นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 10 วันที่ 12 ส.ค. 58

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 10 วันที่ 12 ส.ค. 58

นิรมลหูตาล่อกแล่ก แอบเข้าไปในห้องคุณใหญ่หมายจิ๊กของมีค่าบอกตัวเองว่าคุณใหญ่มีมากมายจะหายไปสักชิ้นสองชิ้นคงไม่รู้ เจียรนัยมาเจอนิรมลก็ทำไก๋ว่า นึกว่าห้องนี้เป็นห้องคุณแหววเห็นรกๆเลยจะมาจัดให้

เจียรนัยชี้ว่าห้องคุณแหววอยู่โน่น นิรมลเลยทำหน้าจ๋อยเดินไป เจอคุณแหววกลับมาพอดีก็ทำประจ๋อประแจ๋เข้าไปทัก ถูกคุณแหววที่อารมณ์เสียจากข้างนอกมาตวาดว่า “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป ไร้ ประโยชน์”

นิรมลเดินออกจากห้องคุณแหวว เจียรนัยแอบดูอยู่ที่ห้องคุณใหญ่ ยิ่งสงสัยพฤติการณ์ของนิรมล



ครู่หนึ่งพฤกษ์กับทองสร้อยกลับมาถึงบ้าน พุฒิแปลกใจว่าสองคนนี้มาด้วยกันได้ยังไง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มั้ง บ่นตัวเองว่า “คิดอะไรวะไอ้พุฒิ!”

ฝ่ายทองสร้อยกลับถึงห้องก็ได้รับโทรศัพท์จากอองตวนที่ฝรั่งเศสแจ้งรายละเอียดที่ทองสร้อยต้องไปงานอีเวนต์ ทองสร้อยพูดภาษาฝรั่งเศสคล่องราวกับพูดภาษาตัวเอง นิรมลเดินมาจะเข้าห้องเพราะอยู่ห้องเดียวกับทองสร้อย ได้ยินทองสร้อยกำลังคุยภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ เงี่ยหูฟังสงสัยว่าทองสร้อยพูดภาษาอะไร

ทองสร้อยบอกอองตวนว่า “ฉันมีเรื่องยุ่ง อาจจะไปเจอเธอไม่ได้ ช่วยส่งรายละเอียดทั้งหมดของงานมาให้ทางอีเมลของฉัน รับรองฉันไปปรากฏตัวแน่ ไม่ต้องเป็นห่วง...แล้วเจอกันวันนั้น สวัสดี”

เจียรนัยมาเห็นนิรมลแอบฟังทองสร้อยคุยโทรศัพท์ พอบอกทองสร้อย นิรมลแก้ตัวว่าตนไม่ได้แอบฟัง แต่ประตูห้องล็อกตนเลยเข้าไม่ได้ แล้วถามทองสร้อยว่าเมื่อกี๊พูดภาษาอะไร ทองสร้อยบอกว่าภาษาฝรั่งเศส ตนพูดได้แค่งูๆปลาๆ เพราะแม่เคยเป็นแม่บ้านให้ทั้งคนฝรั่งเศสและอเมริกัน ตนเลยพูดได้นิดๆหน่อยๆ เจียรนัยถามว่าแล้วคุยภาษาฝรั่งเศสกับใคร

“ญาติทางแม่พี่เขาโทร.มาหาจากฝรั่งเศส ชวนพี่ไปอยู่ด้วย” เจียรนัยถามว่าพี่คิดยังไง “พี่ยังไม่ได้คิด แต่อาจจะคิด”

นิรมลได้ข่าวเด็ด แจ้นไปบอกคุณแหววว่าทองสร้อยกำลังคิดจะไปจากที่นี่ เห็นว่าญาติทางโน้นชวนไปทำงาน

คุณแหววยิ่งระแวงว่า ทองสร้อยคนนี้กับทองสร้อยคนนั้นจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่?

ooooooo

เมื่อคุณแหววไปเล่าให้คุณใหญ่ฟัง ทั้งสองต่างยิ้มอย่างมีความหวังว่าจะเฉดหัวทองสร้อยออกไปจาก บ้านนี้ได้แล้ว คุณแหววคิดไกลไปกว่านั้น บอกว่าอยากให้เรื่องจบแบบศพไม่สวย เชื่อว่าคุณกลางต้องเกลียดทองสร้อยแน่นอน เพราะว่า...

