อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/3 วันที่ 11 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/3 วันที่ 11 มื.ย. 58

“สวัสดีค่ะคุณชาย.. จดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบับสุดท้าย เพราะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่คุณชายจะเดินทางกลับมาแล้ว ข่าวนี้ทำให้ดิฉันยินดีนัก แต่อีกใจอนวัชก็รู้สึกอึดอัด เพราะมีบางเรื่องที่สายลับคนนี้ยังไม่ได้รายงานคุณชาย..เรื่องนั้นก็คือ ปุ้มกำลังจะหมั้นกับพี่หนึ่ง ... “
สุดาหยุดเขียนกะทันหัน แล้วมองจดหมายอย่างไม่ชอบใจ สุดาเอาจดหมายมาขยำทิ้ง เพราะไม่กล้าบอกเรื่องหทัยรัตน์หมั้นกับคุณชายประสาทพร

“มันตรงเกินไป..ถ้าคุณชายอ่านถึงประโยคนี้ต้องตกใจมากแน่ๆ เอาใหม่ๆ” สุดาจรดปากกาจะเขียนแล้วก็เขียนไม่ออก “เฮ่ออออ..เขียนไม่ออก..จะบอกคุณชายยังไงดีนะ..ปุ้มก็ต้องเริ่มเตรียมงานหมั้นจะมีเวลาเขียนบอกคุณชายหรือเปล่าก็ไม่รู้ .. เฮ่ออออ.. “ สุดาหนักใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี



วันต่อมา ในห้องนอนหทัยรัตน์ ที่บ้านเดือนประดับ ทิพย์กำลังลองชุด ทำผม หาเครื่องประดับให้หทัยรัตน์ ที่นั่งเป็นตุ๊กตาให้แต่งตัวอย่างสนุกสนาน และมีความสุข
ในห้องนอนอนวัช ที่บ้านเพชรลดา อนวัชลองชุดหมั้นอยู่หน้ากระจกมีช่างเสื้อ 2 คน คอยจับเสื้อผ้าดูความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด นมพิมพ์คอยดูแลอยู่ข้างๆ และมองอนวัชด้วยความชื่นชม
ในห้องรับแขก ที่บ้านเดือนประดับ สุทธิ์และสัทธาควบคุมคนรับใช้จัดสถานที่ที่จะทำพิธีหมั้น
ในห้องรับแขก ที่บ้านเพชรลดา วิทย์และนมพิมพ์ ช่วยกับควบคุมการจัดของหมั้น และขบวนขันหมาก
ในห้องรับแขก ที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์มองดูบรรยากาศที่สุทธิ์ ทิพย์ สัทธา และ สุดา ช่วยกันเตรียมงาน แล้วรู้สึกหวั่นใจนิดๆ
ในห้องรับแขก ที่บ้านเพชรลดา อนวัช มองดูของหมั้นและยิ้มอย่างมีความสุข

นวลนั่งมองชมพู่ที่จัดในจานเรียงสวยงาม นวลนั่งมองแล้วก็ถอนใจ .. พูดกับคนรับใช้แก่ๆที่ยืนอยู่ห่างๆ “ถ้าตานิจยังอยู่ ป่านนี้เรียบไปทั้งจานแล้ว ของโปรดเขาเลยล่ะ”
พรรณีเดินมาพอดี..พรรณีถอนใจสงสาร แต่ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งไม่ให้จิตตกตาม “คุณแม่คะ..ณีออกไปหา..พี่หนึ่งนะคะ” พรรณีจะรีบเดินออกไป
นวลนึกได้ เรียกพรรณี “เดี๋ยวๆ..ณี.. “ นวลรีบลุกไปหา “แม่ไปด้วย แม่ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว คิดถึงตานิจ”
พรรณีตกใจ..รีบเก็บอาการและปฎิเสธไม่ให้มีพิรุธ “ณีว่า..อย่าเลยนะคะแม่..วันนี้เห็นพี่หนึ่งบอกว่าอาจจะพาไปเจอกับเพื่อนๆ ถ้าเราไปกันสองคนแม่ลูก จะวางตัวกันไม่ถูก ... ถ้าคุณแม่อยากให้ณีกับพี่หนึ่งสนิทสนมกันมากๆ ปล่อยณีไปกับพี่หนึ่งแค่สองคนดีกว่านะคะ”
นวลทำเป็นยอมทั้งที่ในใจเริ่มคิด “ก็ได้ๆ..ไม่ไปก็ได้”
“ณี..รีบไปรีบกลับนะคะ “ พรรณีรีบปลีกตัวออกไปอย่างไว
นวลมองตามแอบสงสัย พ้นหลังพรรณีนวลเดินไปที่โทรศัพท์แล้วหมุนหมายเลขโทรศัพท์หาอนวัช “สวัสดีค่ะ คุณอนวัชเหรอคะ..”
ที่บ้านเพชรลดา อนวัชรับมุกเพราะเตี๊ยมกับพรรณีไว้ “ใช่ครับ..ผมนัดกับณีไว้..ที่ไม่ได้ไปรับที่บ้านเพราะยังสะสางงานไม่เรียบร้อย คุณน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ?”
นวลยิ้มหน้าบาน “อ๋อ...ไม่มีค่ะ ไม่มี น้าแค่เป็นห่วงแม่ณีน่ะค่ะ ถ้านัดกันจริงๆก็ดีค่ะ..น้าก็ฝากดูแลน้องด้วยนะคะ ตอนนี้น้าก็เหลือลูกสาวอยู่คนเดียว. น้าก็ขอให้คุณอนวัชเมตตาแม่ณีให้มากๆนะคะ น้าขอแค่นี้หล่ะค่ะ..สวัสดีค่ะ” นวลวางสายไป..อารมณ์ดราม่าหายไปปลิดทิ้ง ..ยิ้มโล่งอก “แล้วไปที่ไม่ได้โกหก !! “
อนวัชวางโทรศัพท์ลง แล้วเป็นห่วงพรรณีที่โกหกนวล “เฮ่อ..ไม่รู้จะโกหกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ... “

