อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 24 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 24 ก.ค. 58

ศตายุเห็นพบูกำลังโทรศัพท์หาใครบางคน แล้วมือถือเขาดังขึ้น เธอโทร.มาเพื่อขอบคุณที่ทำทุกอย่างให้ ศตายุยิ้มปลื้มแต่ก็อ้างไปว่าเพื่อความสบายใจของมธุรส แล้วเอ่ยถามว่าเกิดเรื่องขนาดนี้เธอยังคิดจะย้ายห้องอีกไหม พบูลังเล ก็พอดีบุรีเดินมาเรียกให้ไปช่วยดูต้นไม้ที่จะลงหลังร้าน เธอโบกมือทำนองเดี๋ยวตามไป ศตายุเห็นภาพในจอเผลอบอกให้เธอไปดูงานก่อน พบูงง

“ไม่ต้องงงหรอก ผมเห็นคุณจากกล้องที่อยู่ขวามือคุณน่ะ”



พบูหันมอง บ่นว่าเขาเป็นพวกถ้ำมองแล้วทำหน้าทะเล้นใส่โวยเล็กๆว่าต่อไปนี้ตนทำอะไรเขาก็เห็นหมด แบบนี้พวกถ้ำมองชัดๆ ทันใดเสียงบุรีร้องโอ๊ยขึ้น พบูตกใจรีบขอตัววางสายแล้ววิ่งไปดูบุรี ศตายุมองภาพจากกล้องด้วยความหงุดหงิดที่พบูดูเป็นห่วงเป็นใยบุรีมากไป

ooooooo

งามยิ่งมาบ่นให้เมฆพัดฟังว่าศตายุคงหลงพบูมากถึงขนาดติดกล้องวงจรปิดทั่วร้านจนถึงที่บริษัท แล้วสงสัยว่าเป็นเจมี่ที่ทำร้ายพบู เมฆพัดบอกไม่ใช่ งามยิ่งเอะใจถามฝีมือเขาอีกแล้วหรือ เมฆพัดนิ่งงามยิ่งเอ็ดให้เลิกทำอะไรรุนแรงเสียที ตนกำลังสืบข้อมูลการเกิดของศตายุอยู่...

วันนี้ที่ร้านจะมีเด็กเสิร์ฟมาให้สัมภาษณ์ เป็นวัยรุ่นหนุ่มชื่อจอร์จ ท่าทางไฮเปอร์บ้าพลังไมเคิลเห็นแล้ว

ไม่อยากเชื่อว่าคือคนที่ตัวเองเลือก จอร์จพยายามพรีเซนต์ตัวเองมากมายจนพบูต้องบอกให้พอและตกลงรับเขาไว้ จอร์จรีบขอบคุณคุณผู้จัดการ พบูชอบใจคำที่เขาเรียกตน ไมเคิลกระซิบถาม รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ให้โอกาสคน พบูยอมรับว่ามันมีความสุขแบบนี้นี่เอง

จู่ๆเจมี่ก็เปลี่ยนการแต่งตัวให้เหมือนพบู มาหาศตายุที่บริษัท เพื่อเคลียร์ว่าถึงตนจะไม่ชอบพบูแค่ไหนก็ไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอ แค่มดสักตัวตนยังไม่อยากฆ่า ศตายุเชื่อและชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวย เจมี่ตาวาวดีใจหลุดปากว่าตนจะแต่งตัวแบบพบูตลอดไปถ้าเขาชอบ

“เจมี่ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อพี่หรอก พี่ว่าเจมี่แต่งตัวเหมือนเดิมก็น่ารักดีออก”

“แต่พี่โตไม่ชอบไงคะ...ตอนนี้เจมี่พยายามฟิตร่างกาย ตั้งใจทำงาน เจมี่อยากจะเป็นว่าที่ภรรยาที่ดีของพี่โตจริงๆ พี่โตอดทนรอเจมี่ก่อนนะคะ” เจมี่เป็นปลื้มที่ทำเพื่อศตายุ เขายิ้มแห้งๆ

ooooooo

เย็นวันนั้น กิจจาหานาฬิกากับแหวนไม่เจอ ถามลูกตาลเธอก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น เมฆพัดผ่านมาได้ยิน รู้ว่าลูกตาลเป็นคนเอาไปแน่ จึงโยงเรื่องให้กิจจาสงสัยในตัวธราดล ว่าเมื่อหลายวันก่อน ธราดลขโมยของในบ้านแต่ศตายุจับได้เสียก่อนจึงมีเรื่องกัน ศตายุบาดเจ็บเย็บไปหลายเข็ม

