อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 12 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 12 มิ.ย. 58

“เชิญเถิดคุณพระ” แม่ทัพเขมรมองพระยาสิทธิสงครามที่นำทหารไปตรวจ ยิ้มอย่างมีเลศนัย

ต่อมาพระศรีสิทธิสงครามรายงานเจ้าพระยาบดินทร์เดชาว่าตรวจค้นอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีข้อพิรุธแต่ประการใด บางทีเราอาจจะระแวงเกินไปก็เป็นได้

“ฉันไม่อยากประมาท อย่างไรก็ต้องรอข่าวจากหลวงกำแหงก่อน” เจ้าพระยาบดินทร์เดชาเอ่ย พระศรี–สิทธิสงครามจึงจะยั้งทัพเขมรไว้นอกเมืองรอให้แน่ใจเมื่อใดค่อยให้เข้าเมือง “ไม่ได้...หากพวกเขาไม่ผิด ก็จะเป็นการเสียน้ำใจกัน กระเทือนการใหญ่ในภายหน้า แต่ถ้าผิดจริง ก็จะฉวยโอกาสนี้เป็นข้ออ้างยกพลไปร่วมกับฝั่งญวน”


เจ้าพระยาบดินทร์เดชานิ่งไปครู่หนึ่งจึงสั่ง “เช่นนี้เถิด ฉันจะเลี้ยงต้อนรับทหารของนักองค์อิ่ม คุณพระกำชับคนของเราให้จับตาดูไว้อย่าให้ทหารนักองค์อิ่มเคลื่อนไหวโดยพลการ”

สั่งการแล้วเจ้าพระยาบดินทร์เดชาคิดกังวล เพราะในสถานการณ์ตึงเครียดนี้จะพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ooooooo

ที่ป่าใกล้เมืองพัตบอง ขบวนของขุนนาฏยโกศลใกล้เข้ามาแล้ว หมื่นวิชิตบอกว่าพ้นชายป่าก็ได้เข้าเมืองพัตบองแล้ว ทุกคนพากันดีใจเพราะรอนแรมกันมาหลายวัน

ทันใดนั้นทหารไทยกลุ่มหนึ่งก็กรูกันออกมาขวาง หมื่นวิชิตยกมือยอมแพ้ทันที สมิงสอดน้อยเห็นดังนั้นจึงออกไปเจรจาทักพันจบรณรงค์ที่นำกำลังมาสกัด บอกว่าตนคือสมิงสอดน้อย

ต่างทักทายกันด้วยความยินดี พันจบรณรงค์ถามว่าเหตุใดสมิงสอดน้อยจึงมาอยู่ที่นี่

“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถิด เพลานี้ที่พัตบองเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่มีกระไรน่าเป็นห่วงขอรับ นี่ทัพของนักองค์อิ่มก็เพิ่งขนทหารแลเสบียงมาเพิ่มเพื่อช่วยเหลือพวกเรา ถ้าเปิดศึกกันเราชนะแน่นอนขอรับ”

“แย่แล้ว!” สมิงสอดน้อยตกใจมาก

ฝ่ายเจ้าพระยาบดินทร์เดชา จัดต้อนรับแม่ทัพเขมรในกระโจมของท่าน เอ่ยขอบคุณแม่ทัพที่นำทหารและเสบียงมาสมทบแลเราจะได้ร่วมรบกันต่อไป แม่ทัพแจ้งว่าตนได้แผนที่ภายในเมืองโปริสาทมา เห็นช่องทางเดินทัพสำคัญ อันอาจทำให้เรายึดเมืองโปริสาทได้โดยง่าย เจ้าพระยาบดินทร์เดชาจึงเร่งให้รีบเอามาดู

เมื่อทหารยกกล่องมาให้ เจ้าพระยาเปิดดูทำหน้าฉงนเพราะภายในกล่องว่างเปล่า พริบตานั้นทหารที่นำกล่องเข้ามาชักมีดออกจ้วงแทงเจ้าพระยาทันที เจ้าพระยาสะดุ้งก้มมองมีด ทหารผู้นั้นมองมีดแล้วตกใจหน้าซีดที่มีดแทงไม่เข้าเพราะเจ้าพระยาบดินทร์เดชาใส่เกราะไว้

พริบตานั้นเจ้าพระยาบดินทร์เดชาชักดาบที่อยู่ใกล้มือออกฟันทหารคนนั้นตายคาที่ แม่ทัพเขมรตกใจตะโกนลั่น

“หนี!!”

