อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 11 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 11 มิ.ย. 58

“อำนาจวาสนาไม่จีรังยั่งยืน เป็นสมบัติผลัดกันชมโดยแท้ ใครจะคิดว่าเสด็จท่านจะมีวันนี้ แลคนที่ตกต่ำไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างอย่างคุณเหมกับคุณหญิงชม จะกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง”

“พี่ทับทิมพูดกระไรกัน คุณเหมกับคุณหญิงชมน่ะรึ จะกลับมาลืมตาอ้าปากได้”

“ใช่จ้ะ ท่านขุนของพี่เพิ่งทำบาญชีบำเหน็จส่งขึ้นไป จึงรู้ว่าเหมไปเป็นควาญช้างแลคล้องได้พระยาช้างเผือก เป็นเหตุให้ทั้งคุณเหมแลคุณหญิงชมพ้นจากตะพุ่นช้าง”


“พุทโธ่...แค่พ้นจากตะพุ่นมาเป็นไพร่สามัญ แต่ก็ยังลำบากลำบนอยู่ดี แลอาจต้องตรากตรำไปชั่วชีวิต เช่นนี้เอามาเปรียบไม่ได้ดอกจ้ะ” บัวยิ้มน้อยๆอย่างดูแคลนไม่เชื่อว่าเหมจะกลับมามั่งมีศรีสุขได้อีก

ooooooo

เหมดูแลสมิงสอดน้อยอย่างดีจนบาดแผลทุเลาและร่างกายแข็งแรงขึ้น บอกสมิงสอดน้อยว่าอีกสองสามวันก็คงหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว

“ข้าไมห่วงตัวข้าเองดอกวะ ข้าห่วงเรื่องการศึกมากกว่า เรื่องนักองค์อิ่มแปรพักตร์เป็นเรื่องใหญ่นัก ถ้าไม่รีบไปแจ้งท่านเจ้าคุณ อาจส่งผลถึงแพ้ศึกครั้งนี้ก็เป็นได้”

“ใจเย็นเถิดพี่ อีกไม่เกินครึ่งวันเราก็ถึงพัตบองแล้วคงยังไม่ช้าเกินไปดอก”

ขณะนั้นเอง หมื่นวิชิตและทหารที่เป็นลูกน้องก็กุลีกุจอเอาเหล้ายาปลาปิ้งมาให้สมิงสอดน้อยอย่างประจบประแจง

“กระผมเพิ่งทราบว่าท่านมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงหลวงกำแหง จึงมาต้อนรับคุณหลวงช้าเกินไป อภัยให้กระผมด้วยนะขอรับ” สมิงสอดน้อยรู้ว่าหมื่นวิชิตประจบ บอกว่าไม่เป็นไรเพราะอย่างไรตนก็ต้องอาศัยขบวนคุ้มกันของท่าน บอกว่าหากเจอท่านเจ้าพระยาเมื่อใดก็จะกราบเรียนท่านตามจริงก็แล้วกัน
หมื่นวิชิตประจบสมิงสอดน้อย แล้วหันดุเหมว่า “มาเสนอหน้าทำกระไร ที่นี่เป็นที่ของขุนน้ำขุนนางหาใช่ที่ของควาญช้างชาติไพร่อย่างเอ็งไม่” เหมลุกเซ็งๆ จะออกไป สมิงสอดน้อยเรียกไว้ หันบอกหมื่นวิชิตว่า

“ควาญผู้นี้มาช่วยทำแผลให้ฉัน แลฉันยังมีเรื่องใช้สอยอีกมาก หมื่นท่านอย่าเพิ่งไล่ไปเลย” หมื่นวิชิตยิ้มเจื่อนบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่คุณหลวงเถิด แต่แอบเหล่เขม่นเหม สมิงสอดน้อยถามหมื่นวิชิตว่า “ฉันได้ยินมาว่าหมื่นท่านจับทหารญวนได้รึ”

“ขอรับ กะว่าถึงพัตบองเมื่อใด จะส่งตัวให้ท่านเจ้าพระยาไต่สวนขอรับ”

“ฉันขอไปไต่สวนพวกมันก่อนได้หรือไม่ มิแน่ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับข่าวที่ฉันได้รับมาก็เป็นได้”

เมื่อเหมและสมิงสอดน้อยร่วมกันไต่สวนนายกองญวน มันปากแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น จนเหมบอกสมิงสอดน้อยว่ามันปากแข็งนักคงถามไม่ได้ความแน่

