อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 มื.ย. 58

เดือนนึงก็หลายฉบับ เมื่อไม่กี่วันนี้ก็ยังส่งไปอยู่เลยนะคะ ปุ้มนี่ก็แปลกเป็นคู่หมั้นพี่หนึ่งแต่ยังให้ความหวังคุณชาย เอ..หรือว่าปุ้มเค้าคิดจะจับปลาสองมือ”
“ปุ้มเค้าอาจจะเขียนจดหมายรายงานเรื่องการเรียนการสอนของคุณหญิงน่ะ..ไม่มีอะไรมากหรอก”

“ส่องก็หวังว่าคงจะเป็นอย่างนั้นนะคะ ตอนนี้ปุ้มเค้าอาจจะเลิกนิสัยชอบหว่านเสน่ห์แล้วก็ได้“ อนวัชชะงักไป ส่องแสงยื่นมือมาจับมืออนวัชอย่างแผ่วเบา.. “ที่ส่องพูดแบบนี้..เพราะส่องเป็นห่วงพี่หนึ่งนะคะ ส่องไม่อยากให้พี่หนึ่งต้องเจ็บปวดเพราะปุ้ม เหมือนกับคุณพินิจ” ส่องแสงทำตาละห้อยเพราะสงสารอนวัช


“พี่ขอบใจมากที่เป็นห่วง แต่ส่องสบายใจได้พี่ไม่มีวันเป็นเหมือนพินิจแน่นอน “
อนวัชยิ้มให้ ส่องแสงยิ้มรับอย่างมีความสุข
หทัยรัตน์เดินผ่านหน้าร้านอาหาร ชะงักที่เห็นอนวัชกับส่องแสง หทัยรัตน์ยืนนิ่งมองดูอนวัชกับส่องแสงนั่งคุยกันด้วยความชื่นมื่น หทัยรัตน์หน้าซีดอึ้งไป
เสียงผ่องฉวีดังขึ้น “ปุ้ม..”
หทัยรัตน์สะดุ้ง “ห๊ะ..”
ผ่องฉวีสงสัย “มองอะไรอยู่เหรอ ?“
หทัยรัตน์รีบหันหนี “เปล่า..ไม่มีอะไร..เรารีบไปกันเถอะ ?” หทัยรัตน์เดินนำไปเลย
ผ่องฉวียังสงสัย แล้วรีบเดินตามหทัยรัตน์ไป
ในร้าน ส่องแสงกับอนวัชทานข้าวกันอย่างมีความสุขไม่รู้เรื่องอะไร

ที่ร้านตัดเสื้อ หทัยรัตน์เหม่อ..คิดถึงส่องแสงกับอนวัช ช่างตัดเสื้อถามขึ้น “ตกลงคุณจะเอาผ้าแบบไหนคะ?” หทัยรัตน์นิ่ง “คุณคะ..”
ผ่องฉวีแปลกใจ “ปุ้ม..”
หทัยรัตน์ตกใจ “ห๊ะ..”
“ช่างเค้าถามว่าจะเอาผ้าแบบไหน ผ้าลายหรือผ้าเรียบจ๊ะ”
“เอ่อ. ผ้าเรียบสีนี้ก็ได้ค่ะ..” หทัยรัตน์ชี้ไปแบบไม่ค่อยมีสมาธิ..
“ค่ะ... “ ช่างหันมาทางผ่องฉวี “แล้วของคุณล่ะคะ”
“เอาสีนี้นะคะ..แล้วก็ใส่โบว์ด้วย อ้อ..ขอเพิ่มกระดุมผ้าตรงนี้ด้วยนะคะ “ผ่องฉวีหันหลังไปคุยกับช่าง
หทัยรัตน์นั่งเงียบค่อยๆมองแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้าย.. หญิงสาวครุ่นคิด..และค่อยๆถอดแหวนออก เธอมองอีกครั้งอย่างผิดหวังก่อนจะเอาแหวนยัดใส่ในกระเป๋าถือและค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพยายามทำใจเข้มแข็ง

