นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 4 วันที่ 1 ส.ค. 58

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 4 วันที่ 1 ส.ค. 58

ทองสร้อยไปวัดเตรียมประเคนอาหารคาวหวาน เขียนชื่อ “พิดสะหมัย นาไกล” วางลงบนถาดด้วย แต่พอจะยกอาหารประเคน ปรากฏว่าหนักยกไม่ขึ้น พฤกษ์ที่นั่งอยู่ข้างหลังจึงช่วยยก กลายเป็นประเคนอาหารถวายพระคู่กัน พุฒิที่นั่งมองอยู่ยิ้มอย่างรู้สึกดีกับภาพที่เห็น

ทองสร้อยเล่าว่า แม่ชอบพาตนเข้าวัดทำบุญ แม่สอนว่า “เราทำบุญได้หลายวิธี ไม่ใช่แค่นำอาหารมาถวายพระ ทำอะไรก็ได้ เสียสละทรัพย์ แรงกาย เวลา เมื่อเราเสียสละมันคือการได้รับ รับความสุขใจขณะที่เราให้ นั่นคือบุญ”



พฤกษ์ฟังแล้วชมว่าแม่เธอเป็นคนดีมาก คนแบบนี้แหละที่ใครๆก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย พ่อเธอคงรักแม่เธอมากสินะ

“มาก...จนทำใจไม่ได้ตอนที่แม่ตาย แล้วต่อมาอีกไม่นาน พ่อก็ตายตามแม่ไป ตายไปจากลูกๆทุกคน”

ทองสร้อยเจ็บปวดเมื่อพูดถึงพ่อตัวเองจนพฤกษ์รู้สึกได้จึงเดินกันมาเงียบๆ

เดินมานอกวัดแล้วพฤกษ์ถามทองสร้อยว่าจากวัดกลับไปที่ตลาดเธอไปถูกใช่ไหม พฤกษ์ขอบใจที่เธอยัง ไม่ลาออก และหวังว่าเธอจะทนอยู่ต่อไปได้นานๆ ทองสร้อยมองหน้าเขารับคำ “ค่ะ” ต่างมองหน้ากันนิ่ง ความรู้สึกคุ้นชินแว่บขึ้นมาเหมือนเคยเห็นกันที่ไหนมาก่อน แล้วต่างก็สลัดความรู้สึกนั้นแยกกันไป โดยพฤกษ์จะกลับไปทำงานและทองสร้อยไปตลาด

แต่พอแยกกัน พฤกษ์ก็แอบดูว่าทองสร้อยจะไปไหน เห็นเธอเดินร้องไห้ก็ย้อนกลับมา เอาผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา ซับเสร็จก็เก็บใส่กระเป๋า พฤกษ์ถามว่าไม่คืนหรือ

“กล้าใช้ผ้าเช็ดหน้าต่อจากสร้อยเหรอ ทั้งน้ำตาน้ำมูก” เขาเลยหยอกว่าอย่าลืมแช่น้ำยาฆ่าเชื้อให้ด้วย เร่งให้รีบไปเดี๋ยวตลาดวายจะไม่มีของ พอทองสร้อยจะไป พฤกษ์คว้ามือไว้บอกว่าจะไปส่งจะได้ถึงตลาดไวๆ แล้วลากทองสร้อยปลิวติดมือไป ทองสร้อยมองมือที่ถูกลากไปอย่างรู้สึกคุ้นมากๆ

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...สาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติ ที่ให้ไปตามหาทองสร้อยแต่กลับไปตามหาน้องแคนดี้ที่ห้วยขวาง อ้างว่าเพราะน้องเขายังทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกกับตน สำหรับทองสร้อยตนมั่นใจว่าถ้าได้มาอยู่ใกล้กันก็จะรักตนแถมรักมากด้วย

“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ...นวดคลายเส้น?” ทองก้อนร้องทักเมื่อเห็นสาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติอยู่

มาเยี่ยมไม่นานทองก้อนจะกลับ บอกสาทรว่า

ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องห่วง ตนดูแลเองเพราะกุลชาติได้รับบาดเจ็บเพราะไปตามหาทองสร้อยตนก็ต้องรับผิดชอบ สาทรทำทีจะท้วงติง ทองก้อนตัดบท “อย่าขัดใจผม”

