อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 4 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 4 ก.ค. 58

ทันใดเสียงกิจจาดังขึ้น “ก็เพราะพวกแกมันไม่ได้เรื่องยังไงล่ะ ก่อนจะไปอิจฉาไอ้โต หัดดูตัวเองก่อน ว่าที่ฉันไม่ไว้ใจแกเพราะอะไร” กิจจาเดินเข้ามาพร้อมศตายุ

เมฆพัดชักสีหน้าเพราะโดนด่าบ่อยจนชิน ธราดล ออกอาการเซ็งจนมธุรสต้องปรามให้เก็บอาการ...กิจจาติเรียงตัว เริ่มจากงามยิ่ง ว่าเป็นคนทำงานสุกเอาเผากิน ดีแต่สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน อิจฉาคนอื่นไปทั่ว ส่วนเมฆพัด เป็นคนโง่ชอบอวดฉลาด ทำบริษัทขาดทุนมากี่โปรเจกต์ โชคดีที่ศตายุช่วยแก้ปัญหาได้ทัน เมฆพัดประชดว่าตนเป็นตัวซวยตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว กิจจาสวนรู้ตัวก็ดี เขาจึงหน้าเสียที่พ่อไม่แคร์กันบ้าง

กิจจาหันมาทางเจริญรุ่ง “โดยเฉพาะแก ถ้ายังเอาแต่เข้าบ่อน ซักวันฉันจะไล่แกออก...นี่ขนาดฉันให้ทำงานที่มันง่ายที่สุดแล้วนะ แก่มาครึ่งคนแล้วยังไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรสักอย่าง ไม่อายคนอื่นก็น่าจะอายลูกตัวเองบ้าง”


เจริญรุ่งมองศตายุอย่างไม่พอใจ ธราดลทนไม่ไหวโพล่งขึ้น จะมาดราม่าอะไรกันตอนนี้ น่าเบื่อ...ว่าแล้วก็ลุกเดินไป มธุรสหน้าเสีย กิจจาอ้าปากจะด่าหลาน ศตายุตัดบทชวนทุกคนไปทานข้าวกันดีกว่า กิจจาชะงักเชื่อหลานรักเดินนำไป ที่เหลือมองหน้ากันเซ็งๆ

งามยิ่งยังหงุดหงิดเข้ามาบ่นกับเมฆพัดในห้อง ว่าถ้าแม่ยังอยู่พวกตนคงไม่เป็นแบบนี้ เมฆพัดยักไหล่ “ไม่รู้สิ ถึงแม่พี่อยู่ ผมก็เป็นลูกเลี้ยงหัวเน่าอยู่ดี”

“จะน้อยใจทำไม เมฆก็มีพี่ไง พี่เลี้ยงแกมาตั้งแต่เด็ก รักแกไม่แพ้คุณพ่อรักไอ้โตหรอก”

เมฆพัดเยาะตนไม่น้อยใจถ้าพ่อรักแล้วมีคนเกลียดทั้งบ้านแบบศตายุตนก็ไม่เอา งามยิ่งเปรยขนาดพ่อตัวเองยังไม่ชอบขี้หน้า เมฆพัดเห็นจริงทำไมเจริญรุ่งถึงเกลียดอย่างกับศตายุไม่ใช่ลูก งามยิ่งนึกถึงอดีต “มันก็อาจจะไม่ใช่ลูกจริงๆก็ได้ เพราะตอนเกิดไอ้โตก็มีเรื่องแปลกๆอยู่”

เมฆพัดถามอย่างอยากรู้ แต่งามยิ่งปัดเรื่องมันนานมาแล้ว อย่าไปรู้เลย ยิ่งทำให้เขาสงสัย

หลังทานอาหารเสร็จ ศตายุเห็นธราดลนั่งอยู่ที่ระเบียงก็เข้ามาถาม คิดเรื่องไปเรียนเมืองนอกอยู่หรือ เรียนจบเมื่อไหร่ตนจะส่งไปแน่ ธราดลหน้านิ่วสวน เลิกสร้างภาพเป็นพี่ที่แสนดีได้แล้ว เพราะไม่ได้อยู่ต่อหน้าปู่ ศตายุชะงักรู้สึกเสียใจที่ในบ้านมีแต่คนเกลียดตน

ooooooo

คืนนั้น มธุรสโทร.บอกพบูเรื่องที่พัก...รุ่งเช้าพบูขับรถมาที่อาคารศศิวงศ์ วนหาที่จอดจนเห็นมีรถจอดขวางอยู่คันหนึ่ง จึงลงไปเข็น บุรีขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดเห็นพบูตัวบอบบางพยายามเข็นรถจึงเข้ามาช่วย พอเห็นหน้าเธอก็จำได้แต่พบูจำเขาไม่ได้

