อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 17 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 17 ก.ค. 58

ศตายุกับพบูแยกมาคุยกันที่อัฒจันทร์ ต่างถามเหมือนกันว่ามาทำอะไรที่นี่ แล้วก็ได้รู้ว่าคิดเหมือนกันคือมาสืบเรื่องธราดล พบูหัวเราะหาว่าศตายุเป็นเด็กเนิร์ด ตอนเด็กๆคงขี้ฟ้องถึงเข้ามาถามครู เขารู้สึกอายๆ ก่อนจะย้อนว่า ต้องปลอมตัวมาแบบเธอหรือถึงจะเรียกว่าไม่ใช่เด็กเนิร์ด

พบูหยุดขำหันมาคุยจริงจัง ศตายุถามรู้หรือยังว่าธราดลมีปัญหาอะไร พบูสาธยายว่าเพื่อนสนิทธราดลติดพนันบอล โดนโต๊ะบอลตาม เขาเลยอยากช่วยเพื่อนหาเงินกลัวเพื่อนโดนทำร้าย ศตายุโล่งใจที่ธราดลไม่ได้เล่นเอง พบูจึงตำหนิ



“ถ้าคุณคุยกับน้อง ถามน้องให้รู้เรื่องตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน ก็คงรู้เรื่องไปนานแล้วล่ะค่ะ”

ศตายุติง ผิดที่ตนไม่ถามใช่ไหม พบูพยักหน้าและกำชับกลับบ้านไปก็อย่าว่าน้องอีก เขาถอนใจที่ทำทุกอย่างเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้น้องเดินทางผิด ตนมีน้องคนเดียวอยากให้เขาได้สิ่งที่ดีที่สุด...ธราดลเดินมาได้ยินที่ศตายุพูดทั้งหมด รู้สึกดีใจแต่ยังมีฟอร์ม ศตายุบ่นว่าตนให้น้องเรียนโรงเรียนดีๆยังเกิดเรื่องพวกนี้อีก

“การเรียนที่โรงเรียนดีๆก็แค่ช่วยให้น้องคุณมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือครอบครัว ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ผลักภาระไปให้โรงเรียนอย่างเดียว” พบูเห็นศตายุจ๋อยรู้สึกผิด จึงยื่นมือถือตัวเองที่พังให้บอกขอเคลมด้วยเพราะหล่นขณะปฏิบัติหน้าที่

ศตายุหัวเราะทำนองอีกแล้วหรือ...หลังจากคุยกัน ศตายุก็เอาเงินมาให้ต้นเอาไปใช้หนี้และกำชับอย่ากลับไปเล่นอีก ไม่อย่างนั้นตนจะแจ้งตำรวจจับ ต้นรับปากแข็งขัน ธราดลรู้สึกซาบซึ้งแต่ยังวางฟอร์ม เดินกลับเข้าไปเรียน ศตายุหันมาขอบคุณพบูที่เป็นห่วงน้องตน พบูย้อนน้องเขาก็น้องตนด้วยเหมือนกัน ศตายุยิ้มขำๆแล้วเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงข่าวลือว่าเธอยังโอเคไหม

“ผมไม่เคยมีข่าวลือกับใครมาก่อน พอมีเรื่องคุณ ทุกคนก็เลยสนใจเป็นพิเศษ”

“คนอื่นฉันไม่ค่อยสนใจหรอกค่ะ ห่วงแต่คุณเจมี่ ถ้าเขารู้เรื่อง ชีวิตฉันต้องวุ่นวายแน่ๆ”

ศตายุครุ่นคิด เก็ทมีสีหน้ากังวลไม่แพ้พบู

ooooooo

คืนนั้น เจมี่กลับจากต่างจังหวัด นั่งห่อของที่ซื้อมาฝากศตายุสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี เขียนการ์ดกำกับว่าซื้อของอร่อยๆมาฝากจากเชียงใหม่ และวาดรูปหัวใจประกอบ ในขณะเดียวกัน ที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ มีคนกำลังอัพโหลดภาพพบูกับศตายุลงเฟซบุ๊ก เข้ากลุ่มบริษัทศศิวงศ์

