อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ก.ค. 58

“ปู่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่เชอรี่นี่สิ อาการโคม่า...เชอรี่เขาโดนจี้ โจรมันขโมยรถไป แต่ปู่ให้ตำรวจสกัดจับแล้ว”

ศตายุตกใจมากเมื่อรู้ว่าโดนจี้ที่ลานจอดรถบริษัท กิจจาฝากเขาดูแลทุกอย่างและให้เงินทำขวัญแก่เชอรี่ด้วย ศตายุอึ้งย้อนถาม “ปู่จะเลิกคบกับเขาเลยเหรอครับ”

“จะเรียกว่าเลิกได้ยังไง ปู่กับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”


พลันลูกตาลสาวสวยเดินถือน้ำมาส่งให้กิจจา เขาแนะนำว่าลูกตาลเป็นคนช่วยเชอรี่ ศตายุเห็นสายตาเจ้าชู้ของปู่ที่มองเธอ กิจจาไม่สนใจจะรอดูอาการเชอรี่แต่อย่างใด บอกว่าจะไปส่งลูกตาลแล้วพากันเดินไป ศตายุรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของปู่ที่ดูออกจะใจดำกับเชอรี่ พบูเห็นแล้วพอจะเดาความรู้สึกของศตายุออก

ooooooo

ภายในห้องนั่งเล่นบ้านกิจจา งามยิ่งวางสายโทรศัพท์แล้วหันมาบอกเมฆพัดอย่างตื่นเต้นว่าเชอรี่โดนจี้ชิงรถ ตอนนี้อาการโคม่า ท่าทางเมฆพัดไม่ประหลาดใจกลับบอกว่าแค่เสียโฉมไม่ได้พิการ พ่อยังไม่เอา ทำให้งามยิ่งรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือเขา

ด้านศตายุเดินออกมาส่งพบูหน้าโรงพยาบาลเพราะต้องคอยดูแลเชอรี่ พบูเข้าใจและโทร.เรียกเก็ทมารับ ศตายุรู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นทั้งสองสนิทสนมกัน

เก็ทขึ้นมาบนห้องพักพบู เห็นความหรูหราใหญ่โต แต่ข้าวของพบูก็วางเรียงเต็มไปหมด จึงแซวว่าเธอสร้างแลนด์มาร์คได้เร็วมาก เธอยิ้มอย่างภูมิใจ เก็ทแย็บ

“แน่ใจนะว่าคุณโตเขาไม่ได้คิดอะไรกับแก ถึงได้มาอยู่ห้องหรูซะขนาดนี้”

“ฉันได้มาอยู่ฟรีที่ไหนล่ะ ก็ต้องทำงานแลกตามเงื่อนไขที่บอก”

“ระวังเถอะจะรักกันจริง”

“ไม่หรอก ถึงฉันจะสวยแต่ฉันก็มั่นใจว่าคุณโตเขาเห็นฉันเป็นแค่น้อง แม่ฉันเป็นแม่เลี้ยงเขา เขาไม่คิดอะไรเน่าๆแบบที่แกคิดหรอก”

“แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆซะหน่อย คนละพ่อคนละแม่” เก็ทปักใจ

“แต่ก็มีน้องคนเดียวกัน เคลียร์นะเพื่อนเลิฟ...ถามเยอะแบบนี้จะเอาไปรายงานพ่อรึไง”

ไม่ทันไรศตายุโทร.มา เก็ทแซว “เห็นไหมพอพูดถึงก็โทร.มาเลย ฉันกลับก่อนดีกว่า แกจะได้คุยโทรศัพท์สะดวกๆ”

พบูกดรับสาย ศตายุถามอย่างห่วงใยว่าเธอกลับถึงที่พักหรือยัง พบูจึงถามอาการของเชอรี่ เขาตอบว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว พบูรีบบอกว่ามีอะไรให้ตนช่วยบอกได้เลย เขารู้สึกดีเพราะไม่เคยมีใครถามแบบนี้ จึงกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

รุ่งเช้าเก็ทตามพบูมาดูร้านอาหารที่เธอมาดูคนงานทาสี พบูเหน็บว่าเขาเป็นพวก...สคพ คือสายสืบคุณพ่อ เก็ทมองรอบๆชมว่าร้านออกแบบได้ดูวินเทจดี ยิ่งรู้ว่าบุรีเป็นคนออกแบบก็ยิ่งชื่นชม ซักถามประวัติและนิสัยใจคอเขายกใหญ่ พบูเหล่มอง

