อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 30 ก.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 30 ก.ค. 58

พบูแทรก มันสดใสร่าเริงใช่ไหม เขาส่ายหน้า มันหน้าบานแล้วก็หน้าเด้งเฉพาะตอนเช้า พอพระอาทิตย์ตกดินก็หน้าโล้น พบูหุบยิ้มถลึงตาใส่ บุรีหัวเราะคิกที่ได้แหย่เธอ...ผ่านไปสักพักบุรีเก็บล้างหันมาเห็นพบูหลับคาโซฟา ก็ยิ้มนั่งมองหน้าเธอเคลิ้ม ทันใดมีเสียงมือถือพบูดังขึ้น บุรีเห็นชื่อศตายุจึงตัดสายทิ้งอย่างเคืองๆ ศตายุแปลกใจส่งข้อความเข้ามาอีก

“คุณเป็นยังไงบ้างครับ หลับรึยัง พักผ่อนเยอะๆ นะครับ”

บุรีกดอ่านแล้วเบ้หน้าหมั่นไส้ จึงส่งข้อความกลับไปแกล้งว่า “นอนแล้ว อย่ากวน”...

รุ่งเช้า ศตายุในชุดออกกำลังกายออกมาหน้าบ้าน พบกิจจาออกกำลังกายอยู่ จึงเข้าไปทักว่าฟิตแต่เช้า เขาหัวเราะสัพยอก “ไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะเฟิร์มสู้หลานไม่ได้”



สองปู่หลานคุยกันเรื่องความสำเร็จของร้าน ว่าเมื่อวานลูกค้ามากมาย ทุกคนชมว่าอาหารอร่อยกิจจาเย้าถ้าลูกค้าเยอะแบบนี้ พบูก็จะไม่มีเวลาให้ ศตายุเผลอตัดพ้อ

“นั่นสิครับ คงทำงานยุ่งจนไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไง”

กิจจายุให้บอกความรู้สึกออกไป แต่ศตายุเห็นว่ามันเร็วเกินไป กิจจาแย้งและแนะนำ “ไม่หรอก นี่มันยุคไหนแล้ว เราต้องไปงานเปิดตัวร้านคุณกฤษณ์พอดีไม่ใช่เหรอ ก็ถือโอกาสนี้ชวนเขาควงออกงานเสียเลย หนูพบูชอบแฟชั่นอยู่แล้ว น่าจะชอบนะ”

ศตายุรับว่าจะลองคิดดู กิจจาท้วงไม่ต้องคิดแล้ว ระวังคู่แข่งที่น่ากลัว ยิ่งย้ายไปอยู่ข้างห้องกันด้วย ศตายุแปลกใจที่ปู่รู้ กิจจายิ้มรับว่าตนรู้ทุกเรื่อง พอดีธราดลเดินผ่าน กิจจาเรียกให้มาออกกำลังกายด้วยกัน เขาไม่สนใจเดินเลยไป กิจจาไม่พอใจ ศตายุรีบบอกอย่าเพิ่งโมโห น้องอาจยังน้อยใจอยู่ กิจจาส่ายหน้าระอาใจ

ด้านพบูเปิดประตูห้องมาต้องตกใจเมื่อเห็นบุรียืนรอหน้าห้อง เขายื่นถุงยาที่จัดเป็นชุดไว้ พร้อมกระดาษโน้ตแปะไว้ว่า ซองไหนกินก่อนอาหาร ซองไหนกินหลังอาหาร เธอซาบซึ้งที่เขาใส่ใจขนาดนี้ บุรีแตะหน้าผากและว่าตัวยังรุมๆ เขาจะขับรถไปส่งที่ร้านให้ เธอรู้สึกหวั่นไหว

มาถึงร้านพบูต้องใจเสียเมื่อไม่มีลูกค้าเลย ทุกคนในร้านนั่งทำกิจกรรมของคนว่างงาน ไมเคิลปลอบว่าร้านเปิดใหม่ก็เป็นแบบนี้ คนไม่ค่อยกล้าเข้ามากิน พบูว่าทีเมื่อวานคนแน่น เก็ทให้ลองนึกดูว่าคนที่มาเป็นใครเป็นญาติพี่น้องเสียส่วนใหญ่ ลูกค้าจริงมีกี่คน พบูพยักหน้าเศร้าๆ

