อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 3 วันที่ 8 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 3 วันที่ 8 ก.ค. 58

พบูมานั่งร้านกาแฟในตัวอาคาร ขีดเขียนใส่แบบร้านที่ได้จากพิมพ์พรรณ เป็นการระบายอารมณ์ ติทุกอย่างที่บุรีออกแบบไว้...ศตายุเดินผ่านมา เข้าใจว่าพบูไฟแรงตั้งใจทำงาน จึงจัดแจงหาโต๊ะทำงานให้เธอไว้ในห้องเดียวกับพิมพ์พรรณ...พิมพ์พรรณรู้สึกว่าศตายุสนใจพบูและผู้หญิงอย่างพบูดูจะเหมาะกับเขา จึงตั้งโต๊ะให้อยู่ตำแหน่งที่ศตายุมองออกมาจากห้องทำงานเห็นถนัดๆ

ลูกน้องมารายงานงามยิ่งว่า ศตายุได้ผู้จัดการร้านคนใหม่แล้ว โดยเป็นคนสัมภาษณ์และรับเอง งามยิ่งโกรธที่โดนข้ามหน้าข้ามตา...



บ่ายวันเดียวกัน พบูและบุรีเข้าประชุมกับศตายุ บุรีหวั่นใจว่าพบูจะล้างแค้นด้วยการติติงงาน และเธอก็ติทุกอย่างจริงๆ แต่ก็ติอย่างมีเหตุผล ศตายุพอใจในแบบของบุรีหลายอย่างและก็ฟังคำเสนอแนะของพบูอย่างทึ่งๆ พบูบอกว่าได้ติดต่อเชฟมือหนึ่งไว้แล้ว ส่วนการจัดการได้เขียนรายละเอียดไว้ให้แล้ว อีกเรื่องที่อยากขอเปลี่ยนแปลงคือชื่อร้านศศิวงศ์โภชนา...มันโบราณมาก ศตายุแอบขำแต่ก็ชื่นชมที่เธอทำงานเป็นระบบและเร็ว พบูยืดตัว

“แน่นอน ฉันเคยบอกคุณแล้วไงว่าอย่าตัดสินฉันที่วุฒิการศึกษา ความจริงถ้าฉันตั้งใจจะเรียนให้จบ หรือทำงาน ฉันก็ทำได้แต่ฉันไม่อยากทำต่างหาก”

บุรีหลุดปาก “ขี้โม้...ถ่อมตนหน่อยก็ได้มั้ง”

พบูหันขวับมาใส่ มันเรื่องจริงจะถ่อมตัวทำไม ศตายุมองสองคนชักหวั่นๆ จะรอดไหม...เสร็จจากประชุม พิมพ์พรรณพาพบูมานั่งโต๊ะทำงาน และมอบบัตรพนักงานและนามบัตรไว้เผื่อติดต่อดีลงานกับใครๆ พบูปลาบปลื้ม มากที่ได้เป็นพนักงานเต็มตัว

ไม่ทันไรงามยิ่งเดินเข้ามาหยุดมองหน้าพบู นี่หรือผู้จัดการร้านคนใหม่ เหน็บสวยแบบนี้นี่เองศตายุถึงรับโดยเร็ว ศตายุเดินเข้ามาเถียงแทน “คงสวยเหมือนคุณน้ามธุรสมั้งครับ”

งามยิ่งฟังแล้วงง ศตายุจึงแนะนำว่าพบูเป็นลูกสาวมธุรส ตนเห็นว่าเป็นญาติกันไว้ใจได้ ปัญหาแบบเก่าๆจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก งามยิ่งหน้าเสียหลบตา พบูรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของเธอ...งามยิ่งมาบอกเมฆพัดว่าเรื่องที่เขาจะทำคงยาก เมฆพัดแค้นใจจะไม่ยอมให้ร้านนั้นเปิดได้เด็ดขาด

ooooooo

หลังเลิกงาน พบูมานวดหน้าอยู่กับมธุรส ระหว่างนอนมาร์กหน้า พบูก็เล่าถึงงามยิ่งให้แม่ฟัง มธุรสเตือนให้ระวังตัวและเล่าถึงแต่ละคนในบ้านว่าเป็นเพราะกิจจารักหลานอย่างศตายุมากจนทำให้ลูกๆอิจฉา รวมทั้งเจริญรุ่งสามีตนด้วย แต่เขาคงไม่มีปัญหากับพบูมากนัก

