อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 มื.ย. 58

“เปล่านี่คะ..พี่นิจไม่ได้ทำผิดอะไร ที่หทัยรัตน์ไม่ได้ติดต่อไปเพราะหทัยรัตน์มีงานต้องทำ พรรณีเองก็ไม่ได้ติดต่อหทัยรัตน์ คงจะมีงานยุ่งเหมือนกัน”
พินิจยิ้มมีหวัง “แสดงว่าหทัยรัตน์ไม่ได้รังเกียจพี่”
หทัยรัตน์ไม่รับ แต่ไม่ปฏิเสธ “เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่มั้ยคะ “

“ยังครับ..ยังไม่หมด..ยังมีอีกเรื่อง “ พินิจมองหทัยรัตน์ด้วยแววตาอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง พินิจตัดสินใจพูดความในใจออกมา “พี่อยากจะบอกว่า..ตลอดระยะเวลาที่เรารู้จักกัน มีสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจ และพี่เก็บมันไว้ไม่ยอมบอก แต่วันนี้ พี่ไม่อยากจะเก็บมันไว้อีกต่อไป” พินิจมองหทัยรัตน์อย่างหวานซึ้ง “ปุ้ม....พี่..รักปุ้ม”


หทัยรัตน์อึ้งไปกับคำสารภาพของพินิจ

เวลาเดียวกัน อนวัชกำลังขับรถมุ่งไปที่เดือนประดับ..อารมณ์คุกรุ่น ไม่พอใจที่หทัยรัตน์ขัดคำสั่ง

พินิจพูดต่อ “พี่รักตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน..รักตลอดมา และจะรักตลอดไป”
“พี่นิจรู้ตัวหรือเปล่าคะว่าพูดอะไรออกมา ? “
“พี่รู้ตัว..พี่ถึงได้พูดออกมา..ถ้าคุณแม่ไม่เร่งรัดให้พี่แต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านหามาให้ พี่ก็จะไม่บอก และที่พี่ตัดสินใจบอก..เพราะถ้าปุ้มตอบรับรัก..พี่พร้อมจะปฎิเสธผู้หญิงคนนั้น เพื่อแต่งงานกับปุ้ม”
หทัยรัตน์มองพินิจและตอบกลับอย่างเข้าใจและหนักแน่น “ปุ้มคิดว่าผู้หญิงที่คุณนายนวลเลือกคงเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและคู่ควรกับมากกว่าปุ้มรักพี่เหมือนเพื่อน และนับถืออย่างพี่..ไม่เคยคิดมากไปกว่านี้”
“แล้วถ้าผมขอโอกาสล่ะครับ ผมจะทำทุกอย่างให้คุณเห็นใจและรักผม”
“มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะยังไงปุ้ม..ก็รักพี่ไม่ได้”
พินิจคาดคั้น “ทำไม ไม่ได้ล่ะครับ.. หรือว่า..ปุ้มมีคนที่รักอยู่แล้ว”
หทัยรัตน์คิดและโกหก “ค่ะ”
“ใครครับ..ใครคือคนที่ปุ้มรัก..” หทัยรัตน์เงียบ .. คิดไม่ออก พินิจตอบเอง “หรือว่า..หนึ่ง..” หทัยรัตน์สะอึก “ปุ้มรักหนึ่งใช่มั๊ย?“