บุรีเดินสำรวจร้าน เห็นโมเดลที่ศตายุทำตั้งโชว์ นึกหมั่นไส้จึงดีดตุ๊กตาตัวที่เป็นศตายุล้มเสียงพบูถามเขาจะทานอะไรที่ร้านก่อนไหม เขาปฏิเสธขอกลับไปทำงานเลย พบูยิ้มให้ หันกลับมาทุกคนจ้องมองจับผิด ต่างตั้งคำถาม เก็ทเริ่มก่อน “สองคนนี้ท่าทางแปลกๆนะ”

“นั่นสิ นายคนนี้เช้าถึงเย็นถึงแบบนี้ บอสเรา เสียเปรียบแย่” จอร์จเสริม

บูรณาบอกว่าเมื่อคืนตนโทร.หา บุรีเป็นคนรับสายบอกว่าพบูไม่สบาย เก็ทตกใจที่สองคนอยู่ด้วยกันเมื่อคืน... พบูอึกอักคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน รู้ว่าบุรีเฝ้าไข้คอยเช็ดหน้าและแขนให้ บางครั้งก็หลับสัปหงก จนใกล้สว่างถึงกลับออกไป แต่เธอก็ปฏิเสธทุกคนว่าไม่มีอะไรแล้วเลี่ยงไปทำงาน เก็ทสงสัยท่าทางเพื่อนเปรยว่า พบูอาจจะชอบบุรีเข้าแล้ว ไมเคิลแทรก ท่าทางแค่นี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้ บูรณาครุ่นคิดตาม

ooooooo

ในร้านกาแฟ เมฆพัดคุยกับคนของบริษัทวัสดุก่อสร้างเจ้าหนึ่ง เสนอว่าถ้าสั่งของกับเขา เจ้านายเขาจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้มากกว่าครั้งที่แล้วสามเท่า เมฆพัดถามถึงคุณภาพสินค้า เซลล์บอกก็ดร็อปลงมาไม่มาก ดูไม่ออกแน่นอน เมฆพัดสนใจข้อเสนอนี้ จะเก็บไปพิจารณา

จากนั้นเมฆพัดก็โทรศัพท์หางามยิ่ง ถามถึงผลตรวจดีเอ็นเอของศตายุ งามยิ่งตอบว่ากำลังรอ เดี๋ยวคงโทร.มาบอก เขาคิดจะรีบกลับบ้านไปฟังข่าว...แต่แล้วสองพี่น้องก็ต้องผิดหวัง เมื่อผลออกมาว่าศตายุเป็นลูกเจริญรุ่งแน่นอน งามยิ่งบ่นอุบ

“แล้วเราจะเอายังไงต่อไปดี อีกหน่อยถ้าคุณพ่อเป็นอะไรไป ไอ้โตมันก็คงได้ทุกอย่างแล้วพวกเราก็คงโดนมันกดจนไม่เหลืออะไร ขนาดทุกวันนี้มันยังไม่เห็นหัวพวกเราเลย” แล้วงามยิ่งก็นึกอะไรได้ “เราขอเงินคุณพ่อแยกออกไปตั้งบริษัทเป็นของตัวเองกันดีไหมอีกหน่อยถ้าเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ยังมีบริษัท ไม่ต้องไปง้อไอ้โตมัน”

เมฆพัดคิดตามแล้วบอกว่าจะหาจังหวะคุยกับพ่อดู งามยิ่งยุอีกเรื่อง ถ้าเขาจีบเจมี่สำเร็จก็จะสบายได้ดูแลกิจการของชัชชัย เมฆพัดหงุดหงิดที่โดนกดดัน เพราะเจมี่ไม่มีท่าทีสนใจตนเลย