กิจจาโวยทำไมตนไม่รู้เรื่องนี้ เมฆพัดอ้างศตายุกลัวพ่อโมโหธราดล...กิจจาโกรธมากมาโวยวายใส่ธราดล เขาปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เชื่อ ธราดลถามศตายุเป็นคนฟ้องหรือ กิจจาเลี่ยงตอบ

“จะใครฟ้องก็ช่าง แต่ปัญหาอยู่ที่แกเป็นคนทำจริง...ที่แกทำตัวเกเรเหลวไหล ไม่เรียนหนังสือหรือไปตีกับใคร ฉันก็พยายามไม่สนใจ ปล่อยๆไป แต่นี่แกเล่นลงมือกับคนในบ้านถึงขนาดเลือดตกยางออก...”

ธราดลสวนด้วยความน้อยใจว่าที่แท้ปู่โกรธที่หลานรักเจ็บตัว เมฆพัดทำทีบอกให้ธราดลรับผิดเสีย เขาโวยว่าตนไม่ได้ขโมย กิจจาถามแล้วครั้งก่อนคิดจะขโมยจริงไหม เขาเถียงไม่ออก เจริญรุ่งกลับมาพร้อมมธุรส ได้ยินรีบเข้ามาช่วยลูก แต่กลับกลายเป็นการประชดประชันจนกิจจาโกรธมากขึ้น ด่าว่าแทนที่เขาจะห่วงสมบัติ น่าจะสนใจลูกที่ทำตัวเป็นไอ้ขี้ขโมยมากกว่า ธราดลทั้งโกรธและน้อยใจผลุนผลันออกจากบ้าน เมฆพัดกับลูกตาลแอบส่งยิ้มให้กันอย่างสมใจ

ศตายุสวนกับธราดลหน้าบ้านถามจะไปไหน เขาตะคอกกลับ “ไม่ต้องมาพูดดี ผมอุตส่าห์มองพี่ในแง่ดีขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้ายพี่ก็เป็นไอ้ขี้ฟ้องชอบเอาหน้ากับคุณปู่ ผมไม่น่าหลงเชื่อพี่เลย”

ศตายุงงพูดเรื่องอะไร ธราดลผลักเขาออกแล้วเดินออกจากบ้านไป...มธุรสเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ศตายุแปลกใจเพราะตนไม่ได้บอกกิจจาเลย มธุรสเป็นห่วงลูกมาก ศตายุรับปากจะตามหาให้ แต่ที่น่ากังวลตอนนี้คือ ในบ้านมีขโมย เขาสงสัยลูกตาลเป็นคนแรก

ธราดลหลบมาอยู่บ้านต้นแต่ไม่ให้บอกใคร ต้นชวนให้นอนค้างที่บ้านแต่เขารู้ว่าบ้านต้นก็มีปัญหามากมายไม่อยากเครียดมากขึ้น จึงคิดจะไปที่ที่หนึ่ง...

เก็ทมาส่งพบูที่อาคารศศิวงศ์ ทันใดมีมือหนึ่งมาสะกิดข้างหลัง พบูตกใจยกกระเป๋าฟาด ธราดลร้องห้าม ทั้งพบูและเก็ทแปลกใจ ธราดลอ้างว่าเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นจึงมาเยี่ยมและแกล้งซื้อหน้ากากมาฝากเผื่อต้องใช้ พบูค้อนขวับเดินไปลิฟต์ ธราดลตามติดทำทีขอขึ้นไปเข้าห้องน้ำ พอพบูบอกว่าชั้นนี้ก็มีห้องน้ำ เขาก็ขอขึ้นไปกินกาแฟ เธอบอกร้านกาแฟอยู่ใต้ดิน ธราดลยื้อกดลิฟต์ไว้ไม่ให้ปิด พบูเหลืออดถามมีอะไรก็พูดมา เขายังวางฟอร์ม

“ไม่คิดจะชวนแขกขึ้นบ้านเหรอ ห้องก็ห้องพี่ผมแท้ๆ ผมไม่อยากเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วก็ไม่อยากเสียเงินซื้อน้ำด้วย” พูดจบก็เดินเข้าลิฟต์หน้าตาเฉย