“คุณกลางเกลียดคนโกหกมากที่สุดใช่ไหมคะ และแหววกำลังรอหลักฐานบางอย่างที่จะแสดงให้คุณกลางเห็นว่าทองสร้อยคือผู้หญิงที่โกหกลวงโลก!”

“เล่ารายละเอียดให้ฟังเดี๋ยวนี้ คุณแหววไปรู้ อะไรมา”

เมื่อคุณใหญ่ให้บรรทัดไปหิ้วของให้ขณะตนไป ช็อปปิ้ง คุณใหญ่ถามว่าเขาเป็นลูกจ้างของทองก้อนพงศ์เดชาใช่ไหม ให้เล่าประวัติเจ้านายเขาให้ฟังอย่าง ละเอียดหน่อย ตนอยากรู้ว่าทองก้อนมีลูกกี่คน อะไร ยังไงบ้าง

“อ๋อ...ไม่รู้ครับ”

คุณใหญ่ลืมตัวแว้ดใส่ทันทีว่าทำงานประสาอะไรไม่รู้เรื่องเจ้านาย บรรทัดที่เหนื่อยล้าจากการหิ้วของเต็มสองมือฉุนขึ้นมาเรียกเสียงดังอย่างหมดความอดทน

“คุณใหญ่!!”

“บรรทัด...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉัน...”

บรรทัดทุ่มถุงที่ถือลงพื้นถามว่าตนเป็นเพื่อนคุณใหญ่หรือเปล่า ฝ่ายนั้นรีบบอกว่าใช่ บรรทัดต่อว่าอย่างไม่พอใจว่า

“แต่คุณใหญ่กลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นขี้ข้า เป็นกระโถนรองรับอารมณ์ ทั้งที่ผมให้เกียรติคุณใหญ่ แต่คุณใหญ่กลับกดขี่ไม่ให้เกียรติผม”

“ไม่จริง ฉันให้เกียรติเธอ”

“นี่หรือครับให้เกียรติผม เรียกให้ออกมาพบตอนไหนก็ต้องมา ให้ถือของหนักแค่ไหนก็ต้องถือ นึกจะอารมณ์เสียใส่ตอนไหนก็ทำ ผมสู้อดทนเพราะผมระ...” บรรทัดหยุดไว้แค่นั้น คุณใหญ่ใจเต้นรัวอยากฟังให้จบ ถามว่าอะไรนะ “ไม่มีอะไรครับ ผมไม่ได้พูดอะไร ผม... เจ็บนะครับ ที่ต้องทำแบบนี้ ลาก่อน”

คุณใหญ่ตามง้อ รบเร้าให้บรรทัดพูดให้จบ อยากจะได้ยินคำว่ารักจากปากเขา ตามง้อขอโทษ ถามว่าเขารู้สึกอะไรกับตน พอบรรทัดบอกว่า “ผมระ...ระ...รู้สึกดีกับคุณใหญ่มาก”

“ไม่ใช่รักเหรอ” คุณใหญ่ผิดหวัง บรรทัดตีขลุมว่ามันกำลังจะเป็นอย่างนั้น พูดแล้วทำเป็นเขินว่าตนพูดอะไรออกไป

ในที่สุดคุณใหญ่ก็หลงคารมของบรรทัด และกลายเป็นหลงในตัวเขา จนคืนนี้พากลับบ้านไปเรียกบรรดาคนใช้ พฤกษ์ และคุณแหววมาประกาศแก่ทุกคนให้รับรู้ทั่วกันว่า “พี่กับบรรทัดเราตกลงที่จะคบหาดูใจกัน”

พฤกษ์ คุณแหวว และคุณเล็ก ช็อก พวกคนใช้ตกใจต่างนิ่งอึ้ง โดยเฉพาะทองสร้อยตกใจมากกว่าเพื่อน!

