อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/5 วันที่ 10 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/5 วันที่ 10 มื.ย. 58

“ตานิจ..พูดกับแม่สิลูก..ตานิจ “ นวลเริ่มร้องไห้
พรรณีตั้งสติได้รีบวิ่งออกไปเรียกพยาบาลที่หน้าห้อง“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยตามหมอด้วย ใครก็ได้...ช่วยเรียกหมอให้ที”
พินิจนอนนิ่ง....จากไปอย่างสงบ นวลกอดร่างที่ไร้วิญญาณของพินิจและร้องไห้แทบขาดใจ

ที่บ้านเดือนประดับ บรรยากาศตึงเครียด วิทย์ ทิพย์ สุทธิ์ นั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องรับแขก ทุกคนหน้าโซ อดนอน
สัทธากับสุดาดูลาดเลาอยู่หน้าห้องรับแขก


“คุณลุงมาตั้งแต่เจ็ดโมงเลยนะพี่ปุ๊ มาถึงก็นั่งคุยกับคุณพ่อคุณแม่คุยกันมาตั้งหลายชั่วโมง หน้าเครียดตลอดเลยค่ะ”
“ไม่เครียดได้ยังไง..อยู่ๆลูกชายก็ลักพาตัวลูกสาวบ้านอื่นหายไปค่อนวันค่อนคืน..ถ้าไม่เครียดก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ไอ้หนึ่งมันกลับมาเมื่อไหร่ได้เจอดีแน่”
ทันใดนั้นเสียงรถอนวัชก็ดังเข้ามา..สุดารีบหันไป “พี่หนึ่งกับปุ้มกลับมาแล้วค่ะ!!!”
สัทธารีบหันตามมา..

วิทย์สั่งสุดา “แป้นไปตามพี่หนึ่งเข้ามาที่ห้องนี้..บอกว่าลุงรอพบอยู่”
“ค่ะ” สุดารีบเดินไป
ทิพย์รีบพูดกับวิทย์ “คุณพี่คะ..อย่าเพิ่งต่อว่าหนึ่งเลยนะคะ หนึ่งอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้“
“พี่ไม่เห็นว่าเค้าจะมีความจำเป็นอะไร นี่ดีนะที่เป็นเธอสองคน ถ้าปุ้มเป็นลูกเป็นหลานบ้านอื่น แล้วไอ้เจ้าหนึ่งไปทำแบบนี้ พี่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ?”
สุทธิ์แก้ตัวแทนหลาน “แต่หนึ่งอาจจะเห็นว่าปุ้มไม่ใช่คนอื่นก็ได้นะครับ”
“ปุ้มไม่ใช่แป้นนะสุทธิ์ ถ้าเราพูดกันตามความจริง หนึ่งกับปุ้มก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย อีกคนเป็นหนุ่มอีกคนเป็นสาว..ยังไงพี่ก็เห็นว่าไม่ถูกต้อง” วิทย์พูดด้วยความโมโห..
สุทธิ์ กับ ทิพย์ และสัทธานิ่งอึ้งไป ได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ

อนวัชจอดรถหน้าบ้าน หทัยรัตน์รีบลงจากรถทั้งที่รถยังจอดไม่สนิทดี
อนวัชรีบลงตามมา และเรียกไว้ “หทัยรัตน์” หทัยรัตน์ไม่ฟัง รีบเดินไป อนวัชรีบวิ่งมาดักและจับมือไว้ “นี่เธอจะไม่พูดอะไรกับฉันเลยเหรอ?”
หทัยรัตน์สะบัดมือ “คุณต้องการให้ดิฉันพูดอะไรอีก ในเมื่อคุณเป็นคนชนะทุกอย่าง..คุณต้องการพาดิฉันไปหาคุณพินิจ คุณก็ทำสำเร็จ .. แล้วคุณจะมาสนใจอะไรกับคำพูดของฉัน”
“ที่ฉันพาเธอไป เพราะคิดว่าคงจะกลับไม่เกิน 4 ทุ่ม ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้..ฉัน..เสียใจ”
“คุณควรจะพูดว่า “สะใจ” หรือ “สมใจ” มันถึงจะถูกต้อง..”
“หทัยรัตน์.. ฉัน ..” อนวัชจะอธิบาย
หทัยรัตน์ตัดบทอย่างไม่สนใจ “ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ นอกจากชัยชนะแล้วยังมีอีกสิ่งที่คุณได้...คุณทำให้ฉันเกลียดคุณมากขึ้น..” หทัยรัตน์ผลักตัวอนวัชออกไปพ้นทางและรีบวิ่งเข้าบ้านไปเลย อนวัชยืนอึ้งอยู่
หทัยรัตน์วิ่งเข้าบ้าน สวนกับสุดาที่เดินออกมา “ปุ้ม...”
“ปุ้มขอตัวก่อนนะคะ“ หทัยรัตน์รีบเดินเข้าบ้านไปเลย สุดามองตามงงๆ
สุดาหันมาทางอนวัช อนวัชยืนจ๋อย สุดาพูดกับอนวัช “พี่หนึ่งคะ..คุณลุงวิทย์ให้มาเชิญไปที่ห้องรับแขกค่ะ”
อนวัชสะอึก..ห๊ะ??? “คุณพ่อ อยู่ที่ห้องรับแขก !!!”