เก็ทกับพบูมองหน้ากันงงๆ พอขึ้นมาบนห้อง ธราดลได้กินกาแฟและเข้าห้องน้ำเรียบร้อย แต่ยังนั่งเล่นดูทีวีอย่างไม่เกรงใจ แล้วโพล่งขึ้นว่า “พี่โตเขาจีบพี่จริงป่ะ”

พบูตอบทันควันว่าไม่จริง ธราดลถอนใจบอกว่าดีแล้วเพราะเขาชอบผู้ชาย ก่อนหน้านี้คงหาตัวเองไม่เจอ เก็ทสะอึกฟังต่ออย่างเนียนๆ ธราดลพูดต่อว่า ตนไม่เคยเห็นศตายุชอบผู้หญิงคนไหนเลย พวกสับสนตัวเองก็แบบนี้... เก็ทชักร้อนตัวกระชากถุงขนมจากมือธราดล แก้ต่างให้

“ถ้าคุณโตชอบผู้ชายแล้วมันแปลกตรงไหนเหรอ ชอบผู้ชายแล้วเป็นคนไม่ดีรึไง เรื่องความรู้สึกมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกิดขึ้นกับใครก็ได้ วันดีคืนดีนายเองก็อาจจะรู้สึกดีกับผู้ชายแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ใครจะรู้” พูดจบเก็ทก็สะบัดหน้าเดินไป

ธราดลงงถามพบูว่าเพื่อนพี่เป็นอะไร พบูยักไหล่แล้วถามจะกลับบ้านได้หรือยัง ธราดลอ้างแม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อน พบูจะโทร.ไปถาม เขารีบห้ามแล้วสารภาพว่าทะเลาะกับที่บ้าน พบูมองน้องชายอย่างสงสาร...แล้วเธอก็หลบมาโทรศัพท์คุยกับมธุรสว่าธราดลอยู่กับตน มธุรสสบายใจขึ้นและหมดห่วงที่ลูกทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนกัน พบูวางสายมองมาที่เก็ทและธราดลอย่างอ่อนใจกับความวุ่นวายในชีวิตแบบนี้

ด้านศตายุพยายามอธิบายให้กิจจาเข้าใจว่าธราดลไม่ได้ขโมยอะไรไปเลย ทุกอย่างเป็นเพราะน้องยังเด็กไม่ทันคิด กิจจาชื่นชมความจิตใจดีของหลานรัก ศตายุลองถามเล่นๆว่าถ้าเกิดเขาทำอะไรให้ปู่เสียใจโดยไม่ได้ตั้งใจ ปู่จะยังรักเขาแบบนี้ไหม กิจจายักไหล่

“ไม่รู้สินะ แต่ปู่ว่าคงไม่มีวันนั้นหรอก โตไม่มีทางทำให้ปู่เสียใจอยู่แล้ว”

ศตายุเองก็มั่นใจว่าคงไม่มีวันนั้นเช่นกัน...ในขณะเดียวกัน งามยิ่งเดินออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง สีหน้าตื่นเต้นโทร.หาเมฆพัดว่า ตนมาสืบเรื่องศตายุกับเพื่อนสนิทเจริญรุ่ง เขาบอกว่าหลังจากงานศพเมีย เจริญรุ่งก็มาเมาอยู่ที่บ้านเขา พูดจาแปลกๆว่าตัวเองได้ลูกสาวไม่ใช่ลูกชาย

เมฆพัดตื่นเต้น งามยิ่งบอกอีกว่า “แต่เขาก็ไม่แน่ใจ เพราะพี่รุ่งเมามาก...พี่จ้างนักสืบเอกชนตามสืบเรื่องนี้ต่อ เรารู้โรงพยาบาลกับวันที่คลอด คงตามสืบได้ไม่ยาก”

เมฆพัดยิ้มย่อง ถ้าความจริงศตายุไม่ใช่หลานแท้ๆ ตนคงมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทั้งหมด

ooooooo

คืนนี้พบูจำต้องให้ธราดลค้างคืนที่ห้องโดยมีเก็ทอยู่ด้วย เธอเอาชุดนอนมาให้ธราดลเปลี่ยนเขาเซ็งที่มันเป็นลายการ์ตูนแต่ก็เอ่ยปากขอมาอยู่ที่นี่ด้วย พบูปฏิเสธทันควัน

“ไม่ได้ อยู่บ้านดีๆทำไมไม่ชอบ”

