อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 13 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 13 ก.ค. 58

ออกมาหน้าร้าน เก็ทประคองพบู ศตายุประคองธราดลซึ่งร้องแต่ว่าไม่ไหวแล้ว พบูสอน “สมน้ำหน้า แล้วก็จำความรู้สึกวันนี้ไว้ให้ดีด้วยล่ะ ว่ามันทรมานขนาดไหน” พูดจบตัวเองก็อ้วก

เก็ทบอกศตายุว่าตนจะไปส่งพบูเองให้เขาพาน้องชายกลับบ้านไป ศตายุฉุกคิดเป็นห่วงพบูไม่ไว้ใจเก็ท จึงอ้างว่าตนไปส่งพบูเองเพราะยังไงก็เป็นพี่น้องกัน ไม่น่าเกลียด เก็ทแอบยิ้ม

“แต่คุณก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกับเฟลอร์เหมือนกัน แถมเพิ่งรู้จักกัน ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง อย่างน้อยผมก็รู้จักเฟลอร์มาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญนานกว่าคุณ”



ศตายุเถียงไม่ออก พบูซึ่งโงนเงนจะแย่ตกลงจะให้ตนไปกับใคร ศตายุครุ่นคิด...สุดท้าย เก็ทเป็นคนขับ ศตายุคอยดูแลทั้งสองที่เบาะหลังไม่ให้อาเจียนเลอะรถของเก็ท แต่แล้วพบูทนไม่ไหวจะอาเจียน ศตายุคว้ากระเป๋าเธอมาเทของออกเอาไปรองใต้คาง พบูแม้เมาแต่ก็โวยจะบ้าหรือของแพง ว่าแล้วก็ชะโงกหน้าออกไปอาเจียนนอกรถอย่างหมดสภาพ

ooooooo

เช้าวันใหม่ พบูตื่นมาในสภาพเน่ามาก หน้าตาเกรอะกรังมาสคาร่าเลอะรอบตา เห็นเท้าใครอยู่ตรงหน้าก็ตกใจรีบลุกขึ้นดู เป็นธราดลที่นอนหมดสภาพเช่นกัน จึงเอาหมอนเขี่ยให้ตื่น เมื่อเขาไม่ตื่นจึงดึงผ้าห่มทำให้เขากลิ้งตกเตียง เขาตื่นขึ้นมางงๆ พบูไล่ให้ออกไปจากห้องตน

ธราดลแปลกใจคิดว่าพบูแบกตนมา เธอส่ายหน้า เก็ทเดินเข้ามาพร้อมพิมพ์พรรณ ส่งแก้วน้ำผึ้งผสมมะนาวให้ทั้งสองดื่ม ก่อนจะสาธยาย “เมื่อคืนแกเมาหมดสภาพมาก ส่วนนายก็อ้วกเละเทะไม่แพ้พี่สาวเลยล่ะ”

ธราดลขอบคุณเก็ทที่พาตนกลับมา เก็ทส่ายหน้าให้ไปขอบคุณศตายุเพราะเป็นคนดูแลเขาทั้งคืน ธราดลไม่อยากเชื่อพยายามนึก...เมื่อคืนเขากอดโถส้วมอาเจียน มีศตายุคอยลูบหลังและเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาให้ ก้มมองชุดที่สวมใส่เป็นชุดนอนของพบู เพราะศตายุเป็นคนเปลี่ยนให้ รู้สึกซึ้งใจแต่ยังวางฟอร์มเพราะทิฐิ พบูแซว “ซึ้งพี่ชายล่ะสิ...”

ธราดลเมินหน้าเดินหนีเข้าห้องน้ำ ทุกคนรู้สึกได้ว่าธราดลมีความผูกพันกับพี่ชายแต่เหมือนมีกำแพง บางๆกั้นอยู่

ในตอนสาย พบูลงมาเดินในสวนกับศตายุ เขาเอ่ยถามถึงธราดลอย่างห่วงๆ เธอบอกว่ายังแฮงก์อยู่จึงให้นอนต่อ เขาติงว่าเธอมอมน้องเขาเสียหมดสภาพ

“ก็น้องคุณอยากลองดื่มเองนี่คะ ฉันก็แค่จัดให้ จะได้หายอยากจนเกลียดไปเลย”

ศตายุขำๆ น้องคงเข็ดไปอีกนาน พบูกล่าวขอโทษที่แอบพาธราดลมา เพราะแม่ขอร้องกลัวมีเรื่องกับเขา ศตายุเข้าใจแต่กำชับอย่ามีครั้งต่อไป พบูเย้าไม่รับปากแล้วย้อนถามทำไมสองคนถึงฮึ่มๆใส่กันตลอด เป็นแบบนี้แต่เด็กเลยหรือ

“ไม่นะ ตอนเด็กๆก็สนิทกันดี ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมก็พยายามเป็นพี่ที่ดี แต่พอทำอะไรก็กลายเป็นขัดเขาไปซะหมด”

