อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/3 วันที่ 10 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/3 วันที่ 10 มื.ย. 58

“คุณเนี่ยนะ..ทำเป็นเหรอ ?”
“ก็พอเป็นอยู่บ้าง..ข้าวต้มนี่ก็เคยทำบ่อยๆครับ. “ อนวัชยกมือไหว้ “ผมขอบพระคุณคุณป้ามากนะครับที่มีน้ำใจ”
“ไม่เป็นไร..แค่นิดหน่อยๆ..มาเดี๋ยวป้าบอกให้ว่าครัวอยู่ไหน “
“คุณป้าครับ..ก่อนไปครัว..ผมจะขอความช่วยเหลือสักอย่างนึงครับ..” อนวัชถามด้วยน้ำเสียงแสนจะเกรงใจ และ อ่อนน้อม

อนวัชเดินเข้ามาในห้องพร้อมขวดยา หทัยรัตน์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง..
“มานั่งตรงนี้”
“ทำไมฉันต้องไปนั่งตรงนั้น”


“มาเถอะน่า นั่งตรงนี้สว่างหน่อย”
“ฉันจะไม่ทำจนกว่าคุณจะบอกก่อนว่าทำไม ?”
“ฉันจะทายาให้..ขาเธอแพลงอยู่ไม่ใช่เหรอ ?”
“คุณส่งยามาให้ฉัน ฉันทาเองได้”
“ไม่เป็นไร ฉันทาให้.. “
“ฉันไม่..”
อนวัชเดินมาหา นั่งคุกเข่าข้างหน้าหทัยรัตน์ แล้วดึงเท้าหทัยรัตน์มาเลย ขี้เกียจเถียง
“โอ๊ย !!“ หทัยรัตน์จะดึงกลับ แต่อนวัชจับไว้
“อยู่เฉยๆ ..” อนวัชเทยาลงที่ฝามือ
“คนอะไรไม่รู้ชอบบังคับ..พวกบ้าอำนาจ”
“รู้ไว้ก็ดีแล้ว..จะได้ไม่ขัดใจฉัน.. “ อนวัชยิ้ม หทัยรัตน์ค้อนใส่ อนวัชค่อยๆนวดขาหทัยรัตน์อย่างอ่อนโยน “เจ็บหรือเปล่า .. “
หทัยรัตน์นิ่งไม่ตอบ อนวัชแกล้งบีบแรงๆ หทัยรัตน์ร้อง “โอ้ย..นี่คุณ..จะหักขาฉันหรือไง “
“ก็ฉันทดสอบดูว่าเธอยังมีความรู้สึกอยู่หรือเปล่า? เห็นถามก็ไม่ตอบ..ตอนนี้เป็นไงบ้าง..ฉันนวดแรงไปหรือเปล่า..ยังเจ็บอยู่มั้ย..”
หทัยรัตน์จะไม่ตอบ อนวัชเตรียมจะบีบขา หทัยรัตน์รีบตอบ “ไม่เจ็บ.. “
อนวัชยิ้มพอใจ หทัยรัตน์เชิดนิดๆด้วยความงอน อนวัชตั้งใจนวดขาให้หทัยรัตน์อย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม หทัยรัตน์ปรายตามามองอนวัชเห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่..หทัยรัตน์หวั่นไหวเล็กน้อย หทัยรัตน์รีบดึงขาออกและพูดขึ้น “พอแล้วค่ะ..ฉันไม่เจ็บแล้ว”
“แน่ใจ?”
“ค่ะ” อนวัชก้มเก็บขวดยา เสียงหทัยรัตน์ดังแผ่วๆ “ขอบคุณมาก”
อนวัชชะงักเงยหน้าขึ้นมามองหทัยรัตน์ หญิงสาวทำหน้านิ่งๆ แต่ในใจเขินๆแล้วก็หันหน้าไปทางอื่น “เมื่อกี๊เธอพูดอะไรนะ..?? ฉันฟังไม่ถนัด”
“ฉันรู้ว่าคุณได้ยิน และได้ยินถนัดชัดดี ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ .. ฉันเหนื่อย ฉันจะนอนพักอยู่ตรงนี้ รอเวลากลับบ้าน”
หทัยรัตน์พูดจบแล้วหันหลัง ล้มตัวลงนอนเลย
อนวัชเห็นหทัยรัตน์หันหลังแล้วก็อมยิ้มนิดๆ .. รู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ “นอนพักไปก่อนนะ ฉันจะทำข้าวต้มมาให้”
อนวัชเดินออกไป หทัยรัตน์ค่อยๆลืมตาขึ้น..ขมวดคิ้ว...“ทำข้าวต้ม?”
วิทย์เดินไปมา และหยุดที่นาฬิกาเรือนโตบอกเที่ยงคืน วิทย์ร้อนใจ และเดินไปโทรศัพท์ “สวัสดี..ปุ๊ใช่มั้ย นี่ลุงเองนะ ปุ้มกลับมาหรือยัง ?”
สัทธาตอบกลับไป “ยังครับ..แล้วหนึ่งล่ะครับ.. ? ติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ?”
“ยังเลย..ปุ๊ได้ข่าวอะไรเพิ่มเติมบ้างมั้ย ?”
“เอ่อ.. “ สัทธาคิดและตัดสินใจบอก “มีครับ..มีคนเห็นหนึ่งขับรถออกไปทางชลบุรีกับปุ้มตอนหัวค่ำครับ”
วิทย์ตกใจ แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ไม่แสดงออกมาก “อย่างนั้นก็แสดงว่าตอนนี้ไอ้หนึ่งมันอยู่กับหนูปุ้มจริงๆสินะ.. ปุ๊..ลุงฝากขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ ที่ไอ้ลูกชายตัวแสบของลุงก่อเรื่องแบบนี้ ลุงจะถามเพื่อนที่ทางหลวงให้ตรวจสอบรายชื่อรถที่ประสบอุบัติเหตุวันนี้ดูว่ามีรถหนึ่งหรือเปล่า รู้ข่าวแล้วอาจะรีบบอก บอกทั้งสองคนด้วยว่าถ้าไอ้หนึ่งมันกลับมาเมื่อไหร่ ลุงจะรีบโทร.ไปบอกทันที”
“ครับ..” สัทธาวางหูไป
ทิพย์เดินเข้ามาหา “ปุ๊ไม่น่าบอกคุณลุงเรื่องที่แม่ส่องบอกเลยลูก คุณลุงจะเป็นห่วงเปล่าๆ”
“แต่ผมคิดว่าคุณลุงน่าจะรู้นะครับ..เพราะไอ้หนึ่งมันทำผิดจริงๆ และเรื่องนี้คุณลุงเท่านั้นที่จะจัดการกับมันได้..ไอ้หนึ่งน่ะไอ้หนึ่ง..มันทำอะไรของมันอยู่วะ..” สัทธาทั้งไม่พอใจและไม่เข้าใจ