บุรีจึงแกล้งดัดเสียงพูดตามที่เธอคุยกับพ่อในโทรศัพท์ที่ร้านสะดวกซื้อ พบูนึกออกว่าเขาคือคนที่หัวเราะเยาะก็ชักสีหน้าใส่ บุรีกล่าวขอโทษ พบูแกล้งบีบแตรไล่จะถอยรถเข้าจอด เขาตกใจกระโดดหลบ...

หลังจากนั้น พบูมาพบมธุรส สร้อยทิพย์พาขึ้นไปดูห้องพัก พบูเดินสำรวจอย่างพอใจ มธุรสกระซิบถามใช่ห้องที่ธราดลพาเพื่อนมามั่วสุมหรือเปล่า สร้อยทิพย์ตอบว่าไม่ใช่ ห้องนี้แขกเพิ่งออกไป รับรองไม่มีใครสนใจห้องนี้แน่ มธุรสถามย้ำไม่มีปัญหาแน่นะ

“ไม่ต้องห่วงค่ะ สร้อยทำแบบนี้ประจำ ขอแค่คุณรสเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อย่าบอกใคร แม้แต่คุณรุ่งก็บอกไม่ได้นะคะ รับรองไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน” สร้อยทิพย์ทำท่ารูดซิปปาก

“คุณสร้อยก็ต้องห้ามให้เฟลอร์รู้เหมือนกันนะคะ ถ้าเฟลอร์รู้ว่าแอบมาพักห้องคนอื่น คงไม่ยอมอยู่ที่นี่แน่ๆ”

สร้อยทิพย์รับปาก พบูเดินมา ทั้งสองถามเธอชอบไหม เธอพยักหน้ายิ้มๆ สร้อยทิพย์สาธยายว่าอาคารนี้ไม่ใช่แค่สำนักงาน มีแบ่งพื้นที่ให้บุคคลภายนอกมาเช่าอาคารด้วย อย่างเช่นห้องที่เธออยู่ มธุรสเสริมว่าชั้นบนเป็นห้องชุดหรูของคนในตระกูล เสียดายไม่ค่อยมีใครมาอยู่ พบูถามถึงชั้นที่สร้อยทิพย์ทำงานเผื่อจะแวะไปหา เธอตอบว่าอยู่ชั้น 20 และยังบอกอีกว่า ชั้น 17 มีห้องอาหารสวัสดิการพนักงาน มีฟิตเนส จะลงไปเล่นก็ได้ พบูทึ่งที่มีครบวงจร มธุรสชื่นชม

“คุณโตแกเก่ง หัวนักธุรกิจน่ะ บริษัทเลยยิ่งโตขึ้นๆ นี่ก็กำลังจะทำร้านอาหารด้วยนะ”

พบูเอ่ยจะลงไปขนกระเป๋าขึ้นมา ทั้งมธุรสและสร้อยทิพย์ร้องห้ามพร้อมกัน ให้รอตอนกลางคืนพนักงานกลับกันไปก่อน อ้างว่าคนใช้ลิฟต์กันเยอะ พบูพยักหน้างงๆ ทันใดสร้อยทิพย์ได้รับโทรศัพท์ให้ตามตัวสถาปนิกไปพบศตายุ เธอจึงรีบขอตัว

สร้อยทิพย์รีบโทร.หาบุรีเอาแบบร้านไปคุยกับศตายุภายในสิบนาที บุรีตาโพลงรีบร่างแบบลายเส้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเอาไปรับหน้าศตายุก่อน