ทหารเขมรสี่ห้าคนที่รายล้อมพากันชักอาวุธออกมาตะลุยเปิดทางให้แม่ทัพหนี แต่สมิงสอดน้อยกับพระศรีสิทธิสงครามนำทหารบุกเข้ามาฟาดฟันพวกทหารเขมรตายสิ้นและจับตัวแม่ทัพที่ตกใจตัวสั่นไว้ได้

ooooooo

เมื่อขบวนของขุนนาฏเข้าเมืองพัตบองแล้ว หมอมาตรวจขาหักของขุนนาฏ ชมว่าผู้ที่ดามขาขุนนาฏคนก่อนทำได้ดีมาก ตนจึงรักษาได้โดยง่ายและท่านขุนต้องหายเป็นปกติไม่พิการแน่นอน

ขุนนาฏบอกคุณปิ่นให้ขอบคุณขุนศรีไชยทิตยด้วย ถ้าไม่ได้ท่านนอกจากตนจะมาไม่ถึงพัตบองแล้วอาจพิการด้วย

คุณปิ่นบอกหุ่นให้ไปส่งคุณหมอแล้วตามลำดวนมาด้วย หุ่นบอกว่าลำดวนไม่ได้อยู่กระโจม พอไปตามท่านหมอมาก็หายตัวไป สงสัยว่าจะไปเดินเล่นกระมัง
ลำดวนไปเดินเล่นจริงๆ กำลังเดินดูของในเมืองพัตบองกับเหมอยู่อย่างเพลิดเพลิน เพราะเมืองพัตบองเป็นเมืองสำคัญ ผู้คนมากมาย ตลาดคึกคัก ลำดวนเปรียบเทียบว่าเหมือนเมืองปากน้ำเลย

พอได้ยินลำดวนเอ่ยถึงเมืองปากน้ำ เหมก็ขรึมไปทันที ลำดวนจับชายเสื้อเหมขอโทษตามความเคยชินมาแต่ตอนตนยังเด็ก หมื่นวิชิตมาเห็นพอดีตวาดด้วยความโมโหหึงว่า “นั่นทำกระไรกัน” หมื่นวิชิตยังตำหนิลำดวนว่า “แม่ลำดวนเป็นถึงลูกชาติลูกตระกูล ไปจับชายเสื้ออ้ายควาญช้างชาติไพร่นี่ได้อย่างไร”

ลำดวนโมโหปรามว่ามากเกินไปแล้ว แต่เหมกลับขอว่า “ช่างเถิด หัวหมื่นพูดถูกแล้ว โดยศักดิ์ของแม่ลำดวนหาควรข้องแวะกับตะพุ่นเก่าอย่างฉันไม่ อย่าให้แม่ต้องเสียราศีเพราะฉันเลย” เหมดึงชายเสื้อออกแล้วรีบเดินไปเงียบๆ

ลำดวนมองหมื่นวิชิตอย่างโกรธแค้นก่อนสะบัดหน้าใส่เดินหนีไปอีกทาง หมื่นวิชิตเรียก แต่ลำดวนไม่สนใจเลยได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหหึงและเจ็บใจ

หมื่นวิชิตกลับไปนั่งดื่มกับพวกทหารจนเมาระบายความโกรธแค้นให้ฟัง พวกทหารสอพลอว่าลำดวนไม่มีทางเห็นควาญดีกว่าเขาดอก อีกคนยุว่า “ยิ่งถ้าคุณหนูเห็นความน่าสมเพชของอ้ายควาญนั่นยิ่งไม่มีทางมีใจให้มันดอก”

