อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/2 วันที่ 10 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/2 วันที่ 10 มื.ย. 58

สีสุกท้วง “ตาฝาดหรือเปล่า? คุณหนึ่งเค้าจะไปต่างจังหวัดค่ำๆมืดๆกับเด็กปุ้มสองต่อสองได้ยังไง..เป็นไปไม่ได้”
“แต่ชุลีเห็นจริงๆนะคะ ไม่ได้โกหก..เอาอย่างนี้สิคะ เราก็ลองโทร.ไปถามที่เพชรลดากับที่เดือนประดับแล้วดูว่าทั้งสองคนอยู่หรือเปล่า ? ถ้าไม่อยู่ทั้งคู่...ก็แสดงว่าที่ชุลีเห็นมันก็เป็นความจริง..”
ชุลียั่วยุอย่างท้าทาย ส่องแสงคิดลังเล

อนวัชเข็นรถจนหอบเหนื่อยสุดๆเริ่มหมดแรง อนวัชตัดสินใจหยุดเข็นและเดินที่รถ เปิดประตูเข้าไปนั่ง หทัยรัตน์หันมามองด้วยความสงสัย
“นี่คุณ..ข้างหน้าไม่มีแสงไฟเลย..เข็นไปก็คงจะเหนื่อยเปล่า ผมจะลองเดินย้อนลงไป เพราะเมื่อกี๊ตอนผ่านมาเห็นมีตลาดเล็กๆอยู่ อาจจะมีใครช่วยเราได้ เดี๋ยวคุณเดินไปกับผม”


“ไม่ไป..ฉันไม่ไปกับคุณ ฉันจะรออยู่ที่นี่”
“ตามใจ..แต่อยู่คนเดียวก็ระวังตัวให้ดี..ได้ข่าวว่าถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆส่วนมากก็จะตายคาที่..อ้อ..นอกจากจะเกิดอุบัติเหตุแล้วยังมีการดักปล้นกันอยู่เรื่อยๆ และโจรพวกนี้ถ้ามันเจอสาวๆ มันก็มักจะไม่ปล้นอย่างเดียว..แต่มันจะทำอะไร ก็คิดเอาเอง” หทัยรัตน์ฟังแล้วหนาว อนวัชพูดทิ้งท้ายอย่างกวนๆ “ขอให้โชคดี..”
อนวัชลงจากรถไปเลย หทัยรัตน์นั่งอยู่คนเดียว..มองไปรอบๆอย่างหวั่นใจ อนวัชเดินมาเปิดท้ายรถและหยิบผ้าใบผืนเล็กๆออกมา และปิดท้ายรถอย่างแรง ปึง.. หทัยรัตน์นั่งอยู่ในรถสะดุ้งตกใจ.. อนวัชสะบัดผ้าใบและกางกันฝน หันมามองหทัยรัตน์อีกทีก่อนจะเดินไป
หทัยรัตน์นั่งอยู่เริ่มใจคอไม่ดี..มองซ้ายมองขวา ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว น้ำฝนที่ไหลผ่านหน้าต่างทำให้ดูหลอนหนักขึ้นไปอีก หทัยรัตน์มองกระจกหลัง เห็นอนวัชเดินห่างออกไปทุกที..
หทัยรัตน์คิดและตัดสินใจเปิดประตูรถและเรียกอนวัช “คุณอนวัช..!!!“ อนวัชยิ้มร้าย “รอฉันด้วย!!!” หทัยรัตน์รีบลงจากรถฝ่าสายฝนและวิ่งมาหาอนวัช
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”
“ก็เห็นอยู่แล้วยังจะมาถามอีก”
อนวัชยิ้มหน้ากวนและกางผ้าใบบังฝนให้หทัยรัตน์ เปรยเบาๆ “โธ่..คิดว่าจะแน่..”
หทัยรัตน์เหล่ตาขวาง..อนวัชไม่สนใจยิ้มกริ่ม หทัยรัตน์กับอนวัชเดินฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมา ภายใต้ผ้าใบผืนไม่ใหญ่มากบีบบังคับให้ทั้งสองคนต้องเดินชิดกัน ถึงแม้หทัยรัตน์จะพยายามเดินตัวลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ยังต้องโดนตัวอนวัชอยู่ดี หทัยรัตน์ทำท่าอึดอัดขัดใจ แต่อนวัชกลับยิ้มอย่างมีความสุข ภายใต้ผ้าใบผืนไม่ใหญ่มากบีบบังคับให้ทั้งสองคนต้องเดินชิดกัน แขนอนวัชถือผ้าใบเหมือนโอบหทัยรัตน์ไว้
หทัยรัตน์รู้สึกได้ถึงแขนอนวัชที่โอบผ่านตัวเอง หทัยรัตน์ทนไม่ด้ายยย พูดขึ้น “ฉันถือเอง” หทัยรัตน์แย่งปลายผ้าใบไปถือ โดยไม่รอให้อนวัชตอบ ทันใดนั้นลมก็พัดมาอนวัชวูบใหญ่ .. ฟึ่บบบบ !! หทัยรัตน์ที่ไม่ทันระวัง ยังจับผ้าไม่ถนัด ปลายผ้าใบด้านหทัยรัตน์จึงหล่นลงมา “ว้ายยยยย”
“ระวัง!!“ อนวัชตกใจ รีบคว้าปลายผ้าขึ้น ทำให้อ้อมแขนอนวัชโอบหทัยรัตน์เข้ามาใกล้ตัวกว่าเดิม แถมหทัยรัตน์ยังเซมาซบหน้าอกอนวัช
“โอ๊ยยยย“ หทัยรัตน์ช้อนตามองหน้าอนวัชอย่างกระอักกระอ่วน
อนวัชสบตาหทัยรัตน์แล้วพูดกวนๆ “ทำเป็นหวงเนื้อ หวงตัว แล้วเป็นไง .. จะซบอีกนานมั๊ย ?”
หทัยรัตน์ผงะ..เฮ้ย !! รีบดันตัวออกห่างทันที แต่ออกไม่ได้ เพราะผมพันกับกระดุมเสื้ออนวัช “โอ๊ย ผมฉัน” หทัยรัตน์พยายามดึงออก