อนวัชกำลังสับหมูสับ พอได้ที่ก็นำมาปั้นเป็นก้อนๆใส่ในหม้อข้าวต้ม อนวัชคนข้าวในหม้อพักหนึ่ง แล้วหันไปหั่นต้นหอม คื่นช่าย
หทัยรัตน์ได้กลิ่นข้าวต้มหอมมมมลอยมา...เสียงท้องร้องงงง จ๊อกกกกกก !!!
อนวัชตักข้าวต้มใส่ชาม ข้าวต้มดูน่ากินมากกกก อนวัชยิ้มพอใจ
หทัยรัตน์ลุกขึ้น หลับตาดมกลิ่นข้าวต้ม...หอมจังเลย ทันใดนั้นประตูห้องเปิดเข้ามา หทัยรัตน์รีบล้มตัวลงนอนทันที
อนวัชเดินเอาข้าวต้มหมูมาให้หทัยรัตน์ แต่เห็นหทัยรัตน์หลับ จึงวางถาดลง “ฉันทำข้าวต้มมาให้ กินซะ เมื่อกี๊ป้าบอกว่ามีคนมาช่วยแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปดูเปลี่ยนยางที่รถ ถ้าเรียบร้อยแล้วจะมารีบมารับ”
หทัยรัตน์ทำเป็นหลับไม่ได้ยิน.. มีผมมาปรกหน้า อนวัชค่อยๆเอื้อมมือมาปาดผมหทัยรัตน์ให้พ้นทางและมองดูหน้าหทัยรัตน์อย่างชัดๆอีกครั้ง ใบหน้าหทัยรัตน์ตอนหลับดูสวยสงบและน่าทะนุถนอม หทัยรัตน์แอบใจสั่น แล้วอนวัชก็ยิ้ม “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ และได้ยินฉันพูดทุกอย่าง .. ถ้ายังไม่ลืมตา ฉันจะ..”
อนวัชทำเป็นก้มหน้ามาเหมือนจะจูบ หทัยรัตน์ลืมตาพรึ่บ !!! แล้วก็ลุกพรวดขึ้นมาเลย “ฉันตื่นแล้ว”
อนวัชยิ้ม แทบจะขำออกมา “ดี !! กินซะเดี๋ยวฉันมารับ “ อนวัชพูดจบแล้วก็เดินออกไป อนวัชยิ้มกวนๆ ด้วยความพอใจ
หทัยรัตน์มองตามทั้งเขิน ทั้งอาย .. พอเห็นข้าวต้มท้องก็ร้องขึ้นมาอีกที “จ๊อกกกก” !! หทัยรัตน์เดินมาที่ชามข้าวต้ม หทัยรัตน์มองด้วยความแปลกใจ ระคนประทับใจ ... ก็ดีนะ แต่ดีแบบไม่สุดบอกไม่ถูก หทัยรัตน์แอบสับสนเบาๆในใจ