วันต่อมา เมฆพัดชวนเจมี่ไปช็อปปิ้งและซื้อของให้หลายอย่าง เขาทำทียุให้เธอไปเรียนบริหารต่อเพื่อกลับมาช่วยงานพ่อ เจมี่เบ้หน้าไม่ชอบงานของพ่อ เมฆพัดพยายามหว่านเสน่ห์จนเธอยิ้มแหยๆ...บ่ายวันเดียวกัน เจมี่มาพบกับบุรีที่สวนสาธารณะ เขาแซวทันทีไปเดตกับเมฆพัดมาเป็นอย่างไรบ้าง เธอยักไหล่ไม่มีอะไรแล้วถามที่เรียกมามีข่าวดีอะไรจะเล่าให้ฟัง...ให้เล่ามา

“เมื่อคืนคุณพบูไม่สบาย ผมเลยมีโอกาสได้ทำคะแนนดูแลคุณพบู แล้วเมื่อเช้าผมก็ไปส่งเธอแถมเธอยังชวนทานข้าว” บุรีเล่ายิ้มหน้าบาน

เจมี่ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ บุรีบอกว่าพบูต้องรู้สึกดีกับตน เธอจะรู้ไหมว่าตนกำลังจีบ

“ทำไมจะไม่รู้ รู้แต่แกล้งโง่ กะตีเนียนควบสองคนมากกว่า” บุรีไม่เชื่อ “จริง...คุณตามมารยาหญิงไม่ทันหรอก แต่ถ้าคาใจทำไมคุณไม่พูดสารภาพรัก ถามให้เคลียร์ไปเลยล่ะ...นัดเขาไปเที่ยวคืนนี้ แล้วสารภาพรักถามให้รู้เรื่องไปเลยจะได้จบๆ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่โตตามทันไม่รู้ด้วยนะ”

บุรีลังเลไม่กล้า เจมี่จึงจัดการส่งข้อความไปนัดพบูให้เสร็จสรรพ ขณะเดียวกัน ศตายุตัดสินใจส่งข้อความนัดพบูไปงานเปิดร้านคุณกฤษณ์ตามที่กิจจาแนะนำ...ในขณะที่พบูได้รับทั้งสองข้อความของทั้งสองคน เก็ทกับไมเคิลอยู่ข้างๆ ลุ้นว่าเธอจะรับนัดของใคร สองหนุ่มใจ จดใจจ่อรอคำตอบของพบู แล้วบุรีก็เฮขึ้นมาเมื่อพบูตอบรับ เจมี่บอกให้เขาคิดวิธีสารภาพรักเอาไว้

ด้านศตายุเศร้าที่พบูไม่ตอบกลับ กำลังจะหมดหวังก็มีเสียงข้อความเข้ามา เขารีบกดอ่านว่าเธอรับนัด เขาดีใจมาก...เก็ทเห็นเพื่อนทำแบบนี้ก็ติงที่รับนัดทั้งสองหนุ่ม พบูยักไหล่

“ทำไมต้องเลือกด้วย นัดคนละเวลาก็ไปทั้งสองคน”

ไมเคิลส่ายหน้าความแสบของพบู เตือนว่าทำแบบนี้ไม่ถูก เหมือนให้ความหวังทั้งสองคน เก็ทซ้ำเติม “ใช่ อย่างคุณโตเขาซื้อของมาให้แกเช้าเย็นเพราะตั้งใจจีบแก แต่แกกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับของเขาไปเรื่อย แบบนี้เรียกหลอก...ชัดๆ”

“ก็เขาอยากให้เองนี่ ดูอย่างบุรีสิไม่เห็นเขาต้องให้อะไรฉันเลย แค่คอยช่วยเหลือฉัน ปกป้องฉัน ดูแลฉันตอนป่วย”

เก็ทว่านั่นเรียกว่าหลอกใช้ พบูแย้งไม่ได้หลอก บุรีทำให้เอง ไมเคิลสรุป ปัญหามันอยู่ที่นับวันสองคนยิ่งทำดีมากขึ้นเรื่อยๆ เธอควรจะเคลียร์กับสองคนนั้นให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับของ รับบริการจากเขาทั้งสองไปเรื่อยๆ...พบูครุ่นคิดเครียดๆ เก็ทแนะนำให้เธอคิดตาม