“เอาล่ะ เป็นอันว่าทุกคนก็รับรู้กันแล้วว่า ต่อไปนี้ ทุกคนก็จะได้เจอกับบรรทัดบ่อย...” พฤกษ์ขัดขึ้นว่าแน่ใจแล้วหรือ “คุณกลาง! ถ้าพี่ไม่แน่ใจพี่ไม่ทำแบบนี้ อย่ามาสงสัยในวิจารณญาณของพี่ พี่บอกให้ทุกคนรับรู้ก็คือแค่รับรู้ ไม่ใช่ให้ขัด นี่คือชีวิตของพี่ ขอให้เคารพการตัดสินใจของพี่ด้วย”

เมื่อบรรทัดมาเป็นเทรนเนอร์ให้คุณใหญ่ ทำตัวสนิทสนม คุณใหญ่เองก็ทำเสมือนเขาเป็นสมาชิกใน ครอบครัว ทำให้ทั้งพฤกษ์และคุณเล็กเบื่อหน่ายไม่อยากอยู่เจอบรรทัด จึงออกไปทำงานกันแต่เช้า ไม่แม้แต่จะร่วมโต๊ะอาหารด้วย ที่โต๊ะจึงมีแต่คุณใหญ่ คุณแหวว และบรรทัดเท่านั้น

ooooooo

ทองสร้อยขออนุญาตพฤกษ์ว่าอาทิตย์หน้าตนจะลางานหนึ่งวันไปทำบัตรประชาชน พฤกษ์ให้ไปทำพรุ่งนี้เลย ทองสร้อยอ้างว่าญาติที่อุดรต้องใช้ทะเบียนบ้านตัวจริงทำธุระก่อนกว่าจะเสร็จก็อาทิตย์หน้า

เมื่อพฤกษ์อนุญาต ทองสร้อยดีใจมาก แต่นับวันพฤกษ์ก็ยิ่งสงสัยระหว่างทองสร้อยกับมาดามฟองดู ยิ่งเมื่อกลับมาที่ห้องเปิดดูอินสตาแกรมของทองสร้อยก็พึมพำกับตัวเองอย่างสับสน

“มาดามฟองดู...ทองสร้อย...มาดามฟองดู... ทองสร้อย...”

คืนนี้...ทองสร้อยแอบดูเห็นนิรมลหลับไปแล้วจึงคลุมโปงส่งไลน์ถามทองโปรยว่าพ่อมีการเคลื่อนไหวอะไรไหม ทองโปรยบอกว่าไม่แน่ใจเพราะตอนนี้ตนหนีออกจากบ้านมานอนที่ออฟฟิศแล้ว ทองสร้อยฟังแล้วไม่สบายใจ บอกพี่ชายว่าไม่ต้องทำอะไรแล้ว ตนจะช่วยตัวเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

พอคุยกับทองโปรยเสร็จ ทองสร้อยดึงผ้าห่มลงนอนมองเพดาน อุปาทานเห็นแม่ยิ้มให้และร้องเพลงกล่อมเด็กให้ฟัง ทองสร้อยฮึดขึ้นมา ถามแม่ว่า “ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นใช่ไหมแม่...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...ดีขึ้น...” ทองสร้อยให้กำลังใจตัวเองจนหลับไป...

ยอดชายสืบเรื่องของบรรทัดไม่ได้ เพราะบรรทัดลาออกจากฟิตเนสมาเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้คุณใหญ่ ทองสร้อยจึงให้เขามาสืบที่บ้านเวียงคีรี ยอดชายจึงปลอมตัวเป็นช่างมาซุ่มดูอยู่หน้าบ้าน

ooooooo

เพราะศักดิ์สิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดการกับทองสร้อยของทองก้อน เอาหนังสือธรรมะให้อ่านหมายให้ลดละทิฐิเอาชนะลง ถูกทองโปรยไล่ตะเพิดหลายครั้งเลยลาออก หลังจากนั้นไม่นานทองโปรยก็ทนไม่ได้ออกไปนอนที่ออฟฟิศอีกคน

“ไปกันให้หมด ไอ้พวกขี้แพ้ ฉันไม่มีทางง้อให้พวกแกกลับมา!!”

บอดี้การ์ดสองคนของทองก้อนรักและเคารพรักศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อศักดิ์สิทธิ์ลาออกจึงออกตาม และมาเป็นผู้ช่วยศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยทองสร้อยจากการตามล่าของทองก้อน ศักดิ์สิทธิ์นำผู้ช่วยสองคนคือบีหนึ่งกับบีสองมาพบทองโปรย

“แล้วเราจะทำยังไงต่อครับ” ทองโปรยถาม

“ต้องแจ้งให้คุณทองสร้อยรับทราบ ว่าคุณท่านจะไปงานแน่นอนและให้ระวังตัวเอาไว้”

ooooooo

เนรัญญาหาเหตุลางานในวันงานเพื่อไปช่วยทองสร้อย เมื่อไปพบทองสร้อยในห้องแต่งตัว เนรัญญา เห็นทองสร้อยในชุดออกงาน เธอส่งหน้ากากให้เพื่อนแล้วมองอย่างชื่นชม