พรรณีกับสัทธาตีเทนนิสสนุกสนาน สัทธาเสิร์ฟลูกเทนนิสไป คิดว่าพรรณีรับไม่ได้ แต่พรรณีรับได้ แถมยังโต้กลับมาอย่างแรง สัทธาทึ่งจนรับลูกไม่ได้ พรรณีหัวเราะ สัทธาเกาหัวแล้วขอโอกาสอีกที สัทธาเสิร์ฟอีก คราวนี้เล่นจริงจัง พรรณีโต้กลับอย่างสูสี สองคนตีโต้กันสนุกสนาน

สัทธากับพรรณีนั่งคุยกันตอนพักพลางดื่มน้ำผลไม้คลายเหนื่อย
“ฝีมือพัฒนาขึ้นมากจริงๆ” สัทธาชูนิ้ว “พี่ขอยกนิ้วให้”
“ณีมีครูเก่งอย่างพี่ปุ๊ ฝีมือก็ต้องพัฒนาเป็นธรรมดา”
“มีลูกศิษย์ปากหวานแบบนี้ สงสัยต้องทำหน้าที่เป็นคุณครูที่ดีพาไปเลี้ยงอาหารสักหนึ่งมื้อ..แล้วต่อด้วยดูหนังสักหนึ่งเรื่องดีมั๊ย”
พรรณีหน้าเสีย “ณีรับปากกับแม่ว่าจะรีบกลับบ้านน่ะค่ะ ท่านดูเหงาๆตั้งแต่ไม่มีพี่นิจ ขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องขอโทษพี่..ณีไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย วันนี้ไปไม่ได้ วันหน้าก็ยังมี ..อ้อ..แล้วณีขออนุญาตมางานหมั้นของปุ้มกับเจ้าหนึ่งหรือยัง พรุ่งนี้วันงานแล้วนะ”
พรรณีหนักใจเพราะยังไม่ได้เอ่ยปากขอ สัทธาเห็นสีหน้าณีก็เดาออก สัทธาเครียด “ทำหน้าแบบนี้แปลว่า..มาไม่ได้หรือไม่ให้มา?“
“คือ..ณียังไม่กล้าบอกคุณแม่เลยค่ะ..”
“ณี...ถ้าเรื่องแค่นี้ณียังไม่กล้าบอก แล้วเมื่อไหร่ณีจะกล้าพูดเรื่องของเรา และถ้าณีไม่กล้า..สักวันพี่จะพูดเอง พี่จะไม่ยอมหลบๆซ่อนๆแบบนี้อีกแล้ว พี่พร้อมจะทำทุกอย่างให้คุณแม่ณียอมรับพี่ในฐานะลูกเขยให้ได้”
พรรณีซึ้ง “ขอบคุณมากนะคะพี่ปุ๊..ขอบคุณมากๆ”
สัทธายิ้มรับมองพรรณีด้วยความรัก...พรรณียิ้มทั้งดีใจและเสียใจระคนอยู่ในความรู้สึก