วิทย์มองหน้าอนวัชและพูดเสียงเข้ม “แกไปไหนมา ?”
ทิพย์ และ สุทธิ์ มองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงอนวัช สัทธามองอนวัชจับกริยา
“ผมไปบ้านพักของพนัสพงษ์ที่ศรีราชามาครับ“
“แล้วแกไปทำไม?“
“คือ...” อนวัชพยายามจะอธิบาย

หทัยรัตน์อยู่ในห้องร้องไห้ สุดาเดินมาที่หน้าห้อง และเรียกหทัยรัตน์ “ปุ้ม...ปุ้ม..เป็นยังไงบ้าง “
หทัยรัตน์รีบเช็ดน้ำตา และตอบกลับไป “ปุ้ม..ไม่เป็นอะไรค่ะ..แค่ปวดหัว..ปุ้มขออยู่คนเดียวสักพักนะคะพี่แป้น”
สุดาเป็นห่วงแต่ก็ต้องยอม “จ้ะ..ถ้าปุ้มต้องการอะไรเรียกพี่ได้นะ“ สุดาจำใจต้องเดินจากไปทั้งที่ยังห่วง
หทัยรัตน์อยู่ในห้อง..น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดด้วยความเสียใจและแค้นใจปะปนกัน
ทิพย์กับสุทธิ์ พยายามคลี่คลายสถานการณ์ วิทย์ยังหน้าขรึม อนวัชหน้าจ๋อย สัทธาจับตามองอนวัช
“อาเข้าใจแล้ว..ทุกอย่างที่หนึ่งเล่ามา มันก็เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ในเมื่อไม่มีใครเป็นอันตรายอะไร อาก็สบายใจ”
“ใช่จ้ะ..ที่เราห่วงก็เพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น ตอนนี้หนึ่งก็ทำใจให้สบายนะ อาเชื่อว่าที่หนึ่งเล่าเป็นความจริง”
“ขอบคุณคุณอาทั้งสองที่ไว้ใจผม”
วิทย์ยังไม่พอใจอยู่ดี “แต่ยังไงๆ พ่อก็ไม่พอใจที่แกทำแบบนี้..แกน่ะมันรนหาเรื่องแท้ ๆ ทั้งหมดที่เล่ามามันไม่ใช่เรื่องอะไรของแกสักหน่อย ถึงอาสองคนจะเข้าใจ แต่ชาวบ้านหล่ะ เค้าจะคิดยังไง จู่ๆก็หายไปด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ตัวแกอาจจะไม่เสียหาย แต่หทัยรัตน์เค้าเป็นผู้หญิง แกคิดหรือเปล่าว่า เค้าจะเป็นยังไงบ้างจากการกระทำของแก”
“ผม..เสียใจครับ..ผมยอมรับผิดทุกอย่าง”
“แน่ใจนะว่าทุกอย่าง?”
“แน่ใจครับ “
วิทย์มองหน้าลูกชาย “ดีแล้วพูดแล้วก็จำคำพูดของตัวเองไว้ด้วย ไม่ช้าก็เร็วเราต้องได้รับผิดชอบแน่“ วิทย์พูดเป็นนัยเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ
อนวัชพยักหน้ารับอย่างจนแต้ม สัทธามองอนวัชจากเรื่องที่ฟังทำให้คิดถึงพรรณี