สาทรหยุดทันทีทำเป็นเกรงใจแต่ที่แท้แอบดีใจ กุลชาติพลิกตัวหลบกลัวซ่อนพิรุธไม่อยู่ ทองโปรยเห็นสองพ่อลูกแล้วสัมผัสถึงความไม่น่าไว้วางใจ เมื่อออกจากห้องกุลชาติ ทองโปรยถามพ่อว่า

“พ่อครับ ขออนุญาตถามนะครับ มันจะเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าผมพาทองสร้อยกลับมาได้ คุณพ่อจะยอมทบทวนเรื่องการแต่งงานระหว่างทองสร้อยกับกุลชาติอีกครั้ง”

“ทำไมต้องทบทวน” ทองก้อนเสียงขุ่น พอทองโปรยบอกว่าตนไม่แน่ใจว่า...ก็ถูกตัดบททันทีว่า “ไปแน่ใจมาก่อนแล้วค่อยมาคุยกับฉัน” ทองโปรยถามว่าแปลว่าจะไม่ทบทวนหรือ “แปลว่าแกก็จะไม่ตามหาทองสร้อยแล้วเอาตัวมันกลับมา!” ทองก้อนมองหน้าทองโปรยอย่างดุดัน

“เปล่าครับ” ทองโปรยพูดได้แค่นั้นก็ถูกทองก้อนตัดบท...

“ห้องเนรัญญาอยู่ไหน?” ทองก้อนถามขึงขัง

แล้วพากันเดินตรงไปที่ห้องเนรัญญา ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่อยู่ แต่ป้ายชื่อหน้าห้องยังอยู่ ทองก้อนพึมพำอย่างหงุดหงิด “แล้วมันไปไหน!!”

เนรัญญาลงไปคุยโทรศัพท์กับทองสร้อยที่โทร.จากตู้โทร.สาธารณะ บอกทองสร้อยว่าตนไม่มีไข้แล้วพรุ่งนี้จะขอหมอกลับบ้าน ทองสร้อยเร่งให้รีบออกแล้วมาหาตนเลย เพราะ “เราต้องสุมหัวกันด่วน!”

พอวางสายกับทองสร้อย เนรัญญาเห็นทองก้อน ทองโปรย เฉวียง และบอดี้การ์ดกำลังเดินมองหาไปทั่วบริเวณ เนรัญญารีบหลบ พึมพำสยอง “พ่อแกเป็นคนที่น่ากลัวมากจริงๆทองสร้อย เกาะไม่ปล่อยเลย” แล้วรีบหลบไป

ทองก้อนตามไล่ล่าเนรัญญาจนเหนื่อย ทองโปรยเห็นพ่อหน้าซีด ถามว่าไหวไหมจะหาหมอไหม ทองก้อนที่ไม่ยอมรับความจริงของตัวเอง ทีแรกก็ตอบ ไหว! ต่อมา ก็ตอบ ไหวววว...สุดท้ายตอบเสียงยาน หวายยยยย...

เมื่อหาข้างล่างไม่เจอ ทองก้อนจะกลับไปหาที่ห้องพักคนป่วยอีกครั้ง เฉวียงถามทองโปรยว่าจะทำอย่างไรดี

“แกไปตามหาเนรัญญา ถ้าเจอ พาตัวไปซ่อน ปล่อยให้พ่อฉันเดินหาไป” เฉวียงถามว่าทำแบบนี้ทำไม “ฉันอยากเห็นพ่อเป็นลม” แล้วไล่เฉวียงให้รีบไปทำตามคำสั่ง

ooooooo

เนรัญญาจะกลับห้องเดินสวนกับสาทร อึดใจเดียวก็เห็นทองก้อนกับบอดี้การ์ดเดินมา เธอตกใจหันรีหันขวางแล้วรีบหลบเข้าไปในห้องของกุลชาติที่ยังนอนหันหลังให้ประตูคุยมือถือกับเพื่อนอยู่

กุลชาติได้ยินเสียงคนเข้ามานึกว่าเป็นพยาบาล บอกขอน้ำสักแก้ว เนรัญญาดัดเสียงรับคำ กุลชาติยังคุยกับเพื่อนต่อ

“เออ...พ่อฉันกับคุณอาทองก้อนเคยสัญญากันไว้เมื่อตอนหนุ่มๆว่าจะให้ลูกสาวเขากับฉันแต่งงานกัน...”

เนรัญญาชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อทองก้อน เธอเงี่ยหูฟัง

“เฮ้ย ฉันไม่เคยแคร์ว่าต้องรักหรอกว่ะ เอาแค่ได้แต่งก็พอ เพราะพ่อฉันกำลังแย่ ต้องพึ่งบ้านเขา...รวยมากว่ะ เจ้าของสปอร์ตคลับอันดับหนึ่งของเมืองไทยเลยนะเว้ย...ทองสร้อยก็น่ารักดี ตอนนี้ไม่รัก อยู่ๆไปฉันก็คงรักเองแหละ และถ้าทองสร้อยได้รู้จักฉันจริงๆเมื่อไหร่ รับรอง...รักฉันหัวปักหัวปําแน่ ฮ่ะๆๆ ก็คนมันหล่อ!”

เนรัญญาชะงักกึก ถามกุลชาติว่าชื่ออะไรนะ เขาบอกชื่อทองสร้อย เธอถามนามสกุล เขาบอกพงษ์เดชา เนรัญญาเลยรู้ว่า หมอนี่เองที่ทำให้ทองสร้อยต้องหนีเตลิดมา กุลชาติรู้สึกผิดสังเกตหันมาเห็นเนรัญญาถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง

“เพราะนายทำให้ชีวิตเพื่อนฉันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ไอ้มนุษย์เห็นแก่ตัว” กุลชาติถามว่าอยู่ๆ มาด่าตนได้ไงยัยมนุษย์ป้า “มนุษย์ป้าหรือ??? อ๊าย...” เนรัญญาฉุนขาดสาดน้ำใส่หน้ากุลชาติ วางแก้วแล้วปราม “จำไว้เลย บอกเลย นายจะไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ และถ้ายังกล้าปากเสียใส่คนอื่น แต่ไม่ดูตัวเอง คราวหน้า น้ำร้อน!” เนรัญญาหุนหันออกไป

“เฮ้ย!! อะไรเนี่ย?? เฮ้ย!! ยังไง...เฮ้ย!!!” กุลชาติงงเป็นไก่ตาแตก

ooooooo

คุณใหญ่หาทางแกล้งทองสร้อยหมายบีบให้ทนไม่ได้ลาออกไปเอง สั่งชบาไม่ต้องทำความสะอาดบ้าน ให้ไปทำอาหารอย่างเดียวและเจียรนัยก็ให้ดูแลคุณแหววอย่างเดียว ทุกอย่างในบ้านให้ทองสร้อยทำคนเดียว ถ้าไม่ไหวก็ลาออกไปเสีย

“ทองสร้อยเอ๊ย...ถึงเวลาเจอด่านสิบแปดอรหันต์ของจริงแล้ว” ชบารำพึงด้วยความเป็นห่วงทองสร้อย ฉุกคิดได้ว่าทองสร้อยไปตลาดนานแล้วยังไม่เห็นกลับ ระแวงว่า “หรือว่า...มันจะหนี เวร!!”

ทองสร้อยย้อนกลับไปที่ร้านอินเตอร์เน็ต เปิดหน้าอีเมล ของตนมีข้อความเข้ามาเพียบ! เธอคลิกอ่านอย่างเร็ว

“ติดต่อทางมือถือไม่ได้ อยากคุยเรื่องงานอีเวนต์เปิดตัวแมกกาซีนเมืองไทย...โอยเอาไว้ก่อนเหอะอองตวน!” ทองสร้อยรีบตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่าจะกลับไปภายในไม่กี่วันแล้วจะติดต่อกลับอีกที แล้วพิมพ์ข้อความต่ออย่างคล่องแคล่วว่องไว “แต่ตอนนี้...ฉันต้องการความช่วยเหลือด่วน ฉันไม่เคยเอ่ยปากถ้าไม่จำเป็น เธอคงรู้จักฉันดี...ฉันต้องการเงิน!! ช่วยส่งเข้าบัญชีของเพื่อนฉัน...” แต่แล้วก็มึนเพราะไม่ได้ถามเลขบัญชีของเนรัญญามา เลยต้องพิมพ์ว่า “แล้วฉันจะเมลส่งมาอีกที ขอบคุณมาก รักเธอ มาดามฟองดู”