“คุณเจริญรุ่งพ่อคุณโตเป็นผู้อำนวยการแผนกธุรการ แต่เขาไม่ค่อยยุ่งกับใคร วันๆสนใจแต่เรื่องการพนัน งานบริษัทยังไม่ค่อยสนใจ จนทุกคนระอาไปหมด...คนที่สองคือคุณงามยิ่ง เป็นลูกสาว แต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ลูกและสามีทนความจู้จี้ไม่ไหว หนีไปอยู่เมืองนอก คุณงามยิ่งชอบวุ่นวายเรื่องคนนั้นคนนี้ไปทั่วบริษัท มีหูตามากมาย แถมยังขี้อิจฉาเห็นใครได้ดีกว่าเป็นไม่ได้หนูต้องระวังคนนี้เป็นพิเศษ...ส่วนคนสุดท้าย คุณเมฆพัดเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดจากอีหนูของคุณกิจจา ท่านก็เลยไม่ค่อยรัก”

พบูรู้สึกสงสาร มธุรสเล่าอีกว่าเมฆพัดอายุต่างจากศตายุไม่มาก งามยิ่งเลี้ยงมาเหมือนแม่กับลูก นิสัยดูเป็นคนหลายบุคลิก ดูไม่ค่อยออก บางครั้งเหมือนมีน้ำใจ บางครั้งร้ายน่าดู ทางที่ดีควรเลี่ยงจากทั้งสามคนนี้ เพราะทั้งสามคนไม่ชอบศตายุ พบูสบถ...กรรม

“หนูเป็นคนของคุณโตก็อาจจะโดนเขม่นไปด้วย ยังไงก็ต้องระวังโดยเฉพาะคุณงามยิ่ง”

“หนูคิดว่าหนูออกจากบ้านมาแล้วจะไม่ต้องเจอมนุษย์ป้าอย่างน้าเกด ที่ไหนได้พอเห็นคุณงาม หนูก็รู้ทันทีเลยค่ะว่ามีมนุษย์ป้าอีกเบอร์กำลังจ้องเขมือบหนูอยู่”

มธุรสแย้งไม่ขนาดนั้นหรอก พบูถามถึงธราดลทำไมไม่ชอบพี่ชาย มธุรสถอนใจสาเหตุเกเรตามประสาวัยรุ่น กำลังจะเล่าก็มีโทรศัพท์เข้ามาขัดจังหวะ พอเธอรับสายก็มีสีหน้าตกใจแล้วผลุนผลันออกไป พบูอาสาขับรถให้...มธุรสโทรศัพท์หาเจริญรุ่งเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย จึงโทร.หาศตายุ เขากำลังจะออกไปคุยงาน จึงสั่งพิมพ์พรรณให้เลื่อนไปก่อน

ธราดลถูกตำรวจจับพร้อมเพื่อนๆข้อหามั่วสุมยาเสพติด ศตายุพาทนายความมาจัดการประกันตัวให้ พบูตามมธุรสเข้าไปหาธราดลในห้องขัง จึงเห็นท่าทางก้าวร้าวของเขาที่มีต่อแม่ ทำนองอายเพื่อนๆที่มีแม่มาร้องไห้เสียใจ พบูทนไม่ได้สวนแทน

“ถ้าอายจะกล้ามาเหรอ นี่มันโรงพักนะ ไม่จำเป็นไม่มีใครเขาอยากมานักหรอก”

ธราดลอึ้งมองพบูอย่างจำได้ว่าเคยเจอกันในลิฟต์ ถามเธอเป็นใครเกี่ยวอะไรด้วย พบูตอบดื้อๆว่าไม่เกี่ยวแค่มาเป็นเพื่อนแม่ ยิ่งทำให้ธราดลงง มธุรสตัดบท อย่าเพิ่งถือสากันเลย รอออกจากที่นี่ก่อนค่อยคุยกัน พบูถลึงตาใส่ธราดลก่อนจะกลับออกไป