ที่ห้องจัดงาน คลาคล่ำไปด้วยผู้คน รวมทั้งทองก้อนกับกุลชาติและบอดี้การ์ด พฤกษ์ ทองโปรย เฉวียง บีหนึ่ง บีสอง และศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนในงานใส่หน้ากากหมด

ทุกคนจับจ้องที่ทองสร้อยด้วยจุดมุ่งหมายต่างกัน

ศักดิ์สิทธิ์ถ่ายรูปทองก้อนในงานเพื่อให้พวก

ทองโปรยรู้ตัวและจับตาดูว่าเขาอยู่ตรงไหน มีการเคลื่อนไหวอย่างไร

ทองก้อนเรียกกุลชาติไปกำชับว่าต้องช่วยตนเอาตัวทองสร้อยกลับไปให้ได้ แต่หารู้ไม่ว่า กุลชาติแปรพักตร์ไปแล้ว เขาลากเนรัญญาออกไปบอกว่า “เราต้องช่วยกัน ไม่ให้อาทองก้อนจับตัวทองสร้อยได้” ทีแรกเนรัญญาก็ไม่ไว้ใจ จนเมื่อกุลชาติบอกว่าตนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่แต่งงานกับทองสร้อย

แม้กุลชาติจะไม่บอกเหตุผล แต่เนรัญญาบอกกับตัวเองว่า “มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปนะ...ฉันรู้สึกได้” พยายามไล่ความรู้สึกแปลกๆของตัวเองออกไปแล้วรีบเดินเข้าข้างใน

ooooooo

ฝ่ายบรรทัด หลังจากเข้านอกออกในบ้านเวียงคีรีราวกับคนในครอบครัวแล้วก็วางแผน “ได้คืบ เอาศอก”

วันนี้ขณะไปนั่งคุยกันที่ร้านอาหารหรู เขาตีหน้าเศร้าบอกคุณใหญ่ว่าตนเศร้าสะเทือนใจตัวเอง เพราะต้องให้รถคุณใหญ่มารับส่งทุกวันจนคนที่อพาร์ตเมนต์นินทากันว่าเป็นเด็กเลี้ยง เป็นผู้ชายขายตัว จะชี้แจงอย่างไรก็คงไม่มีใครเชื่อ ต่อไปตนจะขอมาเองกลับเองแม้จะต้องขึ้นรถเมล์หลายต่อและมอเตอร์ไซค์เข้าซอย แต่จะต้องขอเลื่อนเวลามาหาคุณใหญ่ออกไปสักสองชั่วโมงในการเดินทาง

“นานไป...ฉันทนคิดถึงเธอไม่ไหวหรอก”

ในที่สุดคุณใหญ่รับปากจะซื้อรถเงินสดให้ใช้ที่โต๊ะข้างๆนั้น ยอดชายแต่งหญิงนั่งจิบชาฟังหูผึ่ง ขย้อนจนลืมตัวอุทาน “คุณพระ ทุ่มทุนสร้างมาก” พูดลอยๆเตือนคุณใหญ่ว่า “มากไปสำหรับราคาของผู้ชายคนหนึ่ง”

บรรทัดหันมองอย่างไม่พอใจ รู้สึกคุ้นหน้า ยอดชายรู้ตัวว่าถูกจับได้รีบลุกหนี บรรทัดเห็นขนหน้าแข้งดำปื้ดของยอดชาย เขาลุกตามไปทันที

แต่ยอดชายก็เอาตัวรอดได้ อ้างว่ายอดชายคือน้องชายฝาแฝดของตน บรรทัดกระชากวิกผมออก ตะปบหน้าอกปลอมบีบอย่างแรง ความเลยแตก บรรทัดตะคอกถามว่าตามตนมาทำไม

“ไม่ได้ตาม มาเอง เอาวิกคืนมา!” แย่งวิกคืนแล้ววิ่งหนีไป บรรทัดมองตามอย่างเจ็บใจ รู้สึกเรื่องชักไม่ชอบมาพากล

ooooooo

ที่ห้องจัดงานเปิดตัวแมกกาซีน หลังจากพิธีเป็นทางการแล้ว จึงเป็นการเปิดตัวมาดามฟองดู ทองก้อนสั่งกุลชาติให้ไปจับตัวมาเลย

