อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 มื.ย. 58

“ขอบคุณครับ.. เอ่อ..คุณหญิงครับ.ระยะนี้พี่หนึ่งไม่ได้กลับมากินอาหารกลางวันที่บ้าน เลยไม่รู้ว่าคุณครูหทัยรัตน์สอนคุณหญิงเป็นอย่างไรบ้างครับ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“คุณครูปุ้มไม่ได้มาสอนหญิงสักพักนึงแล้ว คุณครูให้พี่แป้นมาสอนแทนค่ะ”
“ไม่ได้มาสอน? ทำไม?“

“ตอนนั้นคุณครูเป็นแผลที่มือ เพราะตกจากตู้น่ะค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่สบาย ก็เลยยังไม่ได้มาสอน”
“แล้วคุณครูบอกหรือเปล่าจะมาสอนอีกครั้งเมื่อไหร่ ?” อนวัชรีบถามด้วยความร้อนใจ



เช้าวันต่อมา ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์อยู่ในชุดเตรียมออกไปสมัครงาน ในมือถือซองเอกสาร สุดาอยู่ในชุดอยู่บ้านเรียบร้อย
หทัยรัตน์ตอบเสียงนิ่งๆ “ปุ้มคิดว่าจะไม่ไปสอนคุณหญิงที่เพชรลดาอีกแล้วค่ะ”
สุดาตกใจ “อ้าว ทำไมล่ะปุ้ม”
“คือ..ปุ้มเกรงว่าถ้าคุณนายนวลไม่ยอมหยุด และยังตามไปราวีที่เพชรลดาอีก คุณหญิงอาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย และคุณหญิงเองก็ชอบเรียนกับพี่แป้น ถ้าพี่แป้นไม่ลำบาก ปุ้มจะฝากให้ไปสอนคุณหญิงแทน จนกว่าคุณชายจะกลับ”
“พี่ไม่ลำบากอยู่แล้ว .. พี่ก็ชอบสอนคุณหญิง ว่าแต่ปุ้ม..ที่ไม่ไปสอนเพราะเรื่องคุณนายนวลอย่างเดียวเหรอ ?”
หทัยรัตน์ชะงัก ภาพตอนโดนอนวัชจูบ แล้วโกหก “ใช่ค่ะ..แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็เกินพอแล้วค่ะ ปุ้มขอตัวออกไปข้างนอกก่อนนะคะ”
“อ้าว วันนี้ณีจะมากินข้าวกับคุณพ่อ คุณแม่ ปุ้มไม่อยู่กินข้าวด้วยกันเหรอ”
“ปุ้มอยากอยู่นะคะ แต่มีธุระสำคัญจริงๆ ฝากขอโทษพรรณีด้วยนะคะ ปุ้มไปก่อนนะคะ”
หทัยรัตน์รีบเดินออกไปทันที สุดามองตามแววตาครุ่นคิด รู้สึกว่าหทัยรัตน์ดูร้อนรนแปลกๆ

หทัยรัตน์เดินออกมา และเดินเลี้ยวไปทางขวา ทางด้านซ้ายรถอนวัชแล่นมาแอบจอดที่ริมถนน ก่อนถึงเดือนประดับ พรรณีและอนวัชนั่งอยู่บนรถ
“ขอบคุณพี่หนึ่งมากนะคะ ที่ออกหน้าไปรับณีออกมา ถ้าพี่หนึ่งไม่ช่วย ณีคงไม่ได้ออกมาตามที่พี่ปุ๊ขอแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะใช้แผนนี้หลอกคุณแม่ไปได้นานอีกแค่ไหน”
“อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องอนาคตเลยครับ ตอนนี้ปุ๊กับคุณลุงคุณป้าคงรออยู่แล้ว ณีควรจะทำตัวให้สดใส ปุ๊จะได้สบายใจ”
พรรณีพยักหน้า ยกมือไหว้ “ค่ะ ขอบคุณพี่หนึ่งอีกครั้งนะคะ “
อนวัชรับไหว้ พรรณีไหว้แล้วลงจากรถ เดินเข้าเดือนประดับไป .. อนวัชขับรถออกไปกำลังจะเลี้ยวไปขวา แต่พลันสายตาสะดุดเข้ากับผู้หญิงที่เดินอยู่ริมถนนทางด้านซ้าย .. อนวัชเห็นแค่ด้านหลัง แต่คุ้นๆ คิดว่าน่าจะเป็นหทัยรัตน์
“หทัยรัตน์ .. “ อนวัชมองด้วยความแปลกใจ “จะไปไหนของเค้า”
หทัยรัตน์หอบเอกสารเดินไปอย่างรีบเร่ง อนวัชมองตามด้วยความอยากรู้