เห็นศตายุนั่งอยู่มุมหนึ่ง พบูเข้ามาถามเรื่องราว เขาเล่าว่าคงมั่วสุมเสียงดัง ห้องข้างๆจึงโทร.แจ้งตำรวจ “ผมนึกอยู่แล้วว่าซักวันต้องเป็นแบบนี้ หนังสือหนังหาไม่ยอมเรียน ตั้งหน้าแต่จะไปเรียนเมืองนอก อยู่เมืองไทยยังขนาดนี้ ขืนปล่อยให้ไปนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง”

“แต่มีพ่อแม่ตั้งเยอะนะคะที่คิดไม่เหมือนคุณ มีลูกเกเรกลัวเสียคนเขาก็ส่งไปเรียนเมืองนอกทั้งนั้น จะได้หัดช่วยเหลือตัวเอง แล้วก็มีหลายคนนะคะที่กลับมาแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคน”

ศตายุแอบแขวะว่ามีหลายคนที่ไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมา พบูแว้ด แบบตนเรียกลิมิเต็ด อีดิชั่น มีไม่กี่คนบนโลก ศตายุขำยกมือยอม “โอเค...ผมไม่เถียง แต่ผมอยากให้เขาเรียนจบมอหกก่อน...ผมเข้มงวดกับน้องไปใช่ไหม”

พบูแย้งตนก็มีน้องสาวเป็นลูกแม่เลี้ยงชื่อแบม เรียบร้อยจนตนหมั่นไส้ ตนเลยชอบหาเรื่องแกล้ง ตนแย่กว่าอีก...ศตายุหัวเราะออกมาได้ สรุปเราเป็นพี่ที่แย่พอกัน พบูเสริมเราเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่พร้อมจะมีปัญหาบ้างจะเป็นไรไป เขาพยักหน้าเหตุผลน่าฟัง พบูคิดถ้าเราสลับน้องกันได้คงจะมีความสุขมาก เพราะตนจะไม่สนใจน้องอย่างธราดลเลย ศตายุย้อนถามขนาดนั้นเลย

พบูพยักหน้า “ที่สำคัญต้องเปลี่ยนแม่ด้วย ให้ดลมาเจอแม่เลี้ยงฉัน รับรองต้องตายกันไปข้าง ฉันว่าบางทีแม่ฉันก็อ่อนแอไปหน่อย ดลเลยไม่กลัว...เป็นแม่ก็ยากเหมือนกันนะคะ แข็งไปลูกก็แหย อ่อนไปลูกก็ก้าวร้าวอีก”

เสร็จเรื่องประกันตัว มธุรสแยกกลับกับศตายุและธราดล พบูลาแม่บอกไม่ต้องห่วงตน ธราดลแย็บไม่ทันทำความรู้จักพี่สาวคนสวยเลย พบูเหล่สงสัยเมาค้าง...

มธุรสกล่าวขอบคุณศตายุที่ช่วยธราดลและบอกให้ธราดลขอบคุณศตายุ แต่ธราดลกลับหาว่าที่เขาทำเพื่อเอาหน้ากับปู่

ศตายุเหลืออด “หยุดทำตัวก้าวร้าวซะทีเถอะ ที่แกไปมั่วสุมเสพยา ปีนขึ้นไปเดินเล่นบนระเบียงจนชาวบ้านตกใจโทร.เรียกตำรวจ พี่ยัง...”

มธุรสตกใจถาม ไหนบอกว่าเขาแค่ทำเสียงดังรบกวนคนอื่น แล้วหันมาเอ็ดธราดล ถ้าตกลงมาจะทำอย่างไร ธราดลแผดเสียงใส่ให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ศตายุเสียงเข้ม

“จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่รีบเคลียร์มีหวังป่านนี้นายได้ลงข่าวหน้าหนึ่งแน่ อย่าลืมว่าตัวเองนามสกุลอะไร คิดบ้างไหมว่าคุณปู่จะรู้สึกยังไง”

“ที่แท้ก็กลัวเสียชื่อ นึกแล้วไม่มีผิด เห็นไหมครับคุณแม่ เขาไม่ได้เป็นพี่ที่แสนดีอย่างที่คุณแม่คิด เขาก็คิดถึงแต่ตัวเอง คิดแต่จะเอาหน้ากับคุณปู่”...ศตายุกำหมัดข่มอารมณ์โกรธ

