อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9 วันที่ 11 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9 วันที่ 11 มื.ย. 58

“จะเป็นเรื่องโกหกหรือเรื่องจริง คุณส่องแสงไปถามคุณอนวัชเอาเองนะคะ เพราะเหตุการณ์ในคืนนั้น...มีแต่ฉันกับคุณอนวัชเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น..” หทัยรัตน์พูดปั่นหัวจบก็เดินเชิดเข้าบ้านไปเลย
ส่องแสงกับสีสุกแค้นสุดๆ ด่าไล่หลัง
“จองหอง..ลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สาอะไรเล้ย..หน้าด้าน”

“ทำปากดีนักนังปุ้ม ฉันอยากรู้นักถ้าชาวบ้านรู้เรื่องนี้ แกยังจะลอยหน้าอยู่อย่างนี้ได้หรือเปล่า” ส่องแสงมาดร้าย



ชุลีนั่งหน้าตาตื่นกับข่าวใหญ่ “ตกลงเด็กปุ้มไปค้างกับคุณหนึ่งทั้งคืนจริงๆเหรอเนี่ย..ตายแล้วน่าอิจฉา” ส่องแสงหันขวับ ชุลีรีบแก้ “เอ้ย..น่าเกลียดที่สุด เป็นผู้หญิงซะเปล่า ไม่รักนวลสงวนตัวซะเลย..เออ..แล้วคุณหนึ่งว่ายังไงบ้าง..เค้าจะรับผิดชอบมันมั้ยเนี่ย”
“ฮึ..ไม่มีทางหรอก นี่ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว พี่หนึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะมาสู่ขอมันเลย”
“ตายแล้ว..แบบนี้เด็กปุ้มก็มีแต่เสียกับเสียสิ”
“แต่แค่นี้มันยังเสียไม่พอ..ฉันอยากจะให้มันเสียมากไปกว่านี้อีก..ชุลี..ฉันมีเรื่องอยากจะให้เธอช่วยหน่อย” ชุลีสนใจฟัง “ฉันอยากให้เธอกระจายข่าวของนังปุ้มให้คนอื่นได้รู้ จะได้ช่วยกันดูถูกเหยียดหยามมัน..เธอก็รู้นี่ว่าคติของฉัน..คนล้มต้องซ้ำ..!!!”
“อู้ยยยย..ได้เลยไม่ต้องห่วง เรื่องแบบนี้..ฉันถนัด !!”
ชุลียิ้มตอแหล ส่องแสงยิ้มพอใจ

ที่ร้านอาหาร ชุลีเม้าท์กับเพื่อนสาวรวม 5 คนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หนึ่งในนั้นมีสาวอ้วนที่มีไฝอยู่ด้วย
สาวอ้วนที่มีไฝเอาเรื่องไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนอีก 3 คนที่สโมสร หนึ่งในนั้นมีสาวผอมผมดัดหยิกแต่งหน้าจัดรวมอยู่
สาวผอมผมดัดหยิกแต่งหน้าจัด เอาเรื่องไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนอีก 3 คน ที่ร้านทำผม คนในร้านนั่งฟังอย่างตั้งใจ
ที่ร้านเสื้อผ้า ชุลีเม้าท์กับเพื่อนอีก 2 คน พนักงานร้านเสื้อก็แอบฟังสุดๆ
พนักงานร้านเสื้อคนที่แอบฟัง เม้าท์ต่อกับคนพนักงานอีกคน แล้วเพื่อนพนักงานคนนั้นก็เอาไปเม้าท์ต่อที่ตลาดกับแม่ค้าขายผัก อีก 3 คน ที่ยืนฟังอยู่ที่หน้าแผง
ร้านทำผม ช่างทำผมคนที่รู้ข่าวก็เม้าท์ต่อให้ลูกค้าฟัง ทิพย์ที่นั่งรอทำผมได้ยินเข้า ค่อยๆหันมาหน้าเครียด ช่างทำผมหันมาเห็น รีบหุบปาก และเดินหนี ช่างอีกคนมาทำผมต่อให้ ทิพย์ส่ายหน้าไม่ทำ และเดินออกไปด้วยความอาย
ตลาดสดแม่ค้าขายผักเม้าท์กันข้ามแผง..นมพิมพ์ที่จ่ายตลาดอยู่ค่อยๆหันมาฟัง แม่ค้าเห็นนมพิมพ์ยืนอยู่ ก็เงียบไม่พูดอะไรต่อ นมพิมพ์หน้าเสีย และรีบเดินหนีไป
ร้านเสื้อผ้าพนักงานร้านเสื้อยืนเม้าท์กันกับลูกค้าอีก 2 คน..สุดาและหทัยรัตน์ที่ยืนเลือกเสื้ออยู่อึ้งไป หทัยรัตน์ยืนนิ่งด้วยความเสียใจ สุดาหันมา หทัยรัตน์เดินหนีออกจากร้านไปแล้ว..สุดารีบเดินตามไป

