อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 5 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 5 ก.ค. 58

ระหว่างนั้นสร้อยทิพย์เพิ่งแก้ไขงานให้ศตายุเสร็จ พิมพ์พรรณโผล่หน้าเข้ามาบอกว่า คนที่ห้องฟิตเนสโทร.มาบอกว่ามีคนแอบเอาคีย์การ์ดห้องพักลูกค้ามาใช้บริการ...สร้อยทิพย์หน้าซีดเหลือบมองศตายุ สบตาเขาเข้าอย่างจัง พิมพ์พรรณจะสาธยายต่อ สร้อยทิพย์ตัดบท คงเป็นการเข้าใจผิดเดี๋ยวตนจะไปจัดการ ว่าแล้วก็รีบดันพิมพ์พรรณออกไปไม่ให้พูดมาก

สร้อยทิพย์มาถึงห้องฟิตเนส ดึงพนักงานมาต่อว่าโทร.ไปโต๊ะพิมพ์พรรณทำไม แล้วสั่งถ้าใครถามให้บอกไปว่า ข้อมูลคีย์การ์ดผิดพลาดคนที่มาใช้เป็นลูกค้าทั่วไปไม่ได้อยู่ตึกนี้ เรื่องอื่นตนจัดการเอง พนักงานรับคำเสียงอ่อย บุรียืนมองอย่างสงสัยอยากรู้ว่าพบูเป็นใครกันแน่



พบูกลับเข้าห้องพัก เก็บของใส่กระเป๋าพร้อมกับโวยสร้อยทิพย์ที่เอาห้องพักใครมาให้ตน ถ้าไม่มีห้องว่างก็น่าจะบอกกันตรงๆ สร้อยทิพย์รีบอธิบายว่าตนเคลียร์ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จะไปใช้ห้องฟิตเนสอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พบูเห็นว่าไม่ถูกต้อง เก็บของอย่างวุ่นวายจะย้ายให้ได้

มธุรสมาถึงต่อว่าสร้อยฟ้าทำไมไม่เตือนพบูว่าห้ามใช้ฟิตเนส พบูได้ยินพาลโกรธแม่ที่รู้เรื่องนี้ดี มธุรสรีบแก้ตัวว่า “แม่ทำไปเพราะอยากช่วยหนูนะจ๊ะ”

สร้อยทิพย์ตกใจเมื่อรู้ว่าสองคนเป็นแม่ลูกกันไม่ใช่น้าหลาน มธุรสเอ็ดเรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัน เอาเรื่องห้องพักก่อน สร้อยทิพย์ขอให้พักที่นี่ต่อไปรับรองจะไม่มีปัญหาอีก อ้างพนักงานตื่นตูมไปเองดันโทร.ไปที่ห้องศตายุ มธุรสตกใจทำท่าจะเป็นลมเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้ถึงหูลูกเลี้ยงตนแล้ว

ไม่ทันไร พิมพ์พรรณโผล่เข้ามาบอกสร้อยทิพย์ว่า ศตายุให้ไปรายงานเรื่องนี้กับเจริญรุ่งแล้วทำรายงานชี้แจงมาให้เขาพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง มธุรสตื่นตกใจไม่แพ้สร้อยทิพย์ บอกตนจะไปคุยกับศตายุเอง หันมาบอกพบูให้รออยู่ก่อน พบูถอนใจเฮือกเซ็งๆ

หลังจากศตายุสอบถามเรื่องราวจากพนักงานจนพอรู้เรื่องคร่าวๆ ก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน มธุรสเคาะประตูเข้ามาขอคุยด้วยสักครู่ เธอบอกว่า หลานสาวเพิ่งกลับจากเมืองนอก มีปัญหากับพ่อเลยออกจากบ้านปุบปับ ตนเลยให้การช่วยเหลือหาที่พักให้ ศตายุตำหนิทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง บริษัทเรามีห้องพักไว้ให้ผู้บริหารอยู่แล้ว พ่อเป็นคนดูแลเรื่องนี้ ทำไมไม่ขอให้พ่อช่วย

“มันไม่มีห้องว่างเลย แล้วน้าก็เป็นแค่สะใภ้ไม่อยากทำตัวให้วุ่นวาย คุณสร้อยรับปากว่าไม่มีปัญหา”

“แล้วไม่คิดบ้างหรือครับว่ามันจะทำให้วุ่นวายกว่าเดิม เราเป็นเจ้าของตึกมีบริษัทตั้งเยอะมาเช่าพื้นที่ เรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก แต่คนของเรากลับแอบให้คนนอกเข้าไปพักห้องลูกค้า ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป ใครเขาจะเชื่อถือเราอีก”

