อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7 วันที่ 8 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7 วันที่ 8 มื.ย. 58

“ผมว่าคุณนายคิดถูกแล้วครับ ไปปีนังแค่ 8 เดือนยังพูดไม่ชัดขนาดนี้ นี่ถ้าไปอังกฤษ 2 ปีคงจะลืมภาษาไทย ลำบากคุณนายต้องพูดกับลูกสาวเป็นภาษาใบ้”
พรรณีขำเพราะรู้ว่าพินิจกระแหนะกระแหน จำปี จำปาไม่รู้ตัว เลยขำตาม..ขำเฮฮากันใหญ่อย่างเสแสร้ง นวลมองพินิจอย่างรู้ทันด้วยความไม่พอใจ พินิจมอง 2 สาวแววตาไม่ประทับใจสุดๆ

เด็กรับใช้กำลังเก็บแก้ว เก็บห้องรับแขก จำปี จำปา กลับไปแล้ว
นวลโวยใส่พินิจ “ทำไมเราต้องขัดคอน้องเค้าอยู่เรื่อย เค้าออกจะน่ารัก แค่อ้วนไปนิด ผอมไปหน่อย พูดไทยไม่ค่อยชัด แต่เราจงใจพูดขัดคอเค้ายังกะไม่อยากจะคบค้าสมาคมด้วย” พินิจ พรรณี ได้แต่อมยิ้มขำขัน แอบสบตากัน นวลหลับหูหลับตาด่าต่อ “อีกอย่างตอนที่น้องเค้าพูดเล่าอะไรให้ฟังก็ชอบประชดประชัน ดีนะที่เค้าไม่โกรธ”


“ไม่โกรธเพราะไม่รู้ตัวมั้งครับ..มัวแต่พูดเรื่องความร่ำรวยของตัวเอง มีเงิน มีทอง มีที่ดิน พูดถึงทรัพย์สมบัติตั้งแต่สมัยเจ้าคุณปู่ “

“อ้าว..ก็คนเค้ารวย ไม่พูดเรื่องรวยแล้วจะให้พูดเรื่องอะไร..แม่ไม่เข้าใจ.. หาคนดีๆมาให้กลับไม่ชอบ แต่ไอ้พวกยาจก ไร้ชาติตระกูลล่ะชอบนัก..” พินิจซึมไป พรรณีมองพินิจด้วยความเห็นใจ นวลพูพต่อ “นี่ตานิจ..หมอของเรา เค้าบอกว่าอาทิตย์หน้าเราก็หยุดยาได้ ตอนนี้ร่างกายก็ดูแข็งแรงขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องรีบตัดสินใจและเลือกเอา คนใดคนหนึ่งระหว่างหนูจำปีกับหนูจำปา เราเลือกได้เมื่อไหร่ แม่จะจัดงานแต่งงานทันที”
พินิจตกใจ “ห๊ะ...แม่ครับ..ผมว่ามันเร็วไปนะครับ..ผมยังไม่รู้จักเค้าเลย”
“อุ้ย ..แต่งๆกันไปแล้วค่อยทำความรู้จักกันก็ได้..”
“แต่แม่ครับ..”
“ไม่ต้องมาแต่..แม่รอมานานแล้ว แม่จะไม่รออีกต่อไป !!! พรรณีก็เหมือนกัน” พรรณีสะดุ้ง .. อุตส่าห์นั่งเงียบๆ “แม่เปิดทางตีสนิทคุณหนึ่งไว้ให้แล้ว เราเองต้องหาทางพัฒนาต่อให้ได้ ถ้าเราไม่ทำ แม่จะทำเอง” นวลสรุปแบบเผด็จการ พรรณีหน้าเสีย พินิจสงสารทั้งตัวเองและน้องสาว