“เดี๋ยวก่อนครับคุณอา ถ้าทำแบบนั้น รปภ.ที่นี่เข้ามาชาร์จแน่ รอก่อนเถอะครับ”

“ก็ได้...รอจนมันเสร็จงานของมันก่อนก็ได้ จับตาไว้ให้ดี” ทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดทั้งสอง

มาดามฟองดูเต้นรำกับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน เมื่อพลิ้วผ่านมาทางพฤกษ์ เธอใจหาย เห็นคนอื่นๆเต้นไปที่กลางฟลอร์กันหมด ซ้ำพฤกษ์ยังเข้ามาเตรียมจะต่อคิวเต้นด้วย

แล้วพฤกษ์ก็เข้าไปขอเต้นด้วยจริงๆ กุลชาติรีบลากเนรัญญาเข้าไปเต้นด้วยเนียนๆ เตรียมหาจังหวะเข้าหาทองสร้อย เมื่อเต้นกับพฤกษ์ทองสร้อยประหม่าจนเหยียบเท้าเขา เธอรีบขอโทษ ในขณะที่พฤกษ์บอกเบาๆว่า

“ครับ...เอ่อ... ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนถาม...”

ทองก้อนกำลังเตรียมเข้าชิงตัวทองสร้อย ก็ถูกกุลชาติปราดเข้าเสียบเต้นกับทองสร้อย เนรัญญาจึงรีบหลบออกไป พฤกษ์คาใจรอจังหวะที่จะเข้าไปเต้นกับมาดามฟองดูอีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะกุลชาติพาทองสร้อยเหินไปทางอื่นไกลจากทองก้อนและพฤกษ์ ทองก้อนมอง หัวเราะอย่างเป็นต่อ

“หึๆๆ แกเสร็จฉันแน่แล้ว ทองสร้อย!”

กุลชาติพาทองสร้อยไปทางประตูหลัง พอดีพิธีกรขอเสียงปรบมือให้มาดามฟองดู เธอจึงต้องมาโค้งขอบคุณอย่างสวยงาม แล้วค่อยๆถอยไป พอประตูปิดลงทองสร้อยก็หายไปทันที

“ตามมันไป!!” ทองก้อนตะโกนโมโหสุดขีด กุลชาติรับคำแล้ววิ่งออกไป เนรัญญาและเฉวียงผสมโรงวิ่งตามไป ในขณะที่พฤกษ์ก็วิ่งตามไปอีกคน แขกในงานต่างฮือฮากันงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ทองสร้อยหนีออกไปได้ก็เลี้ยวไปทางหนึ่ง ทองก้อนกับกุลชาติไล่ตามมา ทองก้อนจะเลี้ยวตาม แต่กุลชาติรั้งไว้ถามว่าไหวหรือ พักก่อนไหม ทองก้อนบอกว่าตนฟิตมาก พร้อม! แล้ววิ่งนำไป

แต่วิ่งไปอึดใจเดียวทองก้อนก็เหนื่อยหอบ กุลชาติถามว่าจะเรียกรถพยาบาลไหม ทองก้อนหันตวาด

“เรียกมา แกโดนฉันตื้บแน่!” แล้ววิ่งไปหอบไป ทองโปรย เนรัญญาและเฉวียงวิ่งตามมา เห็นหลังพวกทองก้อนไวๆ ทองโปรยบอกว่า

“พ่อไปทางนั้น แสดงว่าเราต้องไปทางนี้” แล้ววิ่งแยกไปอีกทาง

ทองสร้อยวิ่งอ้าวสุดฝีเท้า พลันก็ชะงักเมื่อความคิดหนึ่งสั่งตัวเองว่าจะไม่หนีอีกแล้ว! ทองสร้อยหยุดกับที่ยืนหอบ หันกลับไปมองทางที่วิ่งมาด้วยสายตามุ่งมั่น

พฤกษ์ตามออกมาไม่เห็นใครแล้ว มองทางแยกแล้วเซ็งไม่รู้จะไปทางไหน จึงตัดสินใจกลับ

ทองโปรย เนรัญญา และเฉวียง วิ่งตามมาเห็นทองสร้อยยืนนิ่งอยู่ เขาโผเข้าหาน้อง

“สร้อย ดีใจจังที่ยังไม่โดนพ่อจับตัวไป”

“มายืนทำอะไรตรงนี้ รีบหนีไปกันเถอะสร้อย” เนรัญญาเร่ง เฉวียงบอกว่าตนจะรีบไปเตรียมรถ

“ฉันไม่ไป!” ทองสร้อยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวแล้วเดินย้อนกลับไป ทุกคนอึ้ง มองทองสร้อยที่เดินย้อนกลับไปทางเดิมด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ทองโปรยถามน้องอย่างงุนงงว่า

“สร้อย...จะไปไหน รอก่อน!!”