ที่บ้านเดือนประดับ อนวัชนั่งคุยกับทิพย์
“ปุ้มไม่อยู่จ้ะ นัดเพื่อนไปร้านเสื้อ เห็นบอกว่าจะตัดชุดที่จะใส่ไปรับคุณชายน่ะ”
อนวัชอึ้งไปนิดๆ “ตัดชุด...เพื่อไปรับคุณชาย?” อนวัชจี๊ดในใจ

หทัยรัตน์เดินเศร้าๆ กำลังจะเข้าบ้าน ภาพเมื่อกลางวันยังติดตา..
ทันใดนั้นเสียงอนวัชดังขึ้น “หทัยรัตน์..” หทัยรัตน์สะดุ้งหันไปเห็นอนวัชยืนอยู่... มาเลย..อารมณ์ขุ่นที่ค้างกรุ่นขึ้นมาทันที อนวัชเดินเข้ามาหา “ได้ข่าวว่าเธอตัดชุดสำหรับใส่ไปรับคุณชาย..?”
“ใช่ค่ะ..”
ไคุณชายสำคัญกับเธอมากขนาดนี้เลยเหรอ ?”
หทัยรัตน์ปรายตามามองอนวัช แล้วก็ตวัดหางตาใส่ ตอบเชิงประชด“ค่ะ.. “
“สำคัญมากกว่าฉันหรือเปล่า ?”
หทัยรัตน์หมั่นไส้ นึกถึงภาพตอนอนวัชกับส่องแสงสวีทกัน ก็ประชด “คุณน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว .. เพราะคุณเองก็มีผู้หญิงอื่นที่สำคัญมากกว่าฉันเช่นกัน การที่ฉันจะเห็นว่าคุณชายสำคัญกว่าคุณก็คงไม่แปลก”
อนวัชประชดกลับด้วยโทสะ “ดี ยิ่งคุณชายสำคัญฉันยิ่งมีความสุข” หทัยรัตน์ชะงัก งง “เพราะการที่เธอหมั้นกับฉัน .. ทำให้เธอไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้..เพราะคำว่า “คู่หมั้น” มันค้ำคอ ต่อให้เธอพยายามแค่ไหน คุณชายก็คงจะไม่สมยอมได้ เพราะฉะนั้น..ยิ่งคุณชายสำคัญมาก เธอก็ยิ่งทุกข์มาก.. ฉันก็ยิ่งมีความสุข” หทัยรัตน์ชักสีหน้า..แค้นใจ อนวัชพูดต่อ เชิงออกคำสั่ง “วันที่คุณชายกลับ ฉันจะมารับเธอไปสนามบินพร้อมฉัน”
หทัยรัตน์ปรายตามองอนวัชและเชิดใส่ “ถ้าคุณต้องมารับดิฉันเพราะมันเป็นหน้าที่คู่หมั้นที่แสนดีก็ไม่ต้องนะคะ เพราะดิฉันไปเองได้”
“ฉันจะมารับเธอเพราะเหตุผลอะไรมันเรื่องของฉัน แต่เธอต้องไปกับฉันในฐานะคู่หมั้น”
“คู่หมั้นไม่ใช่ขี้ข้านะคะ จะได้ทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการ “
“ถึงไม่ใช่แต่ก็ต้องทำ..เพราะมันเป็นคำสั่งของคุณพ่อ.. “ อนวัชโกหกเสียงแข็ง “ท่านให้เราสองคนไปเป็นตัวแทนท่าน เธอก็เลือกเอาแล้วกัน ระหว่างขัดใจตัวเองกับขัดคำสั่งคุณพ่อ!!! จะเลือกอะไร”
หทัยรัตน์นิ่งไป และพูดกลับด้วยความโกรธปนน้อยใจ“ก็ได้ค่ะ..ถ้าเป็นความต้องการของคุณลุง..ฉันจะไปกับคุณ”
อนวัชยิ้มพอใจ..แล้วก็ตวัดสายตาเห็นว่าหทัยรัตน์ไม่ได้ใส่แหวน..อนวัชเจ็บในใจแต่โต้ตอบด้วยความโกรธ ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนไป “วันนั้นอย่าลืมสวมแหวนหมั้นไปด้วย ฉันขี้เกียจตอบคำถามคนอื่น..”
อนวัชเดินจากไป หทัยรัตน์ก้มดูนิ้วนางที่ว่างเปล่าอย่างขัดใจ

