ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 1 วันที่ 21 ส.ค. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 1 วันที่ 21 ส.ค. 58

ที่ห้องประชุมธนาคารไทยธนกิจ ธนาคารระดับอินเตอร์เนชั่นแนลของไทย
เอกสิทธิ์พนักงานคนหนึ่งกำลังรายงานผลเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ผ่านทางจอโปรเจกเตอร์ให้พนักงานฟัง

สวัสดิ์ที่ปรึกษาอาวุโสและเป็นหุ้นส่วนของธนาคาร น้องชายของคุณหญิงแขอุไรหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งในธนาคารนั่งฟังรายงานอยู่ และที่หัวโต๊ะมีผู้นั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งหันหลังให้ที่ประชุม

“...ถ้าประเทศเล็กๆในยุโรปใช้หนี้ไม่ทันกำหนด จะส่งผลกระทบกับอียูแน่นอนครับ ส่วนทางฝั่งอเมริกา ฝ่ายวิเคราะห์ของแบงก์เราคาดว่ารัฐบาลจะออกมาตรการใหม่ทัน เลยมีผลกระทบไม่มากเท่าทางยุโรป แต่ไม่ว่ายังไง ก็ไม่กระทบกับแบงก์เรา เพราะส่วนใหญ่ เราถ่ายโอนพันธบัตรตราสารหนี้เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์มาที่แบงก์ของจีนตั้งแต่ต้นปีตามคำสั่งของท่านรองประธานน่ะครับ”



“ก็แปลว่าอาทิตย์นี้ แบงก์เราก็ยังแล่นฉิวไร้ปัญหาต่อไป” สวัสดิ์สรุปแล้วหันไปทางหัวโต๊ะ “ท่านรองประธานของพวกเราควรรับจ๊อบหมอดูอีกทางนะ เดาสภาพเศรษฐกิจได้แม่นเกิ๊น”

พนักงานหัวเราะกับการหยอกเอินของสวัสดิ์ สวัสดิ์สรุปว่า “ก็แปลว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล”

“ไม่ครับ ยังน่ากังวลอยู่” ผู้นั่งหัวโต๊ะที่สวัสดิ์เรียกว่าท่านรองประธานเอ่ยขึ้น เขาคือปูรณ์ หนุ่มหน้าตาคมสันวัย 30 ต้นๆนั่นเอง เขาวางหนังสือพิมพ์จีนลงบนโต๊ะ เอ่ยกับทุกคนที่มองเขางงๆว่า “ประธานาธิบดีกับนายกฯจีน เพิ่งประชุมร่วมกันเมื่อเช้า เราไม่แน่ใจว่า จีนจะลดค่าเงินหยวนตามแรงกดดันของอเมริการึเปล่า ถ้าลด เราก็ต้องเตรียมแผนสำรองไว้”

ปูรณ์เรียกเอกสิทธิ์ที่รายงานเมื่อครู่นี้สั่ง “ให้ฝ่ายวิเคราะห์จับตาดูท่าทีของจีนให้ดี ถ้าเกิน 5 โมงเย็นเวลาบ้านเราไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราค่อยวางใจได้”

สวัสดิ์เอ่ยขึ้นว่าหมดเรื่องแล้วปิดประชุมได้ เพราะท่านรองประธานต้องรีบไปงานสำคัญ แต่ปูรณ์ขัดขึ้นว่ายังมีอีกเรื่อง สวัสดิ์ชะงัก ปูรณ์บอกว่า “พี่สวัสดิ์เรียกผมว่ารองประธานทีไร ผมเขินทุกที เรียกผมว่าปูรณ์ตามเดิมเถอะครับ” ฟังแล้วสวัสดิ์ถอนใจโล่งอกรีบตอบรับ

