาหันไปรับ “สวัสดีค่ะ เดือนประดับค่ะ”

“พี่หนึ่งนะแป้น พี่จะถามเรื่องงานแต่งงานคุณหมอประสงค์วันพรุ่งนี้ คุณพ่อบอกว่าแป้นไม่ไปเหรอ?”
“แหมบังเอิญจริง แป้นก็กำลังคุยกันเรื่องนี้พอดี แป้นกับพี่ปุ๊ไม่ได้ไปงานหรอกค่ะ มีปุ้มไปคนเดียวค่ะ”
หทัยรัตน์หันมาด้วยความสนใจ “คุยกับใคร ? “
สุดาทำปาก “พี่หนึ่ง“
หทัยรัตน์ชักสีหน้านิดๆ แล้วก็ทำนิ่งๆ
อนวัชยิ้ม แต่ทำเงียบขรึม เหมือนไม่ใส่ใจ “อ้าวเหรอ..แล้วน้องสาวแป้นไปยังไง จะให้พี่ไปรับก็ได้นะ”
สุดาทำปาก “พี่หนึ่งจะมารับ”
หทัยรัตน์ตอบสุดาเสียงนิ่ง “ไม่ต้องลำบากคุณอนวัชหรอกค่ะ ปุ้มไปเองได้ เพราะปุ้มก็ยังไม่รู้ว่าจะไปกี่โมง”
อนวัชชักสีหน้า “ตามใจ..พี่ก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าคงไม่อยากไปพร้อมพี่หรอก คงจะกลัวเสียหน้า ไม่มีอะไรแล้ว..แค่นี้นะแป้น บอกเค้าด้วยว่าอย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วยล่ะ” อนวัชวางหูไป พร้อมยิ้มเยาะ
สุดาวางหูไป ด้วยความงุนงง “พี่หนึ่งพูดแปลกๆ ทำไมบอกให้ปุ้มเตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย “
“ก็..ไม่รู้สิคะ.. ปุ้มก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” หทัยรัตน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ สุดายังสงสัย

ที่บ้านงานแต่งงานผ่องฉวี ผู้คนเดินไปมาคึกคัก บรรยากาศสดใส แขกทยอยมาร่วมงาน
หทัยรัตน์ยืนช่วยผ่องฉวีต้อนรับแขกอยู่หน้างาน ผ่องฉวีอยู่ในชุดแต่งงานเรียบโก้ หทัยรัตน์ดูสวยสดใส โดดเด่น หทัยรัตน์กำลังช่วยรับแจกของชำร่วยให้แขก
เพื่อนๆ 2 คนเข้ามาถึงในงาน “ผ่อง..ปุ้ม”
ทั้ง 2 คน หันไปตามเสียง “ศจี อุรา”
ศจีแสดงความยินดี “ผ่องดีใจด้วยนะจ้ะ..นี่จ้ะเป็นของขวัญจากเพื่อนๆทุกคน”
“ขอบใจจ้ะ.. “
“ปุ้มเราช่วย” ศจีกับอุราเดินไปหาหทัยรัตน์
“ดีเลยจ๊ะ..มายืนแทนฉันตรงนี้นะ งานบนเวทีจะเริ่มแล้ว ฉันไปหยิบพวงมาลัยบ่าว-สาวมาให้พิธีกรก่อนนะ”
ผ่องฉวีนึกได้ “ปุ้มจ๊ะ..พวงมาลัยอยู่ในรถนะ ฉันลืมหยิบลงมา แหะ แหะ..รบกวนด้วยนะ”
“จ๊ะ“ หทัยรัตน์ยิ้มแย้มเดินออกจากงานไปที่ลานจอดรถ

อนวัชเดินเข้ามาในงาน ความหล่อเปล่งประกายสาวๆมองกันเป็นแถว อนวัชเดินมาแสดงความยินดีกับหมอประสงค์ “คุณหมอครับ..แสดงความยินดีด้วยครับ..”
“ขอบคุณมากครับ..คุณท่านไม่ได้มาด้วยเหรอครับ”
“คุณพ่อฝากขอโทษที่มาร่วมงานไม่ได้ เพราะเมื่อเช้ามีไข้ เลยขอตัวพักผ่อนอยู่บ้าน แต่คุณพ่อฝากเชิญคุณหมอกับภรรยาไปรับประทานอาหารที่เพชรลดา”
“ด้วยความยินดีครับ.. เชิญคุณอนวัชด้านในเลยครับ”

“ครับ..” อนวัชจะเดินเข้าไปในงาน อนวัชกวาดสายตามองหาหทัยรัตน์ พลันเหลือบไปเห็นหทัยรัตน์กำลังเดินออกจากงาน อนวัชเลยเปลี่ยนเส้นทางเดินมาหาหทัยรัตน์แทน

หทัยรัตน์กำลังจะเดินไปหยิบพานใส่พวงมาลัย
เสียงอนวัชดังขึ้น จะรีบไปไหน ? หรือว่าทนอยู่ในงานไม่ได้เลยรีบกลับ”
หทัยรัตน์ชะงักและหันมา “ทำไมดิฉันต้องทนไม่ได้ล่ะคะ ?”
“เธออาจจะแสลงใจที่ต้องเห็นชายที่หมายปองของตัวเอง กำลังแต่งงานมีความสุข ส่วนเธอก็เป็นได้แค่แขกร่วมงาน”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