ในครัวสัทธากำลังทำอาหารด้วยความชุลมุน ทั้งหั่นผัก ต้มน้ำแกง ตำน้ำพริก ทอดปลา ดูยุ่งเหยิงมาก ทิพย์เดินเข้ามากับสุทธิ์
สุทธิ์อุทาน “พ่อปุ๊..ทำไมครัวมันถึงได้กระเจิดกระเจิงแบบนี้”
ทิพย์สงสัย “นั่นสิ ทำไมไม่ให้เด็กๆทำ เราจะทำอาหารเองทำไม”
สุดาเดินตามมาสมทบ พอเห็นครัวก็ตกใจ “โห นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะเนี่ยคุณพ่อ คุณแม่ “
“ก็พี่เราน่ะสิ อยากจะทำอาหารอวดสาว แม่บอกว่าให้เด็กทำก็ไม่ยอม แม่จะทำเองก็ไม่ให้ อยากจะทำเอง ดูสิ..แค่สภาพครัวก็รู้แล้วว่าไม่เคยเข้าครัว”

“โธ่ คุณแม่อย่าดูถูกสิครับ ตอนผมเข้าเวร หรือไปออกฝึกที่ต่างจังหวัด ผมเป็นพ่อครัวประจำกลุ่มนะครับ ไม่ว่าทำอะไร เพื่อนๆกินเรียบ”
“เพราะเค้าไม่อะไรกินหรือเปล่าพี่ปุ๊ ..” สัทธาใส่ผักลวก น้ำกระจาย “อ้าวๆๆๆ พี่ปุ๊ระวังๆ น้ำเดือดใหญ่แล้ว พี่ปุ๊น้ำล้นๆ” สุดาโวยวาย
สัทธารีบยกหม้อน้ำมาวางไว้ข้างๆ แล้วก็หันมาปาดเหงื่อพร้อมกับท้าวเอวสั่งสุดา “แป้นพาคุณพ่อคุณแม่ไปรอที่ตึกก่อนไป มายืนลุ้นแบบนี้ พี่ไม่มีสมาธิ”
ทุกคนโวยพร้อมกัน “อ้าววววว.. “
“คุณพ่อคุณแม่คะ พี่ปุ๊พาลใหญ่แล้ว เราขึ้นไปรอที่ตึกเถอะค่ะ ถ้าโมโหกว่านี้ พี่ปุ๊จะจับแป้นต้มซะก่อน “
สุดา สุทธิ์ ทิพย์ หัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี แล้วก็พยักหน้ารับ ทั้งสามคนเดินออกจากครัวไป สัทธาหันมาทางอาหารที่ยังไม่เสร็จซักอย่างแล้วก็รีบทำต่ออย่างลนลาน

พรรณีเดินเข้าในเดือนประดับ แต่เห็นบ้านเงียบๆ .. พรรณีงงๆ จะทำยังไงดี
แหววเดินเข้ามา “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ ? “
พรรณีหันไปตามเสียง