หมื่นวิชิตหูผึ่งถามว่าต้องทำอย่างไรจะไปรุมกระทืบเหมหรือ ลำดวนได้เกลียดตนปะไร

“ไม่ต้องดอกพี่ ฉันรู้ข่าวสำคัญมา พรุ่งนี้ไม่เพียงแต่แม่ลำดวนจะเห็นความทุเรศของอ้ายควาญนั่น ยังทำให้พี่ได้หน้าต่อท่านพระยาอีก” แล้วก็กระซิบให้หมื่นวิชิตฟัง หมื่นวิชิตเอียงหูฟังตาเป็นประกายชอบอกชอบใจ

ooooooo

ทหารผู้นั้นบอกหมื่นวิชิตว่า เพื่อการนี้ตนติดสินบนให้คู่ประลองของหมื่นวิชิตคือครูสมขอให้อ่อนข้อให้หมื่นวิชิตชนะเพื่อเจ้าพระยาบดินทร์เดชาจะได้พึงใจในฝีมือ

ส่วนเหมนั้นตนแอบส่งชื่อเข้าประลองและใส่ไฟว่าเหมคุยโตโอ้อวดว่าจะเอาชนะทหารของท่านเจ้าพระยา พวกทหารไม่พอใจจึงจัดให้ประลองกับคุณพระศรีสิทธิสงคราม ทหารเอกฝีมือสูงสุดของท่านเจ้าพระยา

เหมหงุดหงิดขัดเคืองใจที่มีผู้แอบส่งชื่อตนเข้าประลอง อีกทั้งถูกจับคู่ประลองกับพระศรีสิทธิสงครามที่ตนเคยแพ้มาแล้ว ตนสู้คุณพระไม่ได้แน่ แต่ลำดวนเห็นว่าเหมควรเข้าประลอง หากถูกใจเจ้าพระยา เหมจะได้เข้ารับราชการเป็นถึงทหารสังกัดท่านเจ้าพระยาทีเดียว

ไม่ว่าสมิงสอดน้อยกับลำดวนจะลุ้นอย่างไร เหมก็ถอดใจไม่ขอประลองฝีมือ จนกระทั่งพ้นเพลแล้ว ลำดวนตามมาเจอเหมนอนเล่นอยู่ริมคลอง บอกเหมว่าตนได้เจอบุษย์แล้ว บุษย์บอกว่าฆาตกรตัวจริงที่ฆ่ากับปิตันเจเมสันคือหลวงสรอรรถ

เหมลุกพรวดปะติดปะต่อเรื่องราวได้ก็พูดกับลำดวนอย่างเจ็บแค้นว่า

“หากเพียงแค่หลวงสรอรรถกับพระยาปลัดฉวยโอกาสหลอกเจ้าคุณพ่อ พี่ยังพอกลืนเลือดให้อภัยได้ แต่เมื่อเป็นแผนชั่วแต่ต้น พี่จะไม่มีวันยอมเป็นอันขาด”

“แล้วคุณพี่เหมจะกระทำกระไรได้หรือเจ้าคะ เพราะคุณพี่เหมเป็นเพียงแต่หมอควาญช้างจะเอากระไรไปสู้กับคนชั้นหลวงชั้นพระยาเล่าเจ้าคะ เหลือทางเดียวคือเป็นทหารในสังกัดท่านเจ้าพระยาบดินทร์เดชาเพื่อจะได้มียศศักดิ์ไว้คุ้มครองตนแลทวงความเป็นธรรมให้เจ้าคุณลุง แต่ในเมื่อคุณพี่เหมท้อแท้ใจถึงเพียงนี้ ก็รอแต่กรรมสนองเพียงอย่างเดียวเถิดเจ้าค่ะ”

