อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/4 วันที่ 10 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/4 วันที่ 10 มื.ย. 58

หทัยรัตน์นั่งอยู่บนเตียงในชุดเดิม ใบหน้าหมองเศร้าและคิดมาก เสียงเคาะประตูดังขึ้น หทัยรัตน์หันไปถาม “ใครคะ?”
เสียงอนวัชดังเข้ามา “ฉันเอง”
หทัยรัตน์ลุกขึ้นยืดหลังตรง และตอบกลับเสียงนิ่ง “ฉันต้องการพักผ่อนไม่อยากเจอใครทั้งนั้น..กรุณาอย่ามายุ่งกับฉัน”

อนวัชชะงัก คิด และพูดกลับไปเสียงอ่อนโยน “ถ้างั้นก็..พักผ่อนให้สบายนะ ฉันเปลี่ยนยางรถได้เมื่อไหร่ ฉันจะรีบไปส่งเธอที่บ้าน แต่ระหว่างทางฉันจะขอแวะเยี่ยมพินิจที่โรงพยาบาล..” เขาอึกอักนิดๆ “ส่วนเธอจะขึ้นไปเยี่ยมหรือไม่..ก็ตามแต่ใจ” อนวัชอ่อนลง แต่หทัยรัตน์ก็ไม่รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย


“ขอบคุณค่ะ..ที่ยัง “อุตส่าห์” ให้ดิฉันมีสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของฉันเอง”
อนวัชมองด้วยความรู้สึกผิด อยากจะพูดขอโทษ..แต่มันไม่ออกมาจากปาก “หทัยรัตน์...ฉัน” หทัยรัตน์รอฟัง อนวัชตัดสินใจไม่พูด “ไม่มีอะไรแล้ว..ราตรีสวัสดิ์” อนวัชตัดใจ เดินกลับออกไป
หทัยรัตน์แปลกใจที่อนวัชยอมไปแต่โดยดี..หทัยรัตน์นั่งลงเหมือนเดิมและถอนหายใจเบาๆ ด้วยความกลุ้ม

อนวัชนอนอยู่ที่ห้องรับแขก ฝนนอกบ้านตกโปรยปราย
หทัยรัตน์เอนหลังอยู่บนเตียงนอนไม่หลับ
สายฝนที่ตกอยู่ข้างนอก อากาศเย็นสบาย แต่ในใจกลับร้อนรนวุ่นวายทั้งสองคน

เช้าวันต่อมา เป็นเช้าหลังฝนที่อากาศสดชื่น รถของพรรณีขับเข้ามา อนวัชยืนรออยู่ แววตามีหวัง

