อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/2 วันที่ 11 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/2 วันที่ 11 มื.ย. 58

“ถ้าคุณต้องการหมั้นเพียงเพราะต้องการเอาชนะฉัน คุณเตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ได้เลย เพราะฉันไม่มีวันหมั้นกับคุณ”
อนวัชคิดหนัก..หาทางทำให้หทัยรัตน์รับหมั้นให้ได้..คิด ..“ไม่..ฉันไม่ยอม..ฉันจะต้องทำให้เธอรับหมั้นฉันให้ได้ จะให้ใครช่วยดี?” อนวัชนึกถึงหน้าคนที่จะช่วยตนได้ทีละคน.วิทย์ / ทิพย์ / สุทธิ์ / พิมพ์ / กรกนก / สัทธา / สุดา..แล้วก็ย้อนกลับมาที่สุดาอีกที..อนวัชปิ๊ง !! “คนนี้แหละที่จะช่วยได้!!”

สุดานั่งคุยกับอนวัชในร้านอาหาร
“พี่หนึ่งอยากให้แป้นช่วยพูดกับปุ้ม ?”


“ใช่..พี่เห็นด้วยที่คุณพ่อแก้ปัญหาแบบนี้..แต่พี่คิดว่าปุ้มเค้าคงไม่เข้าใจ แป้นก็รู้ว่าปุ้มเจ้าทิฐิขนาดไหน ถ้าจะให้รับหมั้นนายอนวัช คงยอมกัดลิ้นตัวเองตายมากกว่า พอคิดแบบนี้แล้วพี่ก็เลยเป็นห่วง ถึงได้เรียกแป้นมาอยากให้แป้นช่วยพูดกับปุ้ม”
“แล้วพี่หนึ่งจะให้แป้นพูดอะไรคะ ?”
อนวัชยิ้มพอใจ

ที่บ้านเดือนประดับ สุดานั่งคุยกับหทัยรัตน์
“พี่แป้นไม่ต้องเกลี้ยกล่อมปุ้มแล้วล่ะค่ะ...ยังไงปุ้มก็ไม่หมั้นกับคุณอนวัช”
“ปุ้ม..คิดดูดีๆนะ การตัดสินใจของปุ้มมันจะมีผลต่อชีวิตปุ้มในอนาคตนะจ้ะ..ปุ้มจะทนให้คนอื่นเค้าเข้าใจผิดและพูดจาดูถูกได้เหรอ?“
“ได้ค่ะ...”
สุดามองหทัยรัตน์อ่อนใจ และตัดสินใจใช้ไม้ตาย “แล้วปุ้มคิดถึงคุณพ่อ คุณแม่บ้างหรือเปล่า ว่าท่านจะเสียชื่อตามไปด้วย” หทัยรัตน์ชะงัก “ถึงแม้ว่าการหมั้นครั้งนี้จะเป็นการหมั้นของปุ้ม แต่มันส่งผลถึงคนรอบข้างอีกหลายคน ไหนจะคุณลุงวิทย์ที่เป็นคนเอ่ยปากขอหมั้นปุ้มให้พี่หนึ่ง แล้วยังคุณพ่อกับคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายปุ้ม ถ้าคนอื่นนินทาว่าปุ้มก็อาจจะพาดพิงถึงท่านทั้งสามคน”
หทัยรัตน์คิดตาม แววตาเริ่มครุ่นคิด ..
“วันนี้พี่ไปสอนคุณหญิงแทน ตามที่ปุ้มต้องการ..ปุ้มอยู่บ้านทั้งวัน พี่อยากให้ปุ้มลองคิดดูให้ดีๆ วันพรุ่งนี้จะให้คำตอบที่เหมาะสมที่สุดกับคุณลุงวิทย์ เพราะถ้าปุ้มตอบไปแล้ว..เราจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเลย”
หทัยรัตน์เริ่มคิดหนักสุดาจับมือให้กำลังใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋า และหนังสือเดินออกไป..ปล่อยให้หทัยรัตน์ครุ่นคิดตามลำพัง