ที่บ้านเพชรลดา วิทย์หน้าเครียด “คนที่ตลาดเค้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
นมพิมพ์หน้าเสีย “ไม่ทราบค่ะ..เนี่ยแล้วก็ยังว่าคุณปุ้มเธอเสียๆหายๆหลายอย่างเลยค่ะ..อีฉันไม่อยากจะเล่าค่ะมัน..ละอายปาก..”
“ฉันใจเย็นเกินไป มัวแต่รอฤกษ์ยาม .. สงสัยจะรอไม่ได้แล้ว..” วิทย์คิดหนัก..

อนวัชเดินเข้ามาหาวิทย์ในห้องรับแขก “คุณพ่อต้องการพบผมเหรอครับ”
“ใช่..นั่งก่อนสิ..” อนวัชนั่งลง ด้วยความอยากรู้ “พ่อมีเรื่องจะถามหน่อย..แม่พวกสาวๆที่เราควงออกงานอยู่ทุกวันนี้ มีใครที่เราสนใจเป็นพิเศษหรือเปล่า?”
“ไม่มีครับ..ทุกคนที่ผมคบอยู่ เป็นแค่เพื่อนและน้องเท่านั้น..คุณพ่อถามทำไมครับ”
“ก็ถ้าอนวัชยังไม่มีใครเป็นพิเศษ พ่อจะหมั้นผู้หญิงให้”
“คุณพ่อจะหมั้นผู้หญิงให้ผม ??? “
วิทย์พยักหน้า “ใช่..”
“ใครครับ?? “ อนวัชรอฟังและลุ้นคำตอบอยู่ในใจ “ก็คนที่แกไปทำให้เขาเสียชื่อเสียงน่ะสิ..”
“หทัยรัตน์...” อนวัชหัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
“ใช่..ตอนนี้เรื่องหนึ่งกับปุ้มน่ะ บานปลายไปใหญ่ ใครต่อใครเค้าก็พูดถึงปุ้มเสียๆหายๆ และถ้าเราไม่รับผิดชอบ ปุ้มเค้าจะต้องมีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต พ่อเลยคิดว่าการหมั้นของหนึ่งจะทำให้ข่าวไม่ดีพวกนี้เงียบลงได้” อนวัชพยายามเก็บความดีใจไว้ในใจ วิทย์ถามย้ำ “ตกลงว่าจะขัดข้องมั้ยถ้าพ่อจะหมั้นหมายปุ้มให้อนวัช “
“ผมเคยเรียนคุณพ่อแล้วว่าผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และผมยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง.. “ อนวัชตอบด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจที่ซ่อนไว้ภายใต้แววตาที่รู้สึกผิด..