บุรีเอาแบบร่างมาอธิบายแก่ศตายุเป็นฉากๆว่าตนได้คิดเอาไว้จะทำเป็นสไตล์โมเดิร์น เพื่อให้ลูกค้าใช้นัดคุยงานได้ ศตายุพอใจในแบบแต่ก็รู้ทันว่าเขาเพิ่งเขียนเสร็จ บุรีจ๋อยแก้ตัวไม่ออก สร้อยทิพย์จึงออกรับแทนว่า บุรีเพิ่งได้รับคำสั่งจากเจริญรุ่ง...ศตายุสวน

“แล้วทำไมก่อนหน้านี้คุณไม่จัดการ คุณเป็นผู้จัดการที่บริษัทจ้างคุณก็เพื่อให้คุณคอยจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับแผนกธุรการ ผมจำได้ว่าคุณเองก็เข้าประชุมด้วย เพราะฉะนั้นถ้าพ่อผมไม่ได้สั่ง คุณก็ไม่ควรนิ่งดูดายแบบนี้”

สร้อยทิพย์จ๋อย ศตายุรุกถามว่าวันก่อนตนแวะไปดูร้าน เห็นร้านโล่งข้าวของหายไปไหนหมด ถ้ามีการขายก็ต้องมีเอกสารมาให้ตน แล้วกำชับเธอให้ไปจัดการหารายละเอียดทั้งหมดมา

“ผมจะเอาร้านอาหารนี้มาทำเองและอยากให้คุณเป็นคนรับผิดชอบร้านอาหารนี้ เดี๋ยวผมจะหาผู้จัดการมาช่วยคุณอีกแรง” ศตายุบอกบุรี เขารับคำอย่างพอใจ

จากนั้นศตายุก็ลงมาหากิจจาที่ร้านอาหารชั้นล่าง แซวว่าทำไมวันนี้ปู่ถึงมาได้ กิจจาตอบยิ้มๆมาคุยเรื่องโอนตำแหน่งประธานให้เขา แล้วถามถึงเรื่องร้านอาหาร กิจจาเผยความรู้สึกกับหลานรัก ว่าร้านนี้เป็นกิจการแรกที่ตนทำจนตั้งตัวได้ อยากรักษาเอาไว้เหมือนเดิม ไม่อยากให้ใครเอาไปทำเป็นคอนโด ศตายุจึงรับปากว่าร้านนี้จะเสร็จภายในสองเดือน

ระหว่างคุยศตายุเห็นพบูนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่ง กิจจามองตามสายตาหลานแล้วยิ้มที่หลานยังสนใจผู้หญิงอยู่บ้าง...พบูกำลังกดสมาร์ทโฟนหางาน พอดีเด็กยกอาหารมาเสิร์ฟ ด้วยความที่ถือมาหลายจานจึงทำหกราดแขนพบู เธอตกใจร้องว้าย...เด็กเสิร์ฟหน้าเสียขอโทษขอโพย กิจจากับศตายุหันมองว่าเกิดอะไรขึ้น พบูเอากระดาษเช็ดแขนแล้วพูดเป็นกันเองกับเด็กเสิร์ฟ

“เป็นเด็กใหม่ล่ะสิ...พี่เข้าใจตอนพี่ทำงานที่เมกาก็เคยทำจานแตกแบบนี้เหมือนกัน ข้อมือเราเล็กรับน้ำหนักจานใหญ่ๆไม่ไหวหรอก ต้องจับให้ถูกวิธีแบบนี้” ว่าแล้วพบูก็สอนวิธีถือจานสามใบควรวางบนข้อมือและใช้นิ้วจับอย่างไรให้ถนัดและไม่หล่น แถมเดินโชว์ให้ดู

กิจจากับศตายุประทับใจและชื่นชมในตัวพบูอย่างมาก

ooooooo

เย็นวันนั้น บุรีต้องก้มหน้าทำงานออกแบบร้านให้เสร็จ เพื่อนๆต่างพากันไปเที่ยวต่อ กว่างานจะเสร็จก็ค่ำพอดี...สร้อยทิพย์ช่วยพบูลากกระเป๋าสองใบมารอลิฟต์ พบูเกรงใจให้เธอกลับบ้าน ตนลากขึ้นไปเองได้ สร้อยทิพย์ลังเลแต่ก็อยากกลับ