ส่งอีเมลถึงเพื่อนได้ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง พอถามบอยที่เฝ้าร้านอยู่ว่าเท่าไหร่ บอยที่กำลังเล่นเกมเมามันถามว่ากี่ชั่วโมง พอรู้ว่าสิบห้านาทีบอยบอกสิบบาทวางไว้แล้วไสหัวไปเลย ทองสร้อยบอกว่าเจ๋งมากวางเงินแล้วออกไป โดยที่บอยไม่แม้แต่จะมองเธอสักแว่บ ยังคงจ้องจอเล่นเกมต่ออย่างเมามัน

เนรัญญาเปิดประตูห้องก็ถูกเฉวียงฉุดไปบอกว่าทองโปรยให้พาเธอไปซ่อนไม่ให้ทองก้อนเจอเธอ แล้วก็โทร.บอกทองโปรย ทองโปรยเริ่มแผนหลอกทองก้อนทันที ให้วิ่งหาเนรัญญาที่ห้องไม่เจอ หลอกให้ไปหานอกห้องอีก

“ขอโทษนะครับพ่อ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ ก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนที่จะทำให้พ่อได้เจอกับหมอ” ทองโปรยพูดแล้วรีบตามทองก้อนไป ทองก้อนหลงกลวิ่งตามหาเนรัญญาจนเป็นลม

ทองสร้อยจัดการธุระของตนเสร็จก็รีบกลับ เจอรถเข็นขายส้มตำของป้าหน่อยกลิ่นปลาร้าฉุยยวนใจเลยแวะซื้อ เร่งป้าหน่อยให้รีบตำตนออกมานานแล้วต้องรีบกลับไปทำกับข้าวอีกเดี๋ยวเจ้านายจะด่าเอา ป้าหน่อยถามว่าทำงานที่ไหน พอทองสร้อยบอกว่าบ้านเวียงคีรี ป้าหน่อยถามว่าบ้านคุณกลางใช่ไหม กิ๊กป้าเองเพราะคุณกลางชอบมากินส้มตำที่ร้านเป็นประจำ
ป้าหน่อยตำเสร็จใส่ถุงให้ ทองสร้อยจ่ายเงินแล้วเดินอ้าวไป ป้าหน่อยมองตามพึมพำ

“เออ...รูปร่างหน้าตาไม่น่าจะมาเป็นคนใช้” แล้วก็ทำท่าจะเป็นลมเพราะรัวสากตำส้มตำครกนี้จนหมดแรง

ทองสร้อยออกมาเรียกแท็กซี่กลับไปอย่างด่วนจี๋

ฝ่ายทองโปรย พอพาทองก้อนไปห้องฉุกเฉินแล้วก็โทร.บอกเฉวียง

“ฮัลโหล...เฉวียง พาเนรัญญากลับห้องได้แล้ว แล้วรีบมาที่ห้องฉุกเฉิน ฉันจะไปคุยกับเนรัญญา” วางสายแล้วหันมองทองก้อนอย่างรู้สึกผิดกับพ่อ

ooooooo

คุณใหญ่ไปหาพฤกษ์ที่ห้องทำงาน ไล่จีจี้ให้ออกจากห้องแล้วคุยกับพฤกษ์เรื่องคุณแหวว

“ไหนเธอบอกว่าเธอบริสุทธิ์ใจเรื่องนังทองสร้อย” พฤกษ์ตอบงงๆ ว่ามันก็เป็นอย่างนั้น “แต่เธอขอหย่าทั้งที่เธอคุยกับพี่แล้วว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

พฤกษ์ยืนยันว่าเรื่องหย่าของตนกับคุณแหววไม่เกี่ยวกับทองสร้อย แต่คุณใหญ่จะให้เกี่ยวให้ได้ หาว่าทองสร้อยเป็นต้นเหตุให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด

“ใช่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดในตอนนี้ แต่ผมควรจะพูดมาตั้งนานแล้ว ผมแต่งงานจดทะเบียนกับคุณแหวว เพราะพี่ใหญ่ขอร้อง ที่ผมยอมเพราะผมเองก็ต้องการช่วยให้คุณลุง พ่อของคุณแหววจากโลกนี้ไปอย่างสงบ หมดห่วง ที่มีคนมาช่วยดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ไม่ได้แต่งเพราะความรัก พี่ใหญ่ลืมไปแล้วเหรอครับ”

คุณใหญ่อึ้งพูดไม่ออก แต่ก็ไม่ยอมรับ พฤกษ์จึงทบทวนให้ฟังว่า

“งั้นผมจะพูดอีกที ว่าเรามีข้อตกลงกันว่า หลังจากที่จัดการงานศพของคุณลุงเรียบร้อยแล้ว ผมกับคุณแหววจะหย่ากัน แต่นี่งานศพของคุณลุงก็ผ่านไปเป็นปีๆแล้ว...”

คุณใหญ่ขัดขึ้นทันทีว่าคุณแหววรักเขามาก เธอ พยายามทำดีที่สุดเพื่อให้เขารักและเป็นสามีภรรยากันได้จริงๆ

“มันไม่มีทาง ไม่รักก็คือไม่รักครับ!”

“แล้วถ้าคุณแหววหย่ากับเธอ โกรธเธอ แล้วถอนหุ้นของคุณพ่อเธอที่มีอยู่ที่เวียงคีรีครึ่งหนึ่งมันจะทำให้เธอรักคนอื่นมากขึ้นหรือเปล่านอกจากรักตัวเองหา!!” พฤกษ์อึ้งอัดอั้นที่คุณใหญ่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาค้ำคออีก “เธอห่วงแต่อิสรภาพของตัวเอง แต่ทำให้บริษัทต้องตกต่ำเพราะขาดสภาพคล่อง ขาดความน่าเชื่อถือ โปรเจกต์ที่กำลังขยายไปต่างประเทศจะทำยังไง พนักงานเป็นพันชีวิต จะทำยังไง เธอรับผิดชอบไหวเหรอคุณกลาง”

“ผมหาทางออกได้!”

“ยังไง!!?? ขายบ้านที่เราซุกหัวนอนอยู่ ขายรถ เครื่องเพชรของพี่ เอากระเป๋ารองเท้าพี่ไปด้วยเลยไหม ขายมันให้หมดแม้กระทั่งส่วนของนังลูกเมียน้อยเพื่อมารับผิดชอบความผิดพลาดของเธอ เอาไหม!!”

“มันคือความผิดพลาดของผมเหรอครับ?”

“ใช่! หน้าที่ของเธอคือดูแลทุกคน ทุกอย่างในเวียงคีรี ในฐานะผู้ชายของบ้าน การรักคุณแหววและรักษาชีวิตคู่เอาไว้ให้ได้ก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำ!” พฤกษ์อัดอั้นตันใจไม่รู้จะพูดอย่างไรให้คุณใหญ่เข้าใจ ในขณะที่คุณใหญ่ก็รุกฆาตว่า “ถ้าเธอไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู!!”

ooooooo

คุณแหววพยายามปรับปรุงตัวเองเพื่อให้พฤกษ์รัก เธอขอให้ทองสร้อยช่วยสอนทำกับข้าวให้ บอกทองสร้อยว่า

“แม่ฉันเคยบอกเอาไว้ว่า เสน่ห์ปลายจวักผัวรัก จนตาย...แต่ฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลย แถมสุขภาพก็ไม่ดี ช่วยอะไรคุณกลางไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะอย่างนี้คุณกลางถึงได้...ไม่รักฉันเลย”