ที่ห้องรับแขกเดือนประดับ หทัยรัตน์ตกตะลึงอึ้งไปเมื่อได้ยินที่ทิพย์บอกให้ฟัง “คุณป้า..ว่าอะไรนะคะ”
ทิพย์ยิ้ม “คุณลุงวิทย์มาขอหมั้นปุ้มให้หนึ่งจ้ะ !!! “
หทัยรัตน์นิ่งไป..และรีบถามเมื่อรู้สึกตัว “แล้วคุณป้าตอบไปว่ายังไงคะ ?”
“ป้าบอกว่าขอปรึกษาปุ้มก่อน คุณลุงเลยให้เวลาปุ้มคิด 3 วันจ้ะ”
“ปุ้มไม่ต้องใช้เวลาถึงสามวันหรอกค่ะ ปุ้มให้คำตอบตอนนี้เลยว่า ปุ้มไม่ตกลงค่ะ ! “
ทิพย์กับสุดามองหน้ากัน สุดารีบหันมาทักท้วงหทัยรัตน์ “ปุ้ม..ค่อยๆคิดก็ได้นะ..ยังมีเวลา ปุ้มลองคิดดูให้ดีๆ”
“ปุ้มคิดดีแล้วค่ะพี่แป้น ปุ้มทนไม่ได้หรอกค่ะ ที่จะให้ใครต่อใครมาหัวเราะเยาะ หาว่าปุ้มถือโอกาสผูกมัดคุณอนวัชด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ “
“แต่เรื่องนี้ไม่เล็กนะปุ้ม ใครๆเค้าก็พูดกันทั้งนั้น ปล่อยไว้ปุ้มจะเสียชื่อเปล่าๆ”
“แต่ความจริงมันไม่ใช่นี่คะ คุณอนวัชเค้าไม่ได้ล่วงเกินปุ้ม..ยังไงปุ้มก็ไม่รับหมั้นคุณอนวัชค่ะ” หทัยรัตน์ยันเสียงแข็ง
สุดากับทิพย์มองหน้าปรึกษากัน “เอาเถอะ..ป้าว่าตอนนี้ปุ้มอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ในเมื่อยังมีเวลา ปุ้มก็คิดดูอีกที..อีกสามวันค่อยตอบป้าอีกครั้ง..” ทิพย์พยายามไกล่เกลี่ย..
หทัยรัตน์นั่งนิ่งไม่ตอบ ในแววตายังยืนยันคำตอบเดิม

สัทธาหัวเราะสะใจ สุดาแปลกใจ “พี่ปุ๊..แค่คุณลุงมาขอหมั้นปุ้มให้พี่หนึ่ง..ทำไมต้องหัวเราะถูกใจขนาดนี้คะ”
“อ้าว..ก็พี่สะใจน่ะสิ..นี่ถ้าไอ้พวกปากหอยปากปูมันรู้ว่า เพราะคำพูดของพวกมันทำให้คุณลุงตัดสินใจยกขันหมากมาหมั้นไอ้ปุ้ม คงจะหัวเราะกันไม่ออก..ฮึ..” สัทธาคิดแล้วก็สะใจ

เช้าวันต่อมา...ที่บ้านพิเศษกุล บรรยากาศสดชื่นและเบิกบาน ส่องแสงแต่งตัวสวยเดินฮ้มเพลงลงมาจากบ้านอารมณ์ดีสุดๆ
สีสุกนั่งเล่นไพ่อยู่ร้องทักขึ้น “ลูกส่องจะออกไปไหน ? “
“ส่องจะแวะไปที่เดือนประดับหน่อยค่ะคุณแม่ อยากจะแวะไปดูหน้านังปุ้มมันหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ข่าวคาวของตัวเองถูกลือสะพัดไปทั้งเมือง..ป่านนี้ผูกคอตายไปหรือยังก็ไม่รู้”
ส่องแสงเดินหน้าแฉล้มออกไปอย่างมีความสุข .. หารู้ไม่ว่าเรื่องไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์แกล้งทำเป็นคิดๆ “เอ...พิมพ์ก็ไม่รู้สิคะ..ไม่แน่ใจว่าคุณปุ้มให้คำตอบเรื่องงานหมั้นมาหรือยัง..แม่พิมพ์แก่แล้วหลงๆลืมๆน่ะค่ะ..คลับคล้ายคลับคลาว่าจะให้มาแล้ว..เอ๊ะ หรือว่ายังไม่ให้นะ..คุณหนึ่งลองถามคุณท่านสิคะ”
อนวัชนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร หน้าตาผิดหวังที่ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ “ถ้าคุณพ่ออยู่ คุณหนึ่งก็ไม่มาถามแม่พิมพ์หรอก..ในเมื่อแม่พิมพ์ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร..คุณหนึ่งไปถามเจ้าตัวเค้าเองก็ได้” อนวัชลุกเดินออกไปเลย
“อ้าว..คุณหนึ่งจะใจร้อนไปทำไมคะ ..คุณหนึ่ง” นมพิมพ์ร้องเรียก แต่อนวัชไปแล้ว นมพิมพ์ยิ้มรู้ทัน “ใจร้อนอยากรู้คำตอบแบบนี้..คงอยากได้ข่าวดีแน่ๆ“