พูดให้เหมคิดสะกิดให้แค้น แล้วลำดวนผละไป เหมขบกรามแน่นด้วยความแค้นรู้ดีว่าลำดวนพูดถูกทุกอย่าง ถ้าตนไม่สู้ก็ไม่มีใครทวงความเป็นธรรมให้พ่อท่านได้

ooooooo

การประลองเพื่อคัดเลือกทหารเริ่มขึ้นแล้ว แต่คู่แล้วคู่เล่าผ่านไปไม่มีใครเอาชนะครูคู่ต่อสู้ได้เลย จนถึงคู่ของหมื่นวิชิตกับครูสมที่ลูกน้องไปติดสินบนครูฝึกไว้

แต่สู้กันเพียงอึดใจ เจ้าพระยาก็ดูออกว่าเตี๊ยมกันไว้ พูดอย่างไม่พอใจว่า “ข้าจะเอาทหารไม่ใช่นางละคร”

จนเมื่อพระศรีสิทธิสงครามลงสนามเพื่อประลองกับเหม ลำดวนมองหาเหมด้วยความกระวนกระวายใจ และแล้วเหมก็ปรากฏตัวในสภาพโกนหนวดเคราจนใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาเพราะออกกรรมแล้ว เหมชักดาบสองมือออกมาพร้อมสู้ พระศรีสิทธิสงครามยิ้มพอใจชักดาบของตนออกเช่นกัน ครู่เดียวพระศรีสิทธิสงครามก็ฉุกคิดเมื่อเห็นเพลงดาบของเหม อุทาน

“ดาบอาทมาต!! ข้าจำเอ็งได้แล้ว!”

เมื่อเจ้าพระยาบดินทร์เดชารู้จากสมิงสอดน้อยว่าเหมคือบุตรชายเจ้าพระยาบริรักษ์ก็ยิ่งปลื้มปีติ การประลองยุติลงเมื่อเหมเอาชนะพระศรีสิทธิสงครามได้สำเร็จ เหมวางดาบลงคุกเข่าขอขมาพระศรีสิทธิสงคราม ท่านตบบ่าเหมอย่างพอใจ

เหมฮึกเหิมขึ้นอีกครั้งเมื่อเอาชนะพระศรีสิทธิสงครามได้และมั่นใจในอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า

เมื่อข่าวสะพัดไปถึงขุนนาฏว่าควาญช้างเครารกผู้นั้นคือเหมก็ถึงกับตบเข่าฉาดว่าเหตุใดตนจึงตาฝ้าฟางจนไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่าควาญผู้นั้นคือเหม

หลายวันต่อมา ทับทิมมาหาบัวที่วังเสด็จ ทับทิมเล่าถึงการรบกันที่พัตบอง บัวเป็นห่วงพ่อกับแม่ ทับทิมจึงเล่าให้คลายกังวลว่า ในทัพของเจ้าพระยาบดินทร์เดชามีคนรู้จักพ่อกับแม่ดีคือคุณเหม บัวตกใจนึกไม่ถึงว่าเหมจะไปศึกด้วย

“อ้ายคนที่ส่งสาส์นมาถึงพี่เป็นคนเล่าให้ฟังเอง บอกว่าคุณเหมเป็นควาญช้างแต่ได้เข้าประลองคัดเลือกทหารแลเอาชนะพระศรีสิทธิสงคราม ทหารเอกของท่านเจ้าพระยาได้ ท่านเจ้าพระยาเลยตั้งให้เป็นนายทหารประจำตัว เสมือนหนึ่งองครักษ์ นี่ละนะ...ทองแท้มิว่าอยู่ในที่ใดก็ยังเป็นทองแท้อยู่ดี”

บัวเครียดขึ้นทันทีไม่เคยคิดเลยว่าเหมจะกลับฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง

ooooooo

หลังจากรำอวยพรให้ทหารดูคืนนี้แล้ว รุ่งขึ้นที่หน้ากระโจมของลำดวนก็มีพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้เป็นปริศนา แต่หุ่นเชื่อว่าเป็นมาลัยที่ตั้งใจให้ลำดวนและที่พัตบองก็มีลำดวนอยู่ที่เดียวคือละแวกที่พักของควาญเท่านั้น

ไม่เพียงมีพวงมาลัยดอกลำดวนเท่านั้นยังมีกระดาษเขียนคำกลอนอ่อนหวานแนบมากับพวงมาลัยด้วย ลำดวนอ่านแล้วเขินอายเอามาลัยแนบอกเข้ากระโจมไป เหมแอบดูอยู่ เห็นลำดวนเขินอายก็ยิ้มมั่นใจว่าลำดวนก็มีใจให้ตนเช่นกัน

สิบกว่าวันผ่านไป...