อนวัชขมวดคิ้วห้าม “นี่ อยู่เฉยๆเลย...หาเรื่องจริงๆ...เอ้าจับไว้.. “ เขาส่งผ้าใบให้หญิงสาวถือ “ถือไว้”
หทัยรัตน์เอื้อมมือมาจับปลายผ้าใบด้านตัวเอง อนวัชใช้มือข้างที่ว่างมาแกะเส้นผมออกอย่างอ่อนโยน เรียบร้อยแล้ว หทัยรัตน์รีบดึงตัวออก แล้วก็ปั้นหน้านิ่งๆ ทั้งที่ในใจเสียฟอร์มสุดๆ
“ต่อจากนี้ไปก็เดินเฉยๆ อย่ามาทำจองหองจนเกินงาม และไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัว ... ทำตัวให้ดีๆ ว่านอนสอนง่าย จะได้กลับบ้านไวๆ” อนวัชสรุปโคตรจะเป็นจอมบงการ..
หทัยรัตน์ได้แต่กัดฟันกรอดดดดด..แล้วก็สะบัดหน้าใส่ “ย่ะ” อนวัชยิ้มสะใจ หทัยรัตน์พยายามเดินตัวเกร็งที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ยังต้องโดนตัวอนวัชอยู่ดี หทัยรัตน์อึดอัดขัดใจ แต่อนวัชกลับยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนไม่อยากให้ถึงจุดหมายปลายทาง

โทรศัพท์บ้านเพชรลดาดังขึ้น นมพิมพ์รีบวิ่งไปรับด้วยความตื่นเต้น “สวัสดีค่ะ” แต่ความตื่นเต้นหายไป ความเซ็งเข้ามาแทนที่เมื่อได้ยินเสียงปลายทาง “.. คุณส่องแสง”
ส่องแสงหน้าเครียด “พี่หนึ่งยังไม่กลับ..แล้วพี่หนึ่งบอกหรือเปล่าว่าไปไหน ?”
ชุลีพยักพเยิดกับสีสุก..ทำนองว่า “เห็นมั้ย..บอกแล้ว” สีสุกรำคาญและรีบหันมาฟังต่อ
นมพิมพ์ตอบ “ไม่ได้บอกค่ะ..คุณส่องแสงมีธุระอะไรฝากไว้มั้ยคะ ?”
ส่องแสงแค้น “แค่นี้นะ” ส่องแสงกระแทก วางหูไปเลย
นมพิมพ์สะดุ้ง..และวางหูไปด้วยความเซ็ง
วิทย์ถามขึ้น “หนึ่งหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ค่ะ..คุณส่องแสงค่ะ”
“เจ้าหนึ่งมันหายไปไหนของมันนะ.. “ วิทย์ไม่สบายใจที่อนวัชหายเงียบไป