ที่บ้านพักของพินิจ พินิจเพ้อหาหทัยรัตน์ “หทัยรัตน์ ... หทัยรัตน์ .....” พินิจเพ้อจนหมดสติ..นิ่งไป
พรรณีมองด้วยความตกใจ “พี่นิจ..” พินิจนิ่งไม่ตอบ พรรณีตกใจ...ตะโกนเรียกคนรถ “ลุงชม..ลุงชมโทร.หาหมอเร็ว...”

ที่ห้องรับแขก ชมยกโทรศัพท์ขึ้นและหันมาทางพรรณี “โทรศัพท์โทร.ออกไม่ได้ครับ สงสัยจะฝนตกหนัก สายเลยขาด”
“แล้วโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในตลาด ..ผมรู้จักครับ คุณหนูจะให้ผมพาคุณพินิจไปเลยมั้ยครับ”
“จ้ะ..แต่..เดี๋ยวจะมีคนมาที่นี่น่ะสิ..ทำไงดี..เอาอย่างนี้เดี๋ยวลุงพาพี่นิจไปหาหมอนะ แล้วฉันจะอยู่รอเพื่อนพี่นิจที่นี่ พอเจอกันแล้วฉันจะรีบพาเค้าไปหาพี่นิจที่โรงพยาบาล” พรรณีออกคำสั่งอย่างเฉียบคม

หน้าบ้านพัก รถของพินิจขับฝ่าฝนออกไป พินิจนั่งเบาะหลังหลับตานิ่งอาการหนัก พรรณีมองตามด้วยความเป็นห่วง..

ถนนเฉอะแฉะฝนซาแล้ว กำนันใส่ยางอะไหล่ให้หนึ่งเรียบร้อย กำลังขันประแจให้แน่น “โชคดีที่มียางอะไหล่อยู่ แต่มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ คงจะใช้วิ่งได้ไม่ไกล”
“ไม่เป็นไรครับ..อีกสักพักก็คงจะถึงบ้านเพื่อนผมแล้ว ค่อยเปลี่ยนยางอีกที เชิญกำนันขึ้นรถครับ ผมจะขับไปส่งที่บ้าน”
อนวัชเชิญกำนันขึ้นบ้านอย่างนอบน้อม ทั้งสองคนขึ้นรถ อนวัชขับรถออกไป

ที่บ้านกำนัน หทัยรัตน์เปลี่ยนใส่ชุดเดิมเรียบร้อยแล้ว
“หนูใส่เสื้อผ้าป้าไปก่อนก็ได้นะ..ชุดหนูมันยังไม่แห้งไม่ใช่เหรอ ? “
“ค่ะ..แต่มันก็พอใส่ได้ค่ะ..ส่วนชามข้าวต้ม ปุ้มล้างคว่ำไว้ในครัวนะคะ ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ” หทัยรัตน์ยกมือไหว้
“ไม่เป็นไรหรอก.. ต้องไปขอบคุณผัวหนู” หือ? ปุ้มสะอึก “เค้าเป็นคนทำข้าวต้ม ไม่ใช่ป้าหรอก” ป้าขมิ้นเห็นไฟหน้ารถ “เออ ผัวหนูตายยากจริง พูดถึงก็มาพอดี”
หทัยรัตน์สะดุ้ง ได้โอกาสชี้แจง “เอ่อ..เค้าไม่ใช่สามีหนูค่ะป้า”
ป้าขมิ้นตกใจ “อ้าว..ไม่ใช่ผัวแล้วทำไมมาด้วยกันดึกดื่นๆแบบนี้หล่ะ..นี่แล้วเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า ??”
หทัยรัตน์อาย “เอ่อ..เปล่าค่ะ”
“ตายแล้ว ไม่ได้เป็นผัวเมียกัน ไม่ได้เป็นพี่น้องกัน..แล้วมาด้วยกันได้ยังไง..นี่ถ้าเป็นลูกเป็นหลานป้า ป้าไม่ยอมหรอกนะ เป็นขี้ปากชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน เป็นสาวเป็นนางทำแบบนี้ไม่ได้!! แล้วที่บ้านปล่อยออกมาได้ยังไง?เค้าไม่ห่วงกันเหรอห๊ะ?”
ป้าขมิ้นใส่เป็นชุด ... ปุ้มสะอึกไป..นิ่งเครียดตอบไม่ถูก