“ถ้าแกยังไม่ชัดเจนว่ารู้สึกยังไงกับสองคนกันแน่ ก็ใช้โอกาสที่ไปเที่ยวกับทั้งสองคนลองพิจารณาดูว่าแกรู้สึกดีกับใครมีความสุขกับใครมากกว่ากันวิธีนี้อาจช่วยให้แกชัดเจนขึ้นก็ได้นะ”

ooooooo

งานเปิดร้านเสื้อผ้าหรูของไฮโซกฤษณ์ศตายุควงพบูมาร่วมงาน เขาบอกเห็นเธอชอบแต่งตัวจึงชวนมาดูของสวยๆงามๆ เผื่อมีอะไรที่ชอบ พบูปั้นยิ้มเพราะแม้จะชอบแต่งตัวแต่ก็ไม่ค่อยชอบออกงานแบบนี้เท่าไหร่ นักข่าวเข้ามารุมถ่ายภาพ พอมีการสัมภาษณ์ พบูแยกไปยืนรอ

พบูมองศตายุแล้วชั่งใจตัวเอง สักพักเก็ทส่งข้อความเข้ามาถามเป็นอย่างไรบ้าง เธอพิมพ์ตอบไปว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันชอบชีวิตแบบนี้รึเปล่า ก็แอบน่าเบื่อนิดๆ”

เก็ทเตือนอย่าลืมสับรางไปกับหมายเลขสองคืนนี้ให้ทัน พบูอ่านแล้วเซ็ง เดินมายืนเล่นแถวน้ำพุ ศตายุถือน้ำผลไม้มายื่นให้ถามอย่างห่วงใยเบื่อหรือเปล่า เธอตอบไปว่าเดินเล่นเพลินดี พบูนึกถึงคำพูดของเก็ทที่ให้ศึกษาชีวิตศตายุ จะได้รู้ว่าเข้ากันได้ไหม เธอจึงเอ่ยถาม

“ปกติเวลาว่าง คุณชอบทำอะไรคะ”

ศตายุตอบว่าออกกำลังกาย ไม่ก็อ่านหนังสือ พบูคิดในใจตนก็ชอบออกกำลังกาย แล้วอยากรู้เขาชอบอ่านอะไร เขาตอบว่าพวกหนังสือตลาดหลักทรัพย์ แนวโน้มเรื่องหุ้น เธอแอบเบ้หน้า ก่อนจะเปลี่ยนมาถามว่าเขาชอบเที่ยวแบบไหน

“ก็ไปต่างประเทศ ดูที่ๆมีสถาปัตยกรรมสวยๆมาเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัท”

พบูรู้สึกว่าเขาทุ่มเทกับงานที่ทำมาก ศตายุยอมรับเพราะตนต้องสร้างบ้านให้คนอยู่อาศัยด้วยความมั่นคง ตนย้ำกับพนักงานทุกคนให้ใส่ใจกับบ้านทุกหลังที่เราสร้างเสมอ พบูยิ้มปลื้ม

“คุณใส่ใจกับบ้านคนอื่นแล้วก็อย่าลืมใส่ใจกับบ้านตัวเองด้วยนะคะ อย่าทำแต่งานจนไม่มีเวลาให้คนรอบข้างแบบพ่อฉัน”

ศตายุเย้าว่าท่าทางตนจะเหมือนพ่อเธอหลายอย่าง พบูตอบขำๆว่าหลายอย่างโดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับธราดล...ศตายุยิ้มเปลี่ยนเรื่องมาถามเธอบ้าง เขานึกถึงคำของกิจจาให้ถามไปเลยว่ารู้สึกอย่างไรกับเรา จึงรวบรวมความกล้าถาม

“เขาว่าผู้หญิงมักชอบผู้ชายเหมือนพ่อตัวเอง คุณว่าจริงไหม” พบูแย้งแล้วแต่คน เขาจึงเน้น “แล้วคุณล่ะครับ ชอบผู้ชายที่เหมือนพ่อตัวเองรึเปล่า”

“ก็ชอบนะคะ ฉันชอบผู้ชายอบอุ่น ใจดี ทำงานเก่งๆมีเงินให้ฉันใช้เยอะๆแบบพ่อฉัน...” พูดไปพบูชักรู้สึกว่าเหมือนศตายุ จึงหยุดเปลี่ยนเรื่อง “แล้วคุณล่ะชอบผู้หญิงแบบไหน”