หลังจากนักองค์อิ่มแปรพักตร์ ทางฝ่ายญวนจึงมีกำลังมากขึ้น องเดดก แม่ทัพหน้าของทัพญวนย่ามใจ ยกพลบุกเข้ารบกับทัพไทยหลายครั้ง แต่กองทัพไทยก็สามารถต่อสู้อย่างเข้มแข็ง ทำให้ทัพญวนไม่สามารถรุกคืบหน้ามาได้แม้แต่น้อย ซึ่งกลับเป็นการสร้างความกดดันให้กับทัพญวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ในสถานการณ์เช่นนี้ หลวงสรอรรถนำลูกน้องบรรทุกปืนใส่ลังมาเต็มเกวียน หัวเราะสมใจนักกับการรบพุ่งที่เกิดขึ้น เรืองพูดอย่างสะใจว่า “ยิ่งพวกญวนกำลังแย่ก็ยิ่งขายอาวุธได้ราคา คุณหลวงช่างคิดอ่านได้ลึกซึ้งนัก”

“เช่นนั้น ข้าถึงได้แยกออกจากกองทัพของอ้ายพระยาปลัดอย่างไรเล่าวะ เราใช้ทัพพระยาปลัดพรางการขนปืน แต่ในเมื่อมันรบกันแล้ว เราก็ต้องรีบเดินทาง ในเมื่อเงินทองรออยู่ตรงหน้า จะมัวร่ำไรอยู่กับอ้ายพระยาปลัดได้อย่างไร ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

เย็นวันนี้ เหมมอบพวงมาลัยดอกลำดวนให้เจ้าตัวด้วยมือ ลำดวนรับไปอย่างเขินอาย ครู่หนึ่งจึงขรึมลงบอกเหมว่า

“ต่อไป คุณพี่เหมอย่าเอามาให้ลำดวนอีกเลยนะจ๊ะ” เหมหน้าเสียถามว่าทำไมเล่า “ที่ลำดวนไม่รับเพราะเกรงจะเคยตัว ต้องร้องขอพวงมาลัยสดจากคุณพี่ทุกวันจนไม่อยากมีพวงมาลัยโรยเก็บไว้น่ะจ้ะ”

“เจ้ารู้ว่าพี่คงไม่อาจเฝ้าร้อยมาลัยลำดวนพวงใหม่ให้เจ้าได้ทุกวัน เลยไม่อยากรับรู้ถึงวันที่ต้องรอคนมาเปลี่ยนมาลัยใหม่ล่ะสิ”

“เจ้าค่ะ” เสียงตอบนั้นเศร้านัก

“อย่าคิดเช่นนั้นเลย เราจากกันอีกแล้วเป็นเช่นใด จากเป็นมิใช่จากตาย ก็เหมือนที่เราเคยจากกันมา เจ้าอย่าได้อาลัยไปเลย เวลานี้พี่ยังอยู่ใกล้เจ้าได้ก็มิสู้รับพวงมาลัยนี้ไปทุกวัน จนกว่าจะถึงวันที่เราจากไปจริงไม่ดีกว่าหรือ”

“คุณพี่เหมอย่าพูดอย่างนี้เลยเจ้าค่ะ ลำดวนใจคอไม่ดีเลย”

เหมเอื้อมจะจับมือลำดวนแต่ก็ชะงักกลัวลำดวนจะเสียหายจึงเปลี่ยนเป็นจับมาลัยพวงเดียวกันแทน เอ่ยปลอบว่า