บุรีออกจากลิฟต์มาเห็นพบูกำลังลาสร้อยทิพย์ก็มองอย่างสงสัย พบูหันมาขอให้เขาช่วยกดลิฟต์ไว้ให้แล้วลากกระเป๋าสองใบอย่างทุลักทุเล ด้วยความที่อัดของแน่น พอกระเป๋าล้มซิปจึงแตกของหกกระจาย บุรีหลุดขำออกมา พบูอายรีบเก็บของอัดกลับเข้าไปแต่มันปิดไม่ได้แล้ว บุรีเข้าช่วยค้นของในกระเป๋า พบูโวย เขาจึงบอกว่าต้องหาผ้ามามัดกระเป๋าไว้แทนซิปที่แตก บุรีหันไปเจอชุดชั้นในที่ตกอยู่ก็เก็บส่งให้ พบูรับมาอย่างอายๆ

ระหว่างที่พบูจัดของในห้อง บูรณาโทร.มาถามอย่างห่วงใยว่าอยู่ที่ไหน พบูไม่ยอมบอกเพราะรู้ว่าพ่อคงให้มาหลอกถาม ให้บอกพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ตนอยู่เองได้... พอวางสาย มนูหน้าเครียดห่วงลูก การเกดเข้ามาเหน็บ ปล่อยให้ใช้ชีวิตเองเสียบ้าง อยู่สบายมานานจะได้รู้ว่าความลำบากเป็นอย่างไร มนูมองภรรยาด้วยความเซ็ง

หลังจัดของเสร็จ พบูนับเงินที่เหลือมีเพียงสามพันกว่าบาท ไม่พอใช้แน่ ตัดสินใจจะลงขายกระเป๋าในเว็บ แต่เลือกแล้วเลือกอีกก็เสียดายทุกใบ

รุ่งเช้า พิมพ์พรรณรายงานศตายุว่าวันนี้มีอะไรต้องทำบ้าง เขาเห็นไม่ค่อยมีอะไรสำคัญ จึงบอกจะขึ้นไปตรวจห้องพัก พนักงานที่ได้ยินตกใจรีบโทร.ไปเตือนสร้อยทิพย์ เธอตาโพลงคว้าคีย์การ์ดไปรอรับ พิมพ์พรรณเดินมากับศตายุ แปลกใจที่สร้อยทิพย์มาเอง เธอบอกถือเป็นการตรวจความเรียบร้อยไปในตัว ศตายุเข้าไปสำรวจห้องที่กำลังจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ สร้อยทิพย์โล่งใจไม่ใช่ห้องที่พบูอยู่ และภาวนาขออย่าให้พบูออกมาจากห้องตอนนี้

ขณะเดียวกัน พบูแวะเอาขนมมาฝากสร้อยทิพย์ที่แผนก เห็นมีการรับสมัครผู้จัดการร้านอาหารจึงถือโอกาสกรอกใบสมัครไว้...พอดีเจมี่หรือชคันภาเดินหงุดหงิดรอพ่อเข้าประชุมอยู่ เจมี่เป็นสาวอวบแต่งตัววัยรุ่นแบรนด์เนมหัวจดเท้า แต่ดูจะเยอะมีทั้งแว่นและหมวก พบูสะดุดตากับกระเป๋าที่เธอถือเป็นใบเดียวกับที่ศตายุแย่งกับตน เผอิญเจมี่เดินเหวี่ยงไปมาชนเข้ากับพบูแถมบ่นว่ามายืนเกะกะอะไรตรงนี้ พบูไม่พอใจกับความไม่มีมารยาทของเธอ

“เดี๋ยว! น้องตุ้ยนุ้ย”

เจมี่ปรี๊ดหันขวับมาถามใครตุ้ยนุ้ย พบูตอบก็น้องนั่นแหละ เดินมาชนตนตามมารยาทควรจะขอโทษ เจมี่สวนว่าช่วยไม่ได้มายืนผิดที่เอง พบูตอกกลับ

“พี่ยืนของพี่ดีๆ แต่น้องนั่นแหละที่ผิด เดินฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว”

เจมี่กรี๊ดตนไม่ใช่ช้าง พบูล้อยกแขนทำท่างวงช้างใส่ พนักงานแถวนั้นหัวเราะกันครืน เจมี่ปรี๊ดใส่ทุกคนก่อนจะรีบเดินหนีไปอย่างอารมณ์เสียปนอาย