“ผมก็ชอบผู้หญิงเก่ง มั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก พูดตรง จริงใจไม่ยอมแพ้ ตั้งใจทำงาน แต่งตัวเก่ง ผมสั้น” ศตายุมองพบูซึ้งๆ

พบูชักเขินแก้เก้อว่ารู้สึกคุ้นเหมือนตัวเอง ศตายุจะย้ำว่าใช่ พบูชิงตัดบทชวนกลับแล้วเดินไปดื้อๆ เขาพอเดาได้ว่าเธอยังไม่พร้อมจึงหยุดไม่เซ้าซี้...

ศตายุขับรถมาส่งพบูหน้าคอนโด เธอยืนโบกมือจนเขาขับออกไป เสียงบุรีตัดพ้อ “ไปกับคุณโตแล้วมาต่อกับผมเนี่ยนะ”

พบูหันมาเห็นบุรียืนอยู่กับจักรยานคู่ใจ จึงถามแล้วจะไปไหม เขารีบบอกว่า “ไปสิ แต่รถจักรยานของผมไม่หรูเท่ารถเบนซ์ของคุณโต คุณจะนั่งได้รึเปล่าล่ะ”

“ถ้าคุณปั่นไหว ฉันก็นั่งได้อยู่แล้ว แค่นั่งเฉยๆไม่ได้ออกแรง ไม่เหนื่อย สบาย”

พบูจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่บุรีขอให้ไปชุดนี้เลย แล้วหยิบหมวกกันน็อกมาสวมให้ พบูติงมีเตรียมไว้แบบนี้คงมีสาวซ้อนท้ายบ่อย เขาปฏิเสธบอกว่าเพิ่งซื้อมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ พบูอึ้งหวั่นไหวนิดๆ ถามจะพาตนไปไหน บุรีตีที่นั่งเบาะหลังทำนองให้มานั่ง ไปถึงก็รู้เอง

ทั้งสองเดินเล่นตลาดนัดรถไฟ พบูตื่นเต้นเพราะไม่เคยมาสถานที่แบบนี้มาก่อนได้เดินดูของเก่า เดินกินขนมไม่มีพิธีรีตอง บุรีชี้ร้านขายชุดนอนตัวสัตว์แบบที่เคยเห็นเธอมี พบูสนุกกับการถ่ายรูปอัพลงไอจี ชักชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบนี้...พอมานั่งพัก บุรีก็ซื้อไอศกรีมใส่ถ้วยมาส่งให้ เขาทำตามที่เจมี่สอนว่าให้ใส่แหวนไว้ในถ้วย เมื่อพบูกินไปแล้วเจอแหวนก็ขอแต่งงานเลย

พบูกินไปก็ชมไปว่าวันนี้ได้มาร้านที่ชอบทั้งนั้น ได้ซื้อของที่เคยอยากได้ตอนเด็กๆและยังได้เล่นกับลูกสุนัขน่ารักๆ บุรีออกตัวจำได้เธอเคยบอกว่าชอบอะไร และเคยเห็นเธอเล่นกับสุนัขข้างคอนโด...บุรียืนลุ้นว่าพบูจะทานไอศกรีมจนเจอแหวนเมื่อไหร่

“จะว่าไปผมก็รู้จักคุณมานานเหมือนกันนะ มีแต่เรื่องให้ผมปวดหัวเจ็บตัวตลอดเวลา กระเป๋าตกแตก รถยางแตก ส้นรองเท้าหัก โดนสาดน้ำกรดแถมยังจะมาป่วยตอนผมมาหาอีก”

“นั่นสิทำไมฉันมักจะดวงตกเวลาเจอคุณทุกครั้งด้วย”

“ใครว่า ผมเป็นฮีโร่ขี่ม้ามาช่วยคุณเวลาดวงตกต่างหาก”

พบูขำและซาบซึ้ง “รู้แล้วๆ จะว่าไปตั้งแต่ฉันออกจากบ้านพ่อมาก็มีคุณที่คอยอยู่ข้างฉัน คอยช่วยฉันตลอดเลยนะ” บุรีล้อเธอคงซึ้ง พบูยอมรับ “ก็ซึ้งนะ...”