“ก็เหมือนพี่นั่นแหละ อยู่บ้านดีๆทำไมไม่ชอบ” ธราดลย้อนแล้วพรั่งพรูความอัดอั้น “ก็บ้านมันน่าเบื่อ มีแต่คนชอบดูถูก ชอบเปรียบเทียบกับพี่โต ผมทำอะไรก็ผิดไปหมด ก็ไม่รู้จะอยู่ให้ขัดหูขัดตาทุกคนในบ้านทำไม...คอยดูนะ ผมจะเลวให้สุดไปเลย”

พบูถามจะทำเลวประชดตัวเองเพื่ออะไร ธราดลบ่นว่าตนทำดีก็ไม่มีใครเชื่อ ไม่ได้ขโมยก็ยังหาว่าทำ...พบูเข้ามานั่งข้างๆน้อง เล่าว่าเมื่อก่อนตนก็คิดแบบนี้และประชดชีวิตแบบนี้ แล้วตนก็รู้ว่าคิดผิดเพราะสุดท้ายสิ่งที่ตนประชด มันย้อนกลับมาทำลายตัวเราเอง ธราดลตั้งใจฟัง

“นายควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้คนที่เคยดูถูกนายอึ้งไปเลย เพราะยิ่งเราทำตัวแย่ มันก็ยิ่งเข้าทางคนที่เขาว่าเรา ถูกไหม”

ธราดลยอมรับว่าจริงแต่ทำท่ากวนว่าอยากทำ พบูถอนใจที่พูดมาตั้งนานไม่ได้ช่วยอะไร

เช้าวันต่อมา ศตายุมาลากธราดลให้กลับบ้าน โดยมีเก็ทคอยห้ามทัพ พบูได้ยินเสียงเอะอะเดินงัวเงียออกมาจากห้องในชุดนอน บ่นว่าเสียงดังไม่เกรงใจเจ้าของห้องบ้าง แต่พอขยี้ตามอง เห็นศตายุยืนอึ้งก็ตกใจ ธราดลกับเก็ทมองไปมาว่าเธอจะทำอย่างไร พบูนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนเกิดอายรีบวิ่งกลับเข้าห้องนอน

เมื่อพบูเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วแต่ยังมีอาการงัวเงียมาคุยกับศตายุ ว่าให้ธราดลพักอยู่กับตนไปก่อนจนกว่าเขาจะสบายใจกว่านี้ ศตายุถามว่าน้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พบูบอกว่าหลายเรื่อง เรื่องหลักคือคนในบ้านชอบเปรียบเทียบกับเขา ศตายุเห็นเป็นเรื่องเล็ก

“สำหรับคุณอาจจะเป็นเรื่องเล็ก เพราะคุณเป็นที่หนึ่งมาตลอด คุณเลยไม่รู้สึกอะไร...ฉันเข้าใจความรู้สึกดล เพราะฉันก็เคยโดนคุณพ่อพูดเปรียบเทียบฉันกับน้องบ่อยๆเหมือนกัน บางทีคำพูดธรรมดาของพ่อแม่ แต่มันทำให้ลูกเจ็บจี๊ด”

ศตายุนึกถึงตัวเองกับพ่อ “นั่นสิ ท่านอาจไม่ได้ตั้งใจพูด แต่คนเป็นลูกก็อดคิดตามไม่ได้ แล้วผมต้องทำยังไงกับดล คุณเคยเป็นแบบดลมาก่อนน่าจะรู้ใช่ไหม”

พบูตอบว่าง่ายมาก ข้อแรกให้เลิกเปรียบเทียบธราดลกับพี่น้อง คนข้างบ้านหรือหมูหมากาไก่ ข้อสองเลิกขุดคุ้ยความผิดเก่าๆมาดุซ้ำซาก ข้อสามอวยหัดชมบ้าง อยากให้เขาทำอะไรก็พูดดีๆด้วยความเข้าใจ พบูแกล้งตบไหล่ศตายุเบาๆ “ลองไปทำดูแล้วชีวิตคู่คุณกับดลอาจจะดีขึ้น”