พอชัชชัยประชุมเสร็จ เจมี่ก็ยังไม่ยอมกลับจะขอไปหาศตายุก่อน ชัชชัยเกรงใจเพราะเป็นเวลาทำงาน แต่ขัดใจลูกสาวไม่ได้

ooooooo

ศตายุกำลังเซ็นเอกสารโดยมีพิมพ์พรรณยืนส่งเอกสารให้ เขาเอ่ยถามหาผู้จัดการร้านให้ตนได้หรือยัง พิมพ์พรรณเปิดรายชื่อผู้สมัครในไอแพดให้เขาดู เขาเลื่อนผ่านๆจึงไม่ทันเห็นพบู

ศตายุคิดว่าไม่อยากได้คนนอก “คุณพอมีใครแนะนำเป็นพิเศษไหม รับคนนอกที่ไม่รู้จักมามันเสี่ยงไป เราไม่รู้ว่าเขาจะทำงานเราครึ่งๆกลางๆอีกรึเปล่า”

“ค่ะ ยังไงพิมพ์จะถามรุ่นน้องให้นะคะ” พิมพ์พรรณรับปากแล้วนึกได้ “อ้อ เมื่อกี้พิมพ์ลงไปแผนกธุรการมา เห็นคุณเจมี่มากับคุณชัชชัย เดี๋ยวคงขึ้นมาหาคุณโตแน่”

ศตายุชะงัก เก็บปากกาหยิบมือถือคว้าสูทจะออกจากห้องทำงานและบอกว่าจะกลับมาตอนบ่ายๆ พิมพ์–พรรณแอบขำที่เขากลัวเจอเจมี่มากขนาดนี้...ศตายุรีบกดลิฟต์มองซ้ายขวากลัวเจมี่จะมาเจอก่อน พอลิฟต์มาก็รีบเข้าไป ทันใดเจมี่วิ่งมาร้องเรียก เขาทำเป็นไม่เห็น ประตูลิฟต์ปิดเจมี่พยายามกดรอลิฟต์อีกตัวแล้วตามลงไป ศตายุรู้ว่าหลบออกไปไม่ทันแน่ จึงเข้าไปหลบในร้านเบเกอรี่ นั่งโต๊ะที่อยู่หลังเสา หยิบเมนูมาปิดหน้า ไม่ทันมองว่ามีคนนั่งอยู่ก่อน

“ใครอนุญาตให้คุณนั่ง” เสียงพบูถามขึ้น

ศตายุสะดุ้งเงยหน้ามอง แต่ไม่อาจลุกไปได้เพราะเจมี่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าร้าน พบูมองตามสายตาเขาพอเห็นก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงแกล้งแหย่ว่าเพื่อนเขาอยู่หน้าร้าน ตนจะเรียกให้ ว่าแล้วก็กวักมือเรียก ศตายุรีบดึงมือเธอและเอามือปิดปากเธอ ขอร้อง

“ถ้าจะเอาคืนผม เอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ผมขอลี้ภัยตรงนี้ก่อน”

เสียงมือถือศตายุดังหน้าจอขึ้นชื่อเจมี่ เขาไม่รับสาย พบูถามถ้าไม่ชอบแล้วทำไมไม่บอกตรงๆ ยังซื้อกระเป๋าให้เขามีความหวังอีก ศตายุอ่อนใจจะอธิบาย ถ้าทำได้ตนทำไปนานแล้ว พอดีพบูเห็นบุรียืนรอเพื่อนอยู่หน้าร้านใกล้ๆกับเจมี่ จึงบอกศตายุว่า “สนใจให้ฉันช่วยคุณไหม”

ศตายุแปลกใจเธอจะทำอย่างไร พบูหลิ่วตาให้รอดู พบูลุกเดินไปคุยกับพนักงานเก็บเงินแล้วออกไปทักทายบุรีอย่างเป็นมิตร ทำเอาบุรีแปลกใจเพราะเมื่อคืนเพิ่งแกล้งเธอ จึงถาม

“ส้นสูงพลิก ล้มหัวฟาดพื้นรึเปล่าคุณ”

พบูทำเป็นยิ้มหวานเตือนว่าเขาดวงกำลังตก แล้วแอบบีบก้นเจมี่ก่อนจะเดินไป เธอหันขวับมามองบุรีแล้วโวยลั่น “ไอ้บ้ากาม! แกจับก้นฉัน ช่วย...”

