อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 10 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 10 มิ.ย. 58

หลังจากสู้กับทหารญวนที่จู่โจมมาจนบ้างได้รับบาดเจ็บและเมื่อยล้า เมื่อทำแผลและคลึงนวดกันจนคลายลงแล้ว หมื่นวิชิตคุยกับขุนนาฏและปิ่นขณะนั่งกินข้าวกันว่า

“ท่านขุนไม่ต้องห่วงขอรับ กระผมจับพวกญวนไว้แน่นหนา ไม่มีทางหลุดไปได้เป็นอันขาดขอรับ”

ขุนนาฏบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ถึงพัตบองแล้ว เจ้าพระยาบดินทร์เดชาก็จะไต่สวนทวนความพวกญวนเอง ย้ำกับหมื่นวิชิตว่าอย่าให้พลาดอีกก็แล้วกัน
ขณะนั้นเองหุ่นมาถามหาลำดวน คุณปิ่นบอกว่าลำดวนไปดูช้าง กลับมาแล้วจะบอกให้ไปหา หมื่นวิชิตเปรยอย่างหงุดหงิดว่า “ไปดูช้างอีกแล้วรึ ดูท่าแม่ลำดวนจะชอบช้างเสียเหลือเกินนะขอรับ”


ขุนนาฏกับคุณปิ่นมองหน้ากันอย่างอ่อนใจกับการประชดประชันของหมื่นวิชิต

ลำดวนไปแอบดูเหมเลี้ยงแม่พังโตที่มุมป่า เห็นเหมพูดคุยกับแม่พังโตอย่างรักใคร่ ก็พึมพำงงๆ

“คุยกับช้างเป็นคุ้งเป็นแคว ท่าจะบ้า” เห็นเหมเดินเลี่ยงไป ลำดวนแอบตามแต่คลาดสายตาจึงหันกลับ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเสียงเหมถามจากข้างหลัง “จะไปไหนรึ” ลำดวนอึกอักตกใจ เหมถามดักคอ “ตามฉันทำไม”

ลำดวนทำหน้าตายถามว่า “ใครตามพ่อเสดียงกัน ฉันจะกลับไปหาพ่อแม่ท่านต่างหาก” แล้วรีบเดินเลี่ยงไป เหมมองตามอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกในใจว่าโตเป็นสาวเต็มตัว แล้วนะเจ้าลำดวน แล้วเหมก็ตกใจที่เผลอคิดแบบนี้กับลำดวนอีก

เหมต้องเอาเงินใส่กระทงไปแก้กรรมกับขุนศรี–ไชยทิตยอีก สารภาพกับขุนศรีว่าเผลอคิดไปนิดเดียวต่อไปจะไม่ทำอีก

“อย่าปากพล่อยอ้ายเสดียง ห้ามใจมันยากนักหนานะโว้ย เอ็งเป็นชาย ถ้าห้ามคิดเรื่องผู้หญิงได้ก็ออกบวชเป็นสมภารได้เหมือนกันล่ะวะ” เหมเขิน ขุนศรีพูดขำๆว่า “ไม่ต้องอาย เอ็งเองก็ถึงวัยจะมีบ่อจ้างได้แล้ว หากผู้หญิงมีใจด้วย แล้วเอ็งจะกลัวกระไร”

“กระผมก็แค่คนพ้นจากตะพุ่นมาเป็นไพร่ ยังต่ำศักดิ์มากนัก ไม่บังควรดึงให้หญิงใดมาตกต่ำกับกระผมดอกขอรับ”

“เอ็งเป็นหมอควาญขั้นเสดียง จะเรียกว่าต่ำศักดิ์ได้อย่างไรวะ ข้าว่าใจเอ็งมากกว่าที่ยังไม่ลืมเรื่องแต่หนหลัง คอยสะกิดแผลตัวเองให้ปริแตกอยู่ร่ำไป” เห็นเหมซึมที่ถูกจี้ใจดำ ขุนศรีชี้ว่า “คนอื่นดูถูกดูแคลนเอ็ง ก็ไม่เท่าเอ็งดูแคลนตัวเองดอกวะ”

เหมคิดตามแต่ก็ไม่วายเครียด

ooooooo

แม้คุณหญิงชมจะลำบากยากแค้นเพียงใด แต่ก็มิได้ท้อถอย เมื่อมีฝีมือทำของหวานระดับชาววัง จึงทำขนมห่อใบตองไปขาย ปรากฏว่าขายดีมากจนแม่ค้าขอให้ทำมาส่งอีก