สมิงสอดน้อยจ้องหน้านายกองญวนถามว่า

“เอ็งรู้หรือไม่ว่า หากไปถึงมือท่านเจ้าพระยาแล้ว อย่างน้อยมียี่สิบ สามสิบ วิธีที่จะทำให้เอ็งเปิดปาก สู้สารภาพกับข้าไม่ดีกว่ารึ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
แต่นายกองญวนผู้นี้ยังปิดปากสนิทไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว เหมเสนอว่าตนมีวิธีให้มันเปิดปาก แล้วเอาห่อยาจากในผ้าคาดเอวออกมาบอกว่า

“นี่เป็นตัวยา เอาไว้ให้ช้างกินยามเจ็บปวด หากคนกินเข้าไปจะมึนเมาดั่งกินเหล้า แต่แรงกว่ามากนัก ถึงตอนนั้น มิว่าความลับกระไรก็ล้วนคายออกมาจนหมดสิ้น”

สมิงสอดน้อยรับห่อยาไป นายกองญวนตกใจ แต่ช้าไปแล้ว เพราะสมิงสอดน้อยบีบปากนายกองญวนเทยาผงในห่อใส่ปากมันทันที

ไม่นานเหมกับสมิงสอดน้อยเดินคุยกันมาอย่างคาดไม่ถึงว่าจะมีคนชั่วขายอาวุธให้ศัตรูใช้ย้อนกลับมาประหัตประหารพวกเดียวกันเอง เหมบอกว่าหากตนรู้ว่ามันเป็นใครจะไม่เอามันไว้แน่ สมิงสอดน้อยตบบ่าเหม ชมว่า ไม่คิดว่าควาญช้างอย่างเขาจะรักบ้านรักเมืองถึงเพียงนี้

“ความรักแลหวงแหนแผ่นดินเกิด เป็นสำนึกที่มีในทุกผู้คน มิเลือกไพร่ผู้ดีดอกพี่ เป็นผู้ใด ทำงานการกระไร ก็รักแผ่นดินได้เหมือนกันทั้งสิ้น” เหมขึงขังจริงจัง จนสมิงสอดน้อยหน้าขรึม มองเหมพูดอย่างคาดไม่ถึงว่า

“เอ็งพูดเหมือนคนมีวิชาความรู้นัก มิน่าจะเป็นแค่ควาญช้างเลยนะ”

เหมชะงัก มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังตัดสินใจที่จะบอกความจริงว่าตนเป็นใคร แต่ก็ถูกลำดวนมาบอกสมิงสอดน้อยว่าพ่อท่านอยากปรึกษาเรื่องเมืองพัตบอง สมิงสอดน้อยจึงให้ลำดวนช่วยพาไป

ooooooo

ที่แท้เป็นอุบายของลำดวน ที่ให้สมิงสอดน้อยซึ่งจำกันได้แล้วคลุมหน้าไปดักเล่นงานเหมขณะเอากล้วยให้แม่พังโตกิน เหมชักดาบสองมือออกมาต่อสู้กับชายลึกลับ ต่างใช้วิชาดาบอาทมาตมาต่อสู้กัน จนเหมฟันดาบของชายลึกลับหลุดมือ

เหมเอาดาบชี้หน้าชายลึกลับที่พ่ายแพ้แก่ตน พลันก็คุกเข่าลงยกมือไหว้ “ฉันขอขมาจ้ะพี่สมิง”

ชายลึกลับดึงผ้าคลุมหน้าออก ปรากฏว่าคือสมิงสอดน้อยนั่นเอง สมิงสอดน้อยรีบพยุงเหมลุกขึ้น เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยินดี “ลุกขึ้นโว้ยอ้ายเหม เอ็งรู้ตั้งแต่เมื่อใดวะ ว่าเป็นข้า”

“ฉันฝึกดาบกับพี่มาไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ประดาบกันได้ครู่หนึ่งฉันก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นพี่บาดเจ็บฉันก็ยิ่งมั่นใจ”

“แล้วเหตุใดเอ็งต้องปกปิดตนไม่บอกให้ข้ารู้วะ”

“ฉันไม่ได้คิดจะปิดพี่ ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแล้วว่าฉันเป็นใคร แต่ฉันไม่อยากให้เจ้าลำดวนรู้ เพราะฉันอับอายนักที่ตกต่ำลงถึงเพียงนี้”

“คุณพี่เหมคิดว่าฉันจะดูถูกหรือเจ้าคะ” เสียงลำดวนแทรกเข้ามา เหมตกใจหันมอง ลำดวนมองเหมพูดอย่างน้อยใจว่า “ถ้าเช่นนั้น ก็หมิ่นน้ำใจลำดวนเกินไปแล้ว”