หน้าเรือนสีฟ้า สุดาส่งหนังสือให้กรกนก “วันนี้พี่แป้นจะสอนภาษาอังกฤษนะคะ พี่แป้นมีนิทานภาษาอังกฤษอยู่สามเล่ม คุณหญิงเลือกเล่มที่อยากอ่านที่สุดมาหนึ่งเล่มค่ะ”
กรกนกอมยิ้ม “เล่มไหนก็ได้ค่ะ ให้พี่แป้นเลือกเลยค่ะ เรื่องไหนหญิงก็ชอบทั้งนั้น เพราะช่วงนี้หญิงอารมณ์ดีมากๆเลยค่ะ”
สุดายิ้มอยากรู้ “เกิดอะไรขึ้นคะ?“
“พี่ชายเขียนจดหมายมาบอกว่าใกล้จะกลับมาแล้วค่ะ หญิงมีความสุขมากๆ”
“อ๋ออออ..พี่แป้นเข้าใจล่ะ..เออจริงสินะใกล้ถึงกำหนดกลับแล้ว..” สุดานึกถึงเรื่องหมั้นแล้วเป็นห่วงคุณชายประสาทพรขึ้นมา“จริงสิ..คุณชายกำลังจะกลับมา..ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงนะ”

ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์เดินไปมาในห้องนอนคิดหนัก..เสียงสุดาดังอยู่ในความคิดหทัยรัตน์
“ปุ้ม..คิดดูดีๆนะ การตัดสินใจของปุ้มมันจะมีผลต่อชีวิตปุ้มในอนาคตนะจ้ะ..ปุ้มจะทนให้คนอื่นเค้าเข้าใจผิดและพูดจาดูถูกได้เหรอ?“
“ได้ค่ะ... “
“แล้วปุ้มคิดถึงคุณแม่ คุณพ่อบ้างหรือเปล่า ว่าท่านจะเสียชื่อตามไปด้วย ถึงแม้ว่าการหมั้นครั้งนี้จะเป็นการหมั้นของปุ้ม แต่มันส่งผลถึงคนรอบข้างอีกหลายคน ไหนจะคุณลุงวิทย์ที่เป็นคนเอ่ยปากขอหมั้นปุ้มให้พี่หนึ่ง แล้วยังคุณแม่กับคุณพ่อที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายปุ้ม ถ้าคนอื่นนินทาว่าปุ้มก็อาจจะพาดพิงถึงท่านทั้งสามคน”
หทัยรัตน์เครียด...เสียงรถส่องแสงดังเข้ามา หทัยรัตน์ชะโงกหน้าออกไปดู