“เจ้าอย่ากลัวไปเลย ยิ่งไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน การอยู่ด้วยกันของเรายิ่งมีคุณค่า พี่กับเจ้าจึงควรทะนุถนอมมันเอาไว้ให้ดีที่สุด แต่มิใช่หวาดกลัวว่าจะเสียมันไปมิใช่รึ”

ลำดวนยิ้มรับบางๆ ทั้งสองจับมาลัยพวงเดียวกัน ใบหน้าห่างกันแค่ฝ่ามือกั้น ต่างส่งผ่านความรู้สึกถึงกันจากดวงตาโดยมิได้แตะเนื้อต้องตัวเลยแม้แต่น้อย...

แต่แล้วลำดวนก็ต้องเศร้า เมื่อคุณปิ่นเข้ามาดูมาลัยดอกลำดวนที่เหี่ยวเฉาแล้วแต่ลำดวนก็ยังเก็บไว้อย่างหวงแหน ชมว่าเหมร้อยมาลัยเก่งจนหญิงชาววังบางคนยังร้อยสู้ไม่ได้ แล้วคุณปิ่นก็พูดเหมือนไม่คิดอะไรว่า

“แม่รู้ว่าเจ้าชื่นชมนับถือคุณเหมมาแต่เล็กแต่น้อย แต่เจ้าไม่ควรลืมว่าเจ้าตอนนี้ไม่ใช่เด็กเล็กๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว” ลำดวนบอกว่าตนไม่เคยลืมและไม่เคยทำสิ่งใดให้เสื่อมเสีย “ข้อนั้นแม่เชื่อ แต่แค่นั้นยังไม่พอดอก เจ้าต้องคิดถึงศักดิ์แห่งตระกูลของเจ้าไว้ให้มากด้วย”

ลำดวนนิ่งไปอย่างสัมผัสได้ถึงความหมายในคำพูดนั้น คุณปิ่นก็ยังพูดอย่างยิ้มแย้มต่อไปว่า

“ถึงคุณเหมจะพ้นจากตะพุ่นมาเป็นทหารแล้ว แต่ก็ยังห่างจากเจ้าอยู่มากนัก พูดตามตรงก็คือเจ้าไม่ควรให้ความสนิทชิดเชื้อมากเกินไปนัก” ลำดวนติงว่าแม่ท่านก็เคยให้ความเมตตาพี่เหมมิใช่หรือ “นั่นเพราะคุณเหมคือบุตรชายของพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชม ไม่ใช่อดีตตะพุ่นที่มีแต่ตัวเหมือนตอนนี้”

“แม่ท่าน...” ลำดวนครางออกมาแผ่วเบา คุณปิ่นตัดบททันทีว่า

“เจ้าจะหาว่าแม่ใจดำเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่เมื่อใดที่เจ้ามีลูก เจ้าก็จะเข้าใจแม่แองว่า หัวอกของคนเป็นแม่ที่มีลูกสาวนั้น ไม่มีกระไรจะขื่นขมไปกว่าต้องทนเห็นลูกสาวมีคู่ต่ำศักดิ์กว่าตัวเอง แล้วฉุดลูกสาวของตนลงสู่ที่ต่ำไปด้วยดอก”

คุณปิ่นวางมาลัยลำดวนไว้ที่เดิมแล้วเดินออกไป ลำดวนเครียดทันที เมื่อแม่ออกมาขวางเสียเองเช่นนี้ ตนจะทำอย่างไร

ooooooo

คืนนี้ ขณะเหมกำลังจะเข้ากระโจม สมิงสอดน้อยเรียกไว้ เอาจดหมายลับจากพวกที่จะขายอาวุธปืนให้ญวนให้เหมอ่าน แล้วชวนเหมไปดูหน้าพวกทรยศและดักจับพวกมันมาลงโทษด้วยกัน