เวลาเดียวกันที่อีกมุมหนึ่ง ทองก้อนเดินโผเผ

จนกุลชาติต้องหิ้วปีก แต่เจ้าตัวยังปากแข็งว่าตนไม่เป็นอะไร มุ่งมั่นที่จะตามหาทองสร้อยต่อไป แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลง

“อย่าดื้อเลยครับคุณอา ไม่ไหวก็คือไม่ไหว”

“ไหว!!” ทองก้อนลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึกๆ พยายามจะก้าวเดินต่อไป

“พ่อคะ!” เสียงทองสร้อยเรียก ทุกคนชะงักกึกเห็นทองสร้อยยืนอยู่ มีทองโปรย เนรัญญา กับเฉวียงตามมาติดๆ

ทองก้อนอึ้ง คิดไม่ถึงว่าทองสร้อยจะมายืนเผชิญ หน้าตน

“สร้อยมาแล้ว จะเอาไงก็ว่ามา!” ทองสร้อยมองหน้าพ่อสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ที่บ้านใหญ่โตรโหฐานของทองก้อน...

ทองสร้อยยืนเผชิญหน้าพ่อ ข้างหลังเธอมีทองโปรย เนรัญญา บอดี้การ์ด บีหนึ่ง บีสอง ยืนประกบอยู่

“แน่จริง ทำไมไม่หนีไปให้ตลอด!!” ทองก้อนเปิดฉากอย่างแข็งกร้าว

“หนูเหนื่อยแล้ว หนูไม่อยากหนี หนูต้องการเจรจากับพ่อ!” แม้คำพูดจะยอมแต่น้ำเสียงไม่ยอม ทองก้อนถามว่าหนีไปอยู่ที่ไหนมา “พ่อไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

“ไหนๆวันนี้แกกับฉันก็มาเผชิญหน้ากันแล้ว

ทุกอย่างก็ควรจะเอาออกมากองตรงหน้า ไม่มีอะไรต้องปกปิด ถ้าไม่ ฉันไม่เจรจา”

ทองก้อนยื่นคำขาด ทำเอาทุกคนอึ้ง ทองสร้อยมองพ่ออย่างลังเลเพราะไม่อยากพาดพิงถึงบ้านพฤกษ์ ตัดสินใจตัดบท

“งั้นหนูก็ไม่เจรจา!! งานนี้มีแค่พ่อกับหนู เรื่องอื่น คนอื่นที่ไหนก็ไม่เกี่ยวทั้งนั้น”

ทองก้อนยืนกรานว่าเกี่ยว! ตนต้องการรู้ว่าเธอไปอยู่ไหนมา ทองสร้อยถามว่ารู้ทำไมในเมื่อเรื่องก็ผ่านไปแล้ว รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์

ทองก้อนจะรู้ให้ได้ พาลว่าใครที่ช่วยทองสร้อยตนถือว่าเป็นศัตรูทั้งนั้น เนรัญญาบอกทองสร้อยว่างั้นก็ไปกันเถอะ ทองสร้อยถามว่าทำไมพ่อชอบทำให้เรื่องในชีวิตยุ่งยาก ทองก้อนสวนทันควันว่าตนไม่ได้ชอบ แต่ทองสร้อยนั่นแหละบีบคั้นให้ตนทำ

“พ่อผิดไม่เป็น?”

“เพราะฉันไม่ผิด!”