“คุณอาจจะรักเขามากเกินไปจนกลายเป็นการกดดันไงคะ พ่อฉันก็เป็นเหมือนคุณแหละ ห้ามนั่นห้ามนี่ แต่ยิ่งห้ามฉันก็ยิ่งอยากเอาชนะ”

“มีความสุขบนความเจ็บปวดของพ่อแม่เนี่ยนะ”

“พูดซะฉันดูเป็นลูกอกตัญญูเลยนะคุณ ฉันก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ”

“คิดถึงคุณพ่อล่ะสิ ทำไมไม่กลับไปเยี่ยมท่านบ้างล่ะ ตอนนี้คุณไม่มีย่าแล้ว ยังไงพ่อคุณก็รักคุณมากที่สุด”

พบูแปลกใจว่าศตายุรู้เรื่องย่าได้อย่างไร เขายักไหล่กวนๆเดินขำเหมือนมีอะไรปิดบัง...

พบูมาคุมช่างทาสีร้าน เธอยังครุ่นคิดเหมือนมีอะไรบางอย่างเมื่อคืนนึกไม่ออก บุรีมาถึงเห็นหน้าตาเธอเหมือนร้องไห้ทั้งคืน จึงถามไปทำอะไรมา พบูฉุกคิดตนร้องไห้ทำไมเมื่อคืน

แล้วพบูก็คิดออกว่าเมื่อคืน ตอนที่เก็ทออกไปคุยโทรศัพท์นอกผับ ตนสั่งสอนธราดล ทำไมต้องทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาทั้งที่ชีวิตก็มีพร้อมทุกอย่าง แม่ก็น่ารัก พ่อก็ตามใจ บ้านก็รวย เขากลับสวนว่าน่าเบื่อ พบูจึงเล่าชีวิตตัวเองให้ฟัง

“รู้ไหมว่าพ่อกับแม่พี่น่ะเลิกกันตั้งแต่พี่ยังเด็ก พ่ออยู่ทาง แม่อยู่ทาง มีย่าเลี้ยงแค่คนเดียว พี่ก็มีความสุขจะตาย” ธราดลถามลากเสียงจริงหรือ พบูสวน “ไม่จริง...

ตอนอยู่กับย่าก็มีความสุขดี แต่พอคุณย่าเสีย ก็ต้องมาอยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย ชีวิตมันเศร้า มันดราม่าเหมือนนางซินเลย” พบูร้องไห้เพ้อเรียกหาย่าและคิดถึงพ่อ...ศตายุทำอะไรไม่ถูกพยายามปลอบ พบูมองว่าเขาเป็นพ่อจึงกอดรำพันว่าตนคิดถึงพ่อมาก เขาจำต้องกอดปลอบขำปนเอ็นดู

พอนึกออกพบูก็ส่ายหน้าไปมาอายว่าตนทำอะไรไปนี่ บุรีมองอย่างแปลกใจ...ระหว่างนั้นศตายุทำงานอยู่ที่บริษัท เห็นมีใบเสร็จค่าเหล้าพร้อมข้อความพบูเขียนว่า ให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินเดือนไม่มีเซอร์วิสชาร์จ วางอยู่บนโต๊ะก็แปลกใจ พิมพ์พรรณอธิบายขำๆ

“ใบเสร็จที่คุณพบูจ่ายไปตอนเลี้ยงเพื่อนๆคุณดลค่ะ คุณพบูฝากไว้”

ศตายุอึ้งปนขำ หยิบมือถือจะโทร.ไปหาก็พอดีพบูโทร.สวนเข้ามา พิมพ์พรรณเห็นหน้าจอจึงแซว...ใจตรงกันแบบนี้ ตนขอตัวออกไปทำงานก่อน แล้วเดินยิ้มออกไป ศตายุกดรับสาย พบูหลบมาคุยมุมหนึ่งของร้าน อยากขอโทษเรื่องเมื่อคืนแต่เริ่มต้นไม่ถูก ศตายุเดาใจออกตัดบท

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ผมเข้าใจ ได้เห็นคุณอีกมุมหนึ่งก็แปลกดี...คุยเรื่องใบเสร็จที่คุณฝากไว้ดีกว่า” พบูกำลังอายเปลี่ยนท่าทีมาจะคุย แต่พอเขาบอกบิลนี้เกี่ยวอะไรกับเขาก็ผงะ

“ก็ค่าบทเรียนน้องชายคุณไง”

“แต่น้องชายผมก็น้องชายคุณเหมือนกันนั่นแหละ คุณจะไม่รับผิดชอบด้วยเหรอ”

“ฉันมีตังค์ที่ไหน นี่ฉันอุตส่าห์ไม่คิดค่าแรง ค่าเสียเวลาเลยนะ”