คืนก่อนวันหมั้น ที่บ้านเพชรลดา อนวัชหยิบกล่องแหวนหมั้นที่จะให้หทัยรัตน์มาดู เขายิ้มนิดๆและคิดถึงหทัยรัตน์ อนวัชมองโทรศัพท์

ที่บ้านเดือนประดับ สุดา หทัยรัตน์ ทิพย์ สุทธิ์ นั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น
“แม่คะ พรุ่งนี้แป้นกับพี่ปุ๊ขอกั้นประตูสุดท้ายนะคะ..พี่ปุ๊บอกว่าจะเรียกพี่หนึ่งหนักๆเลยค่ะ”
สุทธิ์ปราม “นี่เราสองคนน่ะ อย่าเรียกให้มันมากนัก เดี๋ยวเค้าจะยกขันหมากกลับไม่ขอหมั้นน้องสาวเรานะ”
หทัยรัตน์พูดลอยๆ “ก็ดีสิคะ.. “ ทุกคนหันมา หทัยรัตน์หน้านิ่งแล้วก็ยิ้ม “พูดเล่นน่ะค่ะ.”
โทรศัพท์ดังขึ้น สุดาเดินไปรับ“เดือนประดับค่ะ รอสักครู่นะคะ. ปุ้ม..พี่หนึ่งจะพูดด้วยน่ะ“ หทัยรัตน์อึกอัก สุดารู้ใจ “คุณพ่อคุณแม่คะ..แป้นว่านี่ก็ดึกแล้วเราไปนอนเก็บแรงกันดีกว่านะคะ พรุ่งนี้ต้องเตรียมรับขบวนขันหมากแต่เช้า”
ทิพย์เห็นด้วย “นั่นสินะ..เราไปนอนกันดีกว่าค่ะคุณ..”
ทุกคนค่อยๆเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น หวังจะให้อนวัชคุยกับหทัยรัตน์โดยลำพัง
สุดาเรียก “อ้าวปุ้ม..มารับโทรศัพท์เร็วสิ พี่หนึ่งรออยู่”
“ค่ะ..” หทัยรัตน์เดินไปรับโทรศัพท์เขินๆ
สุดาส่งโทรศัพท์ให้ “อย่าคุยให้มันดึกนักล่ะ..เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายไม่รู้ด้วยนะ”
หทัยรัตน์เขินแต่ปั้นหน้าทำเป็นโกรธ..สุดายิ้มและเดินออกไป
หทัยรัตน์ทำใจให้ปกติก่อนจะพูดโทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ”
“ดึกแล้วนะ..ยังไม่นอนอีกเหรอ..” อนวัชตื่นเต้น
หทัยรัตน์ตื่นเต้นพอกันแต่ทำเป็นเสียงเข้ม “กำลังจะนอนแล้วค่ะ..”
พูดจบแล้วก็เงียบ..ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ อนวัชอึกอักๆ...อยากพูดหลายอย่าง แต่ไม่รู้จะพูดยังไง .. จึงกลายเป็นเงียบ
หทัยรัตน์เริ่มสงสัย.. ทำไม “เงียบ” แต่ตัวเองก็ “เงียบ” อนวัชยังอึกอักๆ กับตัวเอง จะพูดไรดี ... ยังไม่ได้พูดก็ “เงียบ”
หทัยรัตน์ตัดบท “ถ้าจะถามแค่นี้ วางนะคะ “
“เดี๋ยว ! อย่าเพิ่งวาง!“ หทัยรัตน์ชะงัก อนวัชจำต้องพูดออกไป “ที่ฉันโทร.มาก็แค่..เอ่อ...” อยากจะพูดว่าคิดถึง แต่กลับพูดว่า “นึกถึงเธอขึ้นมา”
“นึกถึง ?”
อนวัชต่อคำแบบเก้อๆ “นึกถึงว่า...เธอจะมีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า ?”
หทัยรัตน์ผิดหวังนิดๆ “ไม่มีค่ะ ทุกอย่างคุณลุงคุณป้าจัดไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ “
อนวัชโกรธตัวเองที่ไม่ยอมพูดตรงๆ .. แล้วก็จำยอมต้องตัดบท “งั้นก็...ไม่มีอะไร..แค่นี้นะ..”
หทัยรัตน์รับคำ“ค่ะ”
อนวัชเหมือนไม่อยากวาง แล้วก็วางหูไป..ด้วยความตื่นเต้น..พร้อมกับพูดกับโทรศัพท์ “ราตรีสวัสดิ์นะ หทัยรัตน์ .. “
หทัยรัตน์วางหูไปแล้ว..ไม่ได้ยิน..หทัยรัตน์คิดถึงวันพรุ่งนี้แล้วก็แอบหนักใจ