หม้อลวกผักวางอยู่บนโต๊ะ สัทธาหันซ้ายหันขวาทำอาหารอย่างชุลมุน สัทธาดูนาฬิกายิ่งร้อนใจ รีบเร่งขึ้นอีก และมือก็พลาดไปปัดหม้อน้ำร้อนตกลงพื้น เพล้ง ! น้ำร้อนๆ กระเด็นโดนขาสัทธา “โอ้ยยย !”
พรรณีเดินเข้ามาพอดี “พี่ปุ๊!” พรรณีมองสภาพครัวแล้วก็รีบวางกระเป๋าเช้ามาช่วย “ระวังนะคะ เดี๋ยวณีช่วยค่ะ” พรรณีรีบหยิบผ้ามาเช็ดขาให้สัทธาอย่างไม่รังเกียจ
สัทธาเกรงใจรีบจับตัวขึ้น“ณีไม่ต้อง พี่เช็ดเอง นี่ณีมาถึงนานหรือยัง ?”
“เพิ่งมาถึงค่ะ เด็กรับใช้บอกว่าพี่ปุ๊อยู่ครัว ณีเลยเดินมาดู แล้วพี่ปุ๊ทำอะไรคะเนี่ย ?”
“ก็..พี่อยากทำอาหารให้ณีกินน่ะ พี่ก็เลย เข้าครัวเอง”
พรรณีมองไปรอบๆ แล้วก็หัวเราะ “โห..ถ้าพี่ปุ๊ไม่บอกว่าทำอาหารอยู่ ณีคงนึกว่ามีคนมาตีกันอยู่ในครัว “
“ก็..นานทำที แต่ทำด้วยความตั้งใจนะ พี่ตื่นมาตั้งแต่ตี 5”
“ตี 5 !! แล้วทำอะไรเสร็จแล้วบ้างคะ? “
“ยังเลยจ้ะ ยังไม่เสร็จสักอย่าง” สัทธาย้ำ “แต่พี่ตั้งใจนะ “
“โถ... “ พรรณีซาบซึ้งใจ “ณีรับทราบถึงความตั้งใจค่ะ ทราบ และก็ซึ้งใจมาก แต่..ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อาจจะไม่ทันมื้อกลางวัน .. แล้วพี่ปุ๊ก็ดูเหนื่อยมาก ขาก็โดนน้ำร้อนอีกต่างหาก...นั่งเฉยๆ แล้วให้ณีทำต่อดีกว่าค่ะ”
“ไม่ได้นะ ไม่ได้ ณีเป็นแขกของพี่..พี่จะให้มาทำอาหารได้ยังไง เสียมารยาทมากๆ”

“ไม่ต้องคิดเรื่องมารยาทหรอกค่ะ ณีทำด้วยความเต็มใจ พี่ปุ๊เหนื่อยมาตั้งแต่ตี 5 แล้ว พักเถอะค่ะ” พรรณีมองไปรอบๆ “พี่ปุ๊ทำมาเยอะแล้ว เดี๋ยวณีทำต่อเอง นะคะ..”
สัทธายิ้มใจอ่อน แล้วก็ยอม พรรณีหันไปยกเก้าอี้มาให้สัทธานั่งรอ ตัวเองมองไปรอบๆครัว แล้วก็ลงมือทำอาหารที่เหลืออย่างคล่องแคล่ว สะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบ ดูรู้เลยว่าเป็นมืออาชีพเข้าครัวบ่อย

ที่มุมหนึ่งหน้าครัว ทิพย์ยืนแอบดูอยู่ด้วยความชื่นชม
สุดาค่อยๆเดินเข้ามา แล้วก็แซว “มาแอบดูว่าที่ลูกสะใภ้เหรอคะ คุณแม่”
ทิพย์สะดุ้งนิดๆหันมาค้อน “ไม่ได้แอบดู เค้าเรียกว่า เก็บข้อมูลจ้ะ.. หน่วยก้านดีใช้ได้ หยิบจับทำครัวได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ขัดหูขัดตา .. ที่เหลือก็ต้องลองชิมว่ารสชาติจะผ่านหรือเปล่า”
“ถ้ารสชาติผ่าน...จะถือว่าผ่านเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ได้หรือเปล่าคะคุณแม่ ?”
ทิพย์ยิ้มๆ ไม่ตอบ เฝ้าดูต่อไป สุดามองแม่ตัวเองแล้วก็ขำๆ
พรรณีทำอาหารอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้เลยว่ามีคนแอบดูอยู่ สัทธานั่งมอง มองไปยิ้มไป มีความสุข

หน้าสถานทูตอังกฤษ หทัยรัตน์เดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสาร หทัยรัตน์เดินเข้าไปอย่างมีหวัง อนวัชเดินตามมา..แล้วคิดด้วยความสงสัย “มาทำอะไรที่สถานทูต ? “