ที่บ้านเดือนประดับ สุดาวางกล่องแหวนไว้หน้าหทัยรัตน์ “ปุ้ม คุณแม่ให้ปุ้มวัดขนาดแหวนจ้ะ คุณลุงจะเอาแหวนหมั้นไปปรับขนาดให้เท่ากับนิ้วปุ้ม “
“ไม่ต้องวัดหรอกค่ะพี่แป้น..เพราะปุ้มไม่หมั้นกับคุณอนวัช”
“วันนี้ “ไม่หมั้น” แต่มะรืนนี้ “ไม่แน่””
“พี่แป้นคะ !!”
สุดาวางกล่องแหวนลง “พี่วางแหวนไว้ที่นี่นะ ลองดูว่าวงไหนพอดีที่สุดแล้วค่อยเอาไปให้คุณแม่”
“พี่แป้น..”
สุดายิ้มๆเดินออกไปเลย ไม่ฟังเสียง
หทัยรัตน์ถอนใจเบาๆ และก้มดูแหวนขนาดต่างๆที่วางอยู่ในกล่อง หทัยรัตน์ครุ่นคิดคำพูดของส่องแสงดังเข้ามา
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะหทัยรัตน์ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงใจถึงขนาดนี้..รู้ทั้งรู้ว่าพี่หนึ่งเค้าไม่สนใจ ก็ยอมแม้แต่เอาตัวเข้าแลก..แต่ก็อย่างว่าผู้หญิงอย่างเธอมันก็ไม่มีอะไร นอกจากตัว” หทัยรัตน์คิดแล้วทั้งเครียดทั้งเศร้า..
พอดีแหววเดินเข้ามาในห้อง “คุณปุ้มคะ..คุณอนวัชมาขอพบค่ะ ตอนนี้รอที่สวนหน้าบ้าน..คุณอนวัชบอกว่ามีธุระสำคัญมาก”
“แต่ฉันไม่สะดวก”
“เธอฝากบอกว่า..ถ้าคุณปุ้มไม่สะดวกลงไป เธอจะขึ้นมาหาเองค่ะ”
หทัยรัตน์ชักสีหน้านิดๆ ทำเป็นรู้ทัน!!!

อนวัชกับหทัยรัตน์เผชิญหน้ากัน
“อาทิพย์คุยกับเธอเรื่องการตัดสินใจของคุณพ่อแล้วใช่มั้ย ? “
“คุยแล้วค่ะ”
“ดี...จะได้รู้ว่าฉันมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอ ฉันไม่ต้องการทำให้เธอเสียชื่อ ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้เธอพ้นคำครหา “
หทัยรัตน์มองอนวัชและตอบยิ้มๆ “ขอบคุณ คุณอนวัชมากนะคะ ที่มีน้ำใจกับดิฉัน“ อนวัชยิ้มนิดๆ หทัยรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น “แต่ขอโทษนะคะ..ดิฉันไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะรับหมั้นคุณเพียงเพราะต้องการเอาตัวรอดจากการโดนนินทา” อนวัชหุบยิ้ม “คุณไม่จำเป็นต้องเสียสละเพื่อดิฉันมากขนาดนั้น เก็บโอกาสของคุณไว้หมั้นและแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่ฉันเถอะค่ะ”
“เธอหมายความว่า ...”
“ดิฉันไม่รับหมั้นคุณ”