หน้าสนามกอล์ฟ.. สัทธากำลังคิดสิ่งที่ค้างคาใจ ตอนที่เขาแอบฟังอนวัชกับหทัยรัตน์คุยกันที่ห้องรับแขก
“ฉันยินดีที่จะทำทุกอย่าง เพื่อชดใช้ให้กับความเสียหายของเธอ”
“ดิฉันขอตัว”
“เธอจะให้ฉันแต่งงานกับเธอก็ได้นะ...”
สัทธาครุ่นคิด ด้านหลังเห็นอนวัชเดินมา
“ปุ๊! มาถึงนานหรือยัง ? เข้าไปเลยมั๊ย ?”
“เดี๋ยว ฉันมีเรื่องอยากจะถามแก หาโอกาสจะคุยมาหลายวันแล้ว แต่ว่างไม่ตรงกันสักที “
อนวัชสงสัย “หน้าตาจริงจังขนาดนี้..ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ..ถามมาเลย”
สัทธามองหน้าอนวัช “แกมีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า ? “
อนวัชชะงัก งงๆ แต่แอบมีพิรุธ “เล่าอะไร ? ฉันมีเรื่องอะไรต้องเล่าให้แกฟังด้วยเหรอ ? “
“ก็เล่าเรื่องที่แกแอบทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ลับหลังฉัน ลับหลังคนอื่น แกบอกมาเถอะ อย่าปิดบังต่อไปเลย”
“นี่...อย่าบอกว่าแกรู้เรื่องแล้ว !! “
“ใช่.. ฉันแอบได้ยิน แต่ไม่ได้ยินทั้งหมด ฉันเลยไม่แน่ใจว่าเรื่องมัน“
“แอบได้ยิน..แกแอบได้ยินได้ยังไง? ฉันไม่ได้บอกใครสักหน่อยว่าฉันแอบไปรับพรรณีมาตีกอล์ฟกับแก “
“นั่นแหละ ที่ฉันได้ยิน ... “ สัทธาชะงัก เฮ้ย “เมื่อกี๊แกบอกว่า..ไปรับพรรณีมาตีกอล์ฟกับฉัน”
“ใช่ .. ฉันตั้งใจจะไม่บอก แล้วให้พรรณีไปรออยู่ด้านใน “
“ห๊ะ ? พรรณีรออยู่ข้างในจริงๆเหรอ ? “
อนวัชพยักหน้า “อื้อ!” สัทธายิ้มหน้าบาน แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปเลย อนวัชงง “อ้าววววว ปุ๊ ! แล้วตกลงเรื่องแกแอบได้ยินคือเรื่องอะไร ? ปุ๊ นายปุ๊ !!”
สัทธาตะโกนกลับมา “เรื่องนั้นไว้ทีหลัง เดี๋ยวค่อยคุย ฉันรีบเข้าไปหาณีก่อน“ สัทธายิ้มแย้มมีความสุข แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหาพรรณีทันที อนวัชมองตามแล้วก็ยิ้ม..ดีใจที่ทำให้เพื่อนมีความสุขได้

ในสนามกอล์ฟเห็นพรรณียืนอยู่ สัทธารีบวิ่งมาหา “ณี !! “
พรรณีหันมายิ้มมีความสุข “พี่ปุ๊!!“
อนวัชมองดูชุด “พี่ไม่เคยเห็นณีแต่งตัวแบบนี้มาก่อนเลย “
“ตลกมั๊ยคะ?” พรรณีเขินๆ
“ไม่เลย ไม่ตลก แต่สวยมาก “
“ขอบคุณค่ะ ชุดสวย..แต่ตีไม่เป็นนะคะ”
“ไม่ต้องห่วง พี่สอนให้เอง” พรรณียิ้มมีความสุข “แต่...ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“แลกเปลี่ยนกับอะไรคะ ?”
“ตอนนี้ยังไม่บอก .. เอาไว้ถึงเวลาเมื่อไหร่พี่จะบอกเอง”
“อ้าวววว..ถ้าบอกตอนนั้น แล้วณีทำให้ไม่ได้หล่ะคะ “
“ณีก็รู้..พี่ไม่เคยขอในสิ่งที่ณีทำไม่ได้ .. “ พรรณีพยักหน้า ยิ้มรับ เห็นด้วย .. สัทธาตั้งท่าจะสอนแล้วก็นึกได้ “อ้อ..ก่อนจะเริ่มสอน..พี่สงสัย ทำไมณีถึงได้มากับหนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ครั้งแรกที่สนามเทนนิส แล้วก็ครั้งนี้ .. สองคนนี้สนิทสนม ถึงขั้นแอบวางแผนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เอ่อ...”
อนวัชเดินมาถึงพอดี ตอบแทน “ไม่ได้วางแผนเลย..ฉันไปเยี่ยมพินิจ เจอณีอยู่บ้านพอดีก็เลยชวนมาด้วยกัน เพราะคิดว่าแกคงจะดีใจ”
“ดีใจสิ ดีใจมากๆเลย .. ขอบใจมากนะ เอาไว้ถ้าณีหัดเล่นกอล์ฟวันนี้แล้วชอบ คราวหน้าพี่จะเป็นคนไปรับมาเอง”
พรรณีหุบยิ้ม แววตาแอบวิตก แต่ก็ฝืน ทำปกติ “ขอบคุณค่ะ”
“เรามาเริ่มกันดีกว่า “
พรรณียิ้มรับ สัทธาเดินนำไปที่หัดไดร์ฟ อนวัชมองตาม...พรรณีหันมามองอนวัชแทนคำขอบคุณ รู้กันสองคน