ส่องแสง และสีสุกนั่งคุยกับทิพย์ในห้องรับแขก สีสุกเปิดฉาก “ฉันได้ข่าวว่าคุณพี่วิทย์มาขอหมั้นแม่ปุ้ม“ ที่หน้าห้องรับแขก หทัยรัตน์ค่อยๆย่องมาแอบฟัง สีสุกใส่ไม่ยั้ง “ตอนนี้ใครต่อใครเค้าก็ลือกันไปทั่วว่าคุณทิพย์กับแม่หทัยรัตน์รวมหัวกันขุดหลุมดักคุณหนึ่ง “
หน้าห้องรับแขก หทัยรัตน์ชะงักกึกไม่พอใจ ในห้องรับแขก ทิพย์ชักสีหน้าด้วยความขัดเคือง
ส่องแสงยุต่อ “จริงค่ะ..ส่องเที่ยวเถียงแทนใครต่อใครคอเป็นเอ็นว่ามันไม่จริง เรื่องนี้คุณป้าไม่เกี่ยวแม้แต่นิดเดียว..แต่ไม่มีใครเชื่อเลยค่ะ..”
“ขอบคุณมากนะจ๊ะ ที่อุตส่าห์ไปเถียงกับพวกมนุษย์ปากเสีย..” ทิพย์เน้น “ที่ชอบด่าว่าคนอื่น เสียๆหายๆ แต่เรื่องของตัวเองกลับเอาฝังดินไม่พูดถึง”
ส่องแสงสะท้านแต่ทำไม่สน “แหม แต่ปุ้มเค้าก็หายไปกับพี่หนึ่งทั้งคืน คนอื่นเค้าก็มีสิทธิ์คิดอกุศลแบบนั้นนะคะ”
“ข้อนี้ป้าก็เข้าใจ..เราเอาความจริงยันกับคำพูดชาวบ้านไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณพี่วิทย์ถึงต้องมาขอหมั้นแม่ปุ้ม เอางานหมั้นสยบข่าวลือ”
สีสุกถามด้วยเสียงอยากรู้ “แล้ว..คุณทิพย์ตอบตกลงคุณพี่ไปหรือยัง ?”
“ตอนนี้ยังค่ะ..คุณพี่จะมาฟังคำตอบวันพรุ่งนี้..” ทิพย์แกล้งถาม “ถ้าคุณสีสุกเป็นดิฉัน คุณสีสุกจะตอบว่ายังไงคะ”
“อุ้ย..ถ้าฉันเป็นคุณทิพย์นะ..ฉันตอบไปเลยว่า..ไม่ตกลง เพราะถ้าตกลงก็เท่ากับยอมรับว่าเราขุดหลุมดักไว้จริงๆ” ไหทัยรัตน์แอบฟังอย่างตั้งใจ ได้ยินสีสุกพูดต่อ“เราน่ะเป็นฝ่ายหญิงมีแต่เสียกับเสีย..ยังไงๆก็ไม่ยอมรับหมั้นเป็นอันขาด“
ทิพย์ยิ้มนิดๆ “แต่..ดิฉันคิดตรงข้ามกับคุณสีสุกนะคะ ในเมื่อไหนๆเราถูกกล่าวหาแล้ว เราก็ควรจะดักเอาไว้จริงๆ จะได้ไม่อับอายขายหน้าซ้ำสองว่าคว้าน้ำเหลว ให้ชาวบ้านสมน้ำหน้าว่าขุดหลุมแล้วก็ยังพลาด”
หทัยรัตน์แอบฟังและคิดตาม สีสุกกับสองแสงมองหน้ากันรีบช่วยกันแก้
“มะ..ไม่ดีมั๊งจ้ะ”
“ใช่ค่ะ..ป้าทิพย์ไม่อายเค้าเหรอคะ”
“ป้าจะต้องอายทำไม ในเมื่อป้าไม่ได้เป็นคนเอาหลานสาวไปเร่ขาย แต่ฝ่ายชายเสนอมา เราก็แค่ตอบรับ ยิ่งไปกว่านั้น..การรับหมั้นครั้งนี้ ก็เท่ากับได้ตอกหน้าพวกปากอยู่ไม่สุข ที่รอกระทืบซ้ำถ้าเราล้ม..” หทัยรัตน์ฟังแล้วคิด... ทิพย์ทิ้งท้ายยิ้มๆ แต่หนักแน่น “การตอบรับเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของเราสมศักดิ์ศรีที่สุดแล้วค่ะ !! “
สีสุก กับส่องแสงนั่งแทบไม่ติด..ร้อนไปทั้งใจทั้งตา..พูดไม่ออกนิ่งอึ้งไป
หน้าห้องรับแขก..หทัยรัตน์ยืนแอบฟังอยู่ตลอดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

อนวัชคุยโทรศัพท์กับสุดา “แป้นคุยกับปุ้มหรือยัง ?”
“คุยแล้วค่ะ..แป้นก็พูดตามที่พี่หนึ่งบอกทุกคำ..แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปุ้มเค้าจะตัดสินใจยังไง..เพราะเห็นเค้าฟังแล้วก็เงียบๆ..คงต้องรอวันพรุ่งนี้ล่ะค่ะถึงจะรู้ใจเค้า แล้วพี่หนึ่งจะมาฟังคำตอบพร้อมคุณลุงหรือเปล่าคะ?”
“พี่ไม่ไปหรอกครับ..เอ่อ..เพราะมีงานต้องสะสางนิดหน่อย” อนวัชโกหก “พี่รอฟังคำตอบอยู่ที่บ้านแล้วกัน..พี่ไม่รบกวนแป้นแล้วนะ..สวัสดีครับ..” อนวัชวางโทรศัพท์ ได้แต่คิดกังวล