มธุรสตัดบทขอโทษศตายุแทนลูก กิจจานั่งดูทีวีอยู่ เห็นหลานชายสองคนกลับบ้านพร้อมกันก็แปลกใจ ศตายุบอกว่าผ่านไปแถวโรงเรียนธราดลจึงแวะรับ กิจจาเห็นหน้าธราดลจึงถามทำไมถึงโทรม มธุรสแก้ตัวว่าธราดลเอาแต่เล่นเกมจนดึกดื่นห้ามก็ไม่ฟัง กิจจาถอนใจบ่น

“เด็กสมัยนี้ไม่มีอะไรทำ เกิดมารวยไม่ต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินเหมือนเด็กสมัยก่อน มีตัวอย่างดีๆ

ให้ดูกลับไม่สนใจ ฉันจะบอกให้นะไอ้ดล ถ้าแกหัดทำตัวเป็นลูกไม้หล่นไกลต้นบ้าง อนาคตแกจะดีกว่านี้รู้ไหม”

เจริญรุ่งเดินผ่านมาได้ยิน ไม่พอใจโพล่งขึ้น “ลูกผมก็แบบนี้แหละครับ แต่ก็น่าประหลาดนะครับที่ผมมีลูกอย่างไอ้โตได้ คุณพ่อไม่เคยสงสัยบ้างเหรอครับ ว่าทำไมมันถึงได้ดีผิดกับพ่อแม่แบบนั้น”

กิจจาสวน คงเป็นบุญของศตายุถึงได้ไม่เหมือนเขา เจริญรุ่งยิ่งแค้นจ้องหน้ากิจจาเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างในใจ

ooooooo

มธุรสเป็นห่วงพบูจึงโทรศัพท์ถามไถ่กลับถึงที่พักหรือยัง เธอตอบว่าถึงแล้วแต่ออกมาเดินหาของกินใกล้ๆ พอวางสาย จู่ๆส้นรองเท้าเธอก็ติดซี่เหล็กฝาท่อ เธอกระชากอยู่สักพักจนหักเป๊าะ...ถึงกับเซ็ง จึงคิดหักส้นอีกข้างแต่หักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ มองระยะทางเดินกลับอีกตั้งไกล

พบูยืนรอรถแท็กซี่แต่ไม่มีมาสักคัน จำต้องเดินโขยกเขยกกลับที่พัก ไม่นาน มีเสียงทัก

“แม่ปลาบู่ทอง...”

พบูสะดุ้งหันมอง เห็นบุรีนั่งยองๆข้างจักรยาน ป้อนลูกชิ้นปิ้งสุนัขอยู่ จึงถามมาทำอะไรตรงนี้ บุรีลุกยืนตอบขำๆว่า เมื่อวันก่อนเห็นใครไม่รู้เอาลูกชิ้นมาให้สุนัขแล้วกระโดดโลดเต้น เลยลองดูบ้าง...พบูสวน ว่างมากหรือถึงมาสะกดรอยตามกัน บุรีว่าเธอสำคัญตัวมากไป แล้วถามขาเจ็บหรือถึงเดินแบบนั้น พอมองอีกทีก็หัวเราะออกมา พบูโวย

“ถ้าจะมาเยาะเย้ยก็หลีกไปเลย”

“อะไรกันคนอุตส่าห์เป็นห่วงเห็นเดินขาเป๋มาตั้งไกล สนใจให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะน้องสาว”

พบูโต้แค่ส้นรองเท้าหัก ไล่เขามาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย บุรียักไหล่ขี่จักรยานไปเลย พบูมองอึ้งๆที่เขาไปจริง สักพักบุรีก็ขี่จักรยานกลับมาพร้อมถุงรองเท้าแตะที่ไปหาซื้อมาฝาก พบูแอบดีใจ แต่พอหยิบรองเท้าออกมา เป็นแตะฟองน้ำคู่เบ้อเริ่ม ก็รู้ว่าเขาแกล้งแต่จำต้องใส่