พรรณีเคาะประตูหน้าห้องหทัยรัตน์ “ปุ้ม..ฉันเองนะ..ตื่นหรือยัง ?” หทัยรัตน์เปิดประตูออกมา หน้าซีดเซียว พรรณีทัก “ปุ้ม..นอนไม่หลับเหรอ ? “
“มีอะไรเหรอ ?”
“คุณอนวัชเปลี่ยนยางรถเรียบร้อยแล้ว..ให้ฉันมาตามเธอลงไป”
“ขอบใจนะ..” หทัยรัตน์จะเดินไป
พรรณีเรียกไว้ “ปุ้ม” หทัยรัตน์หันมา พรรณีเดินมาหาและพูดด้วยความสำนึกผิด “ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องพี่นิจและเรื่องคุณแม่ คำขอโทษของฉันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรให้มันดีขึ้น แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่า..เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน..ดีจนบางครั้ง..ฉันคิดว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะเป็นเพื่อนกับเธอ”
พรรณีร้องไห้.. หทัยรัตน์เข้าใจ จับมือพรรณี “ณี ... อย่าคิดแบบนั้น เราสองคนไม่ได้มีใครดีไปกว่าใคร เราต่างมีหน้าที่ มีสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทอะไร .. อยากให้ณีจำไว้ว่าเรายังเป็นเพื่อนกันเสมอ มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” หทัยรัตน์ยิ้มให้นิดๆ
พรรณียิ้มรับทั้งน้ำตาและจับมือหทัยรัตน์ไว้แน่น “ขอบใจมากปุ้ม..”
อนวัชยืนคุยกับพรรณีอยู่ที่ข้างรถ..คนรถรออยู่ที่รถของพรรณี
“ณีนั่งรถไปกับลุงชม..พี่หนึ่งขับตามมานะคะ”
“ครับ...แต่...พี่ไม่รับปากว่าปุ้มเค้าจะขึ้นไปเยี่ยมพินิจหรือไม่..พี่ให้ตัดสินใจเอง”
“ณีเข้าใจ และทำใจแล้วค่ะ ณีก็ไม่อยากบังคับปุ้มเหมือนกัน..เท่านี้ก็รู้สึกว่ามันมากเกินไปแล้ว “
อนวัชรู้สึกไม่ต่างกัน.. หทัยรัตน์เดินออกมาจากบ้าน..พรรณีหันไปเห็น “ปุ้มมาแล้ว..เรารีบไปกันเถอะค่ะ พี่หนึ่งกับปุ้มจะได้รีบกลับ “ พรรณีหันไปยิ้มให้หทัยรัตน์ด้วยความเกรงใจ ก่อนจะรีบเดินไปที่รถ
“ฉันไปกับพรรณีนะคะ”
หทัยรัตน์จะเดินไป แต่อนวัชเดินมาขวางไว้พร้อมกับเปิดประตูรถให้ “ไม่ได้...เธอมากับฉันก็ต้องไปกับฉัน” หทัยรัตน์มองอนวัชตาดุ บังคับอยู่ได้!! รถพรรณีแล่นออกไปแล้ว “ตอนนี้เธอไม่มีตัวเลือกแล้ว..เสียใจด้วย”
หทัยรัตน์จำใจ..เชิดหน้าและขึ้นไปนั่งในรถอนวัช อนวัชปิดประตูรถ

รถพรรณีจอดที่หน้าโรงพยาบาลจังหวัดชลบุรี ไม่ห่างออกไปเป็นรถของอนวัช คนขับรถเปิดประตูให้ “คุณพินิจอยู่ที่ตึกครับ..เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องพักครับ” พรรณีพยักหน้ารับ..
อนวัชลงจากรถ...กำลังจะเดินตามพรรณีไป..นึกได้หันมาถามหทัยรัตน์ที่นั่งอยู่ในรถอีกที “เธอจะไม่ลงมาจริงๆใช่มั๊ย ? “
หทัยรัตน์หันหน้าไปอีกทางแล้วก็นิ่ง..ไม่ตอบ อนวัชถอนใจเบาๆ แล้วก็หันหลังเดินตามพรรณีไป หทัยรัตน์นั่งอยู่ในรถ..หน้าเศร้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ

พรรณี อนวัช รีบเดินเข้ามาที่ห้องพักของพินิจ พร้อมกับชม
“ห้องนี้ครับ” ชมเปิดประตูให้ พรรณีและอนวัชรีบเดินเข้าไป

ที่หน้าโรงพยาบาล..ผู้คนเดินไปมาไม่มากนัก..หทัยรัตน์ยังนั่งรออยู่ในรถ...ทันใดนั้น “นวล” ก็เดินโผล่พรวดเข้ามาด้วยความร้อนใจ นวลเดินเข้ามาอย่างเร็วนึกถึงเรื่องคุยเมื่อคืน