อนวัชเดินออกมาจากบ้าน กำลังจะขึ้นรถ เสียงสัทธาดังขึ้น “หนึ่งเดี๋ยวก่อน” อนวัชหันมา “เมื่อกี๊ที่เล่าว่าพาปุ้มไปเยี่ยมพินิจ สรุปแล้วตอนนี้อาการพินิจเป็นยังไงบ้าง?“
“ไม่รู้เหมือนกัน .. ตอนฉันไปเยี่ยมพินิจยังไม่ตื่น แต่เท่าที่เห็น..อาการหนักเอาการ”
“ฉันห่วงทั้งพรรณี ทั้งพินิจ ณีเค้ารักพี่ชายมาก .. ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ? ฉันจะพยายามติดต่อพรรณีให้ได้ ถ้าได้ข่าวแล้วจะบอก”
อนวัชพยักหน้ารับ สัทธาคิดหนัก .. เป็นห่วงทั้งพินิจ และพรรณี

ที่บ้านพนัสพงษ์ พรรณีกำลังเก็บของในห้องนอนของพินิจ..ห้องโล่งน่าใจหาย..รูปพินิจตั้งอยู่บนโต๊ะ..พรรณีหยิบมาดู น้ำตาร่วง.. พรรณีมองรอบๆห้องแล้วก็ร้องไห้ออกมาด้วยความคิดถึง

ที่บ้านเดือนประดับ สัทธาคุยโทรศัพท์หน้าเครียด “พี่แสดงความเสียใจด้วยนะณี..แล้วพี่จะบอกปุ้มให้..สวัสดีครับ”
สัทธาวางโทรศัพท์ไป พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

หทัยรัตน์นั่งฟังนิ่งอึ้งไป.. “คุณพินิจเสียแล้ว..”
สัทธายืนอยู่ข้างๆ พยักหน้า “พรรณีเพิ่งโทร.มาบอกพี่เมื่อกี๊นี้เอง “
“เสียตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อวาน หลังจากที่ปุ้มกับหนึ่งออกมาได้สักพักใหญ่ๆ พี่จะไปรดน้ำศพคุณพินิจเย็นนี้ ปุ้มจะไปกับพี่มั้ย ?”
หทัยรัตน์ส่ายหน้าช้าๆ “ปุ้มไม่ไปค่ะ ปุ้มฝากพี่ปุ๊รดน้ำคุณพินิจแทนปุ้มด้วยนะคะ“ หทัยรัตน์พูดเสียงสั่น..ถึงแม้ไม่รักแต่ก็อดเสียใจและสงสารไม่ได้

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชนั่งเศร้าอยู่ในสวน ในมือถือจดหมายที่พินิจเคยเขียนมาหา อนวัชเห็นแล้วก็ยิ่งเศร้า ใบไม้ร่วงจากต้นอย่างช้าๆ อนวัชคิดถึงพินิจด้วยความอาลัย
เย็นวันต่อมา พระกำลังสวดศพบนศาลา นวลนั่งร้องไห้อย่างหนัก ไม่สนใจใครทั้งนั้น ข้างๆมีจำปี กับ จำปา ร้องไห้ไม่น้อยไปกว่ากัน
อนวัชกับสัทธา เดินเข้ามาในศาลาวัด พรรณีเดินมาต้อนรับและทักทาย “พี่ปุ๊ พี่หนึ่ง สวัสดีค่ะ “
“เสียใจด้วยนะครับ”
“เสียใจด้วยนะณี”
“ขอบคุณค่ะ เชิญพี่หนึ่งกับพี่ปุ๊ด้านในค่ะ “ พรรณีเดินนำไป..อนวัชกับสัทธาเดินตามเข้าไป
อนวัชกับสัทธานั่งฟังสวดศพ อนวัชนั่งดูรูปของพินิจด้วยความอาลัย สัทธานั่งมองนวลที่นั่งร้องไห้อยู่ห่างออกไป .. สัทธาทั้งสงสาร ทั้งไม่เข้าใจในความโลกแคบของว่าที่แม่ยาย