ที่บ้านเพชรลดาเวลาตีสอง ไฟยังสว่างอยู่ วิทย์นั่งเครียดและตัดสินใจลุกขึ้นไปโทรศัพท์
สุดาฟุบหลับอยู่ที่ห้องรับแขก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุดาสะดุ้งตื่นและรีบเดินมารับ “สวัสดีค่ะ ..คุณลุงเหรอคะ แป้นพูดเองค่ะ..พี่หนึ่งกลับมาหรือยังคะ?” สุดาถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
วิทย์พูดด้วยเสียงขรึม “ยังจ้ะ..แล้วพ่อกับแม่ยังรออยู่หรือเปล่าแป้น”
“แป้นให้คุณพ่อกับคุณแม่ไปพักแล้วค่ะ “
“แป้นบอกพ่อกับแม่ด้วยนะว่าลุงสอบถามจำนวนรถที่ประสบอุบัติเหตุในวันนี้แล้ว ไม่มีรถของหนึ่งรวมอยู่ด้วย..สบายใจได้ว่าทั้งสองคนไม่ได้ประสบอุบัติเหตุที่ไหน..นี่ก็ดึกมากแล้วแป้นไปนอนเถอะ ไม่ต้องกังวล..ลุงฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยว่า วันพรุ่งนี้ลุงจะไปหาที่เดือนประดับแต่เช้า เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในวันนี้ ลุงจะจัดการเอง” วิทย์พูดเสียงเข้ม
สุดารับคำ “ค่ะ” สุดาวางหูโทรศัพท์ไปด้วยความกังวล ..

พรรณีนั่งไม่ติด กระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่ง มองออกมาหน้าบ้านตลอดเวลาและก็ยิ้มที่เห็นไฟรถอนวัช พรรณีรีบวิ่งมารับ รถอนวัชแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
หทัยรัตน์มองรอบๆ งงว่าที่นี่ที่ไหน บ้านของใคร “ที่นี่เป็นบ้านของใคร?” อนวัชไม่ตอบ
จู่ๆพรรณีวิ่งออกมาอย่างดีใจ “ปุ้ม!!“
หทัยรัตน์หันไปตกใจ “พรรณี!” แล้วก็เดาออก “นี่คุณ...” หทัยรัตน์หันมาทางอนวัช ...
“ฉันทำเพื่อพินิจ!!“
หทัยรัตน์ทั้งโกรธทั้งอึ้ง พูดไม่ออก ...

อนวัชคุยกับพรรณีอยู่ที่หน้าบ้าน
“พินิจเข้าโรงพยาบาลด่วน! “
“ค่ะ ไปได้สักพักแล้ว ไปกับคนขับรถ ณีตั้งใจว่าพอพี่อนวัชกับปุ้มมาถึงเราก็ตามไปที่โรงพยาบาล”
“แต่ยางอะไหล่ที่พี่เปลี่ยนมา มันไม่ค่อยดี เมื่อกี๊ขับมาก็ต้องระวัง พี่กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุกลางทางเสียก่อน..ที่นี่มียางอะไหล่ให้พี่เปลี่ยนหรือเปล่า ?”
“ไม่มีหรอกค่ะ จะมีก็อยู่ที่รถ ต้องรอให้คนขับรถกลับมาก่อน..ซึ่งณีก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่” อนวัชเครียดคิดหนัก “ณีต้องขอโทษพี่หนึ่งด้วยนะคะที่ทำให้ลำบากแบบนี้..”
“พี่น่ะไม่ลำบากหรอก เรื่องแค่นี้ พี่ทนได้ เพื่อพินิจ...จะห่วงก็แต่ ... “ อนวัชคิดถึงหทัยรัตน์