เมื่อคืนที่บ้านพนัสพงษ์ นวลคุยโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น “พ่อนิจอยู่โรงพยาบาล? แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกไปอยู่ที่นู่นแล้วพรรณีอยู่ไหน?”
“คุณพรรณีอยู่รอเพื่อนที่บ้านพักที่ศรีราชาครับ คุณพินิจอาการหนัก คุณหมออยากคุยกับญาติ ผมเลยโทรศัพท์มาหาคุณนาย...คุณนายคุยกับคุณหมอนะครับ”
“ได้ๆ สวัสดีค่ะคุณหมอ ฉันเป็นแม่ของพินิจค่ะ” นวลรีบพูดด้วยความร้อนใจ
นวลเดินผ่านมาบริเวณที่จอดรถของโรงพยาบาล
“ยัยณีอยู่รอเพื่อนไม่สนใจพี่ชายได้ยังไง? แล้วเพื่อนมันเป็นใคร“ นวลเดินบ่นพึมพำๆ ด้วยความหงุดหงิดอย่างแรง นวลเดินไปไม่ห่างจากหทัยรัตน์ที่นั่งอยู่ในรถนัก

พินิจนอนหลับอยู่บนเตียง โดยมีอนวัชกับพรรณียืนอยู่ข้างเตียง
“พี่นิจยังหลับอยู่เลย จะให้ปลุกมั๊ยคะ ? “
“ไม่เป็นไร..ถ้าอีกสักพักไม่ตื่นค่อยปลุก”
พรรณีพยักหน้ารับและหันไปทางคนรถ “ลุงชม..ลงไปดูแลกับคุณปุ้ม ถ้าเธอต้องการอะไรรีบมาบอกฉัน”
“ครับ” คนรถรีบเดินออกไป ..
อนวัชมองพินิจด้วยความสงสาร

หทัยรัตน์ยังนั่งอยู่ในรถ..หน้าตาเซ็งๆ คิดวุ่นวายไปหมด
นวลเดินมาหยุดแถวๆรถ แล้วก็มองซ้ายมองขวา “ตายแล้ว ดูสิ ลืมถามว่าอยู่ห้องไหน “ นวลคิดๆ แล้วก็หันไปเห็นรถพรรณี นวลจำได้..รีบเดินไปดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า
หทัยรัตน์นั่งอยู่ในรถที่เดิม..ไม่ไกลจากรถพรรณี นวลเดินมาถึงที่รถ มองซ้ายมองขวาดูว่าคนรถอยู่แถวนั้นหรือ เปล่า...และทันใดนั้นเองสายตานวลก็มาปะทะเข้ากับหทัยรัตน์ที่นั่งอยู่ในรถอนวัช นวลมองเห็นหทัยรัตน์นั่งอยู่ในรถ นวลปรี๊ดดดดดขึ้นมาทันที “นังปุ้ม !!! “
หทัยรัตน์หันมาเห็นนวลก็ตกใจ “คุณนายนวล...”
นวลเดินตรงดิ่งมาหทัยรัตน์ทันที “แกมาทำอะไรที่นี่ห๊ะ ? แกแอบมาหาตานิจใช่มั๊ย ? ลงมานี่เลย ลงมา ฉันบอกให้ลงมา” หทัยรัตน์เลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก..ไม่รู้จะทำยังไง...นั่งใจสั่นอยู่บนรถ ชมเดินมาถึงพอดี นวลกำลังโวยวาย “ฉันสั่งให้แกลงมาจากรถ ทำไมไม่ลง !! “
“คุณนาย คุณปุ้ม !! “ ชมคิดแล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นตึกไปทันที