ขณะนั้น อนวัชขับรถเข้าถึงหน้าเดือนประดับ..อนวัชหน้าตาถมึงทึง พร้อมมีเรื่อง

ทางด้านหทัยรัตน์รีบปฎิเสธกับพินิจ “ไม่ใช่ค่ะ..ไม่ใช่เค้า..”
“แล้วใครครับ..ผู้ชายที่โชคดีคนนั้นเป็นใคร? .. หรือว่า..หม่อมราชวงศ์ประสาทพร” หทัยรัตน์สะดุดใจ..พินิจคาดคั้นต่อ “ใช่มั๊ยครับ? คุณชายประสาทพรคือคนที่ปุ้มรักใช่หรือเปล่า?”
“พี่พินิจคะ..ปุ้มไม่พูดต่อนะคะ เพราะปุ้มไม่อยากพูดพาดพิงถึงคนที่สาม โดยเฉพาะคุณชายประสาทพรที่เป็นเจ้านายของปุ้ม”
พินิจมองต่ำ ใจหายวาบ กัดฟันถาม “ที่ปุ้มไม่แต่งงานกับพี่...เพราะปุ้ม..ปุ้มจะแต่งงานกับคุณชายประสาทพรใช่หรือเปล่า ?”
หทัยรัตน์คิดๆ แล้วตอบเลี่ยง “.. ปุ้มจะแต่งงานกับคนที่ปุ้มรักค่ะ “
พินิจสวนต่อ "และคนที่ปุ้มรักก็คือคุณชายประสาทพร”
“เอ่อ..” หทัยรัตน์จะอธิบาย
พินิจพูดต่อเอง “พี่เข้าใจแล้ว .. ขอบคุณมากที่รับฟังพี่ พี่ยินดีที่ปุ้มได้พบคนที่ดีและเพียบพร้อม .. พี่ขอตัว..นะครับ” พินิจลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไปอย่างหมดแรง..
หทัยรัตน์นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่หันไปมอง และไม่ใจอ่อน ลึกๆก็โล่งอกที่เคลียร์กันไปได้...จบสักที

รถอนวัชมาจอดที่หน้าบ้าน...อนวัชกำลังจะลงจากรถ พินิจเดินเศร้าออกมา อนวัชชะงักกึก....มองเพ่ง พอเห็นว่าเป็นพินิจแน่ อนวัชแปลกใจสุดๆ “พินิจ !!!”
พินิจหันมาเห็นอนวัช..พินิจหน้าซีด เศร้า จนอนวัชตกใจ ..

ที่บ้านพนัสพงษ์ นวลเดินงุ่นง่านตามหาพินิจ นวลหันมาถามกับพรรณี “ตกลงเจอตานิจหรือยังยัยณี..โทร.ไปหาเพื่อนพี่เค้าหมดหรือยัง?”
“โทร.แล้วค่ะ ไม่มีใครเห็นพี่นิจเลยค่ะ”
“หายไปไหนนะตานิจ“ นวลทั้งเป็นห่วง และไม่พอใจ

อนวัชจอดรถส่งพินิจที่หน้าบ้านพนัสพงษ์ อนวัชอึ้งงง “อะไรนะ..นี่แก..ขอหทัยรัตน์แต่งงานเหรอ???“ พินิจพยักหน้า อนวัชรีบถามต่อ “แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง?“
พินิจเศร้า “หทัยรัตน์ไม่ยอมแต่งงานกับฉัน เค้าบอกว่าไม่ได้รักฉัน “
อนวัชชักสีหน้าไม่พอใจ “ใจร้ายจริงๆ”
พินิจพูดต่อ “เค้ามีคนรักที่เค้าจะแต่งงานด้วยอยู่แล้ว” อนวัชชะงัก “คนดีที่เพียบพร้อมทุกอย่าง “
อนวัชรู้สึกใจเต้นแรงด้วยความอยากรู้และถามน้ำเสียงซ่อนหวัง “เธอบอกหรือเปล่าว่าเป็นใคร ?”
พินิจมองออกไปไกล และตอบด้วยเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น “หม่อมราชวงศ์ประสาทพร จรูญลักษณ์”
อนวัชอึ้งไป รู้สึกเหมือนมีก้อนลมขนาดใหญ่จุกอยู่ที่คอ “เค้าพูดแบบนั้นจริงเหรอ ?”
“อาจจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ก็เดาได้ไม่ยาก .. เพราะคุณชายเป็นคนที่เพียบพร้อมและเหมาะสมที่สุด แล้วสำหรับผู้หญิงอย่างหทัยรัตน์ .. ฉันไม่มีอะไรที่คู่ควรกับเธอแม้แต่นิดเดียว.”. พินิจพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
อนวัชยังอึ้งอยู่ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก .. รู้แค่ว่าใจเต้นแรง ขัดเคืองใจอย่างมาก