“แนวดีนะ แล้วนี่คุณจะไปไหน” บุรีแอบหัวเราะ

พบูตอบว่าจะไปหาของกินหิวจะแย่ บุรีจึงตบที่เบาะหลังให้เธอซ้อนท้าย พบูนิ่วหน้าจำใจขึ้นซ้อน บุรีไม่วายแกล้งออกรถแรง ทำให้เธอแทบหงายทุบหลังเขายกใหญ่ เขาอมยิ้มสุขใจ...บุรีพาพบูมานั่งร้านบะหมี่
ข้างทาง เธอทำหน้าเบ้บ่นถ้าไม่หิวจริงไม่กินหรอก บุรีทำทีไม่สนใจ คีบบะหมี่จะเข้าปาก พบูถามขึ้นว่าบ้าน

เขาอยู่แถวนี้หรือปั่นจักรยานมาถึงนี่ บุรีคีบบะหมี่ค้างตอบว่าใช่ ตนอยู่คอนโดพนักงานหลังบริษัท พอจะเอาบะหมี่เข้าปาก เธอก็ถามอีก

“แล้วเรื่องร้านคุณออกแบบถึงไหนแล้ว ไม่เห็นบอกฉันเลย”

“แล้วจะให้ผมติดต่อคุณยังไงล่ะ เบอร์ก็ไม่มีหรือว่าจะให้จุดธูปบอก” บุรียังคีบบะหมี่ค้าง

พบูติงทำไมไม่ถามพิมพ์พรรณ บุรีหงุดหงิด

วางตะเกียบบ่น จะได้กินไหม ว่าแล้วก็หยิบมือถือเธอมากดเบอร์ตัวเองลงไปแล้วบอกเธอว่านี่เบอร์ตน พบูจึงเซฟไว้และพิมพ์ชื่อบุรี เขาแทรกเรียกตนว่ากั๋น...ก็ได้ พบูสบถ...กรรม

“กั๋น ไม่ใช่กรรม”

“ฉันหมายถึงกรรมที่ต้องมาเจอคุณ”

บุรีเหวอก้มหน้ากินบะหมี่ไม่อยากสนใจเธอแล้ว พบูค่อยๆกินตามพอเข้าปากก็รู้ว่าอร่อยจึงทานอย่างรวดเร็ว ทันใด ศตายุโทร.เข้ามา เธอรับสายแล้วบอกเขาว่าทานบะหมี่คุยงานกับบุรีอยู่แถวบริษัท ศตายุแปลกใจทำไมถึงอยู่กับบุรีได้ บุรีเองก็แปลกใจทำไมศตายุถึง

โทร.หาพบูค่ำมืดแบบนี้...พอวางสาย พบูก็บอกบุรีว่า พรุ่งนี้กิจจานัดเจอเราทั้งสองตอนเที่ยง บุรียิ่งข้องใจ

ooooooo

สายวันต่อมา กิจจาเรียกผู้บริหารทุกคนเข้าประชุมมีเพียงเจริญยิ่งที่ยังไม่มาทำงาน เพื่อประกาศยกตำแหน่งประธานบริษัทให้แก่ศตายุ งามยิ่งกับ

เมฆพัดมองหน้ากันอย่างไม่พอใจ...เสร็จจากประชุม งามยิ่งกับเมฆพัดตามมาที่ห้องชุดของกิจจาเพื่อต่อว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร

“ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อสองปีมานี้ ไอ้โตมันทำงานแทนฉันทุกอย่าง...แกจะมาโวยทำไม ฉันไม่ได้ไล่พวกแกออกซะหน่อย”

“แต่ทำแบบนี้คนอื่นเขาคงคิดว่าพวกเราไม่มีความสามารถ” งามยิ่งแย้ง

กิจจาหัวเราะ “ก็มันจริงนี่ ใครๆก็รู้ว่าเจ้ารุ่งมันไม่ได้เรื่อง ดูสิป่านนี้ก็ยังไม่เข้าบริษัทเลย ส่วนแกก็

ไม่ถนัดงานบริหาร” เมฆพัดแทรกแล้วตนล่ะ กิจจาปรายตา มอง “แกเอางานตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” งามยิ่งจะเถียง เสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น กิจจาจึงบอกให้ทั้งสองกลับไปตนมีนัด