มธุรสรู้สึกผิดถามตนควรทำอย่างไร ศตายุติงควรถามตนก่อนที่จะทำอะไรแบบนี้ เจริญรุ่งเปิดประตูพรวดเข้ามา ตะคอกใส่มธุรสด้วยความโมโห “เธอนี่ ยิ่งแก่ยิ่งสมองกลวง...ฉันอยากรู้นักว่าหลานสาวเธอน่ะ หลานคนไหน ลูกผัวเก่าสิไม่ว่า ไหนบอกว่าผัวเก่ารวยนักหนาไม่ใช่เหรอ เที่ยวปล่อยลูกสาวมาร่อนเร่หาที่อยู่ทำไม” มธุรสจะเถียง เจริญรุ่งตวาดสวน...ไม่ต้องพูด

ศตายุสงสารแม่เลี้ยงจึงเถียงแทน “คุณน้าทำไม่ถูกก็จริง แต่คนที่เป็นต้นเหตุก็คือคนของคุณพ่อ ถ้าคุณ สร้อยทิพย์ไม่เสนอความคิดนี้ คุณน้าจะทำได้ยังไง”

เจริญรุ่งหันมาถามจะให้ตนทำอย่างไร ศตายุ ตอบว่า คืนนี้ให้กลับไปคิดแล้วพรุ่งนี้เขียนรายงานให้ตน เจริญรุ่งโกรธ “ทำไมฉันต้องรายงานแก แกไม่ใช่เจ้านายฉันนะ เจ้านายฉันมีคนเดียวคือปู่แก”

ศตายุกล่าวเสียงเรียบๆ งั้นให้พ่อเก็บไปรายงานปู่เอง พูดจบเดินออกจากห้องไป เจริญรุ่งโกรธมากหันมาจ้องมธุรสที่เป็นต้นเหตุ เธอหลบตาด้วยรู้สึกผิด

ooooooo

เวลาผ่านไป พบูครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับชีวิตดี รอไม่ไหวตัดสินใจลากกระเป๋าออกจากห้อง ลิฟต์ เปิดออกก็ก้มหน้าลากกระเป๋าเข้าไปอย่างทุลักทุเล เผอิญศตายุอยู่ในลิฟต์ เอ่ยขึ้น

“คุณเองน่ะเหรอที่แอบเข้ามาพัก”

พบูหันขวับมามอง พอเห็นเป็นศตายุก็ตกใจ เถียงกลับว่าตนไม่ได้แอบแต่ไม่รู้ ศตายุแกล้งแหย่ “งั้นที่คุณช่วยผมครั้งที่แล้วเพราะอย่างงี้นี่เอง รู้สึกผิดที่มาแอบอยู่ตึกผมล่ะสิ”

พบูปฏิเสธทันควันว่าบอกแล้วตนไม่รู้ ศตายุรุก พอรู้ โดนจับได้เลยคิดขนของหนี หญิงสาวเริ่มโกรธ “ฉันไม่ได้หนี ทำไม...คุณจะเรียกตำรวจมาจับฉันรึไง”

“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ” เห็นพบูหน้าซีดอึ้งๆ ศตายุแอบยิ้ม “แค่พูดขอโทษ ผมก็...”

พบูสวนทันที ยื่นมือให้สองข้างบอกจับตนไปเลย ศตายุผงะไม่คิดว่าเธอจะรั้น พบูพรั่งพรูความอัดอั้นที่ประสบมาทั้งวัน “ฉันไม่กลัวหรอก โดนตำรวจจับไปนอนในคุกก็ดี ไม่ต้องเสียตังแถมมีข้าวให้กิน ดีกว่าต้องกลับบ้านไปให้นังโบท็อกซ์เยาะเย้ย ไหนๆชีวิตฉันก็เจอแต่เรื่องแย่ๆอยู่แล้ว ต้องออกจากบ้าน หางานทำก็ไม่มีที่ไหนรับ แถมยังว่าฉันเรียนไม่จบ กลับมาที่พักก็เจอเรื่องทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดฉัน” พบูหันหน้าเข้าผนังตั้งสติเงียบๆ

ศตายุอึ้งทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าพบูจะซีเรียสขนาดนี้ เขาเสียงอ่อนลงว่าล้อเล่น เขาเอื้อมมืออยากจับไหล่ปลอบเธอแต่ไม่กล้า เผอิญลิฟต์มาถึงชั้นล่าง พบูรวบกระเป๋าจะลากออกจากลิฟต์ แต่ศตายุกลับกดปิดลิฟต์แล้วกดไปชั้น 24 ตามเดิม พบูมองงงๆ

ศตายุช่วยลากกระเป๋าพบูกลับมาที่ห้องพัก อธิบาย ว่าตนตั้งใจจะมาบอกให้พักที่นี่ต่อไปไม่คิดว่าจะเก็บของเร็วขนาดนี้ พบูเหล่มองมันง่ายเกินไปมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า เขาหัวเราะ