รุ่งเช้า ทุกคนในบริษัทมุงดูภาพในคอมพิวเตอร์ ซุบซิบฮือฮากันทั่วบริษัท...บุรีหนักใจเพราะมามีเรื่องวันที่เจมี่จะกลับมาทำงานเสียด้วย ไม่ทันไรเจมี่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาว่า ซื้อขนมมาฝากทุกคน บุรีตกใจรีบปิดคอมพ์ เจมี่รู้สึกผิดปกติ ต๋อยอ้างว่าพวกตนกำลังดูรูปประเภทปลุกใจเสือป่าอยู่ เจมี่ไม่เชื่อยื้อเปิดเครื่องดู แล้วต้องหน้าซีดกับภาพบาดตาบาดใจของพบูกับศตายุ

งามยิ่งเปิดประตูห้องทำงานเมฆพัดเข้ามาต่อว่า เป็นฝีมือเขาใช่ไหม พอเมฆพัดพยักหน้ายอมรับก็โวย ทำไมไม่บอกกันก่อน ปล่อยให้ตนบ้าสืบอยู่ได้ตั้งนาน เขาตอบว่าถ้าบอกเธอก็จะตื่นตูมทำแผนเสีย ตนรอจังหวะดีๆที่จะลงภาพเหล่านี้ และวันนี้เจมี่กลับมาต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

โต๊ะทำงานพบูหน้าห้องศตายุ พบูกำลังมองรูปตัวเองด้วยความกังวลใจ ไม่ทันไรเจมี่ก็เดินหน้าตาแดงก่ำเข้ามาโวยวายแบบเด็กๆ บุรีตามมารั้งไว้ เธอสะบัดออกอยากถามให้รู้เรื่อง พิมพ์พรรณเข้ามาช่วยขวาง แต่เจมี่ฟูมฟายต่อว่าพบู

“ทำไมทุกคนถึงได้หลอกเจมี่ ทำกับเจมี่แบบนี้ เธอก็รู้ว่าฉันรักพี่โตมาก รักมานาน เธอเองก็บอกว่าไม่คิดอะไรกับพี่โต แล้วภาพที่เธอขึ้นห้องไปกับพี่โต ข่าวลือทั้งหมดที่เธออยู่กินกับพี่โตที่ห้องมันหมายความว่าไง” เจมี่จ้องหน้าพบูรอคำตอบ พบูรู้สึกสงสารเจมี่

พิมพ์พรรณช่วยอธิบายว่าภาพนั้นจริงๆมีเก็ท ไมเคิล ธราดลและตนอยู่ด้วย เพราะธราดลเมามากจึงช่วยกันพามาพักบนห้อง พบูเสริม “ฉันกับคุณโตไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ส่วนเรื่องห้อง คุณโตก็เป็นคนขอร้องให้ฉันอยู่เอง แล้วคุณโตก็ไม่เคยขึ้นไปที่ห้องฉันเลยด้วยซ้ำ”

“ไม่จริง! พี่โตระวังตัวจะตาย ไม่มีทางให้ใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งรู้จักมาอยู่ห้องตัวเองแน่ เธอให้ท่าพี่โตใช่ไหม” เจมี่เข้าเขย่าตัวพบูไปมา

ไม่คาดคิด ศตายุเข้ามาจับมือเจมี่ดึงออกจากพบู บอกให้เธอพอได้แล้วและขอให้เข้าไปคุยในห้องทำงานตน แต่เจมี่ยืนยันจะคุยตรงนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ด้วย...