ที่แผนกเอกสาร หทัยรัตน์ยื่นซองเอกสารพร้อมใบสมัครงาน “ดิฉันมาสมัครงานค่ะ เห็นประกาศตำแหน่งว่างในหนังสือพิมพ์ “
“วางไว้ตรงนี้ได้เลยค่ะ “
“ขอบคุณมากค่ะ“ หทัยรัตน์ยิ้มให้เจ้าหน้าที่
อนวัชทำเป็นยืนอ่านประกาศ หทัยรัตน์เดินกลับออกไป อนวัชหันมองตาม...คิด...“สมัคร?“

หทัยรัตน์เดินอยู่ในสวนข้างสถานทูต..เสียงอนวัชดังขึ้น “จะหางานใหม่ ทำไมไม่บอก?“
หทัยรัตน์ชะงัก สะดุ้งเฮือก ตกใจ หันขวับมาที่ต้นเสียง เห็นอนวัชยืนอยู่ อนวัชเดินเข้ามาหาทำหน้ารู้ทัน
“ดิฉันไม่บอก เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว“
“แต่เธอเป็นคุณครูของน้องหญิง การหาใหม่จึงถือเป็นเรื่องของงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”
“ดิฉันหาครูคนใหม่ให้คุณหญิงเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณหญิงเองก็พึงพอใจ”
“ถึงคุณหญิงจะพอใจ .. แต่ฉันก็ไม่ให้เธอไป “
หทัยรัตน์ชักสีหน้า “คุณเป็นอะไรของคุณ จะมาเอาชนะอะไรกับฉัน จะมายุ่งกับฉันทำไม”

“เพราะเธอมายุ่งกับคนรอบข้างฉัน เธอมาปั่นหัวเพื่อนรัก และญาติสนิทของฉัน ฉันถึงยอมอยู่เฉยไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เธอเลิกยุ่งกับพินิจและคุณชายประสาทพร แม้แต่ปรายหางตาของฉันก็ไม่มีวันจะหันมาทางเธอ”
หทัยรัตน์เม้มปากแน่น..ทั้งแค้น ทั้งหมั่นไส้ อนวัชเดินเข้ามาใกล้..หทัยรัตน์ถอย จนหลังชนฝา..อนวัชจะตามมาหทัยรัตน์รีบพลิกตัวหนีกลับประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย อนวัชยิ้มอย่างรู้ทัน .. พร้อมกับพูดแบบเชิดๆใส่ “ฉันไม่อนุมัติเรื่องการเลิกสอน ... พรุ่งนี้เธอต้องมาสอนคุณหญิงตามปกติ !” อนวัชออกคำสั่งแล้วก็เดินไป..
หทัยรัตน์คิดแค้น..จะเอายังไงดี

ที่บ้านพนัสพงษ์ พรรณี พินิจ นวลนั่งกินข้าว พรรณีหน้าตามีความสุข
“วันนี้ไปเที่ยวกับคุณหนึ่งเป็นยังไงบ้าง ? คุณหนึ่งพาไปกินข้าวที่ไหน ? แล้วมีใครเห็นบ้างหรือเปล่า ?”
“เอ่อ..ก็มีเห็นบ้างค่ะ ไปกินที่ราชวงศ์ ก็..ดีค่ะ สนุกดีค่ะ”

ในความเป็นจริง พรรณีนั่งกินข้าวในเดือนประดับ สัทธา สุดา ทิพย์ และสุทธิ์ กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
ทิพย์ชม “น้ำพริกอร่อยมากจ้ะ กลมกล่อมกำลังดี แกงจืดก็อร่อย น้ำใส แต่มีรสชาติ แม้แต่ผักลวกก็ลวกได้กรอบดี”
“สรุปว่าอร่อยทุกอย่างใช่มั๊ยครับคุณแม่ .. ณีเป็นคนทำทุกอย่างเลยนะครับ” สัทธายิ้มปลื้มมากมาย พรรณียิ้มมีความสุข