หน้าศาลาคนทยอยกลับ อนวัชเดินออกมาจากวัดกับสัทธา
“น้องสาวแกนี่ใจร้ายจริงๆ ขนาดงานศพพินิจยังไม่ยอมมา “
“ไม่มานั่นแหละดีแล้ว ถ้ามาก็คงจะโดนคุณนายนวลด่าต่อหน้าคนอื่น” อนวัชชะงักสงสัย สัทธาอธิบาย “คุณนายนวลเคยบุกมาด่าปุ้มถึงเดือนประดับมาแล้ว และยื่นคำขาดไม่ให้มายุ่งวุ่นวายหรือติดต่อกับพินิจ..เพราะอย่างนี้ปุ้มมันถึงต้องใจแข็งไม่ไปเยี่ยม”
อนวัชฟังแล้วอึ้งไป..“ที่หทัยรัตน์ไม่ได้ไปเยี่ยมพินิจ เพราะคุณน้าสั่งห้ามไว้เหรอ ?.ฉันคิดว่าที่เค้าไม่มาเยี่ยม เพราะรังเกียจ”
“ปุ้มต่างหากที่โดนรังเกียจ วันที่มาด่าปุ้ม ฉันได้ยินเองกับหู ไม่ใช่ด่าธรรมดา ทั้งด่าทั้งดูถูก ฉันเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังทนฟังแทบไม่ได้เลย สมแล้วที่ยัยปุ้มไม่อยากจะไปยุ่งกับลูกชายแก”
อนวัชอึ้ง ช็อคไป .. เริ่มคิดปะติดปะต่อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
อนวัชนึกถึงที่ตนได้ยินหทัยรัตน์คุยกับพรรณี “ที่ผ่านมา ..ฉันพยายามทำตัวอยู่ในกรอบปฎิบัติอันดี แต่วันนี้..ทุกคนทำเหมือนฉันไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ จะจูงไปไหน จะสั่งให้ทำอะไรก็ได้..ไม่มีใครคิดถึงใจฉันเลย แล้วสุดท้ายเมื่อทุกคนได้ในสิ่งที่ต้องการ .. ทุกคนพอใจ แต่คนที่ต้องเสียใจ คนที่โดนดูถูกก็คือฉัน..คนเดียวเท่านั้น”
ตอนหทัยรัตน์ระเบิดอารมณ์บนรถ
“ถ้าฉันขึ้นไปเยี่ยมพี่พินิจ เท่ากับฉันเป็นไปตามคำดูถูกของคุณนายนวล! ฉันจะมีหน้าไปบอกใครเค้าได้ว่าฉันไม่ได้อยากมา ในเมื่อเสนอหน้าขึ้นไปหาเค้าถึงที่ห้องพัก ! ใครจะเชื่อว่าฉันโดนบังคับ ฝืนใจให้มาโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ! .... คุณทำทุกอย่าง พูดทุกอย่างเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะคุณคือ “คุณหนึ่ง อนวัช” ผู้ไม่เคยผิด ไม่เคยแพ้ ไม่มีใครกล้าทำอะไรคุณ .. แต่ฉันไม่ใช่ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่จะต้องรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว”
อนวัชเริ่มเข้าใจหทัยรัตน์มากขึ้น .. ความรู้สึกผิดก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย
เช้าวันต่อมา ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์ยืนใส่บาตรอยู่ที่หน้าบ้าน หลังจากนั้นก็กรวดน้ำที่ใต้ต้นไม้หลังบ้าน
“คุณพินิจ..ดิฉันขอให้วิญญาณของคุณจงไปสู่สุขคติภพเถิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นโปรดอโหสิให้ดิฉันด้วย”
หทัยรัตน์ค่อยๆเทน้ำลงพื้นดินใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างสงบ น้ำค่อยๆไหลซึมลงดิน
หญิงสาวหวนนึกถึงภาพพินิจตั้งแต่ตอนอยู่มหาวิทยาลัย..พินิจมีความสุขกับหทัยรัตน์ ภาพความหลังค่อยๆจางหายไป .. หทัยรัตน์ถอนใจเบาๆ ...

ที่บ้านพิเศษกุล สีสุกกระหืดกระหอบเข้ามาเรียกส่องแสงเสียงดัง “ส่อง !! ส่องอยู่ไหนลูก แม่ได้ข่าวมาแล้วลูก”
ส่องแสงรีบวิ่งมาหาสีสุก “ตกลงเรื่องพี่หนึ่งกับนังปุ้มเป็นยังไงคะ ? รีบๆเล่ามาสิคะคุณแม่”
“ใจเย็นๆสิลูก แม่กำลังจะเล่าอยู่แล้วเนี่ย แม่ไปแอบถามพวกเด็กรับใช้ที่เดือนประดับกับที่เพชรลดา ทั้งสองที่พูดตรงกันว่า..คืนนั้นทั้งคุณหนึ่งกับนังปุ้มไม่ได้กลับบ้าน หายกันไปทั้งคืน...กลับมาอีกทีก็สายๆของอีกวันนึงแน่ะลูก”
“นังปุ้ม..มันไปกับพี่หนึ่งทั้งคืน!! นังปุ้ม!! มันจะเกินไปแล้ว!!! มันกล้าทำถึงขนาดนี้.. เรายอมไม่ได้นะคะคุณแม่!! ส่องไม่ยอม!!!“ ส่องแสงทั้งแค้นใจ และอิจฉา