เลิกประชุมแล้วพนักงานพากันเดินขำๆ กับการหยอกเย้ากันของปูรณ์กับสวัสดิ์ มีพนักงานสองสามคนเอาเอกสารไปให้ ปูรณ์ดูด้วยท่าทีที่ทั้งสนิทและให้ความเคารพนับถือ

สวัสดิ์เห็นภาพนั้นก็หน้าตึงมองปูรณ์ด้วยแววตาชิงชัง!

ooooooo

ที่สนามบิน คุณหญิงแขอุไรไปรับลม หรือลาภิศ ลูกชายวัย 25 ปีไปเรียนที่ฝรั่งเศสหลายปีเพิ่งกลับมา คุณหญิงท่าทางอารมณ์เสีย พอหันเห็นลมเข็นรถขนสัมภาระยิ้มอารมณ์ดีมา คุณหญิงบ่นอย่างหงุดหงิดทันที

“ฉันนึกว่าแกไปตายอยู่ปารีสเสียแล้ว! นายลาภิศ!”

“ถ้าผมตาย คุณหญิงแขอุไรจะช่วยจัดงานศพให้ผมอย่างสมเกียรติรึเปล่าล่ะครับ” ลมยิ้มหน้าเป็นนิดๆ พอมาถึงก็กอดคุณหญิงอ้อน “คิดถึงแม่จังเลยยยยย” คุณหญิงอารมณ์ดีขึ้นประสาแม่ที่แค่หมั่นไส้ลูกชาย พอถูกอ้อนก็หายแต่ไม่วายบ่น

“นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้กอดลูกชายคนเดียวของฉันเสียแล้ว”

สองแม่ลูกงอนกันอ้อนกันตามประสา คุณหญิงบ่นว่าอยู่เมืองนอกตั้งหลายปีโทร.มาหาไม่เกินสองครั้ง แล้วสองครั้งนั้นก็โทร.มาขอเงินด้วย พอลมอ้อนว่า “เงินไม่เหลือสักยูโร แม่ไม่กลัวลูกชายจะกลายเป็นคน HOMELESS หรือไงครับ”

“ก็เพราะฉันกลัวน่ะสิ ถึงได้รีบเรียกแกกลับมาเสียที แต่แกก็มัวแต่ยึกยักเลื่อนไฟลท์ให้ฉันรอเก้อตั้งหลายรอบ แกช่วยตั้งใจทำแผนการที่แม่วางไว้เสียให้เรียบร้อย แล้วอีกหน่อยแกก็ไม่ต้องมาแบมือขอเงินฉันแล้ว”

“ตกลงแม่จะให้ผมทำตามแผนจริงๆเหรอ” ลมชะงัก หายหน้าเป็นกลายเป็นเครียด คุณหญิงก็แทบ ตบอกผางร้อง

“ต๊าย...แกจะถามอะไรป่านนี้ ถ้าไม่ให้ทำตามแผน ฉันจะให้แกถ่อกลับมาเหรอ!” ลมอึกๆอักๆ บอกว่าตนมาคิดดูมันไม่...แต่ไม่ทันพูดจบคุณหญิงก็ขัดขึ้น “แกไม่ต้องคิด! ฉันเป็นคนคิดเอง แกแค่ทำตามที่ฉันคิดก็พอ” แล้วคุณหญิงก็ตัดบทเร่งให้รีบไปเพราะเดี๋ยวจะต้องรีบไปให้ทันงานสำคัญวันนี้อีก ลมถอนใจเดินตามคุณหญิงไปที่รถเซ็งๆ

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องประชุมธนาคารไทย-ธนกิจ ปูรณ์เดินออกจากห้องประชุมมีสวัสดิ์เดินตามมา

ปูรณ์หยุดมองรูปปั้นของท่านเจ้าสัววรรณ ชายสูงวัยในชุดขาวอย่างเคารพ สวัสดิ์มองเขายิ้มเยาะพูดเหน็บว่า

“ท่านเจ้าสัววรรณคงดีใจที่เห็นหลานชายของท่านดูแลไทยธนกิจได้ดีขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่หลานชายในสายเลือดแท้ของตระกูล วรรณดำรง”