พรรณียิ้มมีความสุขเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ตอนกลางวัน
นวลยิ้มตามเพราะคิดว่านึกถึงอนวัช “มันต้องอย่างนี้สิลูก..ไม่เสียแรงที่เบ่งออกมา..แม่ไม่ห่วงยัยณีแล้ว คราวนี้ก็เหลือเรา..ตกลงจะเอายังไง เลือกได้หรือยัง ? แม่จำปา หรือ แม่จำปี คุณนายลำเจียกเค้าก็รอคำตอบอยู่ ตกลงปลงใจกันได้ จะได้หาฤกษ์ ตกแต่งกันไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”
พินิจชะงัก พรรณีมองด้วยความสงสาร
“ผมขอเวลาคิดอีกสักพักนะครับ ถ้าได้คำตอบแล้วจะรีบบอก”
“อย่างช้านักหล่ะ ผู้หญิงดีๆ ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ จะหลุดมือไปซะหมด ถ้าเราคิดนานเกินไป แม่จะเลือกให้เอง”
นวลสรุป พินิจเครียด ... คำพูดที่คุยกับส่องแสงแว่บเข้ามาในความคิด
“ผมไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นได้ นอกจากหทัยรัตน์...เพราะเธอคือผู้หญิงที่ผมรัก รักมากที่สุด และไม่มีใครมาแทนที่เธอได้”
“ถ้าคนที่คุณพินิจอยากแต่งงานด้วยคือ “ปุ้ม” ก็ลองขอปุ้มแต่งงานดูสิคะ .... ปุ้มเคยพูดทำนองว่า..ถ้ามีคนจริงจัง ขอเค้าแต่งงาน .. บางทีเค้าก็จะแต่งเลย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีผู้ชายคนไหน คิดจะจริงจัง เค้าก็เลยยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน”
พินิจคิด...ตัดสินใจบางอย่าง

วันต่อมาที่บ้านเพชรลดา กรกนกรายงานอนวัช “วันนี้คุณครูไม่ได้มาสอนค่ะ”
สุดานั่งประจำตำแหน่งหทัยรัตน์ พูดเสริม “แป้นมาสอนแทนปุ้มจนกว่าคุณชายจะกลับมา ย้ายกลับไปที่บ้านคุณหญิงเมื่อไหร่ ปุ้มจะสอนเหมือนเดิม ปุ้มบอกว่าแจ้งให้พี่หนึ่งทราบแล้วนี่คะ”
อนวัชนิ่ง...แค้นใจ “เธอกล้าขัดคำสั่งฉัน”

วันต่อมาที่บ้านเดือนประดับ พินิจยืนรอหทัยรัตน์อยู่ที่สวนหน้าบ้าน ใบหน้าอิดโรย
หทัยรัตน์เดินมาเห็นพินิจยืนหันหลังอยู่ หทัยรัตน์ชะงักเท้าคิด และเดินมาหา “พี่นิจมีธุระอะไรกับปุ้มเหรอคะ”
พินิจหันมาเห็นหทัยรัตน์ยืนอยู่ พินิจยิ้มเหนื่อยๆ “พี่มีธุระสำคัญมากอยากจะปรึกษา..พี่ต้องขอโทษที่มารบกวนแต่พี่คิดทางอื่นไม่ออกจริงๆ ไม่ทราบว่าหทัยรัตน์จะยินดีรับฟังหรือเปล่า”
“พูดมาเถอะค่ะ ถ้าพอจะช่วยอะไรได้ หทัยรัตน์ยินดีรับฟัง”
“ขอบคุณครับ.. “
“สิ่งที่พี่พูดอาจจะทำให้หทัยรัตน์ลำบากใจและไม่สบายใจแต่มันเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจพี่มาตลอดเวลา ระยะหลังเราห่างเหินกันมาก หทัยรัตน์ไม่ได้ติดต่อพี่กับณี และดูเหมือนหทัยรัตน์เองก็..รังเกียจพี่..พี่อยากรู้ว่าพี่ทำผิดอะไร หรือทำอะไรให้หทัยรัตน์ไม่พอใจหรือเปล่า”
“เปล่านี่คะ..พี่นิจไม่ได้ทำผิดอะไร ที่หทัยรัตน์ไม่ได้ติดต่อไปเพราะหทัยรัตน์มีงานต้องทำ พรรณีเองก็ไม่ได้ติดต่อหทัยรัตน์ คงจะมีงานยุ่งเหมือนกัน”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