หทัยรัตน์เดินเข้ามาในห้องนอนด้วยใบหน้าครุ่นคิด คำพูดของสีสุก ส่องแสง และสุดาดังเข้ามา
“ถึงแม้ว่าการหมั้นครั้งนี้จะเป็นการหมั้นของปุ้ม แต่มันส่งผลถึงคนรอบข้างอีกหลายคน ไหนจะคุณลุงวิทย์ที่เป็นคนเอ่ยปากขอหมั้นปุ้มให้พี่หนึ่ง แล้วยังคุณพ่อกับคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายปุ้ม ถ้าคนอื่นนินทาว่าปุ้มก็อาจจะพาดพิงถึงท่านทั้งสามคน”
หทัยรัตน์คิดหนัก เสียงสีสุกดังเข้ามาในความคิด
“ตอนนี้ใครต่อใครเค้าก็ลือกันไปทั่วว่าคุณทิพย์กับแม่ปุ้มรวมหัวกันขุดหลุมดักคุณหนึ่ง”
“อุ้ย..ถ้าฉันเป็นคุณทิพย์นะ..ฉันตอบไปเลยว่า..ไม่ตกลง เพราะถ้าตกลงก็เท่ากับยอมรับว่าเราขุดหลุมดักไว้จริงๆ”
“แต่..ดิฉันคิดตรงข้ามกับคุณสีสุกนะคะ ในเมื่อไหนๆเราถูกกล่าวหาแล้ว เราก็ควรจะดักเอาไว้จริงๆ จะได้ไม่อับอายขายหน้าซ้ำสองว่าคว้าน้ำเหลว ให้ชาวบ้านสมน้ำหน้าว่าขุดหลุมแล้วก็ยังพลาด”
“การรับหมั้นครั้งนี้ ก็เท่ากับได้ตอกหน้าพวกปากอยู่ไม่สุข ที่รอกระทืบซ้ำถ้าเราล้ม.. การตอบรับเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของเราสมศักดิ์ศรีที่สุดแล้วค่ะ!! “
และสุดท้าย คำพูดของสุดาที่ว่า “วันพรุ่งนี้จะให้คำตอบที่เหมาะสมที่สุดกับคุณลุงวิทย์ เพราะถ้าปุ้มตอบไปแล้ว..เราจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเลย”
หทัยรัตน์คิดหนัก...หทัยรัตน์ยกมือขึ้น..ตั้งจิต “พ่อคะ..แม่คะ..ขอให้สิ่งที่ปุ้มตัดสินใจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนด้วยนะคะ” หทัยรัตน์ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความกล้ำกลืนใจลึกๆ

เช้าวันต่อมา ที่บ้านเดือนประดับ วิทย์ สุทธิ์ ทิพย์ สัทธา สุดา หทัยรัตน์ นั่งที่ห้องรับแขก
“ว่ายังไงปุ้ม..นี่ครบกำหนดสามวันแล้วนะ ลุงมาฟังคำตอบ..หลานตัดสินใจได้หรือยังว่าจะรับหมั้นพ่อหนึ่งของลุงหรือเปล่า”
หทัยรัตน์อึกอัก “ปุ้มตัดสินใจแล้วค่ะ... “ ทุกคนลุ้นรอฟังคำตอบ หทัยรัตน์ตัดสินใจ “ปุ้มรับหมั้นคุณอนวัชค่ะ..”
ทุกคนยิ้มดีใจ
“ดี..ถ้าอย่างนั้นลุงจะได้รีบจัดงานหมั้นให้เร็วที่สุด”
“ปุ้มขอจัดงานแบบง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่ ปุ้มอยากจัดแบบเงียบๆน่ะค่ะ “
สัทธาท้วง “ทำไมล่ะ..พี่ว่าไหนๆจะจัดแล้วก็จัดใหญ่ไปเลย พวกชาวบ้านขี้นินทามันจะได้รู้กันไป”
“ปุ้มไม่อยากตกเป็นขี้ปากคนอื่นอีกแล้วค่ะ..ยิ่งจัดใหญ่ คนอื่นจะคิดว่าเราร้อนตัว “
“งั้นก็ตามใจปุ้ม..เพื่อความสบายใจเราก็จัดเงียบๆแบบกันเองแล้วกัน..” สุทธิ์หันมาทางวิทย์ “คุณพี่มีความเห็นว่าอย่างไรครับ”
“พี่ไม่มีความเห็นอะไร ในเมื่อเป็นงานของปุ้ม ก็ตามใจเค้าแล้วกัน.. “
สุดากระซิบกระซาบกับสัทธา “ถ้าพี่หนึ่งรู้คำตอบจะต้องดีใจมากๆแน่เลยค่ะ “ สุดาพูดยิ้มๆ สัทธาขำคิกคัก
อนวัชยิ้มกว้างอย่างดีใจ