“จะเป็นสายเลือดของวรรณดำรงหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ผมแค่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคุณพ่อจรัลให้ดีที่สุดเท่านั้นครับ” ปูรณ์พูดน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่รู้ว่าโดนเหน็บ

สวัสดิ์ถามว่าแม้ว่าสุดท้ายทุกอย่างจะกลับไปเป็นของหลานสาวแท้ๆของวรรณดำรง เขาจะไม่เหลืออะไรเลยงั้นหรือ? บอกว่าตนไม่เชื่อว่าจะมีคนเมินกองเงินแสนล้านนั่นไปได้

“ผมไม่ใช่เจ้าของมันตั้งแต่ต้น ถ้าผมคิดละโมบ อยากได้มันไว้ ผมก็เป็นคนอกตัญญูชัดๆ และถ้าใครคิดอย่างนั้น ผมก็ถือว่าเป็นพวกทรยศต่อวรรณดำรงเหมือนกัน ซึ่งผมยอมไม่ได้เป็นอันขาด” ปูรณ์พูดจริงจังอย่างมีนัย

“จะมีใครหน้าไหนกล้าทำอย่างนั้น งั้นพี่ไปทำงานต่อล่ะ ท่านรองประธาน” สวัสดิ์เรียกประชดแล้วเลี่ยงไป

เป็นจังหวะที่ชั้นฉัตรเดินมา เขายกมือไหว้สวัสดิ์แต่ฝ่ายนั้นเดินผ่านไปไม่สนใจ ชั้นฉัตรมองตามเปรยขำๆว่า

“ท่าทางจะเครียดท้องอืดไปอีกสามวันเจ็ดวัน” ปูรณ์ถามว่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจ “ก็เรื่องคุณสวัสดิ์ไง แกไม่รู้เรื่องล่ะสิ ที่คุณสวัสดิ์แกนึกว่าอียูจะไม่มีปัญหาเลยไปดักช้อนหุ้นไว้เต็มมือ เห็นว่าแค่เช้านี้แกเสียไปหลายล้านเลยนะ”

“ไม่ใช่ล้าน แต่เป็นสิบๆล้าน” ชั้นฉัตรตาโตที่ปูรณ์รู้ ถามว่ารู้แล้วทำไมไม่ห้าม “คิดว่าที่ปรึกษาอาวุโส แถมเป็นหุ้นส่วนของแบงก์อย่างเขาเคยฟังฉันเหรอ...เมื่อคนไม่คิดจะฟัง ก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะพูด”

ooooooo

ที่โถงด้านล่างของธนาคารซึ่งกว้างใหญ่สวยงามทันสมัย มีผู้คนทั้งคนไทยและต่างชาติเดินกันขวักไขว่

ขณะนั้นเองหญิงสาวหน้าตาดีใส่ชุดสวยและแว่นตากันแดดเดินเฉิดฉายเข้ามา ความโดดเด่นของเธอทำให้หลายๆคนมองตาม ครู่หนึ่งมีผู้ชายตุ้งติ้งเดินหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมสีแจ๋ตามหญิงสาวสวยคนนั้นเข้ามา เธอคือมุกริน และพี่บีคือผู้จัดการส่วนตัวของเธอนั่นเอง

มุกรินเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พี่บีรีบตามไปบอกว่ามาพบคุณปูรณ์ พนักงานถามว่านัดกันไว้หรือ พี่บีโวยวายว่าระดับพวกตนต้องนัดด้วยหรือ รู้จักหรือเปล่าว่าพวกตนเป็นใคร เลยโต้เถียงกันจนคนแถวนั้นหันมอง มุกรินพยายามให้พี่บีลดเสียงลง พี่บีโวยไม่เลิกว่าทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติดาราดังอย่างมุกริน ผู้จัดการอย่างตนรับไม่ได้

ooooooo

ปูรณ์เดินเข้าห้องทำงานที่กว้างใหญ่แต่กลับตบแต่งอย่างเรียบง่าย ที่ฝาผนังมีรูปเขียนของเจ้าสัววรรณนั่งเก้าอี้โดยมีจรัลยืนอยู่ข้างๆ ในฐานะพ่อลูกกัน เขาเดินไปยืนดูวิวนอกหน้าต่าง พอชั้นฉัตรตามเข้ามา เขาบอกว่า