“งั้นลาก่อนค่ะ จนกว่าพ่อจะคิดได้และยอมเปิดใจว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะพ่อ!” ทองสร้อยจะไป ถูกทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดจับตัวไว้

ทองโปรยขอร้องพ่อว่าพอเถอะ เพราะไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้กับสร้อยกับตนหรือใครก็ตาม

“จำเป็นเพราะพวกแกมันดื้อด้าน”

“พ่อไม่ใช่ศูนย์กลางของโลกนี้ พ่อควบคุมชีวิตและความคิดของทุกคนไม่ได้หรอก ยอมรับเถอะค่ะ แค่นี้พ่อยังยอมเจรจากับสร้อยไม่ได้ เราคงไม่มีทางคุยกันรู้เรื่องแล้วล่ะ เจอกันเมื่อวันที่พ่อป่วยและไม่มีใครดูแลแล้วกันค่ะ”

ทองสร้อยหันหลังกลับ ทุกคนเดินตามเธอ ถูกทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดใหม่อีก 5 คนมาขวาง ด่ากราดว่า

“พวกแกร่วมมือกับไอ้ศักดิ์สิทธิ์คอยกุดเขี้ยวเล็บฉัน แต่ฉันคือผู้ล่า เขี้ยวเล็บย่อมงอกใหม่ได้เสมอและแหลมคมมากกว่าเดิม เฮ้ย! ขังพวกมันทุกคนเอาไว้!”

ทองสร้อยกับทองโปรยกังวลกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้

ooooooo

พฤกษ์กลับถึงบ้าน เจอคุณแหววดักรออยู่ ถามว่าไปงานไหนมาหรือ ดูจากชุดที่ใส่ ท่าทางจะเป็นงานเลี้ยงที่ดูหรูหราพอสมควร พฤกษ์ไม่ตอบแต่ขอตัวบอกว่าตนเหนื่อย

คุณแหววเข้าปัญหาทันที ถามว่าถ้าตนออกไปจากชีวิตเขาแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า พฤกษ์บอกว่าตนไม่ทราบ

“แปลว่า แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่จะให้แหวว คุณกลางก็ยังลังเล มันทำให้แหววเองลังเลขึ้นมาเหมือนกัน” พฤกษ์ถามว่าลังเลเรื่องอะไร “มันคงน่าอึดอัดใจถ้าเรา สองคนมองหน้ากันไม่ติด ทั้งที่แหววยังจะต้องเข้าออกบริษัทในฐานะหุ้นส่วนของเวียงคีรี” เห็นพฤกษ์อึ้ง คุณแหววทิ้งไพ่ตาย “แหววจะถอนหุ้นทั้งหมดค่ะ”

แม้พฤกษ์จะตกใจ แต่เขาก็พูดอย่างหนักแน่นมั่นคงมากว่า ตนจะไปแจ้งพี่ใหญ่แล้วจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด

“หวังว่าคุณใหญ่คงจะไม่ขัดนะคะ” คุณแหววพึมพำอย่างมั่นใจว่าคุณใหญ่จะต้องขัดขวางและยื้อเวลาไว้ คุณแหววโทร.หากุลธิดาทันที รอสายพลางบ่นอย่างหงุดหงิด “มัวไปตายอยู่ไหน ทำไมยังมาไม่ถึงอีก ดาด้า!”

กุลธิดากำลังวุ่นอยู่กับกุลชาติและสาทร พอรับสายคุณแหววก็ขอร้องว่าอย่าเพิ่งวีนใส่ เพราะพ่อกำลังโกรธกุลชาติมาก คุณแหววไม่สนใจบอกว่านั่นเรื่องของเธอ แต่ตัวเธอจะต้องมาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน

กุลธิดาต้องชั่งใจอย่างหนัก ในที่สุดเธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อและน้องชาย แล้วปิดมือถือวิ่งตามพวกเขาเข้าบ้านไป

กุลชาติคุกเข่าขอร้องสาทรว่าอย่าให้ตนแต่งงานกับทองสร้อยเลย ถูกกุลธิดาตวาดให้ลุกขึ้น ทำแบบนี้ดูหมดท่ามาก ด่าน้องชาย “บ้าที่สุด!”

“แต่งงานกับผู้หญิงเพื่อเงิน มันน่าอายมากกว่านะพี่ด้า”

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 10 วันที่ 12 ส.ค. 58

อ่านนางสาวทองสร้อย บทประพันธ์โดย รพีพร
อ่านนางสาวทองสร้อย บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
อ่านนางสาวทองสร้อย กำกับการแสดงโดย อดุยล์ บุญบุตร
อ่านนางสาวทองสร้อย ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
อ่านนางสาวทองสร้อย ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15
อ่านนางสาวทองสร้อย ออหอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทื่มา ไทยรัฐ