“ซักเยอะแบบนี้ หวงฉันอะดิ กลัวฉันไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าแกรึไง...อย่าน้อยใจไปเลยนะ ยังไงฉันก็รักแกที่สุดอยู่แล้ว” ว่าแล้วพบูก็เข้าไปกอดเก็ทตามประสาเพื่อนรักที่สนิทกัน

ศตายุกับบุรีเดินเข้ามาหยุดมองอึ้งปนตกใจ พิมพ์พรรณเอ่ย...ดูท่าจะเข้ามาผิดจังหวะ เก็ทเหลือบเห็นรีบสะกิดเตือน พบูหันมาทักทายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกคนนั่งคุยกัน พบูออกตัวว่าเก็ทตามมาดูร้านเพราะชอบฝีมือการออกแบบของบุรี บุรีกล่าวขอบคุณแล้วหันมาถามพบูเป็นอย่างไรบ้างเห็นเมื่อวานเป็นลม พบูตาโพลง ศตายุช่วยแถให้ว่าเธอพักผ่อนน้อย แล้วให้ทุกคนคุยเรื่องงานจะดีกว่า พบูเปิดฉาก

“ฉันว่าจะเปลี่ยนชื่อร้านอาหารเป็น...ฟูลมูน คุณว่าเป็นยังไงคะ”

ศตายุชอบเพราะความหมายเดียวกับนามสกุลตน พบูบรรยายต่อว่าบรรยากาศร้านจะตกแต่งแนวอบอุ่น ท่ามกลางแสงจันทร์ จัดมุมสำหรับให้ลูกค้าถ่ายรูปเล่นมากๆ เพื่อพวกเขาเอาไปลงไอจี เป็นการโปรโมตร้านไปในตัว ทุกคนเห็นชอบ บุรีเหน็บว่าสนองความต้องการตัวเอง

“เรื่องตกแต่งผมไม่ห่วงเท่าไหร่ ห่วงแต่เรื่องเชฟ ตกลงคุณหาเชฟได้รึยัง เห็นว่ามีในใจแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ศตายุถามแทรก

“นั่นสิ อย่างที่ผมเคยบอก ถึงตกแต่งสวย แต่อาหารไม่อร่อยมันก็ช่วยอะไรไม่ได้” บุรีเสริม ทั้งศตายุ พิมพ์พรรณและเก็ทมองไปยังพบู เธออึกอักตอบไม่ได้

ooooooo

ช่วงพักเที่ยง พบูแยกมาทานกับเก็ท เธอร้อนใจจะหาเชฟจากไหนดี เก็ทเสนอไมเคิล เชฟร้านที่เธอเคยทำงานด้วยในอเมริกา ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว พบูดีใจเพราะรู้จักฝีมือเขาดี แต่กลับขอร้องให้เก็ทไปเจรจาให้ไมเคิลตบโต๊ะเปรี้ยง ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับพบู เพราะเข็ดขยาดไม่หาย เก็ทพยายามอธิบายว่าตอนนี้นิสัยพบูเปลี่ยนไปแล้ว เธอตั้งใจกับการทำร้านนี้มาก ไม่จับจดเหมือนก่อน แต่ไมเคิลยืนกรานอย่างเดิม...เก็ทกลับมาบอกพบู เธอหน้าเสียยอมรับว่าเมื่อก่อนมีปัญหากับเขา

“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เชฟกับคนรับออเดอร์ชอบทะเลาะกัน...ฉันก็แค่รับออเดอร์ผิดเล็กๆน้อยๆเอง” พบูเล่ายิ้มๆว่าตนฟังผิดเพราะตอนนั้นภาษายังไม่แตกฉานดีและที่ร้ายแรงสุดคือตนฟังผิดทำให้ไมเคิลทำอาหารพลาด ลูกค้าแพ้อาหาร เขาเลยลาออกแสดงความรับผิดชอบ

เก็ทพยักหน้าเข้าใจแล้วแย็บว่าไมเคิลไม่เอากระทะฟาดหัวเธอก็บุญโขแล้ว เก็ทแนะนำให้พบูไปขอโทษและแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นนิวเฟลอร์แล้ว พบูหนักใจ เก็ทบีบมือให้กำลังใจ

หลังจากนั้น พบูกลับเข้าบริษัท เจมี่ถือถุงขนมยืนรอลิฟต์คุยโทรศัพท์กับชัชชัยว่าตนแวะเอาขนมมาให้ศตายุ พอดีบุรีมายืนข้างๆแซวว่าเธอเช้าถึงเย็นถึงจริงๆ เจมี่หันมอง ลิฟต์เปิดออก ทั้งสองก้าวเข้าไป บุรีเห็นพบูวิ่งมาจึงกดลิฟต์รอ พอเจมี่เห็นเป็นพบูเข้ามาก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“เสียเวลาจริงๆ รีบๆ กดปิดสิ ฉันจะรีบขึ้นไปหาพี่โต...คราวที่แล้วก็ทีนึงแล้ว ทำฉันอดไปกินข้าวกับพี่โต”