“แกควรจะเลิกเรียกฉันว่ารองประธานเสียที เราสองคนเพื่อนกันนะโว้ย”

ชั้นฉัตรอ้างว่าจะให้เรียกเป็นไอ้ปูรณ์หรือ? เสียการปกครองหมด ปูรณ์บอกว่าตนอยู่ในตำแหน่งนี้ชั่วคราว ถึงเวลาหลานสาวเขามาก็รับกลับคืนไป

“วีว่าน่ะเหรอ”

“ใช่...วรรณวิวาห์ วรรณดำรง เจ้าของกิจการของไทยธนกิจทั้งหมด!”

ชั้นฉัตรไม่เชื่อว่าวีว่าจะมาดูแลกิจการธนาคารได้เพราะเธอคลั่งบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์ของตัวเองจนเข้าสายเลือดเพราะอยากเป็นเจ้าสาวมาแต่เด็ก พลันก็นึกได้ถามว่ากี่โมงแล้ว เดี๋ยวไปงานสำคัญไม่ทันมีหวังโดนเจ้าขาซึ่งก็คือน้องสาวของวีว่าแฟนของตัวเองบ่นหูหลุดแน่

ปูรณ์ขำที่ชั้นฉัตรกลัวแฟนถึงขนาดนั้น ถูกชั้นฉัตรปรามาสว่าถ้าตัวเขาเองมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่จะรู้สึก ทุกวันนี้ก็เอาแต่ควงดาราไปวันๆ ปูรณ์โต้ว่าตนไม่เคยควงสาวที่ไหน ชั้นฉัตรยกตัวอย่างมาเป็นกระตั้ก เดินโต้เถียงกันจนลงมาถึงห้องโถง เจอพี่บีกับมุกรินที่กำลังโต้เถียงกับพนักงานอยู่

พอเห็นปูรณ์ มุกรินก็ตรงเข้าควงแขนทันที พี่บี บอกว่าวันนี้ตนติดธุระจะฝากมุกรินไปงานกับปูรณ์ด้วย ชั้นฉัตรเห็นดังนั้นฉวยโอกาสขอตัวไปก่อน และพี่บีก็รีบปลีกตัวไป พอแยกออกมาแล้ว พี่บีแอบดูและถ่ายรูปมุกรินกับปูรณ์ที่ควงกันออกไป ส่งรูปไปให้นิตยสารบอกว่า ส่งมาให้ที่นี่ที่เดียว เตือนว่าแล้วอย่าลืมส่วนแบ่งเหมือนเดิม พอกดวางสายก็มองตามรถของปูรณ์ที่ขับพามุกรินออกไปหัวเราะคิกคัก

“ยัยมุกรินเอ๊ย...เธอเกิดมาเพื่อทำให้ฉันร่ำรวยจริงๆ...ปิดจ๊อบ!!”

ooooooo

วีว่านอนหลับ ฝันไปว่าตนเข้าสู่พิธีวิวาห์ในโบสถ์แบบคริสต์ เจ้าบ่าวเป็นคนที่เธอฝันเห็นบ่อยๆ เธอเรียกเขาว่านายลึกลับ บาทหลวงถามว่า พ่อแม่คิดยังไงถึงได้ตั้งชื่อแบบนี้ ชายหนุ่มบอกว่าชื่อนี้วีว่าเป็นคนตั้งให้ตน