“ไปสิพี่ ฉันอยากรู้นักว่าใจคอพวกมันทำด้วยกระไร ถึงได้ขายปืนให้ศัตรูมาเข่นฆ่าคนไทยด้วยกันได้ลงคอ” เหมสีหน้าเจ็บแค้น มุ่งมั่น

เช้าวันรุ่งขึ้น สมิงสอดน้อย เหม และหมื่นเผด็จ แต่งตัวเป็นทหารญวนไปรอพวกค้าอาวุธอยู่นาน จนทหารวิ่งมารายงานว่าพวกมันมาแล้ว สมิงสอดน้อยสั่งทุกคนให้เตรียมพร้อมอย่าพูดอะไรให้เป็นพิรุธเด็ดขาด

เมื่อพวกที่จะขายอาวุธให้ญวนขนอาวุธออกมา สมิงสอดน้อยและเหมซึ่งรู้จักหลวงสรอรรถเป็นอย่างดีจึงรู้ว่าผู้ที่ทรยศต่อแผ่นดินขายอาวุธให้ญวนคือหลวง
สรอรรถนั่นเอง ดังนั้นเมื่อพวกหลวงสรอรรถเรียกให้ไปดูอาวุธ สมิงสอดน้อยกับเหมจึงไม่ไปหากยืนดูอยู่ห่างๆ

เรืองนายโจรผู้มีประสบการณ์โชกโชนสงสัยว่าทำไมสองคนนั้นไม่มาดูปืนจึงเดินเข้าใกล้ ทันทีที่ต่างรู้ว่าใครเป็นใครต่างก็ชักดาบออกมาฟาดฟันกัน หลวงสรอรรถรู้ว่าเสียทีแล้ว อาศัยจังหวะนั้นหนีไป เหมเห็นดังนั้นวิ่งตามไปทันที

เมื่อไล่จนเผชิญหน้ากัน หลวงสรอรรถกลัวจนตัวสั่น เหมจ้องหน้าพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า

“มึงฆ่ามิสเตอร์เจเมสันเพื่อใส่ร้ายเจ้าคุณพ่อกู ทำให้กูต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้เจ้าคุณพ่อกูต้องมีมลทินตรอมใจจนตาย วันนี้กูขอเอาเลือดมึงมาเซ่นดวงวิญญาณ”

ทันใดนั้นเรืองมาข้างหลังเหมเงื้อดาบหมายบั่นคอให้ขาดในดาบเดียว เหมรู้สึกตัวหลบวูบได้หวุดหวิด แล้วตั้งท่าเพลงดาบอาทมาตทันที เรืองจำเหมได้ หลวงสรอรรถเร่งให้รีบฆ่าเหมเสีย ขณะนั้นเองสมิงสอดน้อยไล่ตามเรืองมาทัน เรืองหัวเราะย่ามใจว่าวันนี้ตนโชคดีได้เจอดาบอาทมาตฝ่ายเหนือสองคนพร้อมกัน หันบอกหลวงสรอรรถให้รีบหนีไป ตัวเองหันมาต่อสู้กับเหมและสมิงสอดน้อย แม้จะสองต่อหนึ่งแต่ฝีมือดาบอาทมาตมันร้ายกาจจนสมิงสอดน้อยกับเหมทำอะไรมันไม่ได้มากนัก

ในที่สุดเรืองใช้ไม้ตายจนสมิงสอดน้อยกับเหมต้องถอย มันฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป เหมเจ็บใจนักที่ไม่ได้ล้างแค้นแทนพ่อ

ooooooo

กลับมาถึงค่ายทหาร เจ้าพระยาบดินทร์เดชาฟังสมิงสอดน้อยกับเหมเล่าถึงฝีมือฉกาจฉกรรจ์ในวิชาดาบอาทมาตของเรืองแล้วถามเครียดว่ามันร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือ

หมื่นเผด็จรายงานว่ายังดีที่เรายึดปืนทั้งหมดและจับตัวลูกน้องมันไว้ได้ หาไม่แล้วคงมีพวกเราต้องบาดเจ็บล้มตายอีกมากเพราะปืนพวกนี้

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 12 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