นวลนึกขึ้นได้ “นังเด็กปุ้ม” พร้อมกับรีบหันไปทางโทรศัพท์
“คุณแม่จะทำอะไรคะ ?”
“แม่จะโทรศัทพ์ไปที่เดือนประดับ จะถามนังเด็กกำพร้า ว่าตานิจไปหามันหรือเปล่า ?”
“คุณแม่คะ..อย่าโทร.เลยค่ะ..พี่นิจคงไม่ได้ไปที่นั่นหรอกค่ะ . “ พรรณีรีบมาจับมือแม่ไว้ “อย่านะคะแม่..”
“ปล่อยมือแม่นะยัยณี..แม่บอกให้ปล่อย”
นวลกับพรรณีไม่เห็นยังยื้อยุดกันอยู่ที่โทรศัพท์
“อย่าโทร.นะคะแม่..”
“ปล่อยแม่นะยัยณี” นวลผลักพรรณีจนล้ม
“โอ้ย !!”
ทันใดนั้นพินิจเดินเข้ามา..พรรณีและนวลตกใจอึ้งค้าง..อ้าว..“ตานิจ+พี่นิจ..” สองคนเรียกพร้อมกัน แต่พินิจไม่ตอบเดินตัวลอยผ่านไป แม่ลูกอึ้งไป และโดยอัตโนมัติก็รีบตามไป
“เดี่ยวสิคะพี่นิจ “
“หยุดคุยกันก่อนพ่อนิจ”
พินิจหยุด หันมา “ผมอยากอยู่คนเดียว” เขาเดินไปเลย
“ยัยณีรีบไปเค้นมาให้ได้ว่าพี่เราไปไหนมา และเป็นอะไร ? “
“แต่พี่นิจบอกว่าอยากอยู่คนเดียว”
“ฉันบอกให้ไป ก็ไป ไปสิ !!!”
พรรณีสะดุ้ง “ค่ะ” พรรณีจำใจต้องเดินตามพินิจไป ด้วยความไม่เห็นด้วย

พินิจเดินเข้ามาในห้อง และนั่งลงอย่างเศร้าสร้อย
พรรณีรีบเดินตามเข้ามาและปิดประตู “พี่นิจ..พี่ไปไหนมา แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”
พินิจหันมา..เห็นพรรณียืนอยู่คนเดียว ก็ตอบออกมาอย่างเศร้า “พี่ไปหาปุ้มมา..”
“แล้ว..เป็นยังไงบ้างคะ ?”
“ปุ้มเค้าบอกว่า..เค้าไม่เคยรักพี่ และไม่มีวันที่เค้าจะรักพี่..ไม่มีวันที่เค้าจะแต่งงานกับพี่” พินิจน้ำตาร่วง “พี่ไม่มีความหวังอะไรอีกแล้ว .. ไม่มีอะไรให้หวังอีกแล้ว .. “ พินิจเศร้า
พรรณีเห็นพี่ชายแล้วเศร้าใจตามไปด้วย ..

นวลโพล่งออกมา “ตานิจไปขอนังเด็กกำพร้าแต่งงาน !!! “
พรรณีได้ยินคำนี้แล้วจี๊ด ความเก็บกดที่เฝ้าทับไว้ ระเบิดออกมา “คุณแม่คะ เลิกเรียกปุ้มแบบนั้นได้มั้ยคะ”
“นี่เรากล้าขึ้นเสียงกับแม่เหรอยัยณี..นังเด็กนั่นมันมีดีอะไร เราถึงกล้าตวาดแม่เพื่อปกป้องมัน”
“ปุ้มเค้าไม่ได้มีอะไรดีหรอกค่ะ แต่ณีทนไม่ได้อีกแล้ว ปุ้มไม่ได้เป็นอย่างที่คุณแม่คิด และสิ่งที่คุณแม่ต่อว่าปุ้มในวันนั้น มันไม่จริงแม้แต่นิดเดียว” พรรณีชะงักเพราะหลุดปาก
นวลสงสัย “วันนั้น..วันไหน ?”
พรรณี..เหลืออดจริงๆ ความหลังย้อนกลับมา