แหววกำลังเช็ดฝุ่นอยู่ในห้องรับแขก สัทธาเดินเข้ามามองซ้ายมองขวาไม่เห็นเป้าหมายก็หันมาถามแหวว “แหวว เห็นปุ้มมั้ย ฉันไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ”
แหววหันมาตอบ “อ๋อ คุณปุ้มไปพบคุณอนวัชที่สวนค่ะ”
“อ้าว หนึ่งมาเหรอ?” สัทธาแปลกใจ

อนวัชนิ่งอึ้ง และตอบกลับไปเสียงเข้ม “ทำไมเธอไม่รับหมั้นฉัน ?”
“ดิฉันทนไม่ได้ที่จะให้คนอื่นมาดูถูกว่าฉวยโอกาสผูกมัดคุณ “
“ถ้าเธอไม่รับหมั้นเธอก็โดนดูถูกเหมือนกัน “
“เรื่องนั้นดิฉันทนได้ และมั่นใจว่าในอนาคตเมื่อคุณหรือดิฉันแต่งงานกับคนอื่น..จะทำให้ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปเอง”
“แต่งงานกับคนอื่น ? พูดเหมือนมีเป้าหมายอยู่ในใจ ... ใคร ?”
“ใครก็ได้..ที่ไม่ใช่คุณ!” หทัยรัตน์ตอบอย่างหนักแน่น มั่นใจ
อนวัช...จี๊ด ด้วยโทสะ และ อัตตาอนวัชไม่ยอม “ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธฉัน .. คำว่า “ไม่ใช่ฉัน” ต่อให้เธอย้ำเป็นล้านครั้ง . .ฉันก็ไม่สน เพราะสุดท้าย..เธอต้องรับหมั้นฉัน และแต่งงานกับฉันเท่านั้น”
หทัยรัตน์หันขวับสะบัดมือออก และสวนกลับ “ดิฉันไม่เข้าใจ..ทำไมคุณต้องบังคับให้ฉันรับหมั้นคุณด้วย ทั้งๆที่คุณก็คงไม่อยากหมั้นกับดิฉัน แล้วจะบังคับฉันทำไม..” อนวัชสะอึก..ตอบไม่ถูก “ตอบมาสิคะว่าทำไม.. ?” อนวัชชะงัก...ไม่ตอบ หทัยรัตน์คาดคั้นต่อ “ทำไมเราถึงต้องหมั้นกัน ในเมื่อคุณไม่ได้รักฉัน มีแต่หาเรื่องกลั่นแกล้งสารพัด เราก็ไม่ได้รู้สึกดีต่อกัน แล้วจะมาหมั้นกันทำไม..ทำไมคะ.. ทำไม? บอกมาสิคะว่าทำไม?”
อนวัชโดนคาดคั้นก็กดดัน ด้วยทิฐิแรงจึงโกหกไป “เพราะฉันต้องการเอาชนะเธอ !!!!”
หทัยรัตน์อึ้ง !! อนวัชตอบแล้วเงียบไป อยากจะถอนคำพูดแต่สายเกินไป.. หทัยรัตน์นิ่งไป เจ็บอยู่ในใจ และตอบเสียงเย็นชา... “ถ้าคุณต้องการหมั้นเพียงเพราะต้องการเอาชนะฉัน คุณเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ได้เลย เพราะฉันไม่มีวันหมั้นกับคุณ” หทัยรัตน์หันหลังและเดินกลับเข้าบ้านไป
อนวัชยืนนิ่ง..ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอบแบบนั้น..อนวัชอยากจะเรียกหทัยรัตน์ไว้และคุยกันใหม่ แต่ทิฐิดึงรั้งไว้ไม่ให้ทำตามใจต้องการ