บุรีตกใจเอามือปิดปากเจมี่รู้ทันทีฝีมือพบู “ผมไม่ได้ทำ ผมยืนอยู่ตรงนี้จะไปจับได้ไง”

เจมี่ผละออกโวยว่าตนรู้สึกมีคนบีบก้นนิ่มๆของตน เขาล่วงละเมิดทางเพศตน บุรีหน้าเหวอปฏิเสธพัลวัน

ต๋อยวิ่งมาถึงถามเกิดอะไรขึ้น...พบูส่งสัญญาณบอกศตายุให้ออกจากร้านได้ พอเขาลุกพนักงานก็เอาบิลมาเก็บเงินบอกว่าพบูให้เก็บกับเขา ศตายุอึ้งปนขำความแสบของพบู

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุอารมณ์ดี กลับมานั่งทำงานแล้วเปิดดูรูปผู้สมัครงานในไอแพด พลันเห็นรูปพบูก็แปลกใจ รีบเปิดดูประวัติเธออย่างสนใจ

ในขณะที่พบูไปสมัครงานที่ไหนก็มีแต่บอกว่าแล้วจะติดต่อกลับไป เธอรู้สึกหงุดหงิดทำไมไม่พูดตรงๆว่าไม่รับ...บ่ายคล้อยเริ่มเหนื่อย พบูแวะซื้อน้ำ ขนมก่อนขึ้นห้องพัก บุรีเห็นเดินจ้ำเข้ามาโวยทันที ว่าตนเดือดร้อนแค่ไหนกว่าจะเคลียร์กับเจมี่รู้เรื่อง พบูเหนื่อยจนไม่อยากเถียงกล่าวขอโทษดื้อๆ บุรีงง พบูจึงบอกอีกว่า วันหลังค่อยมาเอาเรื่อง ขอแปะไว้ก่อน ตนเหนื่อย

ทันใดมนูโทร.เข้ามา พบูรับสายได้ยินเสียงอบอุ่นของพ่อ “วันนี้ลูกจะกลับบ้านรึยัง อยู่ที่ไหนเดี๋ยวพ่อให้คนไปรับ”

พบูอยากกลับมากแต่ใจแข็งปฏิเสธ มนูอ้อนวอนให้เลิกงอน พบูเสียงแข็ง “หนูไม่ได้งอนค่ะ แต่หนูอยากพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าหนูอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินพ่อ หนูจะกลับก็ต่อเมื่อหนูประสบความสำเร็จ เคลียร์นะคะพ่อ”

บุรียืนฟังข้างๆแซวออกมาลอยๆ “ที่แท้ก็เด็กหนีออกจากบ้าน”

พบูหันมาจิกตาใส่ ได้ยินเสียงพ่อบอกว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีให้สองหมื่น พอใช้หรือเปล่า พบูรีบถามโอนมาที่ไหน มนูตอบว่าบัญชีที่เธอมีเอทีเอ็ม พบูหน้าเสียเพราะหักบัตรทิ้งไปหมดแล้ว รวมทั้งเอทีเอ็มด้วย จึงทำปากแข็งว่าตนไม่กดเพราะหักบัตรทิ้งไปแล้ว มนูให้ไปทำบัตรใหม่ตนจะได้โอนเงินให้ทุกเดือน ด้วยความที่ยังน้อยใจพบูโพล่งออกไป

“ไม่ต้องโอนมาหรอกค่ะ เพราะหนูจะไม่แบมือขอเงินพ่อใช้อีกแล้ว แค่นี้นะคะคุณพ่อ”

พอวางสาย พบูก็หันมาถามบุรีทันทีว่าสถานีตำรวจอยู่ไหน เขาย้อนถามจะทำไม เธอตอบหน้าเครียดว่า จะไปแจ้งความว่าบัตรเอทีเอ็มกับสมุดบัญชีหาย บุรีหลุดหัวเราะออกมากับความฟอร์มจัดของเธอ พบูจิกตามองเจ็บใจ

ooooooo

สร้อยทิพย์รายงานเจริญรุ่งว่าเอกสารที่ส่งให้ศตายุไม่ผ่าน เขาขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายร้านอาหารทั้งหมดภายในวันนี้ เจริญรุ่งให้เธอจัดไปเขียนอะไรมั่วๆ ก็ได้ตามถนัด สร้อยทิพย์กลอกตาเบื่อหน่าย ที่เจ้านาย เอาแต่เล่นเกมแข่งม้าในคอมพ์ ไม่สนใจการงาน