ระหว่างนั้นเจอควาญช้างคนหนึ่งเดินมา คุณหญิงจำได้ว่าคือพ่อเหล็ก รีบเข้าไปทัก ถามถึงเหมว่ากลับเรือนมาด้วยหรือไม่ ควาญเหล็กเล่าว่า ตนกลับมาคนเดียว เพื่อแจ้งที่กรมว่าเราโพนอ้ายช้างยักษ์ได้แล้ว แต่คนอื่นต้องไปพัตบองต่อ เพราะระหว่างทางเจอคณะละครของขุนนาฏยโกศลกำลังจะไปพัตบอง แต่ท่านขุนบาดเจ็บขาหักเราเลยต้องพาไปส่งที่พัตบอง

“ขุนนาฏยโกศล” คุณหญิงรำพึงคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินชื่อนี้อีก แต่แล้วก็สีหน้าขรึมลง...

เพราะเดินป่าละเว้นการซ้อมรำไปหลายวัน เมื่อใกล้ถึงพัตบองคุณปิ่นจึงจัดซ้อมละคร นางรำทุกคนรำได้อย่างสวยงาม ขุนนาฏเรียกลำดวนให้มารำตรงหน้าให้ดู ลำดวนรำได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม บรรดาควาญที่มาดูต่างเคลิ้มไปกับความงามทั้งของนางรำและการรำ รวมทั้งเหมด้วย

เหตุนี้เอง รุ่งขึ้นนอกจากเหมแล้วยังมีสุข มาและ ควาญคนอื่นๆ ต่างถือกระทงใส่เงินไปแก้กรรมกับขุนศรี–ไชยทิตยจนเป็นที่ขบขันกัน ขุนศรีพูดกลั้วหัวเราะกับเหมที่กำลังพาแม่พังโตไปอาบน้ำที่ริมลำธารว่า

“ข้าเป็นควาญมานานปี มิเคยออกป่าโพนช้างครั้งใดได้เงินมาแก้กรรมมากเท่าครั้งนี้เลยว่ะ”

เหมบอกว่าไม่มีผู้ใดอยากผิดกรรมดอก แต่... ขุนศรีพูดต่อให้ว่า “แต่มันหักห้ามใจไม่ได้ใช่หรือไม่เล่า” แล้วแนะเหมว่า “หาบ่อจ้างเสียทีเถิดวะ ไม่เช่นนั้นเอ็งคงไม่มีเงินทองเหลือเป็นแน่”

“ไม่ต้องดอกขอรับ ถึงพัตบองเมื่อใดก็คงไม่มีเหตุให้ต้องผิดกรรมอีกแล้ว คนอย่างกระผมไม่ควรหาใครมาลำบากลำบนด้วยดอกขอรับ”

“เอ็งมันขลาดมากกว่า กระไรวะ ทีช้างเอย ข้าศึกศัตรูเอย น่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ ข้าไม่เคยเห็นเอ็งกะพริบตา เสียด้วยซ้ำ แต่เอ็งกลับมากลัวเรื่องเช่นนี้”

เหมนิ่งขรึมยังเจ็บปวดกับเรื่องบัวจนมิอาจเริ่มต้นใหม่กับใครได้

ขณะนั้นเอง มีศพทหารญวนลอยน้ำมา ขุนศรี–ไชยทิตยนึกรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่ต้นน้ำ สั่งเหมหน้าเครียด

“รีบไปเร็ว อ้ายเสดียง” แล้วทั้งขุนศรีและเหมก็รีบย้อนไปทางต้นน้ำทันที

ooooooo

ที่ริมธารอีกมุมหนึ่งนั่นเอง สมิงสอดน้อยกำลังต่อสู้กับทหารญวนตามลำพัง ถูกทหารญวนจำนวนมากกว่ากลุ้มรุมจนได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัว

ขณะสมิงสอดน้อยกำลังจะเพลี่ยงพล้ำแก่ทหารญวนนั่นเอง เหมก็พุ่งเข้าไปช่วยฟาดฟันจนทหารญวนตายหมดสิ้น ขุนศรีเข้าไปดูอาการของสมิงสอดน้อย ถามว่าเป็นอย่างไร และเป็นใคร เหตุใดจึงโดนพวกญวณทำร้ายเอา

สมิงสอดน้อยพูดได้แค่ “ฉันชื่อหลวง...” ก็หมดสติไป

เหมเข้ามาถามว่าตายหรือไม่ ขุนศรีบอกว่าไม่ แต่คงเจ็บจนสลบไป แล้วก็ช่วยกันพยุงสมิงสอดน้อย พอเหมเห็นหน้าสมิงสอดน้อยชัดๆ เหมตกใจมาก อุทาน

“พี่สมิง!!!”