ศตายุมองสายตาพนักงานที่มายืนมุง ครุ่นคิดก่อนตัดสินใจพูดอย่างตรงไปตรงมา

“อย่างที่คุณพบูพูด พี่เป็นคนขอร้องให้คุณพบูมาอยู่ที่นี่เอง” เจมี่อึ้งทำไมต้องขอร้อง ศตายุอึกอักกลัวเจมี่จะเสียใจ พบูทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“ก็เพื่อขอร้องให้ฉันช่วยกันเธอออกจากเขา ทำให้เธอรู้ไงว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ...เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คุณควรพูดตรงๆได้แล้วนะคะ” พบูหันมาติงศตายุ

เจมี่ถามศตายุหลอกตนหรือ เขาอธิบาย “พี่พยายามแสดงออกและบอกเจมี่หลายรอบแล้ว ว่าพี่เห็นเจมี่เป็นแค่น้องสาว แต่เจมี่ก็ไม่เคยสนใจสิ่งที่พี่พยายามบอกเลย ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่เอง พี่ควรจะพูดกับเจมี่ตรงๆตั้งนานแล้ว พี่ขอโทษ”

เจมี่ช็อกพูดไม่ออก เสียใจมาก แล้วหันมาพาลว่าพบูคิดจะจับศตายุ ถึงได้ยุและเป่าหูเขาให้ทำแบบนี้ ศตายุรีบปกป้องพบู “งั้นผมก็ขอพูดไว้ตรงนี้ให้ทุกคนรับรู้เลยจะได้ไม่มีใครเข้าใจอะไรผิดๆ แล้วเอาคุณพบูไปพูดเสียหายอีก...คุณพบูไม่เคยมีท่าทีว่าจะชอบผมเลย ถ้าจะเกิดเรื่องอย่างข่าวลือจริง ก็คงเป็นเพราะผมมากกว่า ที่พยายามทำให้มันเกิดขึ้น แล้วถ้าใครพูดถึงคุณพบูในทางไม่ดี ผมจะไล่ออกให้หมด”

ทุกคนอึ้งกับคำกึ่งสารภาพว่าชอบพบูของศตายุ ...หลังจากนั้นทุกแผนกก็จับกลุ่มคุยถึงเรื่องนี้ แต่ด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่าทั้งสองเหมาะสมกัน มีเพียงบุรีกับเจมี่ที่หงุดหงิดไม่อยากฟัง

ด้านเมฆพัดกับงามยิ่งก็หงุดหงิดที่เรื่องกลับกลายเป็นดีที่ศตายุจะชอบพบู งามยิ่งให้เมฆพัดฉวยโอกาสปลอบใจเจมี่ เขาฉุกคิดเกรงเจมี่จะเสียใจไปฆ่าตัวตายเสียก่อน

ooooooo

ศตายุพยายามโทร.เข้ามือถือเจมี่แต่เธอไม่รับสาย เดินเศร้าอยู่ในสวนสาธารณะแถวบริษัท บุรีเองก็เดินผ่อนคลายอารมณ์อยู่แถวนั้น เห็นเจมี่ท่าทางแปลกๆก็จับตามอง จู่ๆเธอถอดรองเท้ายืนมองไปในสระน้ำ เขาตกใจคิดว่าเธอจะฆ่าตัวตาย จึงถลาเข้ามาดึงเธอไว้

เจมี่ตกใจสะบัดแขนออกแล้วผลักบุรีกระเด็น เขาเสียหลักตกไปในสระน้ำเสียเอง เจมี่หน้าเสียทำอะไร ไม่ถูก...พอบุรีขึ้นมาจากน้ำได้ มานั่งหงุดหงิดให้ตัวแห้งอยู่มุมหนึ่ง เจมี่รู้สึกผิดเอาผ้าเช็ดหน้าให้เขาเช็ด บุรีบ่นเป็นชุดจนเจมี่เถียงไม่ทัน

“ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะคิดสั้นแบบนี้...ผมรู้ว่าคุณใส แบ๊ว เซนซิทีฟแต่ก็ไม่น่าอ่อนไหวถึงขนาดฆ่าตัวตายเพราะผู้ชายคนเดียว...ถ้าไม่รักตัวเองก็น่าจะนึกถึงพ่อคุณบ้าง”

เจมี่อ้าปากค้างมาหลายหนจนทนไม่ไหวโวย “จะฟังฉันได้ยัง ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย...ฉันแค่มาระลึกความหลังที่เคยมีกับพี่โต”