สาวสวยเชอรี่เข้าประตูมา เดินกรีดกรายไม่สนใจงามยิ่งกับเมฆพัดเลย กิจจาเอ่ยให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้เลย เชอรี่กรี๊ดกร๊าด “คุณท่านยกห้องนี้ให้หนูจริงๆเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ นี่...รางวัลสำหรับเด็กดี” กิจจาส่งกุญแจรถเบนซ์ให้อีกด้วย เชอรี่โผกอดขอบคุณ

เมฆพัดแทบไม่อยากเชื่อถามย้ำ “คุณพ่อให้ห้องเพนท์เฮาส์กับรถเบนซ์เขาเหรอครับ”

กิจจาพยักหน้าไม่แยแส งามยิ่งโวยทันที “ทีลูกๆคุณพ่อไม่เห็นเคยให้อะไร แต่กับผู้หญิงของคุณพ่อ คุณพ่อกลับให้ทั้งห้องทั้งรถ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ”

กิจจาเสียงเขียว ตนจะซื้ออะไรให้ใครมันก็เป็นเรื่องของตน เงินของตนอย่ามายุ่ง พูดจบกิจจาโอบเชอรี่พาชมห้องไม่สนใจลูกทั้งสอง...เมฆพัดแค้นใจมาก ครุ่นคิดจะทำให้พ่อรู้สึกว่า การสูญเสียเป็นอย่างไร งามยิ่งหวั่นใจว่าน้องจะทำอะไร

พอเจมี่รู้จากชัชชัยว่าศตายุได้รับตำแหน่งประธานบริษัทแล้วก็ดีใจรีบแต่งตัวจะไปแสดงความยินดีไม่ฟังเสียงห้ามปรามของพ่อแม้แต่น้อย

ในขณะที่พบูเดินซื้อของร้านสะดวกซื้อไปคุยโทรศัพท์กับมนูไปว่าตนได้งานทำเป็นผู้จัดการร้านอาหาร แล้วจริงๆ ช่วงนี้งานยุ่งมากแล้วทำทีว่าเจ้านายเรียกต้องรีบวางสาย พอหันมาเจอบุรียืนฟังยิ้มๆอยู่ก็ผงะ บุรีแหย่ ขนาดพ่อเธอยังไม่เชื่อเลยว่าเธอจะทำงานนี้ได้ ฉะนั้นควรยอมแพ้ไปเสียก่อนดีกว่า พบูโวย

“แล้วทำไมฉันต้องมาเจอคุณแอบฟังโทรศัพท์ที่นี่ทุกครั้งด้วยคุณกรร”

บุรีแย้งว่าตนชื่อกั๋น...พบูเหยียดปากเดินหนี บุรีเดินตามถามแสดงความยินดีกับศตายุหรือยังที่ได้เป็นประธานบริษัทแล้ว พบูชะงักหันมาดีใจ บุรีเย้าเมื่อคืนที่ศตายุโทร.มาไม่ได้บอกเรื่องนี้หรือ เธอตอบตามจริงว่าไม่ได้บอก บอกแต่เรื่องนัดกิจจาเที่ยงนี้

พอถึงเวลานัดหมาย ศตายุแนะนำให้กิจจารู้จักบุรีสถาปนิก เขามองอย่างชื่นชมเพราะได้ยินกิตติศัพท์มานานว่าเก่ง บุรียกมือไหว้ขอบคุณกับคำชม แล้ว

ศตายุก็แนะนำพบูว่าเป็นผู้จัดการร้าน กิจจาจำได้ว่าเธอคือลูกค้าในร้านที่โดนเด็กเสิร์ฟทำอาหารหกใส่แต่

ไม่โกรธกลับสอนเสียอีก ยิ่งรู้ว่าเป็นลูกสาวมธุรสก็ยิ่งถูกชะตา...ศตายุให้เริ่มคุยเรื่องงาน แต่กิจจากลับยกมือปราม

“ไม่ต้องหรอก โตตัดสินใจไปเลย ตอนนี้ปู่ไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว ปู่แค่อยากมาทักทายคนที่จะมาทำร้านให้ปู่แค่นั้นแหละ” กิจจายิ้มๆ บุรีแปลกใจความสัมพันธ์ของพบูกับครอบครัวนี้