“ผมเล่นบทพ่อให้คุณ ผมยังไม่คิดตังค์เลยนะ”

พบูหน้าเสียยิ่งอายมากขึ้น รีบบอกไปว่าตนจ่ายเองก็ได้แล้ววางสาย บ่นคนเดียวว่าเค็ม...เก็ทแอบมายืนฟัง อยู่นานหัวเราะ พบูโวยให้เล่ามาเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง เก็ทเล่ากระชับ

“สั้นๆเลยนะ รั่ว เมาเละตามสไตล์...จากเฟลอร์เป็นเฟะเลยล่ะ ที่สำคัญแกเกือบอ้วกใส่คุณโตด้วย” พบูหน้าเจื่อนถามเขาว่าอะไรไหม “เขาแมนมาก เทกแคร์ดูแลทั้งแกและน้องอย่างดียังเรียกคุณพิมพ์ให้มาช่วยอีกแรง”

“หมดกัน ภาพลักษณ์ของฉัน” พบูเข่าอ่อนแทบทรุด พลันมีเสียงข้อความส่งเข้ามือถือจึงกดดู ศตายุส่งข้อความมาว่า...พ่อโอนเงินไปให้แล้วนะ ไม่ต้องทอน ที่เหลือทิป

เก็ทชะโงกหน้ามาอ่าน พบูเดินหนี บุรียืนมองสองคนคุยกันอย่างสงสัยว่าเมื่อคืนศตายุมาเกี่ยวอะไรด้วย...อดรนทนไม่ไหว บุรีทำทีถือน้ำมาส่งให้เก็ทแล้วชวน คุยว่าเมื่อคืนไปไหนกันมา เก็ทเงียบ บุรีตัดพ้อเป็นเพื่อนร่วมงานกันไปไหนไม่ชวนกันบ้างแถมยังไม่เล่าอีก เก็ทเหล่มองขำๆ บุรีตามตื๊อให้เล่าให้ฟัง เก็ทหันมาตบไหล่... อยากรู้มากก็จงอยากรู้ต่อไป แล้วเดินหนี

ooooooo

บ่ายวันนั้น ศตายุถามพิมพ์พรรณว่าธีรดลกลับบ้านไปหรือยัง เธอตอบว่ากลับไปแล้วโชคดีที่เมื่อคืนไม่มีใครเห็น เผอิญเจมี่มาได้ยิน เกิดความสงสัยว่าเมื่อคืนเขานอนค้างที่นี่กับใคร เดินเทิ่งเข้ามาถาม พิมพ์พรรณตอบแทนว่าศตายุพาธราดลกับเพื่อนมานอนค้างที่นี่ ศตายุยิ้มเจื่อนๆ

การประชุมในวันนี้ เจริญรุ่ง งามยิ่งและเมฆพัด ส่งสัญญาณให้กรรมการคนหนึ่งเปิดประเด็นเรื่องร้าน ให้ศตายุแจกแจงรายละเอียดว่าได้เชฟหรือยัง แล้วทั้งสามก็ทำทีสนับสนุนอยากได้คำตอบเช่นกัน ศตายุรู้ทันย้อนกลับว่า “ทีตอนคุณพ่อกับคุณอารับผิดชอบร้านไม่เห็น จะเข้มงวดตรวจสอบแบบนี้เลยนะครับ ถ้าจริงจังแบบนี้ร้านคงเสร็จไปนานแล้ว”

งามยิ่งโวยพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ศตายุตอบหมายความตามที่พูด แล้วหันมาพูดเรื่องเชฟที่ได้มา ยินดีให้ทุกคนได้พิสูจน์ฝีมือเอง กรรมการต่างพอใจ

พอเสร็จการประชุม ศตายุเรียกเจริญรุ่ง งามยิ่งและเมฆพัดไว้เพื่อถามตรงๆว่าไม่พอใจอะไรตนถึงจ้องหาเรื่อง เมฆพัดทำทีพูดด้วยดีๆว่าพวกตนแค่เป็นห่วงไม่ได้คิดทำให้เขาไม่พอใจ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีครับ แต่ถ้าเป็นเพราะคุณอาและคุณพ่ออยากได้ที่ดินตรงนี้ไปสร้างคอนโด ก็ให้เลิกคิดได้เลย ผมไม่มีทางยกร้านให้ไปทำคอนโดเด็ดขาด”

งามยิ่งโต้ เขาย้ำเป็นล้านรอบไม่มีใครอยากแตะ ศตายุพอใจและบอกทุกคนว่าร้านนี้ปู่ย่าสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงเป็นบ้านเก่าของปู่ เป็นร้านที่ครอบครัวเราเคยมีความสุขด้วยกัน ทุกคนคงจำได้ เจริญรุ่งโพล่ง “แกมีเรื่องพูดแค่นี้ใช่ไหม...ไปเถอะให้มันบ้าห่วงสมบัติไปคนเดียว”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 13 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