อนวัชกับหทัยรัตน์เดินอยู่ใต้ผ้าใบกลางสายฝนกระหน่ำ หทัยรัตน์เดินกอดอกด้วยความหนาว อนวัชมองอย่างเห็นใจ แล้วมองทางข้างหน้า เมื่อเห็นแสงไฟก็ให้กำลังใจหทัยรัตน์ “ข้างหน้ามีแสงไฟแล้วคุณ..ทนอีกหน่อยนะ..เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
หทัยรัตน์พยักหน้ารับ ตัวเริ่มสั่นด้วยความหนาว น้ำฝนนองพื้นถนน หทัยรัตน์เดินไปไม่ทันระวังจึงเสียหลักลื่นล้มลง “โอ้ย...”
อนวัชตกใจรีบคว้าเอวหทัยรัตน์ไว้ หมั่บ!! “คุณเป็นอะไรมั้ย”
หทัยรัตน์ผละจากตัวอนวัช “ฉันไม่เป็นไร“ หทัยรัตน์ผละมาเดินเอง แต่พอเท้าสัมผัสพื้นก็รู้สึกเจ็บแปลบ “โอ๊ย”
อนวัชจะเข้าไปช่วย “ไหนบอกว่าไม่เป็นไร”
หทัยรัตน์ฝืนเดินต่อเจ็บอีก “โอ๊ยยย !! “
“ไหนดูซิ ข้อเท้าแพลงรึเปล่า” อนวัชจะก้มลงไปดู

แต่หทัยรัตน์รีบห้าม “ไม่ต้อง ฉันทนได้ “ เมื่อหทัยรัตน์เหยียบพื้นอีก ก็เจ็บแปลบจนตาหยี กัดฟันไม่ยอมร้องออกมา อนวัชส่ายหน้า รู้ว่าหทัยรัตน์ฝืน อนวัชรีบเข้ามาพยุงไว้ด้วยความเป็นห่วง หทัยรัตน์สะบัดตัวหนี “ไม่ต้อง..ฉันเดินเองได้”
อนวัชปล่อยมือแล้วปรายตามองดูอาการ หทัยรัตน์ขยับจะเดินเจ็บแปลบขึ้นมาอีก อนวัชเข้ามาประคองไว้และดุ
“นี่เหรอเดินเองได้..ทำเป็นอวดเก่ง” อนวัชจับมือหทัยรัตน์ให้มาโอบตัวเองไว้
“นี่คุณ..จะทำอะไรน่ะ”
“ก็ช่วยให้คุณเดินสะดวกขึ้นไง” อนวัชโอบมือรอบเอวหทัยรัตน์
“คุณอนวัช..ปล่อยฉันนะ”
“นี่..คุณอย่าโวยวายนักได้มั้ย..ผมก็ไม่ได้อยากจะทำนักหรอก แต่มันต้องทำเพราะถ้าคุณเดินไม่ได้ ผมก็ไปหาคนมาช่วยเปลี่ยนยางรถไม่ได้..เข้าใจหรือยัง”
หทัยรัตน์สะบัดหน้าหนี..จำใจยอม อนวัชคอยประคองหทัยรัตน์เดินต่อไป เธอหันหน้าหนีไม่ยอมสบตาเขา อนวัชมองหทัยรัตน์ในระยะประชิด..ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งเห็นเสน่ห์ของหทัยรัตน์มากขึ้น..อนวัชอมยิ้มพอใจ