หทัยรัตน์กระแทกตัวนั่งในห้องด้วยความโกรธ..ภาพหวานชื่นของส่องแสงและอนวัชแว่บเข้ามา..-หทัยรัตน์จี๊ดอึดอัดใจ ไม่รู้เลยว่า กำลังหึงหวงอย่างไม่รู้ตัว
ที่หน้าบ้านบนรถอนวัชนั่งอยู่ในรถคิดเครียด...ไม่พอใจ
“คุณน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว .. การที่ฉันจะเห็นว่าคุณชายสำคัญกว่าคุณก็คงไม่แปลก”
อนวัชและหทัยรัตน์ต่างเข้าใจผิด คิดกันไปคนละอย่าง

หลายวันต่อมา ที่บ้านกนกพร แม่โอควบคุมคนใช้เก็บบ้าน “วันพรุ่งนี้คุณชายกับคุณหญิงจะกลับมาแล้ว แยกย้ายกันไปทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย”
“ค่ะ..” คนรับใช้แยกกันไปทำงาน
แม่โอกำชับแตงที่กำลังเช็ดรูปถ่ายคุณชายประสาทพรที่วางอยู่บนโต๊ะ “เช็ดให้สะอาดหมดจดเลยนะ เร่งมือกันด้วย”
ที่บ้านเดือนประดับ สุดามองจดหมายมากมายที่คุณชายประสาทพรส่งมาให้ จ่าหน้าซอง “สุดา เดือนประดับ” ที่ วางอยู่ในกล่องอย่างปลื้มใจ สุดาหยิบจดหมายฉบับเก่าๆมาเปิดอ่านอย่างตื่นเต้นดีใจที่คุณชายประสาทพรจะกลับมา..สุดาคิด..แล้วก็นึกอะไรบางอย่างออก

กล่องขนมสวย ข้างในมีฝอยทองวางไว้อย่างสวยงาม หทัยรัตน์กับสุดายืนคุยกันอยู่ในบ้าน
“พี่ฝากขนมไปให้คุณชายด้วยนะปุ้ม .. ฝอยทองของหม่อมเกษราวังเทวพรหม คุณหญิงบอกว่าเป็นร้านโปรดของคุณชาย”
“แล้วทำไมพี่ปุ้มไม่ไปด้วยกันล่ะคะ?”
“พี่มีนัดสัมภาษณ์งานที่ใหม่ กลัวจะกลับมาไม่ทันปุ้มไปกับพี่หนึ่งดีแล้ว...เอ้อ...แล้วปุ้มได้บอกคุณชายหรือยัง เรื่องพี่หนึ่งกับปุ้ม”
“ปุ้มเขียนจดหมายบอกแล้วค่ะ ให้แหววเป็นคนไปส่ง“
สุดาพยักหน้ารับ “ดีแล้ว...อย่างน้อยได้รู้ จะได้เตรียมใจไว้บ้าง ดีกว่าไม่รู้เลย”
หทัยรัตน์รู้สึกหนักใจอยู่ลึกๆ ...เสียงรถอนวัชแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน สุดาหันไปดูเห็นรถอนวัช แล้วหันมาบอกหทัยรัตน์ “พี่หนึ่งมาแล้ว..รีบไปเถอะจ้ะ”
หทัยรัตน์อึดอัดใจนิดๆ.. “ต้องไปด้วยกันจริงๆหรือนี่..”