ศตายุขำแต่ก็เอ่ยปากฝากธราดลด้วย พบูบอกไม่มีปัญหาตนจะคุยให้ แค่เขาจ่ายเซอร์วิสชาร์จให้งามๆก็พอ ศตายุถลึงตามองขำๆ

ooooooo

ด้านเจมี่ถามบุรีทำคะแนนกับพบูไปถึงไหนแล้ว เขาส่ายหน้าเพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง พบูก็ถูกแม่ขอให้พักที่ห้องเดิม และงานที่ร้านก็กำลังจะเสร็จ ตนคงไม่ค่อยได้ไปที่ร้านบ่อยอีก เจมี่เครียดเพราะตัวเองก็เจอกับศตายุยากขึ้น ไม่รู้จะทำคะแนนกับเขาได้อย่างไร

พอมาร้าน บุรีพยายามถามพบูว่ามีอะไรเพิ่มเติมให้ออกแบบใหม่บ้างไหม เธอกวาดตามองไปรอบร้านแล้วบอกว่าทุกอย่างเพอร์เฟกต์มาก บุรีขอให้เช็กอีกทีจนพบูต้องย้ำว่า ทั้งตน เก็ทและไมเคิลตรวจละเอียดแล้ว ไม่มีอะไรต้องแก้ไข ให้เขากลับไปทำงานประจำได้แล้ว บุรีหน้าเสียหันมาถามว่าเธอจะย้ายไปคอนโดพนักงานเมื่อไหร่ เธอตอบว่าเร็วๆนี้ บุรียิ้มมีความหวัง

พบูเลี่ยงมาคุยกับไมเคิลและเก็ท “นึกไม่ถึงว่าร้านเราจะเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเนอะ”

“ใช่ หลังจากนี้เราต้องทำยังไงก็ได้ให้ร้านเป็นที่รู้จักมากที่สุด” ไมเคิลเปรย

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ แบมคิดแผนการโปรโมตร้านไว้ให้แล้ว” บูรณาเข้ามาตอบแทน

เวลาผ่านไป พบูกับเก็ทช่วยกันแจกใบปลิวแนะนำร้านที่หน้าอาคารศศิวงศ์ ศตายุยืนมองยิ้มปลื้ม งามยิ่งกับเมฆพัดแอบมองด้วยความหมั่นไส้...บูรณาช่วยลงข่าวออนไลน์ เฟซบุ๊ก มธุรสช่วยเอาคูปองร้านไปแจกเพื่อนที่ร้านทำผม แล้วพบูก็เอาบัตรเชิญงานเปิดร้านมาให้มนูที่บ้าน

หลายวันผ่านไป พบูขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำร้านอาหารนี้จนสำเร็จ และกล่าวขอโทษไมเคิลกับเรื่องที่อเมริกา แม้จะช้าเกินไป ไมเคิลซึ้งใจ

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกตอนนั้นไอตั้งใจลาออกจากร้านอยู่แล้วยูทำให้ไอตัดสินใจง่ายขึ้น”

พบูโวยที่ไม่บอกทำให้ตนรู้สึกผิดมาตั้งนาน เก็ทสรุป “เรื่องอดีตผ่านไปแล้วอย่าไปสนใจเลย เอาเรื่องปัจจุบันดีกว่า หวังว่ายูทั้งสองจะไม่ทะเลาะกันจนร้านแตกแบบตอนนั้นอีก”

พบูรับปากแข็งขัน ไมเคิลยิ้มรับก่อนจะนึกได้ส่งรายการวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารพร้อมราคาให้เธอ พบูอ่านแล้วตาเหลือก ทำไมถึงแพงแบบนี้แล้วจะมีกำไรได้อย่างไร ไมเคิลเถียงว่าเราต้องใช้วัตถุดิบที่ดี ระบุไว้ในสัญญาแล้ว พบูโวยมันเว่อร์เกินไป เก็ทกับบูรณามองสองคนเถียงกันไปมา ถอนใจยังไม่ทันไรเลย แล้วจะไปกันรอดไหมเนี่ย

วันนี้ ศตายุพากิจจามาทานอาหารที่ร้านเป็นคนแรก พบูดูจะตื่นเต้นคุมงานทุกอย่างด้วยตัวเองจนบุรีแหย่ส่งผักชีให้ทำนองให้เอาไปโรยหน้า เธอค้อนขวับ เก็ทสงสัยทำไมถึงชวนกิจจามาวันนี้ พบูเห็นว่ากิจจาเป็นคนสำคัญ เป็นเจ้าของร้าน จึงอยากให้เขาได้เห็นร้านเป็นคนแรก