บุรีเหวอ เจมี่เล่าถึงตอนเด็ก ศตายุเคยช่วยตนจากการจมน้ำ แล้วก็ร้องไห้โฮออกมา บุรีพยายามปลอบ เจมี่รำพันว่าเขาไม่เข้าใจ ศตายุเป็นฮีโร่ของตน ตนชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่จู่ๆก็มีใครไม่รู้มางาบเขาไปต่อหน้าต่อตา เจมี่ฟูมฟาย บุรีทำอะไรไม่ถูกบอกเธอว่าอาจเข้าใจผิด

“เข้าใจผิดยังไง พี่โตพูดออกมาชัดเจนขนาดนั้น”

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณพบูจะคิดอะไรกับพี่โตของคุณซะหน่อย” บุรีเจ็บจี๊ดเช่นกัน

เจมี่ย้อนถามถ้าพบูไม่คิดอะไรจะยอมอยู่ห้องเขาทำไม บุรีอึ้งไม่รู้เหตุผลเช่นกัน...

ในขณะที่ศตายุกำลังเซ็นเอกสารงาน พิมพ์พรรณยืนจ้องอยากถาม ศตายุสั่งงานไปเซ็นไป พอเงยหน้ามาเจอสายตาเธอจึงถามว่ามีอะไร พิมพ์พรรณได้โอกาสเปิดฉากถาม

“ที่คุณโตพูดต่อหน้าทุกคน หมายความว่าไงคะ”

ศตายุอึกอักก่อนจะตอบไปว่า ไม่ได้หมายความว่าอะไร ที่พูดไปเพราะไม่อยากให้พบูเสียหาย พิมพ์พรรณคาดคั้น แค่นั้นจริงๆหรือ เขาไม่รู้สึกแบบที่พูดเลยหรือ ศตายุนิ่งไม่ตอบ เธอจึงบอกเขาว่า “ไม่ต้องบอกพิมพ์ก็ได้ค่ะ แต่คุณโตควรไปอธิบายกับคุณพบูให้เคลียร์นะคะป่านนี้คุณพบูคงสับสนแย่แล้ว”

ศตายุครุ่นคิดตาม...ด้านพบูเดินพล่านอยู่ในห้องน้ำหญิง พอเห็นไม่มีใครก็มองหน้าตัวเองในกระจก รู้สึกสับสนกับคำพูดของศตายุ ถ้าเป็นการแสดงของเขาก็เรียกได้ว่าระดับออสการ์ อดรนทนไม่ไหว โทร.ไปเล่าให้เก็ทฟัง เก็ทฟังแล้วรู้ว่าเพื่อนกำลังสับสนมากจึงย้อนถาม
“แล้วถ้าคุณโตเขาชอบแกขึ้นมาจริงๆแกจะว่าไงล่ะ”

พบูอึ้งคิดไม่ตก “ไม่รู้สิ ฉันก็คงทำตัวไม่ถูก”

“ถ้ากลัวคำตอบก็ไม่ต้องถาม แต่ถ้าคาใจอยากรู้จนทำอะไรไม่ได้ก็ถามให้เคลียร์ไปเลย”

พบูกลับมานั่งครุ่นคิดที่โต๊ะทำงาน ศตายุอยู่ในห้องทำงานก็คอยชำเลืองมองมาที่เธอ พิมพ์พรรณเห็นท่าทีของทั้งสองคนแล้วแอบยิ้ม ระหว่างนั้นพบูก็พิมพ์ข้อความส่งไปหาเก็ท ว่าศตายุไม่เห็นจะมาอธิบายอะไรกับตนเลย เก็ทส่งสติกเกอร์ท่าทางก็ไม่รู้สิกลับมาให้