พอสร้อยทิพย์เอาเอกสารมาให้ศตายุรอลุ้นว่าจะผ่านไหม ศตายุรู้ทันให้เธอนั่งเช็กตัวเลขทั้งหมดในห้องเขาเป็นการดัดนิสัยการทำงานสุกเอาเผากินของเธอ

ความวุ่นวายกำลังจะมาถึงสร้อยทิพย์อีก เมื่อพบูใช้คีย์การ์ดที่เธอให้ไปห้องฟิตเนส พนักงานมัวคุยกันไม่ทันมองหน้าจอว่าบัตรเออเร่อใช้ไม่ได้...พบูวิ่งลู่ออกกำลังกายอยู่ไม่เห็นว่าบุรีวิ่งลู่ข้างๆ เขาทักทายเสียงดัง “เจอกันอีกแล้วนะคุณ”

พบูหันมองเชิดๆไม่คุยด้วย บุรีจึงถามว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ทั้งที่ไม่ใช่พนักงานบริษัท หรือเป็นคนนอกแอบมาพัก พบูหันขวับมามองทำนองจะมายุ่งอะไรกับตนนักหนา

“แปลว่าข่าวลือที่คุณสร้อยทิพย์แอบให้คนนอกมาพักท่าจะเป็นจริง”

พบูแย้งว่าตนเข้าพักถูกต้อง บุรีไม่เชื่อเตือนว่าตอนนี้ศตายุเข้มงวดเรื่องนี้มาก พบูไม่อยากฟังย้ายเครื่องวิ่ง สวมหูฟังเพลงกดเครื่องวิ่งเร็วขึ้น บุรีอยากเอาชนะกดเครื่องวิ่งเร็วกว่า พบูกดเพิ่มแข่งกับเขา แต่แล้วเธอวิ่งไม่ทันไหลตกลงมาก้นกระแทก ทั้งเจ็บทั้งอายเลยแกล้งเป็นลม บุรีตกใจหยุดวิ่งมาอุ้มเธอ พนักงานรีบมาดูแลเอาบัตรไปเช็กเพื่อแจ้งญาติ บุรีหวั่นใจกลัวถูกจับได้

พอเช็กบัตรก็เป็นปัญหาทันที...พบูทำทีว่ารู้สึกตัวขึ้นมา บุรีรีบถามอย่างห่วงใยเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบกวนว่ายังไม่ตาย ไม่ทันไรพนักงานเข้ามาถามเรื่องบัตรว่าเอามาจากไหน พบูโกรธที่พูดจาไม่สุภาพจึงบอกไปว่าคงเก็บได้จากข้างถนน

“งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาใช้บริการที่นี่”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ฉันพักอยู่ห้อง 2407”

“คุณจะพักห้องนี้ได้ไง ห้องนี้มันเป็นของคุณสมิทพนักงานบริษัทที เอสกรุ๊ป”

พบูเถียงเสียงแข็งว่าสร้อยทิพย์เป็นคนจัดการให้ มีอะไรต้องคุยกับเธอเองว่าแล้วพบูก็โทรศัพท์ฟ้องมธุรส ในขณะที่พนักงานโทร.ถามสร้อยทิพย์

ระหว่างนั้นสร้อยทิพย์เพิ่งแก้ไขงานให้ศตายุเสร็จ พิมพ์พรรณโผล่หน้าเข้ามาบอกว่า คนที่ห้องฟิตเนสโทร.มาบอกว่ามีคนแอบเอาคีย์การ์ดห้องพักลูกค้ามาใช้บริการ...สร้อยทิพย์หน้าซีดเหลือบมองศตายุ สบตาเขาเข้าอย่างจัง พิมพ์พรรณจะสาธยายต่อ สร้อยทิพย์ตัดบท คงเป็นการเข้าใจผิดเดี๋ยวตนจะไปจัดการ ว่าแล้วก็รีบดันพิมพ์พรรณออกไปไม่ให้พูดมาก

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 4 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