บุรีหาโอกาสแทรกถามเรื่องห้องตกลงจะย้ายไปไหม อ้างต๋อยจะได้ปล่อยให้คนอื่น พบูรีบขอให้เก็บไว้ก่อนตนกำลังหาทางบอกศตายุ เก็ทแทรกถามว่าเมื่อไหร่ เธอคิดว่าจะพูดวันนี้

พอดีกิจจา ศตายุและพิมพ์พรรณมาถึง พบูรีบเข้าไปต้อนรับ และพาเดินชมร้าน เธอบอกกิจจาว่า “คุณปู่เป็นคนสำคัญของร้านนี้ หนูเลยอยากให้คุณปู่เห็นร้านที่เสร็จแล้วเป็นคนแรกค่ะ”

ศตายุเสริมว่าร้านจะเปิดวันที่เก้า พบูเห็นว่าเป็นเลขมงคล กิจจายิ้มปลื้มและชมว่าร้านบรรยากาศอบอุ่นถูกใจ พบูยิ้มหน้าบาน

“ปู่ดีใจนะที่จะได้เห็นบ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของปู่ เป็นบ้านที่ปู่เคยมีความสุข ความทุกข์ มีความทรงจำดีๆกับคนที่ปู่รัก ปู่เลยไม่อยากทำลายมัน อยากเก็บมันไว้เป็นอนุสรณ์ความทรงจำของปู่”

“เพราะแบบนี้เอง คุณปู่ถึงเลือกจะเอาที่ตรงนี้มาทำร้านอาหารแทนที่จะสร้างคอนโด”

“ลูกหลานคนอื่นพยายามเอาที่ตรงนี้ไปสร้างคอนโด เพราะทำเลดีได้กำไรเยอะ มีแต่โตที่เข้าใจปู่ ช่วยทำความฝันของปู่ให้เป็นจริง” กิจจามองไปทางศตายุอย่างภูมิใจ

พิมพ์พรรณเข้ามาบอกว่าไมเคิลเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว กิจจาจึงเดินไป พบูรั้งศตายุไว้เพื่อจะคุยเรื่องย้ายห้อง แต่ก็มีโทรศัพท์มาขัดจังหวะเสียก่อน...พอบุรีรู้ก็ร้อนใจจะไปบอกศตายุให้เอง พบูรีบห้าม กิจจามองไปเห็นพบูกับบุรีท่าทางสนิทสนมกันจึงแย็บกับศตายุ

“ดูท่าโตจะเจอคู่แข่งน่ากลัวเข้าแล้วนะ”

พิมพ์พรรณยุเสริม “จริงค่ะ อีกฝ่ายทั้งหนุ่มกว่า ตลกกว่า ถ้าคุณโตมัวแต่ปากแข็งไม่รีบทำคะแนน ฟอร์มเยอะแบบนี้คงต้องระวังจะสู้เขาไม่ได้นะคะ”

ศตายุเสียเซลฟ์ถามแล้วจะให้ตนทำอย่างไร กิจจายิ้มๆ “เดี๋ยวปู่จะบอกให้...อันดับแรก ชวนเขาไปเที่ยว โตต้องไปสัมภาษณ์นิตยสารพอดีไม่ใช่เหรอ ก็ชวนเขาไปเลือกเสื้อผ้า แล้วถือโอกาสนี้ซื้อของเอาใจเขาไปเลย... อะไรกัน เรื่องแบบนี้ต้องให้คนแก่มาสอน”

ศตายุมองอย่างไม่คิดว่าปู่จะเชี่ยวชาญขนาดนี้ กิจจาย้ำอย่าให้เสียชื่อหลานปู่ พิมพ์พรรณเป็นกำลังใจให้ ศตายุหันไปสบตาพบูทำนองมีอะไรอยากคุยด้วย...

หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสองออกมาคุยกันลำพังหน้าร้าน ต่างพยายามจะพูดเรื่องของตัวเอง พบูให้ศตายุพูดก่อน แต่แล้วเขาก็พูดไม่ออก เฉไฉไปว่าชวนไปดูต้นไม้ หลังร้าน พบูทำหน้างงๆเรื่องแค่นี้เอง พอศตายุให้พบูพูดเรื่องของเธอ พบูก็อึกอักพูดไม่ออกเช่นกัน

“ฉันจะย้าย...เอ่อ...ย้ายห้องครัว ฉันว่าจะย้ายตู้ออกมาจะได้โล่งๆค่ะ คุณจะว่าไหมคะ”