บุรีมองพบูที่กินไอศกรีมจนหมดแต่ไม่เจอแหวนเสียที พบูบอกเขาว่าอร่อยแล้วลุกเดินออกไป บุรีหยิบถ้วยไอศกรีมมาดูงงๆว่าแหวนหายไปไหน...พบูเดินแยกมาแล้วคายแหวนจากปากทันที บ่น...เกือบตายเสียแล้ว...เธอหันมองบุรีอย่างถอนใจที่ตีเนียนหนีมาได้

ooooooo

ร้านอาหารลามูนปิดแล้ว ธราดลมาหาพบู พบเก็ททำหน้าที่แทนอยู่ เขาเสียดายอุตส่าห์เอาข่าวดีมาบอก เก็ทถามแทนมีอะไร ธราดลจึงบอกอย่างภูมิใจว่าตนตัดสินใจจะตั้งใจเรียนเพราะอยากไปเรียนต่อเมืองนอก เก็ทดีใจด้วยที่เขาคิดถูกแล้วถามทำไมถึงเปลี่ยนความคิด

“ผมได้ยินว่าพี่โตจะยอมให้ผมไปเมืองนอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนใจทีหลังอีกรึเปล่า”

เก็ทแนะถ้าไม่ให้ไปก็สอบชิงทุนเอาเอง ธราดลเบ้หน้าแค่สอบที่โรงเรียนรอดก็บุญแล้ว เก็ทให้กำลังใจว่าต้องตั้งใจไม่ได้ยากอย่างที่คิด และถ้าเขาทำได้ ทุกคนต้องอึ้งแน่ๆตนจะช่วยติว

ทางบ้านกิจจานั่งจิบไวน์เพลินๆ เมฆพัดเห็นพ่ออารมณ์ดีมีลูกตาลคอยเทกแคร์ จึงเข้ามาคุยเรื่องขอเงินไปเปิดบริษัทของตัวเอง อยากลองเริ่มต้นจากศูนย์แบบพ่อบ้าง ลูกตาลลุ้นรอฟัง

“แกเพิ่งขอฉันรับผิดชอบโครงการคุณชัชชัยมาหยกๆ งานนั้นยังไม่รู้จะรอดรึเปล่า แกว่าฉันควรจะให้แกไหม...ขนาดบริษัทที่มีอยู่เติบโตขนาดนี้ แค่พัฒนาให้ดีขึ้นแกยังทำไม่ได้”

ลูกตาลรู้สึกสงสาร เมฆพัดหน้าชาโต้ว่าถ้าพ่อให้โอกาสตนทำได้แน่นอน กิจจาย้ำ “ตั้งบริษัทไม่ใช่เล่นขายของ ฉันรู้จักนิสัยแกดี แกทำไม่ได้หรอก” พอดีแม่บ้านเข้ามาบอกว่าศตายุกลับมาแล้ว กิจจาตัดบท “แกลองไปคิดดูให้ดี ถ้าแกมั่นใจฉันก็อนุญาต แต่ใช้เงินที่แกมีนั่นแหละ ถึงจะเรียกว่านับจากศูนย์แบบฉันจริงๆ”

เมฆพัดหุบยิ้ม มองกิจจาที่ลุกไปหาหลานรักอย่างเจ็บใจปนน้อยใจ ลูกตาลยุ “คงจะรีบไปถามคุณโตว่าไปเดตกับคุณพบูมาเป็นไงบ้าง...ถ้าพ่อคุณไม่ยอมให้เงินก็ช่างเขาสิ จะไปตั้งบริษัทให้เหนื่อยทำไม ทำงานที่นี่แล้วกอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทมาเก็บไว้ให้เยอะๆง่ายกว่า ถ้ากลัวคุณพ่อจับได้ก็เอามาฝากไว้ที่บัญชีฉันก็ได้”