“ก็วีว่าถามเขาหลายที เขาก็ไม่ยอมบอกว่าชื่ออะไรก็เลยเรียกเขาว่า ‘คุณลึกลับ’ ค่ะ” วีว่าบอกแล้วชี้แจงกับบาทหลวงว่า “คุณลึกลับเขาชอบมาปรากฏตัวให้หนูเห็นในฝันบ่อยๆค่ะ เอะอะก็ฝันถึง จนหนูก็งงว่าเขาเป็นใคร”

พอพูดถึงความฝัน วีว่าจึงรู้ว่าตัวเองกำลังฝันมองไปรอบตัวมีแต่ตน คุณลึกลับ และบาทหลวงเท่านั้น คุณลึกลับบอกว่า เธอกำลังฝันและตนก็มาเตือนว่าตื่นได้แล้ว ลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของเธอ

วีว่านึกได้ดูนาฬิกาแล้วโวยวายว่าสายแล้ว ยัดช่อดอกไม้ใส่มือบาทหลวง ถกกระโปรงชุดแต่งงานวิ่งตะบึงไปทางประตูโบสถ์ทันที บาทหลวงมองตามพึมพำขำๆงงๆ “เป็นเจ้าสาวที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่พ่อเคยเจอมา”

“เธอแค่เป็นหญิงสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าสาวมากไปหน่อยเท่านั้นเองครับคุณพ่อ” คุณลึกลับยิ้มๆ

“อ้อ...ความฝันของหญิงสาวแทบทุกคนสินะ” บาทหลวงเอ่ยหันมองคุณลึกลับ “เออ...ว่าแต่จริงๆ แล้วคุณเป็นใครกันแน่ คุณลึกลับ?”

“จุ๊ๆ ผมยังบอกใครไม่ได้ตอนนี้ครับ”

“อ้าววว...ซะงั้น?!” บาทหลวงเลยต้องงงต่อไป

ทันใดนั้นทุกอย่างสว่างจ้าขึ้น วีว่าสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งแล้วล้มตัวลงนอนอีก บ่นอุบอิบ...

“ฝันถึงงานแต่ง ฝันถึงคุณลึกลับอีกแล้ว...ตกลงมันยังไงกันเนี่ย????” วีว่าทำท่าจะหลับต่อ แต่พอนึกได้ก็ลุกขึ้น “ตายแล้ว...งาน! สายแล้ว!!!” พอดูนาฬิกาเป็นเวลาบ่ายสาม คราวนี้ลุกพรวดรีบเข้าห้องน้ำ เดินผ่านชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ใส่ในความฝันเมื่อครู่นี้ ก้าวข้ามเครื่องเย็บปักถักร้อยที่เพิ่งแต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเมื่อครู่นี้ที่ยังวางเกลื่นอยู่ที่พื้น

ooooooo

ที่โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ สถานที่จัดงานเปิดตัว วรรณวิวาห์เวดดิ้ง...

ทีมงานออกาไนซ์ อันมี อโณทัย ที่เจ้าตัวสั่งห้ามใครเรียกชื่อนี้แต่ให้เรียกอีโนแทน เธอเป็นเกย์ที่ร่าเริงเพื่อนรักของวีว่า มีเจ้าขา น้องสาวคลานตามกันมาของวีว่า และพี่หมีผู้จัดการทั่วไปของวรรณวิวาห์เวดดิ้ง ทั้งสามมาเตรียมงานและรอวีว่าอยู่ที่โรงแรม ยิ่งนานไปต่างก็ร้อนใจที่วีว่าไม่มาสักที เจ้าขากดมือถือพลางบอกอีโนกับพี่หมีว่า

“ไร้วี่แวว เครื่องก็ปิด เมื่อตอนสายๆ เจ้าขายังเห็นพี่วีว่าแก้ชุดเจ้าสาวตัวพิเศษนั่นอยู่เลย บอกว่าแก้เสร็จแล้วจะขอนอนแป๊บ สงสัยแป๊บจนเพลินแน่เลย”