เสร็จจากประชุมศตายุจะพาพบูกับบุรีออกไปทานกลางวัน พิมพ์พรรณแซวเขาไม่เคยออกไปทานข้าวกับพนักงานมาก่อน ศตายุชะงักลืมไปจริงๆ ไม่ทันไร เสียงเจมี่สดใสเบิกบานเข้ามาพร้อมกับร่างตุ้ยนุ้ยมา

เกาะแขนแสดงความยินดี และถามเขากำลังจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปทานกลางวันก็ขอไปด้วยหน้าตาเฉย เจมี่เหล่มองพบูแบบหวั่นใจจะมาเป็นคู่แข่งแย่งศตายุไปจากตน เขาจึงรีบแนะนำว่าพบูเป็นลูกสาวมธุรส บุรีได้ยินทำหน้าแปลกใจ

ศตายุเลือกร้านอาหารที่เป็นบุฟเฟ่ต์เพราะเจมี่ชอบ บุรีเห็นพบูตักน้อยก็แซวว่าตักแค่นี้เอาไปเซ่นเจ้าที่หรือ เธอสวน ใครจะตักพูนจานเอาไปถมที่อย่างเขา...

บุรีขำ นึกได้ถามว่าเธอเป็นลูกสาวมธุรสที่เป็นภรรยาเจริญรุ่งใช่ไหม พบูตอบอย่างขัดเคืองว่าใช่เพราะคิดว่าเขาจะดูถูกว่าเล่นเส้นสายเข้ามา จึงประกาศกร้าวว่าตนจะใช้ความสามารถในการทำงาน อย่าเพิ่งดูถูกกัน

“อีกอย่างถึงแม่ฉันจะเป็นแม่เลี้ยงคุณโต แต่ฉันกับเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เพราะฉะนั้นไม่ต้องมานับญาติ ลำดับพี่น้องให้ฉันกับเขา ฉันก็เป็น พนักงานบริษัทเหมือนกับคุณนั่นแหละ เข้าใจชัดเจน เคลียร์นะ” พูดจบพบูเดินไปนั่งอย่างโกรธๆ บุรีมองตามอมยิ้มดีใจ

ตลอดเวลาที่ทานอาหาร พบูต้องรับมือกับเจมี่ ช่วยกันเธอออกจากศตายุจนเขาชอบใจ บุรีก็แอบขำ... กลับเข้าบริษัท พิมพ์พรรณรีบบอกพบูว่ามีคนมารอพบ เธอแปลกใจ พอเจอหน้าก็ดีใจโผกอดเพื่อนชายจนทั้งศตายุและบุรีมองงงๆ พอรู้สึกตัวพบูหันมาแนะนำให้

ทั้งสองรู้จักเก็ท...เพื่อนสนิทแต่เด็ก เก็ทมองบุรีอย่างพอใจ พบูขออนุญาตไปคุยกับเก็ท

ทั้งสองมานั่งร้านกาแฟคุยกันถึงชีวิตที่ผ่านมา เก็ทไปหาเธอที่บ้านถึงรู้เรื่องจากมนู และมนูก็ให้มาดูว่าเธออยู่ดีมีสุขจริงหรือเปล่า พบูนึกได้ให้เก็ทช่วยหาเชฟฝีมือดีสักคน เก็ทต่อรอง

“เรื่องเชฟไม่มีปัญหา จะจัดการให้ แต่ตอนนี้แกควรกลับบ้านไปหาพ่อก่อน พ่อเขาเป็นห่วงแกมากนะ”

พบูเมินไม่อยากฟัง...แต่แล้วเย็นวันนั้น มนูคิดถึงพบูมากจึงเข้ามานั่งมองรูปลูกในห้องนอนเศร้าๆรำพึงลูกไม่อยู่ บ้านดูเงียบเหงา เสียงพบูดัง “คุณพ่อจะได้รู้ซะทีไงคะว่าหนูสำคัญ”

มนูตกใจหันมองไม่เห็นใคร คิดว่าตัวเองหูแว่ว เดินคอตกออกจากห้อง พบูโผล่มากอดและหอมแก้มฟอดใหญ่ มนูตาโพลงกอดตอบด้วยความดีใจ “พ่อคิดถึงหนูมากเลยรู้ไหม”

“หนูก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ แต่คุณพ่อปล่อยหนูก่อนนะคะ หนูหายใจไม่ออก”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 3 วันที่ 8 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