เหตุการณ์เมื่อเช้า นวลยิ้มหน้าระรื่น “คุณหนึ่งจะมารับแม่ณีไปตีกอล์ฟเหรอคะ ? อุ๊ยตายแล้ว โก้มากๆ น้ายินดีมากๆเลยค่ะ ไปเลยค่ะ แล้วไม่ต้องรีบพากลับมานะคะ “
หือ?? อนวัชทำหน้างง พรรณีอาย พินิจรีบช่วยแก้เก้อ “คุณแม่หมายถึง..ถ้าหนึ่งตีกอล์ฟติดพัน ยังไม่อยากกลับ ก็ไม่ต้องเกรงใจ เพราะณีรอได้ “
อ๋ออออ อนวัชยิ้มรับ ..นวลรีบพยักหน้าใช่ๆ .. พรรณีโล่งอก

อนวัชเปิดประตูบ้านให้พรรณีที่อยู่ในชุดเตรียมไปตีกอล์ฟ .. พรรณีมองซ้ายขวาเห็นว่าปลอดภัยก็พูดขึ้น “ขอบคุณคุณหนึ่งมากนะคะที่ออกหน้ามารับณี และยังเตรียมเสื้อผ้ามาให้ ถ้าณีขอไปเอง รับรองว่าคุณแม่ไม่อนุญาตแน่ๆ “
“ปุ๊เป็นเพื่อน เป็นญาติที่ผมรัก .. ขอแค่คุณรัก และจริงใจกับเค้าให้มากๆแค่นั้นก็พอ”
พรรณียิ้มรับ ทั้งดีใจ และชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษของอนวัช .. อนวัชยิ้มอบอุ่น

อนวัชยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งของสนามกอล์ฟ..มองสัทธาสอนพรรณีตีกอล์ฟอย่างสนุกสนาน ทั้งสัทธาและพรรณีหัวเราะอย่างมีความสุข
อนวัชพลอยยิ้มตามไปด้วย .. แล้วก็พาลคิดถึงตัวเอง

ที่บ้านพิเศษกุล สีสุก ส่องแสง นั่งเม้าท์อยู่กับชุลีในห้องรับแขก
สีสุกกระพือพัดด้วยความหงุดหงิด ส่องแสงโวยวายด้วยความไม่เชื่อ “พี่หนึ่งพาลูกสาวยัยคุณนายนวลไปตีเทนนิส ไปตีกอล์ฟเนี่ยนะ ฉันไม่เชื่อ”
“แม่ก็ไม่เชื่อ ! จะเป็นไปได้ยังไง แม่ส่องสวยกว่าตั้งเยอะ คุณหนึ่งยังไม่เคยชวนไปตีอะไรสักอย่าง” ส่องแสงหันขวับมาทางแม่ ตาดุวาบ สีสุกรู้ตัว “อุ่ย! ก็แค่ชวนไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง แบบนี้ชวนไปบ่อย อู๊ยยย นับครั้งไม่ถ้วน แต่ชวนไปตีเทนนิส ตีกอล์ฟเนี่ย ไม่มี แล้วแม่ก็ไม่เชื่อด้วยว่าคุณหนึ่งจะชวนคนอื่นไปจริงๆ”
“ชุลีก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ข่าวนี้มาจากปากคุณนายเองเลยนะ เธอจำเพื่อนฉัน จำปี จำปา ที่ฉันเล่าให้ฟังว่าไปดูตัวกับคุณพินิจได้ใช่มั๊ย สองคนนั้นมาเล่าให้ฟัง” ส่องแสง สีสุก ฟังหน้าเครียด ชุลีเม้าท์ต่อ “คุณนายนวลคุยไปทั้งตลาดว่าคุณหนึ่งมารับมาส่งลูกสาว ซื้อเสื้อผ้ามาให้ พาไปตีกอล์ฟโอ้ยยยย คนรู้กันทั้งตลาด !! ถ้าไม่มีมูลความจริงอยู่บ้าง คงไม่กล้าพูดขนาดนั้น”
ส่องแสง.คิด คิด คิด จะทำยังไงดี ?