ประตูรถถูกนวลกระชากเปิดออกอย่างแรง “ลงมาเดี๋ยวนี้นะ“ หทัยรัตน์ตกใจยังนั่งอึ้งอยู่ นวลกระชากลากตัวลงมาจากรถเลย “นี่แกนัดพรรณีวางแผนแอบมาหาตานิจลับหลังฉันใช่มั๊ย ?”
“ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้วางแผนอะไรเลยนะคะ”
“ไม่ได้วางแผน แล้วสะแร๋นมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ? แกมันนังตัวซวย ตานิจอยู่ใกล้แกไม่นานอาการทรุดปางตาย แก...แก...นังตัวกาลกิณี” หทัยรัตน์โกรธตัวสั่น .. คนรอบๆหันมามองด้วยความสนใจ นวลด่าต่อ “ใจหล่อนทำด้วยอะไรทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ขนาดนี้”
“ก่อนที่คุณจะต่อว่าคนอื่น กรุณาตรวจสอบก่อนว่าความจริงคืออะไร? ฉันขอย้ำฉันไม่ได้อยากมาหาลูกชายคุณ และฉันไม่ต้องการอะไรจากใครทั้งนั้น” หทัยรัตน์โกรธตัวสั่น
นวลด่าสวน “หนอยยยย ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาให้ตัวเองดูดี ถ้าหล่อนไม่อยากได้ ใคร่มี จะตามมาเสนอตัวถึงโรงพยาบาลทำไม คนป่วย คนไข้ยังไม่เว้น!!” หทัยรัตน์โกรธตัวสั่น...น้ำตาร่วง นวลด่าไม่ยั้ง “ไม่ต้องมาทำเป็นบีบน้ำตา มารยาของหล่อนทำอะไรฉันไม่ได้!!!”

ชมวิ่งพรวดนำอนวัชและพรรณีออกมา และรีบชี้ไปที่รถ “นี่ครับ คุณนายโกรธคุณปุ้มใหญ่แล้วครับ”
อนวัชกับพรรณีรีบหันไป เห็นนวลกำลังอาละวาดเสียงดังลั่น “ถ้าหล่อนไม่ได้อยากยุ่งกับตานิจ แล้วจะถ่อมาถึงที่นี่ทำไม ?”
อนวัชตกใจ “ปุ้ม” อนวัชรีบวิ่งไปทันที พรรณีรีบตามไปติดๆ

หทัยรัตน์ปาดน้ำตา..นวลยังด่าต่อ “มาเฝ้าตั้งแต่เช้าแบบนี้ คงจะออกจากบ้านมาตั้งแต่เมื่อคืนล่ะสิ ผู้หญิงดีๆที่ไหนออกจากบ้านค่ำมืดดึกดื่นเพื่อจะมาเจอผู้ชาย !!”
“พอได้แล้วค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้คุณยืนด่าดิฉันอีกแล้ว!! ถ้าคุณยังไม่หยุดฟัง ฉันจะไม่พูดกับคุณอีก”
“ฉันไม่ฟัง เพราะคำพูดหล่อนไม่มีค่าพอที่ฉันจะหยุดฟัง คำพูดที่เต็มไปด้วยจริตมารยา ฉันจะฟังทำไม” หทัยรัตน์แค้นใจ..หันหลังจะกลับขึ้นรถ นวลปรี๊ด “นี่หล่อนกล้าดียังไงมาหันหลังใส่ฉัน !! นังเด็กไม่มีมารยาท หันมาเดี๋ยวนี้ กลับมาคุยกับฉันให้รู้เรื่อง” หทัยรัตน์ไม่หยุด นวลกระชากกลับมาอย่างแรง “ฉันบอกให้หยุด !! นังปุ้มอยากจะลองดีกับฉันใช่มั๊ย ??”
หทัยรัตน์ยื้อมือกลับ “ปล่อยนะคะ ดิฉันจะไม่คุยกับคนที่คุยไม่รู้เรื่อง”
“นี่แกกล้าด่าฉันเหรอห๊ะ นังเด็กกำพร้า นังเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ แกคิดว่าแกเป็นใคร? แกอยากลองดีกับฉันใช่มั๊ย? ได้..ฉันจะตบแกต่อหน้าทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ จะได้หลาบจำไม่กล้ากำเริบมาต่อปากต่อคำกับฉัน”
นวลเหวี่ยงหทัยรัตน์ หทัยรัตน์ล้มลงที่พื้น “โอ้ย !!”
นวลกำลงจะพุ่งมาตบหทัยรัตน์ทันใดนั้น อนวัชก็เข้ามาแทรกตรงกลางและกอดหทัยรัตน์..เอาตัวบังฝ่ามือของนวลไว้ !!! เสียงคนรอบข้างร้องวี๊ดว้ายยยย “ปุ้มระวัง”
หทัยรัตน์ตกใจที่อนวัชเข้ามาช่วย .. อนวัชมองหทัยรัตน์ด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
นวลพุ่งเข้ามา “คุณหนึ่งหลบไป น้าบอกให้หลบ”
พรรณีรีบจำนวลไว้ “คุณแม่พอได้แล้ว คุณหนึ่งคะรีบพาปุ้มกลับไปเถอะค่ะ”
“อย่านะ อย่าเอามันไป”
“ลุงชมมาช่วยฉันจับคุณแม่ไว้หน่อย”
“ครับๆ” ชมกับพรรณีช่วยกันจับนวล
“ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อย”
อนวัชรีบประคองหทัยรัตน์ไปที่รถ “กลับบ้านเถอะ..”
หทัยรัตน์เบือนหน้าหนี..ไม่อยากจะฟัง ไม่อยากจะเห็นหน้า อนวัชจะประคองหทัยรัตน์สะบัดตัวกำลังจะเดินไปที่รถ หทัยรัตน์ชะงัก เพราะสายตาของคนรอบๆมองมาด้วยความรังเกียจและอยากรู้อยากเห็น หทัยรัตน์ก้มหน้าเดินไปที่รถด้วยความเจ็บปวด อนวัชมองตามด้วยความเห็นใจและรีบเดินตามไป พรรณีกับชมล็อคตัวนวลไว้
“ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อย ฉันจะสั่งสอนมัน มันทำให้ตานิจต้องเป็นแบบนี้ ฉันจะตบมัน นังปุ้ม นังหน้าด้าน แน่จริงอย่าไปสิ กลับมาสิเว้ย .. “ รถอนวัชขับออกไป นวลด่าตามหลัง “ฉันบอกให้กลับมา”