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชยิ้มกว้างอย่างดีใจ “หทัยรัตน์ยอมรับหมั้นเหรอครับ..”
“ใช่..ดีใจมั้ยล่ะ?” วิทย์ถาม
อนวัชหุบยิ้มรักษาฟอร์ม “ผมก็..ดีใจที่แก้ปัญหาทั้งหมดได้มากกว่าครับ “
นมพิมพ์อมยิ้มรู้ทัน “แค่นั้นเหรอคะ ?”
“แค่นั้นสิ..แม่พิมพ์คิดว่ามีอะไรมากกว่านั้นเหรอ ?”
“ไม่มีก็ไม่มีสิคะ ทำไมต้องทำเสียงเขียวใส่แม่พิมพ์ด้วย แม่พิมพ์ก็แค่ถามดูเท่านั้น .. ไม่ได้จะรู้ทันสักหน่อย”
อนวัชสะอึก แอบค้อนวงเล็กๆ นมพิมพ์ยิ้ม รีบหันมาทางวิทย์ “คุณท่านได้ฤกษ์หมั้นมาหรือยังคะ ? “
วิทย์พยักหน้า “ได้แล้ว..วันอังคารหน้า ปุ้มเค้าอยากให้จัดแบบเงียบๆ กันเอง เราก็คงจะไม่ต้องเตรียมอะไรมาก” วิทย์หันมาทางลูกชาย “เราล่ะ หมั้นอาทิตย์หน้าเตรียมตัวทันมั้ย”
“ทันครับ” พิมพ์หันมาอมยิ้มรู้ทันที่รีบตอบ อนวัชรีบฟอร์มช้าลง “ไม่มีปัญหาครับ..ผมอยากรีบจัดการให้มันจบๆไปเหมือนกัน” อนวัชทำเป็นนิ่งๆแต่ก็อดยิ้มพอใจไม่ได้

ที่เรือนสีฟ้า กรกนกยิ้มดีใจ “คุณครูกับพี่หนึ่งจะหมั้นกันเหรอคะ..”
อนวัชยิ้ม “ครับ..งานหมั้นจะมีอาทิตย์หน้า”
“หญิงดีใจกับพี่หนึ่งด้วยนะคะ.. “
อนวัชถามกรกนกอย่างอ่อนโยน “คุณหญิงไม่เสียใจใช่มั้ยครับ”
“เสียใจเรื่องอะไรคะ ?”
“เสียใจที่คุณครูเป็นคู่หมั้นกับพี่หนึ่ง แทนที่จะเป็น..เอ่อ..เป็นควีนของคุณชาย“
“หญิงไม่เสียใจหรอกค่ะ..เพราะพี่หนึ่งก็เป็นพี่ชายคนนึงของหญิง และถ้าการหมั้นเป็นความพอใจของพี่หนึ่งและคุณครู..หญิงก็ยินดีค่ะ..และหญิงคิดว่าถ้าพี่ชายรู้ พี่ชายก็คงจะคิดเหมือนหญิง”

ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสงแค้นใจ..เมื่อได้ฟังข่าวการหมั้น “นังปุ้มมันรับหมั้นพี่หนึ่ง!!!..นี่ป้าทิพย์ไม่อบรมสั่งสอนมันหรือยังไง ขนาดเราไปพูดถึงขนาดนั้นเค้ายังยอมให้นังปุ้มหมั้นกับพี่หนึ่งจนได้..หน้าด้านจริงๆ”
สีสุกกระพือพัดด้วยความร้อนใจ “แม่ทิพย์จะไปว่าทำไม มีแต่จะเห็นดีเห็นงามล่ะสิไม่ว่า พอกันทั้งป้าทั้งหลาน ป่านนี้คงจะเตรียมเอานังปุ้มใส่พานถวายให้คุณหนึ่งอยู่หล่ะสิ หมั่นไส้จริงๆ...เออนี่ส่อง..แล้ววันงานส่องจะไปกับแม่มั้ยลูก”
“ส่องไม่ไปหรอกค่ะ ตอนนี้เป็นทีของมัน..ปล่อยให้มันหัวเราะไปก่อน เมื่อไหร่ที่เป็นคราวส่องบ้าง..จะหัวเราะให้ดังกว่ามันคอยดู..” ส่องแสงอิจฉา “เรื่องนี้มันยังไม่จบ ! คน “แต่ง” กันยัง “หย่า” ได้..แค่ “หมั้น” ทำไมจะถอนหมั้นไม่ได้ !! นังปุ้มอย่าคิดนะว่าฉันจะยอมแพ้” ส่องแสงจิกตา กัดฟันด้วยความริษยาเหลือกำลัง