เหมรู้สึกเสียหน้ามากที่ลำดวนรู้จนได้ว่าตนเป็นใคร

ooooooo

ลำดวนเสียใจมากเมื่อจับได้ว่าเหมปิดบังตัวเองกับตน เหมจึงชี้แจงกับลำดวนขณะเดินคุยกันที่ริมลำธารว่า

“ยามที่พี่กับคุณหญิงแม่ตกต่ำถึงที่สุด ถูกแห่ประจานจนสิ้นเกียรติ ไม่มีสักคนที่กล้าเข้าใกล้ด้วยกลัวติดร่างแหไปด้วย ก็มีแต่เจ้า ที่หยิบยื่นน้ำใจให้พี่ แล้วพี่จะกล้าหมิ่นน้ำใจเจ้าได้อย่างไรกัน” ลำดวนถามว่าถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงต้องปิดบังไม่ให้ตนรู้ด้วย “เพราะพี่อับอายเจ้า อับอายเกินกว่าจะให้เจ้ารู้ว่าพี่เป็นใคร พี่ไม่ใช่คุณพี่เหมบุตรชายพระยาบริรักษ์อีกแล้ว เป็นเพียงหมอเสดียงของเหล่าควาญช้างเท่านั้น”

“มิว่าคุณพี่เหมจะเป็นอย่างไร คุณพี่เหมก็ยังเป็นคุณพี่เหมของลำดวนเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ”

“ขอบใจเจ้านัก แต่พี่ในวันนี้ ต่างจากเจ้ามากเหลือเกิน ลืมเรื่องในวันวานเสียเถิด อย่าได้บอกผู้ใดว่าเรารู้จักกันอีกเลย เพื่อที่เจ้าจะมิต้องเสื่อมเสียไปด้วย”

ลำดวนน้ำตารื้น ตัดพ้อว่าเหมใจร้าย ถามว่า “คุณพี่เหมรู้หรือไม่เจ้าคะว่านับแต่ที่เราจากกัน ไม่มีวันใดเลยที่ลำดวนไม่คิดถึงคุณพี่ แต่มาวันนี้กลับบอกให้ลำดวนลืมเสียให้สิ้น” ลำดวนเมินไปทางอื่นซ่อนน้ำตาที่ไหลพราก เหมไม่สบายใจ เอ่ยขอโทษแต่ก็ไม่อยากให้ลำดวนมีมลทินเพราะรู้จักคนอย่างตน ลำดวนเช็ดน้ำตาหันมองเหม พูดด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวว่า

“คุณพี่เหมเพียงแต่เสื่อมวาสนา แต่หาได้เสื่อมความดีงามไม่ แล้วลำดวนจะเป็นมลทินได้อย่างไรเจ้าคะ คุณพี่เหมอย่าดูถูกตัวเองอีกเลยเจ้าค่ะ คนอื่นหมิ่นแคลนเรา ก็ไม่เท่าเราดูถูกตัวเองดอกนะเจ้าคะ” ลำดวนยกมือปาดน้ำตาไปมา

“ท่านขุนก็เตือนสติพี่เช่นนี้ ดูเถิด เด็กอย่างเจ้ายังคิดได้เลย...เจ้าหยุดร้องไห้เสียเถิดนะ” เหมเช็ดน้ำตาให้

ลำดวนยิ้มออกมาทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ...ในที่สุด ตนก็ได้เจอคุณพี่เหมอีกครั้ง...

ooooooo

ที่หน้าเมืองพัตบอง ทหารเขมรกำลังขนเสบียงและอาวุธจะเข้าไปในเมือง พระศรีสิทธิสงครามนำทหารไทยออกมาขวางไว้

แม่ทัพเขมรบอกให้พระศรีสิทธิสงครามไปกราบเรียนเจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่าตนนำทหาร เสบียงและอาวุธมาสมทบตามสัญญาแล้ว พูดอย่างยินดีว่า

“นับแต่นี้ ทหารของนักองค์อิ่มแลนักองค์ด้วง จะอยู่ภายใต้บัญชาของท่านเจ้าพระยาแต่เพียงผู้เดียว”

“ขอบพระคุณท่านแม่ทัพนัก แต่กระผมคงต้องขอตรวจค้นตามหน้าที่ก่อนจึงจะเข้าไปกราบเรียนท่านเจ้าพระยาได้”

“เชิญเถิดคุณพระ” แม่ทัพเขมรมองพระยาสิทธิสงครามที่นำทหารไปตรวจ ยิ้มอย่างมีเลศนัย

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 11 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