อนวัชเดินหน้าเครียดมาขึ้นรถและขับออกไปอย่างเร็ว สัทธาเดินมาไม่ทัน อนวัชไปแล้ว
“หน้าหงิกแบบนี้..ทะเลาะกันอีกแน่ๆ” สัทธาเครียด
หน้าบ้านรถส่องแสงขับสวนเข้ามา รถอนวัชขับออกไป
ส่องแสงมองเห็นรถอนวัชแล้วแปลกใจ “พี่หนึ่งนี่..มาทำไม?“ ส่องแสงแปลกใจ

สัทธากำลังเดินเข้าบ้าน .. เสียงส่องแสงดังขึ้น “เมื่อกี๊พี่หนึ่งมาที่นี่ใช่มั้ยคะ แล้วพี่หนึ่งมาหาใคร แล้วมาทำไมคะ?”สัทธามองส่องแสงเซ็งๆแล้วตอบกวนๆ “คำตอบที่1 ใช่หนึ่งมาที่นี่ คำตอบที่ 2 หนึ่งมาหาปุ้ม คำตอบที่ 3 หนึ่งคงจะมาคุยกับปุ้มเรื่องงานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ “
ส่องแสงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “อ๋ออออออ..” ส่องแสงค่อยคิด แล้วก็ชะงักกึก หันขวับมา “ห๊ะ..มะ..เมื่อกี๊พี่ปุ๊พูดว่า..พี่..พี่หนึ่งมาคุยกับปุ้มเรื่องอะไรนะคะ”
“เรื่อง-งาน-หมั้น” สัทธาเน้น
“แล้ว..งานหมั้นอะไร..ใครหมั้นกับใครคะ”
“งานหมั้นของหนึ่งกับ....ปุ้มไงจ๊ะ...หรือจะให้พี่หมั้นกับเจ้าหนึ่ง ฟ้าผ่าแน่”
ส่องแสงแทบช็อค..ไม่ขำ “งานหมั้นของพี่หนึ่งกับนังปุ้ม..ไม่จริง !!!” ส่องแสงร้องกรี๊ดขึ้นมา ทำเอาสัทธายกมืออุดหูแทบไม่ทัน
“.. นี่ส่อง..เบาๆหน่อยสิ หูพี่จะแตกแล้ว..นี่ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามคุณลุงวิทย์ก็ได้..คุณลุงเป็นคนมาขอหมั้นยัยปุ้มเมื่อวันก่อน..”
“ทำไม..ทำไมคุณลุงต้องมาขอหมั้นมันด้วยคะ”
“เรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณพวกผู้หญิงขี้อิจฉาที่ปากอยู่ไม่สุขชอบเอาเรื่องของปุ้มกับหนึ่งไปพูดเสียๆหายๆ คุณลุงไม่อยากให้ปุ้มต้องอับอายขายขี้หน้า เลยมาขอหมั้นเพื่อสยบข่าวลือทั้งหมด..” ส่องแสงอึ้งไป สัทธาพูดต่ออย่างสนุกปาก “พวกผู้หญิงปากบอนคงจะหน้าหงายกันไปเป็นแถว ถ้ารู้ว่าคำพูดมั่วๆของตัวเองทำให้หนึ่งกับปุ้มลงเอยกันด้วยดีแบบนี้..จริงมั้ยจ๊ะน้องส่อง..” สัทธาเดินกลับเข้าบ้านไป
ส่องแสงช็อค!!!! “ไม่จริง ไม่จริง..ไม่จริง!!!!“

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชเดินไปมาในห้องนอน ครุ่นคิดถึงคำพูดของหทัยรัตน์
“ถ้าคุณต้องการหมั้นเพียงเพราะต้องการเอาชนะฉัน คุณเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ได้เลย เพราะฉันไม่มีวันหมั้นกับคุณ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9 วันที่ 11 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