อนวัชยืนรอหทัยรัตน์อยู่หน้าบ้าน หทัยรัตน์เดินลงมาในชุดสวย ถือขนมของสุดามาด้วย อนวัชหันไปตะลึงเล็กน้อย และประชดด้วยความหวง “นี่เหรอชุดที่ลงทุนตัดเพื่อต้อนรับคุณชาย .. มีของฝากอีกด้วย เธอนี่ใจป้ำเหมือนกันนะ”
หทัยรัตน์ค้อน ประชดกลับ “ก็ดิฉันคิดแล้วว่ามันคุ้มนี่คะ ก็ต้องลงทุนกันหน่อย.. “ อนวัชไม่พอใจ ดึงมือซ้ายหทัยรัตน์มาดูว่าใส่แหวนหรือเปล่า หทัยรัตน์ตกใจดึงมือกลับรู้ทัน !! “ดิฉันไม่ลืมหรอกค่ะ..ว่าวันนี้ต้องเล่นบทอะไร “
“ดี...รู้หน้าที่แบบนี้ก็ดี” อนวัชมองที่คอกับหู “ใส่แหวนหมั้น แต่ทำไมไม่ใส่สร้อยกับต่างหูที่ฉันซื้อให้”
หทัยรัตน์ฉุกคิดถึงคำพูดส่องแสงขึ้นมาทันที..น้ำเสียงแข็งกระด้างสวนกลับไป “ถ้าคุณอายชาวบ้านที่คู่หมั้นไม่มีสมบัติเอาไว้ใส่อวดคนอื่น เราแยกกันไปก็ได้นะคะ”
“อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ฉันไม่หลงกล .. และฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอไปคนเดียว..ถึงเธอไม่ใส่สร้อยกับต่างหู เธอก็ต้องไปกับฉัน” อนวัชเปิดประตูรถให้หทัยรัตน์
หทัยรัตน์มองตาอนวัชแล้วค้อนเล็กๆ และจำใจไปนั่งด้วยความขัดใจ อนวัชปิดประตูอย่างแรง..หทัยรัตน์สะดุ้งนิดๆ

ที่รอรับผู้โดยสารขาเข้า วิทย์ อนวัช หทัยรัตน์ กรกนก แม่โอ และท่านชายประสานสุข ยืนรอรับคุณชายประสาทพร คุณชายประสาทพรเดินออกมาด้วยความตื่นเต้น
กรกนกเห็นคุณชายประสาทพรก็เรียกขึ้นด้วยความดีใจ “พี่ชาย..”
คุณชายประสาทพรเห็นกรกนกก็ยิ้มพร้อมโบกมือทักทายและเดินมาหา ทุกคนยิ้มรับด้วยความยินดี คุณชายประสาทพรยกมือไหว้ท่านชายประสานสุขและวิทย์ “สวัสดีครับท่านพ่อ สวัสดีครับคุณลุง”
วิทย์ และท่านชายประสานสุข ยิ้มรับ “กลับมาสักทีนะลูกนะ” ท่านชายประสานสุขลูบหัวคุณชายประสาทพรด้วยความรัก
คุณชายประสาทพรหันมาทางกรกนก “เป็นไงบ้างครับน้องหญิง คิดถึงพี่ชายหรือเปล่า?”
“คิดถึงสิคะ..หญิงคิดถึงพี่ชายที่สุดในโลกเลย.. “
“พี่ชายก็คิดถึงน้องหญิงครับ..”
คุณชายประสาทพรยิ้มให้กรกนก..และค่อยๆหันมาทางอนวัชกับหทัยรัตน์ คุณชายประสาทพรเดินมาหา “สวัสดีหนึ่ง”
“สวัสดีครับคุณชาย”
คุณชายประสาทพรหันมาทางหทัยรัตน์ “ผมนึกว่าคุณหทัยรัตน์จะไม่มาซะแล้ว”
หทัยรัตน์จะตอบ แต่อนวัชชิงตอบก่อน“ปุ้มเค้าต้องมาสิครับ เค้าตื่นเต้นมากนะครับ ถึงกับตัดชุดใหม่เพื่อใส่มารับคุณชาย”
หทัยรัตน์หมั่นไส้ที่อนวัชตอบแทนซะยาว .. คุณชายประสาทพรยิ้มรับ .. หทัยรัตน์ส่งกล่องขนมให้ “พี่แป้นฝากขนมมาให้คุณชายค่ะ”
อนวัชชะงักนิดๆที่หทัยรัตน์ไม่ยอมบอกว่าขนมเป็นของสุดา
“ฝากขอบคุณคุณสุดาด้วย”
หทัยรัตน์ยิ้มรับ..อนวัชเห็นแล้วหมั่นไส้..จึงพูดแทรกขึ้นมาอย่างเนียนๆ “การเดินทางเป็นยังไงบ้างครับ..เรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ ?”
“เรียบร้อยดี .. มีอาการเหนื่อยบ้าง แต่พอได้เห็นหน้าทุกๆ คนแล้วก็...” คุณชายประสาทพรมองหน้าทุกคน บรรยากาศเปี่ยมสุข คุณชายประสาทพรมาจบสายตาที่หทัยรัตน์ “หายเหนื่อย”
“คิดแล้วก็น่าเสียดายนะครับ .. คุณชายน่าจะกลับมาเร็วกว่านี้ จะได้มาทันงานหมั้นของเราสองคน”
คุณชายประสาทพรอึ้งไป..รอยยิ้มหายไปเป็นปลิดทิ้ง “งานหมั้น..?? ของเรา??? ..”
หทัยรัตน์แปลกใจ ทำไมคุณชายไม่รู้เรื่องงานหมั้น
“ครับ..งานหมั้นของผมกับปุ้ม เราเพิ่งหมั้นกันไปเมื่อไม่นานนี้เองครับ” อนวัชจับมือหทัยรัตน์แสดงความเป็นเจ้าของ หทัยรัตน์อึดอัดจะเอามือออกแต่อนวัชไม่ยอมจับรั้งไว้
คุณชายประสาทพรเห็นแล้วเศร้าวูบด้วยความช็อค

ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรนิ่งเครียด
แม่โอพูดช้าๆ “คุณปุ้มเธอให้จัดงานหมั้นแบบเล็กๆน่ะค่ะ ไม่ได้เชิญแขกมากนัก นี่คุณปุ้มกับคุณหนึ่งไม่ได้เขียนจดหมายบอกคุณชายเลยเหรอคะ”
คุณชายประสาทพรส่ายหน้าช้าๆ “เค้าสองคนอาจจะยุ่งกับการจัดงาน เลยลืมน่ะ”
“หรือไม่คุณหนึ่งกับคุณปุ้มอาจจะกลัวว่าถ้าเขียนจดหมายไปบอกแล้วอาจจะสวนทางกันก็ได้นะคะ”
“ก็คงจะอย่างนั้น.. “
แม่โอเห็นใจ คุณชายประสาทพรเศร้า...
เด็กรับใช้เดินเข้ามารายงาน “คุณชายคะ มีแขกมาขอพบค่ะ”
คุณชายประสาทพรหันไปด้วยความสงสัย

สีสุก และ ส่องแสงนั่งยิ้มร้ายอยู่ในห้องรับแขก
“สวัสดีค่ะคุณชาย..ยินดีต้อนรับกลับประเทศไทยนะคะ”
“พอทราบข่าวจากพี่หนึ่งว่าคุณชายกลับวันนี้ ส่องกับคุณแม่ดีใจมากๆเลยค่ะ รีบมาเพื่อจะแจ้งความจริงให้คุณชายได้ทราบ ก่อนที่คุณชายจะไปรับข้อมูลผิดๆจากคนอื่น”
คุณชายประสาทพรงง “ความจริงอะไรครับ ?”
ส่องแสงกับสีสุกยิ้มร้าย ... เตรียมใส่ไฟสุดๆ

ที่บ้านเดือนประดับ สุดา หทัยรัตน์ นั่งคุยกับแหววในห้องรับแขก
สุดาถามด้วยความสงสัย “พี่ส่องอาสาไปส่งจดหมายให้ปุ้มเหรอ “
แหววเสียงสั่นๆ “ค่ะ...วันที่คุณปุ้มให้แหววไปส่งจดหมาย คุณส่องเธอมาที่นี่พอดี เธอขอดูจดหมายแล้วก็บอกว่าจะไปแถวนั้น เลยอาสาเอาไปส่งให้ค่ะ”
หทัยรัตน์กับสุดาหันมามองหน้ากัน
“จากน้ำเสียงของคุณชายเมื่อเช้า...ปุ้มคิดว่าคุณส่องคงไม่ได้ส่งจดหมายฉบับนั้นแน่ๆเลยค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 9/5 วันที่ 12 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