แต่ที่บ้านวรรณดำรง บ้านของวีว่า เจ้าตัวกำลังลุกลี้ลุกลนขนชุดเจ้าสาวไปไว้ในรถมีกิ๊บเด็กรับใช้คอยส่งโน่นนี่นั่นให้พอขึ้นรถได้ก็สตาร์ตเครื่อง ภายในสามวินาทีรถก็พุ่งทะยานออกไปราวกับติดจรวดทันที

ooooooo

ในรถของคุณหญิงแขอุไรที่นั่งมากับลมที่เปลี่ยนแต่งชุดสูทหล่อเนี้ยบแต่ยังไม่ได้ผูกไท เขานั่งฟังคุณหญิงแม่บ่นมาตลอดทางว่า โทร.ตามหาตามบ้านเพื่อนจนทั่วฝรั่งเศสก็ไม่มีใครเจอ บ่นจนคอแห้งแล้วก็มาลงที่คุณพ่อเขาว่า

“แกอย่ามาทำตัวเหมือนพ่อแกเด็ดขาดนะ ไม่งั้นฉันเอาเลือดแกออกจากหัวแน่!!”

“แม่ครับ พ่อตายตั้งนานแล้ว แม่ยังจะแขวะอีกเหรอ?” ลมถอนใจเฮือก เลยถูกบ่นต่อว่า จะไม่ให้แขวะได้อย่างไรตนกลัวเชื้อไม่ทิ้งแถว ซ้ำปรามว่า

“ฉันรู้นะว่าแกตามกกผู้หญิงคนหนึ่งอยู่แน่ๆ กกได้กกไป แต่อย่าท้องเด็ดขาด!” เห็นลมชะงัก คุณหญิงโวยหนักกว่าเก่า “นี่แกอย่าบอกนะว่าไปทำอีนังไหนมันท้องเสียแล้ว นี่ข่าวที่ฉันสืบมามันจริงใช่ไหม? ใคร? ใครที่แกไปกกด้วยจนไม่เป็นอันเรียนน่ะใคร! บอกฉันมาสิ ใคร!!”

ลมทนไม่ไหวโวยกลับไปว่าตนโตแล้ว ถ้ามีเรื่องตนเคลียร์ได้ คุณหญิงย้ำปรามว่าอย่าปล่อยให้ผู้หญิงท้องโย้มาทำงานแต่งงานล่มก็แล้วกัน ลมถามว่า “แล้วแม่แน่ใจเหรอว่าวีว่าจะยอมแต่งงานกับผมจริงๆ”

“ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าแกสองคนรู้สึกปิ๊งปั๊งกันมาตั้งแต่เด็ก เวลายัยวีว่าจับเพื่อนๆเล่นเกมแต่งงานมันก็เลือกแกเป็นเจ้าบ่าวทุกครั้งไปนี่”

“นั่นมันตอนเด็กๆ ตอนนั้นวีว่าก็น่ารักดี แต่พอโตมาก็บ้างาน เชื่อมั่นในตัวเอง ขี้วีน ผมชักไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายังชอบวีนอยู่หรือเปล่า” คุณหญิงแม่สวนทันควันว่า เขาต้องชอบเพื่อสมบัติทุกอย่าง ลมถอนใจถามเซ็งๆว่า “มีตอนไหนบ้างไหมที่แม่ไม่คิดถึงเรื่องเงิน?”