พบูหมั่นไส้คิดหาทางแกล้ง ทำเป็นขอออกชั้นถัดไปแล้วหันมาอวยพรเจมี่ ขอให้เจอพี่โตสมใจ เจมี่รู้สึกพบูยิ้มแปลกๆ พอประตูลิฟต์ปิด ทั้งเจมี่และบุรีก็เห็นว่าพบูกดลิฟต์ไว้ทุกชั้น เจมี่หันมาโวยบุรีเพราะเขาที่กดลิฟต์รอพบู เขาสวนเลิกพาลคนอื่นเสียที แค่เจอช้าไปหน่อยไม่ตายหรอก เจมี่ตวาดกลับ “แต่ตนตาย...”

บุรีถอนใจ “วันๆเอาแต่ตามคุณโต ถามจริง ไม่เรียนหนังสือหนังหารึไง”

“ฉันอยู่ปีสี่แล้ว ไม่มีเรียน”

“งั้นก็ไปฝึกงานสิ หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยไม่ใช่วิ่งไล่ตามผู้ชายแบบนี้ ไร้สาระ”

เจมี่ปรี๊ดที่โดนบุรีสั่งสอน...ในขณะที่พบูรีบโทรศัพท์ไปเตือนศตายุว่าเจมี่กำลังขึ้นไปหาทำให้หลบหลีกได้ทัน...หลังจากนั้น เจมี่ก็คิดถึงคำพูดของบุรี จึงมาขอร้องชัชชัยให้ช่วยฝากตนเข้าไปฝึกงานในบริษัทศศิวงศ์

เช้าวันใหม่งามยิ่งจึงพาเจมี่มาฝากบุรีเป็นพี่เลี้ยงสอนงานออกแบบแก่เธอ เจมี่ยักคิ้วกวนๆให้ บุรีอึ้งพูดไม่ออก พองามยิ่งกลับออกไป เจมี่ก็กระเซ้า

“คุณไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้”

“แน่ใจเหรอว่าจะมาฝึกงานที่นี่”

“ก็คุณเป็นคนแนะนำให้ฉันฝึกงานเองนะ เพราะฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบ...ถ้าฉันฝึกงานที่นี่ ฉันก็จะได้เจอพี่โตทุกวัน พี่โตก็จะได้เห็นว่าฉันเป็นคนขยันด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ขอบคุณคุณมากนะที่ให้ไอเดียฉันมา”

บุรีพูดไม่ออก รู้ว่าต่อไปชีวิตตนต้องวุ่นวายเพราะเจมี่แน่นอน

ooooooo

เหตุที่งามยิ่งยอมให้เจมี่เข้ามาฝึกงานออกแบบกับบุรีเพราะหวังให้สืบเรื่องความเป็นไปของร้าน แต่เมฆพัดคิดว่าเจมี่มาฝึกงานเพราะอยากใกล้ชิดศตายุมากกว่า งามยิ่งเกิดความคิดให้เมฆพัดจีบเจมี่เสียเองเพราะดูท่าแล้วศตายุจะไม่สนใจเจมี่เอาเสียเลย

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะพี่งาม แล้วเรื่องที่จะให้พี่รุ่งดึงโปรเจกต์ร้านอาหารกลับมาทำเองเป็นยังไงบ้าง”

งามยิ่งบอกว่าเจริญรุ่งจะคุยกับลูกวันนี้ ขอให้สำเร็จ... พวกตนจะได้ทำอะไรง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน เจริญรุ่งมาหาศตายุที่ห้องทำงานเพื่อขอร้านอาหารกลับมาดำเนินการเอง ศตายุผิดหวังเล็กน้อยคิดว่าพ่อจะมาแสดงความยินดี เขาบอกพ่ออย่างจริงจังว่าไม่อาจโอนงานนี้ให้ได้ และตนก็ได้เตรียมงานทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว เจริญรุ่งอ้างว่างานท่วมหัวจะเอาเวลาไหนมาดูแล ตัวเขามีลูกน้องพร้อมทำงานเหมือนกัน ศตายุกล่าวหนักแน่นว่าตนมีวิธีจัดการ

“แล้วเรื่องเชฟล่ะ แกหาเชฟได้รึยัง ไม่ใช่ว่าเอาเชฟโนเนมมาเดี๋ยวร้านก็เจ๊งอีก” เห็นลูกเงียบ เจริญรุ่งรุก “ยังหาไม่ได้ล่ะสิ ฉันให้เวลาแกห้า วันไม่อย่างนั้นฉันจะดึงงานนี้กลับมาทำเอง”