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนหลังบ้าน สีสุกกับส่องแสงเดินมาหาหทัยรัตน์รังสีมารแผ่ซ่าน หทัยรัตน์รู้สึกถึงรังสีอำมหิต ค่อยๆเงยหน้าเห็นส่องแสงเหยียดตามองอย่างดูถูก
“เธอนี่ช่างเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญชาญชัยจริงๆนะ ทำเรื่องน่าอับอายไว้ แล้วยังมานั่งประจานตัวเองอยู่หน้าบ้าน ไม่รู้สึกรู้สาอะไร”
หทัยรัตน์นั่งหลังตรงและเชิดขึ้น “ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องอาย”
ส่องแสงยิ้มเยาะ “แล้วไอ้ที่หายไปกับผู้ชายทั้งคืนน่ะ ยังเรียกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอีกเหรอ หรือว่าแค่คืนเดียวเลยยังไม่พอจะทำให้เธอรู้สึก “อาย”!! “
หทัยรัตน์สะอึก
สีสุกเสียดสี “ลูกส่องอย่าเอาตัวเองมาเป็นมาตรฐานวัดคนอื่นแบบนี้สิคะ..ลูกน่ะหน้าบาง ผู้ดีอย่างเราผิดนิด ผิดหน่อยก็อายจะแย่ แต่...ผู้หญิงบางคนสะกดคำว่าอายไม่เป็น..ต่อให้ทำเท่าไหร่มันก็ไม่อาย...แบบที่เราเรียกว่า “ไร้ยางอาย” ไงคะลูก”
ส่องแสงและสีสุกยิ้มเยาะหทัยรัตน์ด้วยความสะใจ
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะปุ้มว่าเธอจะเป็นผู้หญิงใจถึงขนาดนี้..รู้ทั้งรู้ว่าพี่หนึ่งเค้าไม่สนใจ ถึงกับเอาตัวเข้าแลก..แต่ก็อย่างว่าผู้หญิงอย่างเธอมันก็ไม่มีอะไร นอกจากตัว..!!!”
หทัยรัตน์แค้นและตอบกลับเสียงนิ่ม “แต่มันก็ดีกว่าผู้หญิงบางคนทั้งเสนอหน้าและเสนอตัวแต่ผู้ชายเค้าก็ไม่เอา”
ส่องแสงชะงักกึก..หันขวับมา “แกหมายถึงใครนังปุ้ม !!”
“นี่..ลูกสาวฉันไม่ต้องออกไปเร่เสนอตัวที่ไหนก็มีแต่คนมารอรับถึงหน้าบ้าน เดินเข้าเดินออกหัวกระไดไม่แห้ง ไม่ทำตัวมักง่ายอย่างหล่อนหรอกย่ะ “
“ดิฉันไม่ได้ว่าคุณส่องแสงสักหน่อย..ไม่ต้องร้อนตัวขนาดนี้ก็ได้นี่คะ“ ส่องแสงกับสีสุกแทบกรี๊ด “และอีกอย่าง..ดิฉันไม่ได้เป็นคนเสนอตัวไปกับคุณอนวัช แต่เค้าต่างหากที่เป็นคนบังคับขู่เข็ญให้ฉันไปด้วย..ฉันปฏิเสธยังไงก็ไม่ยอม ดื้อดึงจะพาตัวฉันไปให้ได้..”
“ไม่จริง..ฉันไม่เชื่อ..แกโกหก”
“จะเป็นเรื่องโกหกหรือเรื่องจริง คุณส่องแสงไปถามคุณอนวัชเอาเองนะคะ เพราะเหตุการณ์ในคืนนั้น...มีแต่ฉันกับคุณอนวัชเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น..” หทัยรัตน์พูดปั่นหัวจบก็เดินเชิดเข้าบ้านไปเลย
ส่องแสงกับสีสุกแค้นสุดๆ ด่าไล่หลัง

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 8/5 วันที่ 10 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