พรรณีพูดกับพินิจและสุดา“ณีเปลี่ยนใจแล้ว..พี่แป้นกับพี่นิจไปกันสองคนนะคะ ณีขออยู่ช่วยปุ้มในครัวดีกว่าค่ะ”
สุดาและพินิจพยักหน้ารับ พรรณีเดินกลับเข้าไปในบ้าน .. ที่หน้าห้องครัว พรรณีเดินมาได้ยินเสียงนวลดังออกมาพอดี
“ตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ฉันจะไม่อ้อมค้อม พูดกันตรงๆเลยก็แล้วกัน อย่าเอาความทะเยอทะยานของหล่อน มาทำลายอนาคตของลูกชายฉัน”
พรรณีชะงักเท้า หน้าชา .. รีบหลบเพราะกลัวแม่เห็น พรรณีแอบฟัง
ส่วนหทัยรัตน์ยืนงงกับคำพูดอยู่ “หมายความยังไงคะ?“

“ก็หมายความตรงๆว่า ... สะใภ้พนัสพงษ์ต้องเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้วงศ์ตระกูลเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งฐานะทางครอบครัว และฐานะทางสังคม เด็กกำพร้าที่มีแต่ตัวอย่างเธอ ไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน เป็นได้อย่างมากก็..นางบำเรอก้นครัว”
หทัยรัตน์เริ่มเข้าใจและโกรธ ส่วนพรรณีหน้าชาและอายโกรธไปหมด
“คุณน้าเข้าใจผิดแล้วค่ะ ดิฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว”
“ไม่ต้องมาปฎิเสธ ฉันเห็นว่าเธอพยายามใกล้ชิดกับตานิจ อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออก เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่คิดจะมาจับลูกชายฉัน !!! ฉันรู้เธอคิดจะเลื่อนขั้นจากเพื่อนยัยณีมาเป็นพี่สะใภ้..เลิกคิดได้แล้ว เพราะบ้านฉันมีคนรับใช้มากพอแล้ว ฉันไม่ต้องการเพิ่ม”
พรรณีทั้งเศร้า ทั้งเครียด ทั้งไม่เข้าใจแม่ตัวเอง..แต่ไม่กล้าแสดงตัว แสดงความเห็นขัดแย้ง ได้แต่หลบอยู่ที่เดิม

“ณีได้ยินหมดทุกอย่าง แต่ณีไม่เคยบอกพี่นิจเพราะไม่อยากให้พี่นิจรู้ว่าคนที่ทำให้ปุ้มไม่มาเยี่ยม ไม่มาเหยียบบ้านนี้ และคนที่ทำให้พี่นิจต้องเสียใจแบบนี้ก็คือคุณแม่”
“หยุดนะแม่ณี !!! ..แม่ไม่ได้ทำ คนที่ทำคือเพื่อนตัวดีของเราต่างหาก มันใช้มารยาหลอกล่อพินิจ พอแม่จับได้ก็แกล้งทำให้พี่เราต้องเสียใจ หวังจะให้แม่ไปงอนง้อขอโทษ..ฝันไปเถอะ” นวลพูดกลับอย่างไม่สำนึกผิด “แล้วดูสิเนี่ย มันคงจะเล่นตัว กระบิดกระบวนมารยา จนตานิจหลงหักปักหัวปำ ถึงกับไปขอมันแต่งงาน !!”
“คุณแม่ !! ปุ้มเค้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ และที่พี่นิจไปขอปุ้มแต่งงานก็เพราะคุณแม่บังคับให้เค้าต้องแต่งงานกับคนที่เค้าไม่รัก และยัยส่องแสงก็มาเป่าหู ยุพี่นิจ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับปุ้ม”
"มันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง..ถ้ามันไม่มายุ่งกับครอบครัวเรา ไม่เหยียบเข้ามาในชีวิตแก....แกจะกล้าลุกขึ้นมาเถียงแม่แบบนี้มั๊ย“
พรรณีรู้สึกจุกจนน้ำตาร่วง “แม่ไม่เคยเข้าใจณีเลย”
“พวกแกก็ไม่เข้าใจฉันเหมือนกัน!!! ที่ฉันทำทุกอย่าง สะสมสมบัติไว้มากมาย เพื่อใคร!! เพื่อพวกแกทั้งนั้น!! ฉันถึงไม่ยอมให้อ้าย อี หน้าไหน เข้ามาผลาญสิ่งที่ฉันสร้างไว้ !! นังเด็กนั่นมันต้องชดใช้กับสิ่งที่มันทำกับตานิจ!!”
นวลระเบิดออกมาจนหมด ทั้งความโกรธ ความแค้น ความชิงชัง พรรณีได้แต่ส่ายหน้า “มันไม่ใช่....คิดแบบนี้มันไม่ถูกต้อง” แต่พูดไม่ออก
“อีนังปากแดงลูกคุณนายสีสุกอีกคนที่จะต้องรับผิดชอบ ธุระตัวเองก็ไม่ใช่ สาระแนไม่เข้าเรื่อง” นวลคิดถึงส่องแสงด้วยความแค้น