อนวัชขับอย่างเร็ว หทัยรัตน์นั่งร้องไห้มองออกไปนอกหน้าต่างไม่มองหน้าอนวัชแม้แต่นิดเดียว อนวัชเหลือบมองหทัยรัตน์ คิด เป็นห่วง..อนวัชทนไม่ได้ .. จอดข้างทาง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้ “เช็ดซะ “
หทัยรัตน์ปรายตามามอง แล้วเมิน “ฉันไม่ต้องการผ้าเช็ดหน้าของคุณ ! “
“ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉัน แต่ถ้าเธอไม่ดื้อจนเกินไป ตามฉันขึ้นไปเยี่ยมพินิจที่ห้องพัก คุณน้าก็อาจจะไม่เห็น เธอก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้”
หทัยรัตน์หันขวับมา “เพราะคุณเป็นคนคิดแบบนี้ มองทุกอย่างจากตัวเอง .. เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง! ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น!!” อนวัชสะอึก หญิงสาวพรั่งพรู “ถ้าฉันขึ้นไปเยี่ยมพี่พินิจ เท่ากับฉันเป็นไปตามคำดูถูกของคุณนายนวล ! ฉันจะมีหน้าไปบอกใครเค้าได้ว่าฉันไม่ได้อยากมา ในเมื่อเสนอหน้าขึ้นไปหาเค้าถึงที่ห้องพัก ! ใครจะเชื่อว่าฉันโดนบังคับ ฝืนใจให้มาโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ!“
อนวัชอึ้ง..หทัยรัตน์น้ำตาไหลพราก..พูดไปร้องไห้ไป “คุณทำทุกอย่าง พูดทุกอย่างเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะคุณคือ “คุณหนึ่ง อนวัช” ผู้ไม่เคยผิด ไม่เคยแพ้ ไม่มีใครกล้าทำอะไรคุณ .. แต่ฉันไม่ใช่ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่จะต้องรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว” หทัยรัตน์ระบายออกมาจนหมด พร้อมกับปาดน้ำตาด้วยมือตัวเอง และเบือนหน้าหันหลังให้อนวัช
อนวัชจ๋อย..เงียบไม่กล้าพูดอะไรต่อด้วยความรู้สึกผิด