ที่บ้านเดือนประดับ สุดาถามด้วยความสงสัย “พรรณีจะมากินข้าวกับคุณพ่อ คุณแม่ ที่นี่ ?”
สุดา สัทธา หทัยรัตน์ คุยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สัทธาดูร่าเริงอารมณ์ดี “ใช่..พรรณีรับปากพี่แล้ว แลกกับการสอนตีกอล์ฟในวันนี้ “
สุดาตกใจ “วันนี้พรรณีมาตีกอล์ฟกับพี่ปุ๊?“
“ใช่ สนุกมากๆเลย .. เออนี่ เดี๋ยวพี่ไปเรียนคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะ “สัทธาพูดจบก็รีบเดินออกไปอย่างเร็ว
หทัยรัตน์กับสุดารับหันมาเม้าท์กัน
สุดางง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ณีถึงได้ออกมาจากบ้าน ไปไหนมาไหนกับพี่ปุ๊ได้ “
“นั่นสิ คุณนายนวลปล่อยณีออกมาได้ยังไง –“
ทันใดนั้นสัทธาดั๊น โผล่หน้ากลับเข้ามา “เออปุ้ม !! “
หทัยรัตน์กับสุดากำลังเม้าท์ ๆอยู่ ตกใจร้องดัง “ว้ายยย !!! “
“คะๆๆ อะไรคะพี่ปุ๊”

สัทธาชี้หน้า “พี่มีเรื่องจะคุยกับเรา..แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ขอฝากไว้ก่อน” สัทธาพูดจบก็หันหลังเดินออกไปอีกรอบ
สุดาโล่งอก “เฮ่ออออ เกือบไปแล้ว”
หทัยรัตน์ขมวดคิ้วคิด...สัทธาจะคุยเรื่องอะไร ?

พินิจนั่งอยู่ในห้องรับแขก พูดต้อนรับอย่างเป็นมิตร “น่าเสียดายจริงๆครับคุณส่อง ณีเพิ่งจะออกไปเก็บค่าเช่าแผงกับคุณแม่เมื่อกี๊นี้เอง คุณส่องมีธุระอะไรกับณีเหรอครับ ? “
ส่องแสงนั่งอยู่ในห้องรับแขก ส่องเสียดายที่ไม่เจอ แต่ก็ฝืนปั้นหน้าเป็นมิตร ยิ้มอย่างหวาน “ก็แค่จะมาถามอะไรนิดหน่อย แต่..ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ คุยเรื่องคุณพินิจก็ได้ค่ะ ส่องได้ข่าวมาว่า..คุณพินิจนัดดูตัวจำปา จำปี ลูกสาวคุณนายลำเจียกใช่มั๊ยคะ?”
พินิจเซ็ง “คนคงจะพูดกันไปทั้งพระนครแล้วใช่มั๊ยครับ ? “
“คุณพินิจทำหน้าแบบนี้ แสดงว่า..ไม่ได้อยากแต่งใช่มั๊ยคะ ?”
พินิจคิดๆ แล้วยอมรับ “ในฐานะที่คุณส่องแสงเป็นญาติของปุ้ม .. ผมขอพูดอย่างเปิดอก เผื่อว่าคำพูดของผมจะไปถึงหูเธอ” ส่องแสงหูผึ่งเตรียมฟัง “ผมไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นได้ นอกจากปุ้ม...เพราะเธอคือผู้หญิงที่ผมรัก รักมากที่สุด และไม่มีใครมาแทนที่เธอได้”
พินิจพูดอย่างซาบซึ้ง ส่องแสงเบ้หน้า.. “แหวะ” พินิจหันมาทางส่องแสง หญิงสาวรีบปั้นหน้าซาบซึ้งใส่ “ซาบซึ้งมากๆเลยค่ะ ส่องฟังแล้ว..น้ำตาจะไหลเลยนะคะเนี่ย“ พินิจเชื่อ ส่องแสงคิดแล้วปิ๊งไอเดีย “ .. แต่จะว่าไป.. ถ้าคนที่คุณพินิจอยากแต่งงานด้วยคือ “ปุ้ม” ก็ลองขอปุ้มแต่งงานดูสิคะ” พินิจชะงักคิด .. ส่องแสงยุต่อ “ปุ้มเคยพูดทำนองว่า..ถ้ามีคนจริงจัง ขอเค้าแต่งงาน .. บางทีเค้าก็จะแต่งเลย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีผู้ชายคนไหน คิดจะจริงจัง เค้าก็เลยยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน”
“จริงเหรอครับ ? ปุ้มเค้าพูดแบบนั้นจริงๆเหรอครับ ?”
“จริงค่ะ แหม..เรื่องสำคัญขนาดนี้ ไม่มีใครพูดล้อเล่นกันหรอกนะคะ..ส่องว่าถ้าคุณพินิจไม่อยากถูกคลุมถุงชน แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก...ปุ้มนี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุด” ส่องแสงยุยิ้มๆ พินิจฟังแล้วคิด....คล้อยตาม