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์ยืนอยู่ที่ระเบียง..คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน ด้วยความไม่สบายใจ ตอนพินิจมาหา และพูดเรื่องมีคนรักแล้ว และหทัยรัตน์บอกว่า “ใช่” ..
หทัยรัตน์คิด..ด้วยความไม่สบายใจอย่างมาก “ขอโทษที่ต้องโกหก..แต่มันเป็นวิธีที่ดีที่สุด” หญิงสาวถอนใจเบาๆ

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชยืนคิด..หน้าเครียด .. ไม่พอใจ อนวัชนึกถึงตอนพินิจบอกว่าหทัยรัตน์จะแต่งงานกับประสาทพร อนวัชแววตาดุ เข้ม เคืองใจสุดๆ “เธอหวังสูงมากเกินไปแล้ว...หทัยรัตน์ “ อนวัชคิดถึงหทัยรัตน์ด้วยความ...จงชัง ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้ว ... แค่ผิดหวังที่ไม่ใช่ตัวเอง

วันต่อมา หน้าบ้านเดือนประดับในยามเช้า.....บรรยากาศตึงเครียด หทัยรัตน์เดินออกมาที่สนามหน้าบ้านด้วยความไม่พอใจ “คุณป้าบอกว่าคุณมีเรื่องสำคัญมากจะคุยกับดิฉัน..กรุณารีบคุยด้วยนะคะ เพราะดิฉันมีงานอีกมากมายต้องทำ”
อนวัชยืนหันหลังอยู่ อนวัชหันมา หน้าพร้อมหาเรื่องสุดๆ “ทำไมเธอไม่แต่งงานกับพินิจ?”
“นี่เหรอคะเรื่องสำคัญของคุณ .. “
“ใช่!“ อนวัชเสียงแข็ง
หทัยรัตน์เสียงแข็งกลับ “แต่ดิฉันคิดว่าดิฉันไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะมันไม่ใช่ธุระของคุณ “
“ทำไมจะไม่ใช่ธุระของฉันในเมื่อคนที่เธอปฎิเสธคือเพื่อนฉันและคนที่เธอบอกเค้าว่ารักและจะแต่งงานด้วยคือญาติของฉัน..เพราะฉะนั้นเธอต้องตอบฉัน”
หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยแววตาคับแค้น และค่อยๆยิ้มพร้อมกับตอบอย่างมั่นใจ “ก็ได้ค่ะ ดิฉันจะตอบ ดิฉันไม่รับปากแต่งงานกับคุณพินิจเพราะ “ฉันไม่ได้รักเค้า” ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่ฉันไม่รัก และ ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่ฉันเกลียด” หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยแววตามั่นใจ ... เหมือนจะบอกว่า “คุณนั่นแหละ” “ส่วนเรื่องคุณชายประสาทพร ฉันไม่ขอตอบ เพราะพูดไปคุณก็คงไม่เชื่อ ฉันไม่อยากเสียพลังงานขยับปาก!”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