คุณแหววร้องไห้จนตัวโยน ทองสร้อยเข้าไปปลอบ คุณแหววบอกว่า ตอนนี้คุณกลางกำลังจะไปรักคนอื่น ฉันรู้ พูดแล้วมองทองสร้อยอย่างมีความหมาย ทองสร้อยบอกว่าคุณแหววกำลังคิดผิดเกี่ยวกับตน ทั้งยืนยันและสาบานว่า ตนไม่ได้ทำอย่างที่คุณแหววคิด ตนมาที่นี่ เพราะต้องการที่อยู่ ต้องการงานทำแลกเงินเท่านั้น ย้ำให้คุณแหววเห็นถึงความแตกต่างว่า

“สร้อยเป็นแค่คนใช้ เป็นแจ๋ว เป็นลูกจ้าง ไม่ใช่คนที่คุณควรจะมาใส่ใจด้วย คนที่คุณควรคิดถึงให้มากคือคุณกลาง”

“ถ้าอย่างนั้น เธอช่วยฉันได้ไหมทองสร้อย ช่วยทำให้คุณกลางรักฉันที” ทองสร้อยถามว่าช่วยอีหยัง? “ช่วยสอนฉันทำกับข้าวหน่อยได้ไหม ฉันอาจเป็นภรรยาที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่คุณกลางไม่ได้ ฉันก็ขอเป็นภรรยาที่อยู่ข้างหลัง ดูแลและสนับสนุนให้เขาสบายใจที่สุดนะทองสร้อย”

ทองสร้อยคิดหนักสงสารคุณแหวว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ฝ่ายพฤกษ์ คุณกลางของคุณแหววและคุณใหญ่ ก็คิดหนัก ยิ่งคิดถึงที่คุณใหญ่พูดถึงอดีตที่ธุรกิจของเวียงคีรีกำลังเจอปัญหาฟองสบู่แตกทำท่าจะล้มละลายแต่พ่อของคุณแหววเข้ามาช่วยกู้วิกฤติในฐานะเพื่อนสนิทของพ่อแล้วย้ำกับเขาว่า

“ถ้าเธอยังมีสำนึกอยู่บ้างก็ควรจะดูแลคุณแหววต่อไป”

“พี่ใหญ่...มันคนละประเด็น มันไม่...”

“แต่ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองก็ทำไป แล้วอย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก... เราขาดกัน! ฉันไม่อยากนับญาติกับผู้ชายเห็นแก่ตัวเหมือนพ่อ!”

คิดแล้วพฤกษ์เครียดหนัก กลับถึงบ้านเย็นนี้ เขาถามชบาทันทีว่าพี่ใหญ่อยู่ไหน?

ooooooo

ทองสร้อยตัดสินใจไปหาคุณแหววที่ห้อง คุณใหญ่เห็นจึงตามไปแอบฟังด้วยความสงสัยว่าทองสร้อยไปหาคุณแหววทำไม คุณใหญ่เอาหูแนบประตูแอบฟังแต่ไม่ได้ยิน พอหันกลับก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเจอพฤกษ์ยืนชิดอยู่ข้างหลัง!

คุณใหญ่มโนว่าพฤกษ์คงคิดเรื่องคุณแหววได้แล้ว ขอบใจที่ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว เร่งให้รีบไปคุยกับคุณแหวว พฤกษ์บอกพรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี คุณใหญ่ดีใจมากคาดหวังว่าอีกไม่นานตนจะได้อุ้มหลาน บอกพฤกษ์ว่าขอหลานคนแรกเป็นผู้ชาย

“พรุ่งนี้เช้าผมจะพาคุณแหววไปที่สำนักงานเขตเพื่อเซ็นใบหย่าครับ” พฤกษ์พูดชัดๆ คุณใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง “เรื่องขอหย่า กับการไม่ทำหน้าที่ดูแลบ้านและธุรกิจของเวียงคีรีมันเป็นคนละเรื่องกัน ผมขอยืนยันว่าผมจะทำหน้าที่ผู้ชายของบ้านอย่างเต็มที่และจะเรียกพี่ใหญ่ว่าพี่เหมือนเดิม ความเป็นพี่น้องของเราไม่มีทางตัดขาดจากกันได้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ตามนี้นะครับ”

พูดจบพฤกษ์เดินไปเลย คุณใหญ่ยังช็อก ชบากับพุฒิรออยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมยาลมยาหม่อง พอคุณใหญ่ทำท่าจะล้มก็พุ่งเข้ามาประคองเอายาให้ดมอย่างรู้ สถานการณ์