“มี! ตอนที่ฉันตายไปแล้ว...ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็แล้วไป แต่ฉันกลัวอยู่คนนึง มันอาจจะมาเป็นก้างขวางคอให้แผนเราล่มก็ได้” ลมถามว่าใคร? “นายปูรณ์” คุณหญิงจิกเรียกอย่างชิงชัง

ooooooo

พี่บีโยนมุกรินให้ปูรณ์แล้ว ตัวเองไปนั่งทำเล็บสบายใจเฉิบ จนมุกรินโทร.มาบอกว่าปูรณ์พาตนไปทิ้งไว้ในห้องรับแขกที่บ้านนั่งอยู่คนเดียว บอกว่าตัวเองต้องไปดูแลคุณพ่อก่อนไปงาน

ต่อว่าพี่บีว่าไหนบอกว่าปูรณ์เป็นลูกบุญธรรม พี่บี บอกว่าถึงเป็นลูกบุญธรรมแต่ก็รักมากและไว้ใจมากที่สุด ยังไงเขาก็เป็นตัวเงินตัวทองของมุกรินเห็นๆอยู่ มุกรินบ่นว่าน่าเบื่อจะตาย

“หน็อย...มาบ่นเบื่อ อย่างน้อยเขาก็หล่อ ดูดี มีเสน่ห์กว่าเสี่ยคนอื่นๆที่ฉันจับให้หล่อนแล้วกัน หรือหล่อนอยากจะเดตกับเสี่ยบุญส่งปากเหม็นเป็นเกลื้อนที่ต้นคออีก?” ถูกมุกรินวางสายใส่ พี่บีเลยบ่นกับตัวเอง “หน็อย แม่นี่ ปั้นจนดังมาทำเรื่องมาก! เดี๋ยวแกไม่มีใครเอาแล้วจะรู้สึก วันนี้ดาราใหม่มันเกิดใหม่ทุกวินาทีนะยะ!”

มุกรินยังนั่งหง่าวอยู่ที่ห้องรับแขก ครู่หนึ่งเสียงสัญญาณไลน์ดังขึ้น มุกรินเปิดดู

“Arrive now. Miss you XXX from your L.”

อ่านข้อความจบ มุกรินยิ้มกว้างทันที

ooooooo

ปูรณ์ดูแลคุณจรัลอยู่ที่ห้องนอน เขายกน้ำให้ดื่มแล้วถามอย่างอ่อนโยนว่าหิวหรือยังจะได้ให้ป้าแอ๊วเอาอาหารขึ้นมาเลย คุณจรัลบอกว่ายังไม่หิว แล้วถามถึงงานที่แบงก์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปูรณ์บอกว่ายุโรปกับอเมริกามีปัญหา แต่ยังรับมือไหว จรัลรำพึงว่าถ้าไม่ได้เขาก็คงรับมือไม่ไหวหรอก

“ผมคนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ สมัยที่คุณพ่ออยู่ที่นั่น คุณพ่อสร้างคนเก่งๆไว้ในแบงก์เยอะมากต่างหากล่ะครับ” ปูรณ์พูดอย่างถ่อมตน

“คนเก่งกับคนโลภ บางทีก็เป็นคนคนเดียวกันนะปูรณ์” ปูรณ์ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนบอกจรัลว่าตนระวังอยู่เสมอและรู้ดีว่าควรจะระวังใคร จรัลจับมือปูรณ์บีบแน่นจนเขารู้สึก “พ่อฝากไทยธนกิจด้วยนะ อย่าให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณป๋า...ท่านเจ้าสัววรรณท่านสร้างขึ้นมา ต้องมลายหายไปเด็ดขาด”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเคยสัญญากับคุณพ่อไว้แล้ว และผมจะรักษาสัญญานั้นตลอดไป”

“แค่นี้พ่อก็นอนตายตาหลับ” คุณจรัลปล่อยมือปูรณ์ มองไปทางอื่น ปูรณ์บอกว่าคุณพ่อยังแข็งแรงดี คุณจรัลก็ติงว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ตนใช้ชีวิตมาเต็มที่แล้ว ความสุขก็มีพอแล้ว ถ้าวันหนึ่งจะต้องไป ตนก็พร้อม ย้ำกับปูรณ์อย่างมีความนัยว่า

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 1 วันที่ 21 ส.ค. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