ศตายุรับรองว่าเชฟคนใหม่ของร้านฝีมือดีกว่าคนเดิมแน่ เจริญรุ่งแค้นใจขู่จะคอยดู...หลังจากนั้น

ศตายุมาไล่บี้กับพบู เธอรีบบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนมีเชฟฝีมือเลิศ อิมพอร์ตส่งตรงมาจากนอกอยู่ในใจแล้ว ทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติเพอร์เฟกต์ ศตายุทำหน้าไม่อยากเชื่อ พบูจึงเปิดไอแพดค้นผลงานที่ผ่านมาของไมเคิลและหน้าตาอาหารให้เขาดูพร้อมอธิบาย

“ไมเคิลเป็นลูกครึ่งอเมริกัน เคยเป็นเชฟร้านอาหารไทยที่ฉันเคยทำงานอยู่ เรียนจบเชฟสคูลที่อเมริกา สามารถทำอาหารได้ทั้งไทยและเทศ ส่วนฝีมือทำอาหารนี่เกรดเอบวกๆ ลูกค้าติดตรึม ร้านอาหารที่ฉันเคยทำคนแน่นทุกวันเพราะไมเคิล พอไมเคิลลาออกย้ายไปทำร้านไหน ลูกค้าก็แห่ตามไปหมด จนร้านฉันเกือบเจ๊ง”

พิมพ์พรรณเห็นแล้วน้ำลายสอ ศตายุสงสัยว่าเก่งขนาดนี้จะยอมมาทำงานที่ร้านหรือ พบูขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ แต่เขาให้แค่ห้าวัน พบูลังเล รับจะพยายามแล้วนึกได้ขออีกเรื่อง

“ฉันอยากขอให้เก็ทเพื่อนฉันมาช่วยทำงานที่ร้านด้วย เก็ทเคยเรียนเชฟสคูลมาเหมือนกัน น่าจะช่วยเรื่องไอเดียเกี่ยวกับร้านได้ ส่วนเรื่องเงินเดือนคุณค่อยจ้างตอนที่ร้านเปิดก็ได้ค่ะ”

ศตายุคิดนิดๆไม่น่ามีปัญหา ขอให้ร้านเสร็จตามกำหนดก็พอ พบูรับรองแล้วขอตัวไปคุยเรื่องแบบร้านกับบุรี ศตายุชะงักทำทีว่าตนก็มีธุระกับแผนกนี้เหมือนกัน ชวนเธอเดินไปด้วยกัน พิมพ์พรรณรีบถามไปทำอะไร ตนจัดการให้ก็ได้ ศตายุมองตาขุ่น เธอสะดุ้งเข้าใจ ความหมายของเขาแล้วว่าอยากใกล้ชิดสาว จึงถอยกลับไปทำงานของตัวเอง

สองคนเดินคุยกันมาตามทาง จนถึงแผนกออกแบบ ศตายุชะงักเมื่อเห็นบุรีกำลังสอนงานเจมี่ จึงเข้าไปถามต๋อยว่าเจมี่มาทำอะไร ต๋อยตอบว่าเธอมาฝึกงาน งามยิ่งเป็นคนฝากเข้ามา พบูเสนอให้เขารีบเผ่น แต่ช้าไป เจมี่หันมาเห็นเสียก่อนวิ่งมาเกาะแขนศตายุ บุรีอมยิ้มที่หลุดพ้นซะที

พักเที่ยง บุรีเดินถือถุงขนมมากับพบู บ่นเซ็งไม่คิดว่าเจมี่จะมาฝึกงานแบบนี้ พบูหัวเราะเยาะอยากแนะนำเองช่วยไม่ได้ บุรีว่ามีอย่างที่ไหนเรียนแฟชั่นมาฝึกงานออกแบบบ้าน พลันพบูมองไปเห็นกิจจานั่งอยู่ในร้านเบเกอรี่กับลูกตาล ท่าทางสนิมสนมกัน บุรีเห็นสายตาก็ถาม

“มีอะไรเหรอ คุณกิจจานี่...เปลี่ยนเด็กใหม่แล้วเหรอ หน้าคุ้นๆเเฮะ”

พบูมองบุรีทำนองทำไมพูดแบบนั้น บุรีสาธยายว่า เขารู้กันทั้งบริษัทว่ากิจจาเจ้าชู้มีเด็กโตเด็กเล็กเต็มไปหมด พบูถอนใจเตือน ชีวิตของเขาจะไปยุ่งอะไรด้วย

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 11 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