ศตายุพยักหน้าไม่ว่าอะไรแล้วหันไปทำหน้าหงุดหงิดตัวเองที่ไม่กล้าชวนเธอ...จากนั้นพบูกลับห้องพักอย่างเหนื่อยอ่อน เปิดประตูเข้ามาต้องผงะเมื่อเห็นธราดลพาเพื่อนๆเข้ามาเล่นเกม กินขนมทิ้งเกลื่อนห้องอย่างสนุกสนาน คุยกันเสียงดังไม่เกรงใจใคร เธอกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ ตะเบ็งเสียงไล่ทุกคนออกไปจากห้อง เพื่อนๆ ธราดลคว้ากระเป๋าวิ่งออกอย่างรวดเร็ว

“นายก็กลับไปด้วย” พบูชี้หน้าธราดล

เขาบ่นอุบแค่พาเพื่อนมาเที่ยวไม่เห็นต้องโมโหขนาดนี้ หาว่าเธอใจแคบ พบูไม่สนใจเข้าไปเก็บของเขาใส่กระเป๋าออกมากอง ธราดลเริ่มแหยงอ่อนลง ขอโทษต่อไปจะไม่พาเพื่อนมาอีก

“ถ้านายสบายใจเรื่องที่บ้านแล้วก็กลับไปได้

ถ้านายออกจากบ้านมานาน ระยะห่างมันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น... เรียกร้องความสนใจได้แต่อย่าเยอะ เคลียร์นะ” พบูพูดจริงจัง

ธราดลเศร้าลงหาว่าไม่มีใครต้องการตน พบูต้องอธิบายว่าไม่ใช่ไม่อยากให้อยู่ แต่ตนกำลังจะย้ายออก ห้องใหม่ก็แคบเท่ารูหนูอยู่ด้วยกันไม่ได้...พบูกอดคอให้กำลังใจ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น ให้ไอ้คนที่ดูถูกเราหงายเงิบไป ตนเชื่อว่าเขาทำได้
ธราดลคิดตาม รู้สึกดี ไม่เคยมีใครคุยกับตนดีๆให้เข้าใจแบบนี้มาก่อน

คืนนั้น ศตายุครุ่นคิดถึงคำพูดของกิจจาและพิมพ์พรรณที่ให้ตนชวนพบูออกไปเที่ยว ตัดสินใจหยิบมือถือพิมพ์ข้อความจะส่งหาเธอ แต่แล้วก็ลบทิ้งพิมพ์ใหม่อยู่หลายรอบ จนสุดท้ายเหลือข้อความด้วนๆสั้นๆ “คุณว่างไหม ไปซื้อของเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”

แล้วศตายุก็เห็นว่าพบูอ่านข้อความแล้วแต่ไม่มีคำตอบกลับมาเสียที เขาเริ่มท้อผิดหวัง พักใหญ่ก็มีการ์ตูนน่ารักๆส่งกลับมาจากพบู ทำท่าโอเค เขาดีใจมาก แต่วางฟอร์มไม่แสดงออก...ด้วยเหตุนี้ทำให้พบูตัดสินใจว่าจะบอกศตายุพรุ่งนี้เรื่องจะย้ายห้อง เธอโทรศัพท์ไปบอกบุรีให้มาช่วยขนของในวันพรุ่งนี้ด้วย บุรีดีใจมากอดแขวะไม่ได้ว่าไม่เสียดายห้องหรูๆหรือ

“ถ้าจะแขวะฉัน ก็แค่นี้นะ” พบูวางสายเคืองๆ

มธุรสมารับธราดลกลับบ้าน เธอถามลูกสาวว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะย้ายห้อง พบูขอร้องอย่าห้ามตนเลย มธุรสจึงย้ำให้บอกศตายุด้วยเขาคงเสียใจ พบูรับปากจะบอกวันพรุ่งนี้

ooooooo

รุ่งเช้า ศตายุลุกขึ้นเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยวกับพบูท่าทางมีความสุข ส่วนพบูให้บุรีมาช่วยขนของไปไว้ที่คอนโดพนักงาน เขาแปลกใจที่เธอแต่งตัวสวยไม่เหมาะกับการขนย้าย เธอบอกนี่ชุดเก่าสุดที่มี ว่าจะใส่วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายก็จะทำผ้าขี้ริ้ว บุรีถอนใจกับความเว่อร์ของเธอ