เช้าวันงานหมั้น ที่บ้านเดือนประดับ ขบวนขันหมากขนาดย่อมๆ มีวิทย์ อนวัช นมพิมพ์ เริ่มเดินขบวนเข้ามาในเขตบ้านเดือนประดับ
หน้าบ้านเดือนประดับ คึกคัก คนใช้วิ่งวุ่นไปมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่น สดใส ดอกไม้ประดับสวยงาม ประตูเงินประตูทองเตรียมกั้นรอ ทั้งผ่องฉวี หมอประสงค์ กรกนก แม่โอ มาร่วมพิธีอย่างสนุกสนาน

สุทธิ์ ทิพย์ และ เถ้าแก่ที่ทำหน้าที่ดำเนินพิธีหมั้น นั่งรอขบวนขันหมากอยู่ในห้องรับแขก สีสุกนั่งเชิดอยู่ไม่ห่าง
สัทธาค่อยๆกระเถิบเข้ามาหา “สวัสดีครับคุณอาสีสุก..”
“สวัสดี..”
“อ้าววันนี้มาคนเดียวเหรอครับ ลูกสาวสุดที่รักไม่มาด้วยเหรอ ?”
“เห็นหรือเปล่าล่ะ..ถ้าไม่เห็นก็แปลว่าไม่ได้มา”
“แล้วทำไมไม่มาล่ะครับ”
“ก็..ยัยส่องเค้าไม่ค่อยสบายน่ะ ปวดหัว “
“อ๋อ..สงสัยจะเห็นคนอื่นได้ดีกว่าเลยคิดมากจนปวดหัว...ใจ”
สีสุกเหล่สัทธาด้วยความไม่สบอารมณ์ สะบัดพัดขึ้นมากระหน่ำพัดทำเป็นไม่สนใจ สัทธาแอบขำคิกคัก
หทัยรัตน์นั่งอยู่ที่หน้ากระจกในชุดหมั้นสวยงาม
สุดาเดินมาหา “สวยมากเลยปุ้ม..รับรองว่าพี่หนึ่งต้องตะลึงแน่ๆ....”
หทัยรัตน์พยายามเก็บความเขินไว้ไม่ให้ผุดออกมา

อนวัชค่อยๆผ่านประตูเข้ามาทีละชั้น จนรอดเข้ามาข้างในได้ บรรยากาศคึกคักสนุกสนาน

เถ้าแก่ทำพิธีและนับสินสอดทองหมั้น เถ้าแก่ นับเสร็จบอกให้พาตัวหทัยรัตน์ออกมา อนวัชตื่นเต้น ชะเง้อรอ สุดาเดินออกมา สักพักหทัยรัตน์เดินตามออกมาในชุดไทยสวยงาม อนวัชมองตะลึงในความสวย หทัยรัตน์เดินมาด้วยความนิ่งสงบ และนั่งคู่กับอนวัช อนวัชมองหทัยรัตน์ไม่วางตา สีสุกสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้ หทัยรัตน์ไม่สบตาอนวัช ด้วยความอาย อนวัชมองหทัยรัตน์เหมือนโดนสะกด
เถ้าแก่ดำเนินพิธี “ผู้ชายสวมแหวนให้ผู้หญิง “
อนวัชหยิบแหวนมาและบรรจงสวมให้หทัยรัตน์
“ผู้หญิงสวมแหวนให้ผู้ชาย”
หทัยรัตน์สวมแหวนให้อนวัช อนวัชยิ้ม หทัยรัตน์ยิ้มหลบตา ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุข อนวัชมองหทัยรัตน์ไม่วางตา หทัยรัตน์เขินแต่ทำนิ่ง สีสุกมองด้วยความหมั่นไส้

ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสงแต่งตัวสวยเตรียมจะเดินออกไปข้างนอกด้วยความเซ็ง เสียงชุลีดังเข้ามา “ส่อง..ส่อง.. ส่องอยู่หรือเปล่า?” ส่องแสงเซ็งสุดๆ หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าบ้าน ซวยที่ชุลีหันมาเห็นพอดี “อ้าวส่อง..อยู่จริงๆด้วย..”
ส่องแสงชักสีหน้า..เซ็งจริงๆ
“ฉันคิดไว้แล้วว่าเธอต้องอยู่บ้านแน่ๆ..นี่..แล้ววันนี้ไม่ได้ไปงานหมั้นของพี่หนึ่งเหรอจ้ะ “
ส่องแสงเชิดใส่ “จะเสียเวลาไปทำไม งานหมั้นจอมปลอมแบบนั้น..”
“แหม..แต่ข่าววงในเค้าว่าคุณวิทย์ ให้สินสอดอย่างหนักเลยนะ..คงจะไม่ได้หมั้นกันปลอมๆซะหล่ะมั้ง”
ส่องแสงชะงักคิดหาเหตุผล “ก็..คุณลุงเค้าไม่อยากเสียหน้าต่างหาก..และอีกอย่างก็คงจะเอาเงินฟาดหัวเป็นค่าเสียหายให้นังปุ้มมันก็เท่านั้น”
“ฉันว่านะจะให้เพราะอะไรก็ช่างเถอะ..แต่ตอนนี้เค้าก็หมั้นกันจริงๆ เธอไม่อิจฉาบ้างเหรอส่อง”
ส่องโดนจี้ใจดำ รีบแก้เสียงแข็ง “อย่างฉันเนี่ยนะจะอิจฉานังปุ้ม..มันเป็นได้ก็แค่คู่หมั้นในนามของพี่หนึ่งเท่านั้น พี่หนึ่งไม่ได้รักมันและอีกไม่นานพี่หนึ่งก็จะถอนหมั้นจากมันคอยดูก็แล้วกัน“ ส่องแสงประกาศก้อง แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป
ชุลีมองด้วยสายตาเยาะหยันไม่อยากเชื่อ..“อ้าว แล้วเธอจะไปไหนน่ะส่อง” ชุลีรีบเดินตามไปด้วยความสาระแน

เถ้าแก่ดำเนินงานต่อ “เชิญถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกทางด้านนี้ครับ”
ที่มุมถ่ายรูปสุดา สัทธา ช่วยกันจัด ให้สุทธิ์ วิทย์ และทิพย์ นั่งบนโซฟา อนวัชกับหทัยรัตน์นั่งพับเพียบที่พื้น ทั้งสองคนห่างกันมาก
สัทธากำกับ “หนึ่ง ปุ้ม ขยับมาใกล้ๆกันหน่อยรูปจะได้สวยๆ“ สองคนเงอะงะๆ แต่ก็ยอมขยับเข้ามาอีกนิด “เข้าไปอีก เข้าไป“
สุดาเสริม “ใช่ค่ะ ปุ้ม..ขยับเข้าไป พี่หนึ่งจับมือปุ้มด้วยนะคะ ภาพจะได้สวยๆ”
หทัยรัตน์ชักสีหน้านิดๆ สุดาทำท่าฉีกยิ้มให้หทัยรัตน์ยิ้ม .. หทัยรัตน์จำต้องยิ้มนิดๆ อนวัชขยับเข้ามาใกล้หทัยรัตน์ตามคำสั่งอย่างเต็มใจ
สัทธาสั่ง “ดีมาก จับมือด้วย”
อนวัชหันมามอง..และกระซิบบอกหทัยรัตน์ “ฉันต้องทำตามคำสั่ง..” อนวัชพูดจบก็คว้ามือหทัยรัตน์มาจับไว้ .. หทัยรัตน์จำต้องยอม .. ต่างคนต่างตื่นเต้นไม่รู้ตัว อนวัชลอบมองหทัยรัตน์แล้วอมยิ้ม หทัยรัตน์ตื่นเต้นแต่พยายามทำนิ่งๆ
“พร้อมนะครับ” สัทธาพยักหน้าให้ช่างภาพถ่ายรูป แชะ ๆๆๆ สีสุกมองด้วยความไม่พอใจ .. เชอะ

หทัยรัตน์ที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเดินมานั่งทาแป้งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ขณะทาแป้ง หทัยรัตน์เห็นแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายในกระจก หทัยรัตน์ชะงัก แล้วหันมือมาดูแหวนหมั้น “เฮ้อ หมั้นจริงๆแล้วสิเนี่ย” หทัยรัตน์พยายามไม่คิด แล้วหันไปหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องไปสอนหนังสือ

ที่เรือนสีฟ้า หทัยรัตน์เดินเข้ามาดูเหมือนสุขุม นิ่ง ไม่หวั่นไหว แต่แอบมองซ้ายมองขวา กลัวจะเจออนวัช ทันใดนั้นแม่โอก็วิ่งมาหา “คุณครูคะ คุณครู....เกิดเรื่องแล้วค่ะ”
“มีอะไรจ้ะแม่โอ”
“คือ..มีแขกคนสำคัญมาหาคุณหญิง แต่คุณหญิงไม่ยอมออกไปพบค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/3 วันที่ 11 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