ในห้องพัก พินิจนอนหน้าซีด อาการหนักมาก นวลลากตัวพรรณีทั้งหยิกทั้งตีเข้ามาในห้อง
“มานี่เลยแม่ตัวดี”
“คุณแม่ขา..ณีเจ็บนะคะ..”
“บอกมาสินังเด็กปุ้มมันมาที่นี่ได้ยังไง ??? ห๊ะ ? บอกมาสิ มันมาหาพี่เราได้ยังไง !! มันหลอกให้คุณอนวัชพามันมาใช่มั๊ย ? แกกับมันรวมหัวกันหลอกคุณหนึ่งใช่มั๊ย ?” พรรณีร้องไห้ กัดปาก ไม่ยอมพูด นวลทั้งตี ทั้งคาดคั้น ..ไม่ทันเห็นว่าพินิจขยับตัว เริ่มรู้สึกตัว “บอกมา แม่ถามไม่ได้ยินหรือไง นังเด็กปุ้มมันแอบมาหาพี่เราใช่มั๊ย เราเป็นคนพามันมาใช่มั๊ย” นวลถามไปตีไป
“โอ้ยยยย คุณแม่ !!”
พินิจพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา “ปุ้ม...ปุ้มมาหาพี่จริงๆเหรอณี”
นวลอึ้งไป..ค่อยๆหันมาทางพินิจที่นอนเพ้ออยู่อย่างนั้น..พรรณีได้ทีรีบวิ่งไปหาพินิจ “พี่นิจ..”
พินิจหันมาทางพรรณีอย่างอ่อนแรง “ปุ้มล่ะณี..ปุ้มอยู่ไหน”
นวลแทบกรี๊ด..“หยุดเลยนะพ่อนิจ..จะไปถามถึงมันทำไม ไม่ต้องเจอ แม่ไม่ให้เจอ..แม่ไล่มันกลับไปแล้ว”
“เงียบก่อนได้มั้ยคะคุณแม่..ขอณีคุยกับพี่นิจก่อนได้มั้ยคะ!!” นวลสะอึกไป..ที่พรรณีตวาดใส่..แทบเป็นลม พรรณีรีบหันมาคุยกับพินิจ “ปุ้มมาหาพี่นิจจริงๆค่ะ..แต่..พี่นิจหลับอยู่..ตอนนี้ปุ้มกลับไปแล้วค่ะ”
“หะ..โอย..ฉันจะเป็นลม” นวลลมตีด้วยความโกรธ
“ปุ้มมาเยี่ยมพี่จริงๆด้วย..ณีไม่ได้โกหกพี่นะณี”
พรรณีจับมือพินิจและน้ำตาคลอ “ค่ะ...ณีไม่ได้โกหกค่ะ..ปุ้มมาหาพี่นิจจริงๆค่ะ..”
พินิจยิ้มโล่งใจ “แค่พี่รู้ว่าเค้ามาหาพี่..พี่..ก็พอใจแล้ว..แค่นี้..พี่ก็พอ..แล้ว...พอแล้ว” พินิจยิ้มกับตัวเอง...และค่อยๆหมดแรงลง..หลับตา และลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ถูกถอนออกไปจากร่าง ...มือพินิจค่อยๆหลุดจากมือของพรรณี พรรณีตกใจ.. ช็อค !! พินิจหลับตาลงอย่างสงบ พรรณีร้องเสียงดัง “พี่นิจ...พี่นิจ...”
นวลที่ยืนจะเป็นลมอยู่ปลายเตียงก็หันมาด้วยความตกใจ ช็อคพอกัน “ตานิจ... “ นวลรีบวิ่งเข้ามาจับตัวพินิจ “ตานิจ..พูดกับแม่สิลูก..ตานิจ “ นวลเริ่มร้องไห้
พรรณีตั้งสติได้รีบวิ่งออกไปเรียกพยาบาลที่หน้าห้อง“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยตามหมอด้วย ใครก็ได้...ช่วยเรียกหมอให้ที”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/4 วันที่ 10 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