“ฉันก็คิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน ในเมื่อขอคุณพ่อดีๆแล้วไม่ให้ ฉันก็จะกอบโกยทุกอย่างมาเป็นของฉันให้หมด ฉันจะทำให้เขาเป็นไอ้แก่ที่เหลือแต่ตัว” เมฆพัดพูดด้วยความแค้น แล้วเขาก็หลบมากดโทรศัพท์รับข้อเสนอของบริษัทขายอุปกรณ์ก่อสร้างด้วยสีหน้าเย็นชาน่ากลัว

เมื่อกิจจาได้ฟังศตายุเล่าว่าพบูพยายามเลี่ยง และคิดว่าเธอยังไม่พร้อมหรือเขาอาจจะออกตัวเร็วไป กิจจาตบไหล่ให้กำลังใจว่า ต้องเปลี่ยนแผน ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เธอประทับใจ...ศตายุรู้สึกปู่จะจริงจังกับเรื่องนี้มาก กิจจายอมรับ

“คงเป็นเพราะปู่ได้ทำอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรกมั้ง ก็เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ ตื่นเต้นที่หลานชายมีความรักครั้งแรกกับเขาแล้ว...ตลกดีเหมือนกันตอนหนุ่มๆมัวแต่ทำงานไม่เคยได้ให้คำปรึกษาแบบนี้กับลูกๆเลย”

“ผมก็เหมือนกันครับ ตอนวัยรุ่นเพื่อนๆมีความรักกัน แต่ผมกลับเอาแต่เรียน ไม่เคยสนใจความรัก เพิ่งมามีความรักเอาตอนนี้”

กิจจาหัวเราะที่มีชีวิตเหมือนกัน สมแล้วที่เป็นปู่หลานกัน...ขณะเดียวกัน บุรีส่งพบูที่หน้าห้อง เธอรู้สึกผิดเรื่องแหวนแต่ไม่อยากบอกเขาได้แต่กล่าวขอบคุณที่เขาทำทุกอย่างให้ประทับใจ

บุรียิ้มปลื้มเดินเข้าห้อง ต๋อยปรี่เข้าถามเป็นอย่างไรบ้าง แต่เห็นเขาหน้าบานขนาดนี้ แสดงว่าสมหวัง บุรียอมรับแต่ยังไม่ฟันธง ต๋อยบ่นเบาๆอินคนเดียวยังฟินขนาดนี้

“ถึงคุณพบูเขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างว่าคุณพบูเขาต้องประทับใจ รู้สึกดีๆ แน่...เขาบอกว่าฉันเป็นคนดี ช่วยเหลือเขาตลอดเวลา”

ต๋อยยุเมื่อโอกาสกำลังมาก็น่าจะบอกว่าชอบเธอไปเลย จะได้ปิดการขาย ต๋อยแนะนำให้ส่งข้อความไปก็ได้ บุรีลังเลแต่ทนแรงยุของต๋อยไม่ได้ จึงพิมพ์ข้อความว่า...จริงๆแล้ววันนี้ผมมีอะไรจะบอกคุณ พบูถามกลับมาว่าอะไร บุรีพิมพ์มือไม้สั่น...วันนี้ผมมีความสุขที่สุด ผมชอบคุณมากนะ...แล้วก็ลังเลไม่กล้ากดส่ง ต๋อย รำคาญแย่งมือถือมากดส่งเสียเอง บุรีร้องเฮ้ยดังลั่น

พบูเอาภาพวาดดอกทานตะวันของบุรีมาเป็นภาพหน้าจอ เธอมองข้อความที่บุรีส่งมาแล้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปว่า...ฉันก็เหมือนกัน

บุรีได้รับข้อความแทบช็อก โผกอดต๋อยกระโดดดีใจไปทั้งสองคน

ooooooo

เช้าวันใหม่บุรีเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจมี่ฟัง เธอแปลกใจ ผู้หญิงเรื่องมากอย่างนั้นไม่มีทางตอบรับใครง่ายๆ บุรีเสียงขุ่นตกลงเชียร์ตนหรือเปล่า เจมี่ยอมรับ “ใช่ฉันยุให้คุณทำเพราะอยากให้คุณแสดงความรู้สึก แต่ฉันไม่คิดว่าคุณพบูเขาจะตอบรับง่ายๆ แบบนี้ มันแปลก”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 9 วันที่ 30 ก.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