สุดา ทิพย์ สุทธิ์ สัทธา นั่งรอหทัยรัตน์ใจจดใจจ่อ เสียงโทรศัพท์ดัง ทุกคนสะดุ้งจะลุก
สุดาพูดขึ้น “แป้นรับเองค่ะ “สุดารีบมารับโทรศัพท์“สวัส..”
สุดาพูดยังไม่จบ ส่องแสงก็สวนมาเสียงดัง “แป้น..นี่นังปุ้มน้องสาวตัวดีของเธอมันยังไม่กลับบ้านใช่มั้ย ?”
“พี่ส่องมีธุระอะไรเหรอคะ?“
ส่องแสงจิกหางตาสุดฤทธิ์ “ที่จริงมันก็ไม่ใช่ธุระของฉันหรอก เพียงแต่ฉันทนอับอายขายขี้หน้าไม่ไหว เลยต้องบอกให้เธอเตรียมตัวรับความฉาวโฉ่ของญาติเธอไว้ให้ดี..แม่นางฟ้า นางสวรรค์ ที่ใครๆก็ชื่นชมนักหนาว่าเป็นคนดี ที่แท้ก็เที่ยวตะลอนๆกับผู้ชายค่ำๆมืดๆ”
ชุลีกับสีสุกยืนเชียร์อยู่ข้างๆ ส่องแสงยิ่งใส่สุดอารมณ์
สุดางง “พี่ส่องพูดถึงอะไรคะ ?”
“ฉันจะบอกให้นะฉันเห็นนังปุ้มมันนั่งรถไปกับพี่อนวัช ดูเหมือนจะออกไปชลบุรี ตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาทั้งสองคน.. “
“พี่ส่องเห็นพี่หนึ่งไปกับปุ้มจริงๆเหรอคะ” ทิพย์ สุทธิ์ สัทธา หันมาด้วยความสนใจ
ส่องแสง..คิดๆ แล้วก็ยิ้มร้าย..โกหกสวมรอยทันที “ใช่..และพี่ก็ไม่ได้เห็นคนเดียว เพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันก็เห็นหมด พี่คงไม่ต้องบอกนะว่าเค้าคิดยังไง ที่แม่ปุ้มไปต่างจังหวัดกับผู้ชายสองต่อสอง พี่เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าสักวันเดือนประดับต้องเหม็นโฉ่เพราะนังปุ้ม ผิดคำพี่ที่ไหน อีกหน่อยเถอะ..เค้าคงจะได้ลือกันทั้งตลาด และมันคงจะงามหน้าเข้าไปอีก ถ้าสักวันนังปุ้มมันท้องไม่มีพ่อ”
ส่องแสงวางหูไปด้วยความแค้น สีสุก ชุลี ตบมือ
“เก่งมากลูกแม่”

“ดีมากจ้ะส่อง..ชนะเลิศ”
ส่องแสงยิ้มอย่างสะใจ
สุดาวางหูไปอึ้งๆ ทิพย์รีบถาม “ใครโทร.มาแป้น”
“พี่ส่องค่ะ..พี่ส่องบอกว่าเห็นพี่หนึ่งขับรถไปกับปุ้มตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ดูเหมือนสองคนนั้นจะไปชลบุรีค่ะ”..
“ห๊ะ..ชลบุรี”
สัทธา ทิพย์ สุทธิ์ตกใจ ทิพย์แทบทรุดอยากจะเป็นลม

หทัยรัตน์กับอนวัชเดินประคองกันมาถึงที่บ้านหลังอนวัชเป็นบ้านไม้ขนาดกลาง..
“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว..ยังไหวใช่มั้ย” อนวัชแกล้ง “หรือจะให้ฉันอุ้มเข้าไป”
หทัยรัตน์รีบบอกเสียงดังมาก “ไม่ต้อง..ฉันเดินเองได้”
อนวัชอมยิ้มสองคนเดินผ่านป้าย “บ้านกำนันไสว”

ป้าขมิ้นออกมาต้อนรับ “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย..ออกไปช่วยงานแต่งงานคนข้างบ้าน ทั้งพ่อกำนันผัวฉันทั้งลูกชายไปกันหมดบ้านเลย.. เอาอย่างนี้ คุณสองคนก็รออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันไปตามพวกหนุ่มๆมาให้”
อนวัชกับหทัยรัตน์นั่งตัวเปียกซ่ก
“ขอบคุณคุณป้ามากครับ”
“ไม่เป็นไร..เรื่องแค่นี้เอง..รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา” ป้าขมิ้นเดินออกไป
อนวัชหันมาเห็นหทัยรัตน์ตัวเปียกซ่ก แถมยังจาม ท่าทางจะเป็นหวัด หญิงสาวเอามือปิดปาก “ฮัดเช้ย!”
อนวัชคิดแล้วเดินตามป้าขมิ้นออกไป “ป้าครับ..ป้า..”
หทัยรัตน์มองตามด้วยความแปลกใจ

ที่บ้านพักพินิจฝนตกหนักไม่แพ้กัน พินิจนอนตัวสั่นและเพ้อ หน้าซีด ปากสั่น “หทัยรัตน์ “
พรรณีนั่งอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง จับตัวพินิจแล้วก็ตกใจ “ตัวร้อนมากเลย..ทำไงดี..พี่นิจ..พี่นิจ”
พินิจเพ้อ .. ไม่รู้สึกตัว “หทัยรัตน์..หทัยรัตน์”
“แย่แล้ว..นี่ไข้ขึ้นจนไม่รู้สึกตัวเลยเหรอเนี่ย.. “ พรรณีคิดหนัก