หทัยรัตน์เดินออกมาที่สวน พอเห็นแขกที่ยืนรอ ก็ชะงักเท้ารวบรวมทำใจก่อนจะเดินมาหา...“สวัสดีค่ะ แหววบอกว่าคุณต้องการพบดิฉัน”
อนวัชยืนรอ..พอได้ยินเสียงก็หันมา..หทัยรัตน์และอนวัชเผชิญหน้ากันครั้งแรกหลังจากตอบรับการหมั้น
“คนกำลังจะเป็นคู่หมั้นกัน พูดจากันให้มันดีๆหน่อย..ไม่ใช่ทำตัวห่างเหินเหมือนคนไม่คุ้นเคย “
“คนที่กำลังจะหมั้น..เพราะ “ความจำเป็น” และ “ความจำใจ” คงจะฝืนทำตัวให้สนิทสนมได้มากที่สุดเท่านี้!”
อนวัชสะอึก.. เจ็บจี๊ดในใจ .. อนวัชตอกกลับด้วยทิฐิ “ไม่ต้องย้ำว่าเธอหมั้นกับฉันเพราะความจำเป็น และจำใจ เพราะฉันเองก็หมั้นกับเธอเพราะ ..”
“เพราะต้องการเอาชนะ!!!” หทัยรัตน์พูดสวนแทนให้พร้อมกับเชิดหน้ารับ ..
อนวัชเห็นแล้วเจ็บนิดๆ..แต่ยังฝืนทำเป็นยอมรับ “จำได้ก็ดี...ฉันเองก็ไม่อยากให้เธอคิดไปเป็นเหตุผลอื่น”
“คนอย่างฉันไม่เคยคิดเอง เออเองอยู่แล้ว ฉันคิดตามสิ่งที่เห็น และสิ่งที่เป็น..เราสองคนไม่ได้ “รัก” กัน .. การหมั้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก .. ถ้าคุณจะมาเพียงเพื่อตอกย้ำในจุดนี้...ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจำได้ขึ้นใจ !! ฉันขอตัวก่อนนะคะ มีธุระต้องทำอีกมาก” หทัยรัตน์จะหันหลังเดินเข้าบ้าน
อนวัชพูดสวนขึ้น “หทัยรัตน์ !! ถึงฉันจะเป็นผู้ชนะ..ทำให้เธอยอมรับหมั้นฉัน..แต่ฉันก็จะทำหน้าที่คู่หมั้นของเธอให้ดีที่สุด ! เพราะฉะนั้นถ้าเธอต้องการอะไรบอกมาได้เลย ฉันพร้อมจะทำให้ทุกอย่าง” อนวัชพูดด้วยความจริงใจและจริงจัง
หทัยรัตน์หันมา..มองหน้าอนวัช.. หญิงสาวสตอบกลับนิ่งๆ “ขอบคุณมากค่ะ..แต่ฉันไม่ต้องการอะไร..นอกจากรีบจัดการงานหมั้นให้จบเร็วที่สุด เพื่อความสบายใจของทุกคน และฉันจะกลับไปใช้ชีวิตของฉันตามปกติ !! นี่คือสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ !!” หทัยรัตน์พูดจบแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย..
อนวัชยืนจุกๆ อึ้งๆ บอกไม่ถูก
คุณชายประสาทพรเก็บของจากชั้นหนังสือใส่กล่อง..ยกหนังสือบางส่วนมาตั้งวางกองรวมไว้..และลากกระเป๋าเดินทางมาเตรียมขนของใส่ .. เสียงเคาะประตูดังขึ้น คุณชายประสาทพรหันไป เป็นจดหมายสอดเข้ามาใต้ประตู 2-3 ฉบับ คุณชายประสาทพรรีบเดินมาหยิบดู .. และดีใจที่จดหมายฉบับที่อยู่ล่างสุดมาจากหทัยรัตน์ “หทัยรัตน์ .. “ คุณชายประสาทพรรีบเปิดและอ่านอย่างมีความสุข

ที่บ้านเดือนประดับ สุดาพยายามเขียนจดหมายบอกเรื่องหมั้นกับคุณชายประสาทพร
“สวัสดีค่ะคุณชาย.. จดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบับสุดท้าย เพราะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่คุณชายจะเดินทางกลับมาแล้ว ข่าวนี้ทำให้ดิฉันยินดีนัก แต่อีกใจอนวัชก็รู้สึกอึดอัด เพราะมีบางเรื่องที่สายลับคนนี้ยังไม่ได้รายงานคุณชาย..เรื่องนั้นก็คือ ปุ้มกำลังจะหมั้นกับพี่หนึ่ง ... “

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/2 วันที่ 11 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