ฝ่ายทองสร้อยเข้าไปคุยกับคุณแหวว รับปากจะสอนทำกับข้าวให้ คุณแหววให้เงินเป็นพิเศษนอกเหนือจากงานหน้าที่ ทองสร้อยไม่เอา คุณแหววสั่ง “เธอไม่เอา แต่ฉันจะให้ อย่าขัดใจฉัน” ทองสร้อยสัมผัสได้ถึงความเอาแต่ใจของคุณแหววเลยรับไว้

“เธอว่าคุณกลางจะยอมใจอ่อนไหม” คุณแหววถามอย่างมีความหวังขึ้นมา

“เอาตรงๆนะคะ คุณกลางสร้อยไม่รู้ แต่ที่สร้อยรู้ พ่อของสร้อยติดแม่มากจนไม่ยอมกินข้าวนอกบ้าน ไม่ยอมไปไหน แม้แต่ตอนแม่จะตาย แกยังไม่ยอมให้แม่ตายเลยค่ะ”

คุณแหววขำจนหัวเราะออกมา แล้วรีบขอโทษว่าตนไม่น่าหัวเราะเรื่องแม่ทองสร้อย ทองสร้อยบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ยังอดขำเองไม่ได้เลย คุณแหววกังวลอีกว่ากลัวคุณกลางจะไม่ให้อภัยตนจะไม่ยอมกินอาหารที่ตนทำ พอทองสร้อยบอกว่าอย่าเพิ่ง คิดมาก คุณแหววก็รำพึงรำพันว่า

“ทุกวันนี้ฉันอยู่ด้วยความกลัวนะ กลัวว่าฉันจะอยู่ได้ยังไงถ้าคุณกลางหมดรักฉันขึ้นมาแล้วจริงๆ ฉันจะทนใช้ชีวิตไปคนเดียวได้ยังไงโดยไม่มีคนที่ฉันรัก แล้วมันก็เป็นความจริง แต่มันคงจะสายเกินไป ฉันต้องบ้าแล้วแน่ๆ มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะทำให้คนที่หมดใจกลับมารักเราเหมือนเดิม”

“คุณแหววใจเย็นก่อนค่ะ คุณแหววไม่ต้องกลัว คุณแหววมีความรักที่ยิ่งใหญ่เป็นแรงผลักดัน มันจะทำให้คุณแหววทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เชื่อสร้อยนะคะไม่ต้องกลัว”

คุณแหววอึ้ง ทึ่งในคำปลอบโยนและให้กำลังใจของทองสร้อย

“แล้วคุณกลางก็จะสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณแหววพยายามจะถ่ายทอดผ่านอาหารที่คุณแหววทำ สร้อยจะช่วยคุณแหววเต็มที่ คุณกลางจะต้องมองเห็นความทุ่มเทของคุณแหววค่ะ คุณกลางจะต้องตาสว่างว่ารักแท้อยู่แค่เอื้อม... อยู่ในบ้านไม่ใช่นอกบ้าน”

“ทองสร้อย...” คุณแหววเรียก ถามทึ่งว่า “ที่เธอพูดเมื่อกี๊ เธอพูดจากความรู้สึกของเธอเองหรือไปจำมาจากที่ไหน”

ทองสร้อยหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดไปเยอะ คิดหาทางแก้ตัว พลันก็หัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน จนพฤกษ์ที่จะมาคุยกับคุณแหววได้ยินเสียงหัวเราะ เขาชะงักกึกเปลี่ยนใจหันหลังเดินกลับไป

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 4 วันที่ 1 ส.ค. 58

อ่านนางสาวทองสร้อย บทประพันธ์โดย รพีพร
อ่านนางสาวทองสร้อย บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
อ่านนางสาวทองสร้อย กำกับการแสดงโดย อดุยล์ บุญบุตร
อ่านนางสาวทองสร้อย ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
อ่านนางสาวทองสร้อย ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15
อ่านนางสาวทองสร้อย ออหอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทื่มา ไทยรัฐ