“ความจริงคุณก็มีสิทธิ์พักในอาคารนี้เพราะยังไงคุณก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว”

“ฉันไปเป็นสมาชิกบ้านคุณตอนไหน”

“คุณก็เป็นพี่สาวของน้องชายผม เป็นลูกแม่เลี้ยงผม คุณก็เหมือนน้องสาวผมเหมือนกัน...ถ้าคุณหาที่อยู่ใหม่ได้แล้วก็ค่อยย้ายออกไป วันนี้ดึกมากแล้ว คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน” ศตายุจะออกไป

พบูมองตามคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงเรียกเขาไว้และยื่นข้อเสนอ “คุณกำลังหาผู้จัดการร้านอาหารอยู่ไม่ใช่เหรอ ไหนๆเราก็นับญาติกันแล้ว ทำไมไม่จ้างฉันเป็นผู้จัดการร้านล่ะ”

ศตายุฟังนิ่งๆ พบูขอแลกกับที่พัก ส่วนเงินเดือนแล้วแต่เขาจะให้ ตนไม่เรื่องมากแถมยังเรียกใช้ตนได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ศตายุกล่าวได้อ่านประวัติเธอแล้ว

ไม่น่าสนใจเลย พูดจบเดินจากไป พบูเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ

คืนนั้น มธุรสมาขอบคุณศตายุที่ช่วยเหลือลูกสาว พอดีธราดลกลับมาในชุดนักเรียนพร้อมกลิ่นบุหรี่คลุ้ง ศตายุจึงตำหนิ มีเงินเหลือพอซื้อบุหรี่มาสูบทำร้ายตัวเอง ตนคงต้องตัดค่าขนมลงบ้าง ธราดลโวยตนจะเป็นจะตายก็เรื่องของตน มธุรสปรามอย่าก้าวร้าวพี่แล้วหันมาขอโทษแทน ศตายุมองเซ็งๆที่น้องชายทำตัวไม่ดี

ooooooo

เช้าวันใหม่ พบูนอนเกลือกกลิ้งบนเตียงอย่างมีความสุข ทันใดมือถือดังขึ้น จึงกดรับสายอย่างงัวเงีย เสียงศตายุดังออกมา “วันนี้ตอนบ่ายจะมีนัดสัมภาษณ์ผู้จัดการร้าน ถ้าคุณสนใจผมจะให้โอกาส ถ้าคุณสมบัติคุณผ่าน ผมจะรับข้อเสนอที่คุณบอกผมเมื่อวานนี้” พูดจบก็วางสายไป

พบูตาโพลง มองมือถือว่ามีเบอร์แปลกปลอมโทร.เข้ามาจริงหรือเปล่า พอเห็นก็รู้ว่าไม่ได้ฝันไปรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวโดยเร็ว

แผนกออกแบบ ต๋อยมาเล่าให้บุรีฟังว่าเมื่อวาน มีเรื่องห้องพักแขกที่สร้อยทิพย์เอาไปให้คนนอกพักโดนศตายุจับได้ ตอนนี้เธอโดนไล่ออกไปแล้ว บุรีตกใจ...

ในขณะที่เจริญรุ่งเพิ่งกลับเข้าบ้านรู้เรื่องสร้อยฟ้าโดนไล่ออก จากงามยิ่งและเมฆพัด และถูกเป่าหูว่าตำแหน่งผู้อำนวยการของเขาคงมีไว้แค่ลอยๆไม่ได้สำคัญอะไรเลย ถ้าเขาไม่ใช่พ่อป่านนี้คงโดนไล่ออกไปด้วยอีกคน

เจริญรุ่งโกรธมากมาต่อว่าศตายุที่ห้องทำงาน ว่าข้ามหัวตนไปไล่คนของตนออกไม่เห็นหัวกันบ้าง ศตายุพยายามข่มอารมณ์พูดด้วยความเป็นห่วง

“ผมก็ไม่อยากไปก้าวก่ายงานคุณพ่อหรอกนะครับ ถ้าคุณพ่อตั้งใจทำงานบ้าง ไม่ใช่วันๆอยู่แต่ในบ่อนไม่ดูแลงานบริษัทจนคนในบริษัทเขาเอือมระอากันหมดแล้ว...”

“ฉันเป็นพ่อแก แกไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน จำไว้” เจริญรุ่งสวนแล้วชี้หน้าท้า “มองหน้าฉันแบบนี้ จะไล่ฉันอีกคนรึไง เอาสิ”

ศตายุย้อนถาม ตนมีสิทธิ์ไล่พ่อออกได้ด้วยหรือ แล้วพูดต่อว่าต่อไปตนจะไม่กวนใจเขาอีกเพราะกนกคนที่มาทำงานแทนสร้อยทิพย์จะเป็นคนมารายงานตนโดยตรง เจริญรุ่งยิ่งปรี๊ด

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 5 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