พบูชี้ไปที่กองของแล้วบอกบุรีว่ามีแค่นี้ เขาตาโตบ่นว่า “คุณใช้คำว่าแค่เหรอ ผมจำได้ว่าคุณเพิ่งย้ายมาเองไม่ใช่เหรอ ทำไมของเยอะแบบนี้”

พบูว่านี่ขนกลับไปไว้บ้านส่วนหนึ่งแล้ว บุรีกลอกตาเซ็ง พบูเร่งให้รีบขนเพราะตนมีนัดกับศตายุ บุรีฮึดฮัดแล้วทำไมไม่ให้เขามาช่วยขน พอเธอบอกว่าศตายุยังไม่รู้ว่าย้าย ตั้งใจจะบอกวันนี้ตอนไปเที่ยวกัน บุรีเคืองอดถามไม่ได้ว่าจะไปไหนบ้าง พบูตอบไม่ได้คิด ว่าไปกินข้าวดูหนังช็อปปิ้ง บุรีเบ้หน้าอิจฉาเพราะเป็นกิจกรรมคนเป็นแฟนชัดๆ

พอถึงเวลาที่ศตายุมารับพบู เขายืนยิ้มปลื้มรอแล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นบุรีเดินยืดเย้ยตามเธอมา จึงทัก “ขยันจังเลยนะครับ ขนาดวันหยุดคุณยังวนเวียนอยู่แถวบริษัทเลย”

“พอดีผมเป็นคนรักงาน เป็นห่วงงานน่ะครับก็เลยแวะมาดูซะหน่อย”

ศตายุแขวะว่าใส่ใจงานขนาดนี้คงต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเสียแล้ว ว่าแล้วก็เย้ย “ไปกันเถอะครับ เราต้องไปซื้อของกันหลายที่”

พบูกลัวบุรีจะทำเสียเรื่องจึงรีบดึงศตายุออกไป ไม่ทันไรเจมี่เดินเข้ามาทักบุรีว่ามาทำงานหรือ ตนมาเข้าฟิตเนส แต่พอเห็นหน้าเขาหงิกๆ ก็ถามเป็นอะไร ทำหน้าเป็นหมาหงอย เขาสวนไม่หงอยได้อย่างไร พบูไปเดตกับศตายุแล้ว เจมี่หน้าเสียไม่พอใจไปด้วย

ในห้างสรรพสินค้า พบูเดินเลือกเสื้อผ้าและเนกไทให้ศตายุ เอามาทาบบนตัวเขาทำให้เขาเขินทำอะไรไม่ถูก เพราะได้ใกล้ชิดเธอ...จากนั้น ศตายุก็ให้เธอเลือกของที่ตัวเธออยากได้ พบูเลือกยาทาเล็บโดยใช้เล็บของศตายุ ทดลองสี ตอนแรกเขาก็ยื้อไว้ ตอนหลังยื่นมือให้โดยดี พอเธอเลือกซื้อลิปสติกเขาก็รู้งานยื่นมือให้เทสต์สี

พบูยิ้มชอบใจ

เสร็จจากซื้อของ ศตายุพาพบูมาดูหนัง เขาต้องตะลึงเมื่อเห็นเธอซื้อป๊อปคอร์นถังใหญ่กับถ้วยน้ำลายการ์ตูน ทำนองจะทานหมดหรือ...หลังดูหนังจบทั้งสองแวะทานอาหาร พบูขอถ่ายรูปอาหารลงไอจีก่อนรับประทาน ศตายุมองขำๆ ก่อนจะเอ่ยว่าท่าทางเธอจะชอบหนังเรื่องนี้ เห็นหัวเราะตลอด เธอย้อนถามเขาไม่สนุกด้วยหรือ เขาตอบหน้านิ่งว่าสนุก

“แต่หน้าคุณดูเหมือนไม่สนุกเลยนะคะ ฉันว่าถ้านายบุรีมาด้วย เขาต้องชอบแน่ๆ”

“คุณคงไม่ได้คิดจะมาดูกับเขาอีกรอบหรอกนะครับ” ศตายุชักสีหน้านิดๆ

พบูตอบแบบไม่คิดอะไรว่าให้ดูอีกรอบก็ดูได้ แต่อาจไม่ตลกเท่ารอบแรก ศตายุสำทับว่าจริงแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ยินดีด้วยที่เธอยับยั้งชั่งใจไม่ซื้อกระเป๋าเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 8 วันที่ 24 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