หทัยรัตน์นั่งจับขาที่แพลงด้วยความเจ็บปวด
อนวัชเดินเข้ามา “ถอดเสื้อผ้าออก!!!”
หทัยรัตน์ตกใจ เงยหน้ามามองอนวัชตาเขียว“จะบ้าเหรอ..คุณจะทำอะไรฉัน..ฉันไม่ยอมนะจะบอกให้..ถ้าคุณเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียวฉันจะ” หทัยรัตน์หันไปหยิบมีดเล็กๆสนิทเกรอะที่วางอยู่ในเชี่ยนหมากข้างๆมาชี้ไปที่อนวัช “ฆ่าคุณจริงๆด้วย”
“นี่เธอจะบ้าเหรอ..เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเธอ..นี่...ฉันไปยืมเสื้อผ้าป้ามาให้เธอเปลี่ยน” อนวัชชูชุดป้าขมิ้นให้ดู “อยู่ชุดนี้ทั้งคืนมีหวังเธอต้องเป็นปอดบวมแน่ๆ ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรอกน่า”
หทัยรัตน์จ๋อย..ค่อยๆลดมีดลง “ก็..ใครจะไปรู้ล่ะ”
อนวัชส่งเสื้อผ้าให้ แล้วมองหทัยรัตน์ยิ้มๆ “จะบอกให้นะ..และถ้าฉันคิดจะทำจริงๆ..แค่มีดทื่อๆเล่มเดียวมันหยุดฉันไม่ได้หรอก” อนวัชยิ้มร้าย “เปลี่ยนชุดซะ เดี๋ยวฉันจะเอาเสื้อที่เปียกไปผิงไฟให้”
หทัยรัตน์กางชุดออก เห็นอนวัชยังยืนอยู่ไม่ออกไปไหน “จะให้เปลี่ยนก็ออกไปซะทีสิ...ยืนอยู่แบบนี้ ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ยังไง”
อนวัชชะงัก..เออจริง... แต่ยังมีฟอร์ม ทำเป็นพูดกวนๆ “อย่างกับน่ามองตายแหละ” อนวัชเดินออกไป หทัยรัตน์ปรายตามอง เชอะ..

หน้าบ้านกำนันฝนเริ่มซา ที่ใต้ถุนมีเตาไฟจุดอยู่ เสื้อผ้าหทัยรัตน์อยู่วางในตะกร้า อนวัชบิดน้ำออก และสะบัดเสื้อผ้าออก จากนั้นก็นำไปแขวนกับไม้ที่พาดอยู่ใกล้เตาไฟอย่างเรียบร้อย
หทัยรัตน์อยู่ในชุดผ้าถุงและเสื้อผ้าฝ้ายดูแล้วสวยใสสบายๆแปลกตา หทัยรัตน์เดินเข้ามาเห็นอนวัชจัดการเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ทึ่งๆ ไม่น่าเชื่อว่าอนวัชทำได้
ทันใดนั้นอนวัชก็ถอดเสื้อตัวเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างส่วนบน โอโม่มาก หทัยรัตน์ช็อก “ว้ายยยย !! “
อนวัชชะงักหันมาตามเสียง หือ ? หทัยรัตน์รีบหลบวูบบบบ อนวัชหันไปที่หน้าต่างไม่เห็นหทัยรัตน์แต่เห็นเงาวูบวาบ อนวัชขำๆ... “แน้แอบมอง” อนวัชยิ้มอย่างมีความสุข

หน้าบ้านกำนันฝนเริ่มซา ป้าขมิ้นเดินเข้ามา อนวัชกำลังยืนหันรีหันขวางอยู่กลางบ้าน
“พ่อหนุ่ม..ยายไปบอกกำนันให้แล้วนะ เดี๋ยวพอเสร็จจากบ้านงานเค้าจะมาช่วย แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง ? หิวมั๊ย ? “
“ก็..ยังไม่ได้กินอะไรกันมาตั้งแต่เที่ยงครับ”
“เดี๋ยวป้าไปทำให้ พอดีมีข้าว กับหมูเหลืออยู่หน่อย เดี๋ยวทำข้าวต้มให้นะ”
อนวัชรีบบอก “ขอบคุณมากครับคุณป้า..แต่เดี๋ยวผมทำเองดีกว่าครับ”
“คุณเนี่ยนะ..ทำเป็นเหรอ ?”
“ก็พอเป็นอยู่บ้าง..ข้าวต้มนี่ก็เคยทำบ่อยๆครับ. “ อนวัชยกมือไหว้ “ผมขอบพระคุณคุณป้ามากนะครับที่มีน้ำใจ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/2 วันที่ 10 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