สักพักศตายุส่งข้อความเข้ามือถือพบูว่า...คุณมีอะไรอยากพูดกับผมไหม...พบูเบ้ปาก ส่งข้อความกลับไปว่า...ไม่มีอะไร ไม่นานเขาก็ส่งข้อความกลับมาว่า...แต่ผมมี มาเจอกันที่ระเบียงตึก...พบูอมยิ้มดีใจ ชำเลืองมองไปที่ห้องศตายุ เห็นเขาวางฟอร์มก้มหน้าทำงานนิ่ง

ooooooo

พบูเดินออกมาที่ระเบียงตึก มองหน้าศตายุแล้วมโนภาพเองว่า เขาขออธิบายเรื่องที่พูด ว่าเขาหมายความตามนั้น เธอย้อนถามหมายความว่าอะไร เขาอึกอัก เธอเร่งให้ตอบว่าชอบตนหรือเขาพยักหน้า “ผมคิดว่าผมชอบคุณ...ผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเริ่มรู้สึกดีกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ผมก็ชอบคุณไปแล้ว”

พบูอึ้งกับคำสารภาพจู่โจมของเขา ทันใดเสียงศตายุปลุกเธอตื่นจากภวังค์

“คุณ...คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

พบูชะงักตั้งสติถามเขาเรียกตนออกมาทำไม ศตายุตอบว่าอยากอธิบายเรื่องที่ตนพูดไป...พบูเอามือปิดปากตกใจที่เหมือนในมโน หวั่นใจจะเจอคำสารภาพรักของเขา พอศตายุกล่าว

“ความจริงแล้วที่ผมพูดกับคุณไปแบบนั้นก็เพราะว่า...”

พบูตัดบทไม่ต้องพูดต่อ ตนเข้าใจ ศตายุแปลกใจเข้าใจอะไร พบูบอกว่าเขาต้องการจะจบเรื่อง เพราะไม่อยาก ให้ใครเข้าใจตนผิด ศตายุพยักหน้าบอกก็ประมาณนั้น

“โล่งอก ฉันก็นึกว่าคุณคิดอย่างที่พูดจริงๆ ถ้าคุณคิดแบบนั้นกับฉัน ฉันคงทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำงานกับคุณยังไงเหมือนกัน” พบูดักคอโดยไม่ได้ตั้งใจ

ศตายุต้องเออออ “ดีครับที่คุณเข้าใจ ผมก็สบายใจ ส่วนเรื่องห้องคุณก็ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอกนะครับ...ยังไงเรื่องเจมี่ ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วย ผมไม่คิดว่าเขาจะมาว่าคุณแบบนั้น”

พบูไม่โกรธแต่กลับกังวลว่าธุรกิจของเขากับชัชชวาลจะมีปัญหาหรือเปล่า ศตายุบอกว่าได้โทร.ไปอธิบายกับเขาแล้ว ท่านเข้าใจและดีใจที่พูดตรงๆเพื่อลูกสาวจะได้ตัดใจเสียที พบูโล่งอก ศตายุขอบคุณที่เป็นห่วง ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างห่วงใยกันและกัน

ตกค่ำ ชัชชวาลรอปลอบใจลูกสาว เจมี่เข้าบ้านมาทำยิ้มแย้มไม่มีอะไร แต่พอถูกพ่อกอดก็น้ำตาพรั่งพรูออกมา ขอโทษที่ไม่เชื่อฟังคำเตือนของพ่อ ชัชชวาลปลอบไม่เป็นไร ไม่มีใครรักลูกแต่ตนรักลูกเสมอ เจมี่จึงเข้าใจแล้วว่าผู้ชายที่รักตนจริงคือพ่อนั่นเอง

ด้านบุรีเศร้าใจ ออกมาขี่จักรยานกลางดึก แล้วจอดในมุมสงบกดโทรศัพท์ไปหาโยธกา อ้อนว่าคิดถึง โยธกาแกล้งแซวโดนสาวหักอกมาหรือ เขาชะงักแม่รู้ได้อย่างไร

“โดนทิ้งจริงๆใช่ไหม แม่แก้มแดงคนนั้นน่ะเหรอ ดีแล้วแหละ จะได้อยู่กับแม่ไปนานๆ”

บุรีแก้ตัวไม่มีอะไร ที่โทร.มาเพราะคิดถึงจริงๆ โยธกาจึงบอกว่าดึกแล้วให้ไปนอนเสีย บุรีรับคำแล้วอ้อนว่ารักแม่จุ๊บๆก่อนจะวางสาย

ooooooo

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 6 วันที่ 17 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