เมื่อพามาปฐมพยาบาลจนสมิงสอดน้อยรู้สึกตัว สมิงสอดน้อยขอบใจที่ช่วยตน ถามเหมที่ประคองขึ้นมากินยาว่า พวกเหมเป็นใครและเหตุใดจึงมาอยู่กลางป่าเช่นนี้

“ฉันจะพาท่านขุนนาฏยโกศลไปพัตบอง ตามคำสั่งของท่านเจ้าพระยาบดินทร์เดชา” สมิงสอดน้อยบอกว่าตนหนีตายมาจากโปริสาทหาทางกลับเข้าพัตบอง ไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอพวกเดียวกัน ถามเหมว่าชื่ออะไร วันหน้าจะได้ตอบแทนได้ถูก “พี่ไม่ต้องตอบแทนฉันดอก เราคนกันเอง จำไม่ได้รึ”

สมิงสอดน้อยทำหน้างงๆ เหมกำลังจะบอกว่าตนคือใคร ก็พอดีลำดวนเข้ามาบอกเหมว่าท่านขุนศรีให้มาตามไปพบ เหมจึงลุกไป ลำดวนดูจนแน่ใจว่าเหมไปไกลแล้ว จึงถามสมิงสอดน้อยว่าจำตนไม่ได้หรือ

“คุณหนูลำดวน ทำไมฉันจะจำไม่ได้” สมิงสอดน้อย

ยิ้มแย้มยินดี ลำดวนเล่าถึงความดีใจเมื่อเห็นคนหามสมิงสอดน้อยเข้ามา “ฉันก็ดีใจที่ได้เจอคุณหนูเช่นกัน ขาดแต่อ้ายเหมกับอ้ายพุ่ม มิรู้ว่าป่านนี้พวกมันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง”

“ท่านสมิงจ๊ะ ฉันมีเรื่องอยากรบกวนท่านสักหน่อย แลเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณพี่เหม ท่านเมตตาช่วยฉันด้วยเถิดนะจ๊ะ”

สมิงสอดน้อยมองหน้าลำดวนด้วยความสงสัยว่าจะให้ตนทำอะไร ลำดวนยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อนึกถึงแผนที่จะพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของเสดียงผู้นี้ได้แล้ว

ooooooo

หม่อมดวงแขให้บัวช่วยเก็บของที่จำเป็นไว้ บัวเก็บของเสร็จถามว่าเหตุใดจึงให้เก็บเพราะกว่าคดีความของเสด็จจะตัดสินยังอีกนานนัก หรือหม่อมเห็นว่าเสด็จจะต้องโทษแน่แล้ว

“ตอนนี้ก็มีการฟ้องร้องเสด็จเพิ่มขึ้นอีกหลายคดี ฉันมิรู้เลยว่าเสด็จท่านจะพ้นข้อกล่าวหาได้ทั้งหมดหรือไม่ จึงให้เก็บข้าวของไว้ก่อน หากถึงคราวเคราะห์หามยามร้ายจริงๆ จะได้ไม่ฉุกละหุก” หม่อมเอ่ยน้ำตารื้น

บัวสงสารหม่อม แต่ก็คิดทางเอาตัวรอดเช่นกัน

ทับทิมที่มาเยี่ยมบัว ได้ฟังเรื่องราวจากบัวแล้วก็ถอนใจพูดปลงๆว่า “เวรกรรมจริงๆ ยามรุ่งเรืองด้วยอำนาจวาสนา แม้แต่พูดเสียงดังยังไม่กล้า แต่ตอนนี้กลับดาหน้าออกมาฟ้องร้องเสด็จท่านเป็นว่าเล่น”

บัวปรารภว่าตนก็ได้แต่สงสารหม่อมเท่านั้น นานวันหม่อมก็ยิ่งท้อแท้ ตนก็ไม่รู้จะช่วยท่านอย่างไร พูดอย่างสบายใจขึ้นว่า “ดีที่วันนี้พี่ทับทิมว่างมานอนคุยเป็นเพื่อนน้องได้ จึงคลายความกลัดกลุ้มลงไปบ้าง” ทับทิมส่ายหน้ารำพึงว่า

“อำนาจวาสนาไม่จีรังยั่งยืน เป็นสมบัติผลัดกันชมโดยแท้ ใครจะคิดว่าเสด็จท่านจะมีวันนี้ แลคนที่ตกต่ำไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างอย่างคุณเหมกับคุณหญิงชม จะกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง”

“พี่ทับทิมพูดกระไรกัน คุณเหมกับคุณหญิงชมน่ะรึ จะกลับมาลืมตาอ้าปากได้”

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 10 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