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์เดินเข้ามาในห้องนอน เห็นซองจดมายคุณชายประสาทพรวางไว้บนโต๊ะ หทัยรัตน์หยิบมาดูและยิ้มนิดๆ ก่อนจะเปิดอ่าน
“คุณหทัยรัตน์ที่รัก คุณเป็นอย่างไรบ้าง น้องหญิงเขียนจดหมายเล่าเรื่องไปเที่ยวชิดชายชลให้ผมฟัง และเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคุณ ผมดีใจที่หนึ่งช่วยคุณไว้ทัน ถ้าผมอยู่ตรงนั้น ผมอยากจะเป็นคนแรกที่ช่วยคุณ”
ที่สหรัฐอเมริกา คุณชายประสาทพรกำลังทยอยเก็บของใส่กระเป๋า แต่ยังเหลืออีกมาก แค่เริ่มต้น

“ขอบคุณสำหรับจดหมายทุกฉบับที่คุณตอบกลับมาหาผม พร้อมทั้งรายงานการเรียนของหญิงอย่างละเอียด แต่ที่จริงแล้วถึงคุณไม่เขียนบอกผมก็ทราบดีว่าหญิงคงจะตั้งใจและมีความสุขเวลาอยู่คุณ .. ที่สหรัฐอากาศกำลังหนาวมาก ถ้ามีคุณอยู่ใกล้ๆผมคงจะรู้สึกอบอุ่นกว่านี้”
หทัยรัตน์อ่านจดหมาย “แต่อีกไม่นานเราคงจะได้เจอกันที่ประเทศไทย คิดถึงเสมอ ประสาทพร จรูญลักษณ์”
หญิงสาววางจดหมายและครุ่นคิด..จู่ๆภาพตอนอนวัชจูบก็แว่บเข้ามา หทัยรัตน์หลับตา ส่ายหน้า เหมือนอยากจะไล่ความคิดออกไป ก่อนจะลืมตา และพูดเบาๆกับตัวเอง “รีบกลับมานะคะคุณชาย” หทัยรัตน์ฝากความหวังไว้ที่คุณชายประสาทพร

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชอุ้มกรกนกลงบนเตียง
“ขอบคุณมากค่ะ พี่หนึ่งรู้ข่าวดีเรื่องพี่ชายใหญ่หรือยังคะ ? “
“อีกไม่นาน คุณชายจะได้กลับมาแล้วใช่มั๊ยครับ “
กรกนกยิ้มกว้าง “ใช่แล้วค่ะ ตอนหญิงอ่านจดหมาย หญิงดีใจจนร้องไห้เลยค่ะ “
อนวัชแกล้งทำเป็นน้อยใจ “ดีใจที่จะไม่ต้องอยู่กับพี่หนึ่งแล้วใช่มั๊ยครับ “
กรกนกรีบบอก “ไม่ใช่นะคะ .. หญิงไม่ได้คิดแบบนั้น พี่หนึ่งดูแลหญิงอย่างดี หญิงจะคิดแบบนั้นได้ยังไง พี่หนึ่งอย่าน้อยใจนะคะ”
อนวัชแกล้งทำหน้าเศร้า กรกนกลุ้น แล้วอนวัชก็ยิ้ม “พี่หนึ่งไม่น้อยใจก็ได้ แต่พี่หนึ่งจะขอแวะไปเยี่ยมน้องหญิงบ่อยๆได้หรือเปล่าครับ ?”
“ได้สิคะ พี่หนึ่งจะไปเยี่ยมบ่อยแค่ไหนก็ได้ ทุกวันเลยก็ได้ค่ะ หญิงยินดี”
“ขอบคุณครับ.. เอ่อ..คุณหญิงครับ.ระยะนี้พี่หนึ่งไม่ได้กลับมากินอาหารกลางวันที่บ้าน เลยไม่รู้ว่าคุณครูหทัยรัตน์สอนคุณหญิงเป็นอย่างไรบ้างครับ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“คุณครูปุ้มไม่ได้มาสอนหญิงสักพักนึงแล้ว คุณครูให้พี่แป้นมาสอนแทนค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7 วันที่ 8 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