หทัยรัตน์นั่งนิ่ง หน้าเครียด พรรณีถือแก้วน้ำมาให้พร้อมกับผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าห่ม และหมอน “ปุ้ม..นี่จ้ะน้ำดื่ม ผ้าเช็ดตัว แล้วก็เสื้อผ้าของฉันถ้าเธอต้องการจะเปลี่ยน ส่วนนี่ก็ผ้าห่ม กับหมอน เธอพักในห้องนี้ตามสบายนะ มีอะไรที่เธอต้องการอีกหรือเปล่า?”
หทัยรัตน์หันมาพูดเสียงนิ่งๆ กังวล น่าสงสาร “ฉันต้องการกลับบ้าน..” พรรณีอึ้งไป “ฉันไม่ต้องการมาที่นี่ และฉันก็ไม่ต้องการพักที่นี่..ขอโทษนะพรรณีที่ฉันต้องพูดตรงๆ แต่ฉันต้องการกลับบ้านจริงๆ ฉันไม่ได้บอกใครที่เดือนประดับเลย ป่านนี้ไม่รู้ว่าคุณลุงคุณป้าพี่ปุ๊พี่แป้นจะเป็นห่วงฉันแค่ไหน”
“ฉันเข้าใจปุ้ม..แต่ฉันขอโทษที่ทำตามไม่ได้..เพราะต้องรอให้คนขับรถฉันกลับมาก่อนถึงจะพาเธอกลับบ้านได้..ซึ่งอาจจะเป็นพรุ่งนี้เช้า..โทรศัพท์ที่นี่ก็เสีย ฉันเองก็จนปัญญา คืนนี้คงต้องรบกวนให้เธอค้างที่นี่” หทัยรัตน์สะอึกไป.. “เธอคงจะไม่โกรธนะปุ้ม”
หทัยรัตน์อึ้ง...รู้สึกจุกในคอ เสียใจ น้อยใจในโชคชะตา อนวัชเดินมาหน้าห้อง ... ชะงักเท้าและแอบฟัง หทัยรัตน์ตอบด้วยความเศร้าใจในโชคชะตา “ฉันจะไปโกรธใครได้นอกจากโกรธตัวเอง..ที่ทำตัวเป็นผู้หญิงเหลวไหล ค่ำมืดดึกดื่นก็ยังไม่กลับบ้าน ถ้าคนอื่นรู้ว่าฉันมากับผู้ชายคนนึง เพื่อมาหาผู้ชายอีกคน เค้าจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงยังไง”
พรรณีปลอบ “ปุ้ม ... อย่าคิดมากเลยนะ”
อนวัชฟังแล้วคิดตาม เริ่มรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ทำ
หทัยรัตน์เครียด...เสียใจ น้ำตาตก “ฉันก็ไม่อยากคิดมาก .. ถ้าฉันไม่ใช่เด็กในการปกครองของคุณลุง คุณป้า..ท่านทั้งสองเลี้ยงดูฉันมาอย่างดี แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับฉัน กำลังทำให้ท่านต้องเสื่อมเสีย .. แล้วแบบนี้เธอจะไม่ให้ฉันคิดมากได้ยังไง” หทัยรัตน์คิดถึงป้า ลุง แล้วก็ยิ่งเสียใจ “ที่ผ่านมา ..ฉันพยายามทำตัวอยู่ในกรอบปฎิบัติอันดี แต่วันนี้..ทุกคนทำเหมือนฉันไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ จะจูงไปไหน จะสั่งให้ทำอะไรก็ได้..ไม่มีใครคิดถึงใจฉันเลย แล้วสุดท้ายเมื่อทุกคนได้ในสิ่งที่ต้องการ .. ทุกคนพอใจ แต่คนที่ต้องเสียใจ คนที่โดนดูถูกก็คือฉัน..คนเดียวเท่านั้น”
หทัยรัตน์ร้องไห้ พรรณีได้แต่เศร้า หน้าห้องที่อนวัชยืนอยู่ ได้ยินหทัยรัตน์พูดแล้วอึ้งไป..ด้วยความสำนึกผิดที่ค่อยๆผุดขึ้น

อนวัชออกมาที่ห้องรับแขก สีหน้าเครียด ...รู้สึกผิดเบาๆ

ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด กลางคืนแสงไฟสลัว หมอ พยาบาล วิ่งวุ่น เข้าออกห้องฉุกเฉิน พยาบาลวิ่งมาหาคนรถที่ยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน “คุณเป็นคนขับรถของคนไข้ชื่อพินิจ พนัสพงษ์ใช่มั้ยคะ “
“ครับ”
“ตอนนี้คนไข้อาการหนักมากนะคะ คุณติดต่อกับญาติผู้ป่วยได้มั้ยคะ?“
คนรถหน้าเหวอไป...ทำยังไงดี
หทัยรัตน์นั่งอยู่บนเตียงในชุดเดิม ใบหน้าหมองเศร้าและคิดมาก เสียงเคาะประตูดังขึ้น หทัยรัตน์หันไปถาม “ใครคะ?”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/3 วันที่ 10 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