นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 8 วันที่ 9 ส.ค. 58

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 8 วันที่ 9 ส.ค. 58

ทันใดนั้น ทองก้อนเปิดประตูผลัวะเข้ามาถามทองโปรยเสียงดังว่า “หนูดาด้าบอกว่าแกไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมารึไอ้ทองโปรย” ทองสร้อยเงียบกริบเงี่ยหูฟังได้ยินทองก้อนเล่นงานพี่ชายว่า “จำไม่ได้หรือไง ถ้าไอ้สร้อยไม่กลับมาแต่งงานกับตากุลชาติ แกก็ต้องแต่งงานกับหนูดาด้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง แกต้องทำดีกับเขา มันคือแผนสองของฉัน!”

ทองสร้อยรู้ถึงความลำบากของพี่ชาย เธอบอกตัวเองว่าจะหลบอยู่อย่างนี้ไม่ไหวแล้ว



ฝ่ายทองโปรยถูกทองก้อนยื่นคำขาดเช่นนั้นก็ขอให้ยอดชายช่วยทำบัตรประชาชนปลอมให้ทองสร้อยหน่อย

กุลชาติลุยรุกเนรัญญาเพื่อสืบไปถึงทองสร้อย เนรัญญารำคาญแต่ทั้งด่าทั้งไล่กุลชาติก็ยังตามตื๊อ จนสุดท้ายเนรัญญาบอกว่า “การที่นายมาป้วนเปี้ยนรอบตัวฉัน มันไม่ช่วยอะไรเลย แถมยิ่งแย่กว่าเก่าด้วยซ้ำ กลับไปคิดหาวิธีใหม่ไป”

พอกุลชาติเดินคอตกกลับไป เนรัญญารู้สึกว่าตัวเอง พูดแรงไป มองกุลชาติอยากตามไปขอโทษ

กุลชาติเดินหงุดหงิดผิดหวังเตะโน่นนี่ระบายอารมณ์ พอเตะถูกกระป๋องเครื่องดื่มที่มีคนทิ้งไว้ ก็เดินไปหยิบทิ้งใส่ถังขยะ เห็นคุณยายหิ้วตะกร้าขายขนมจะข้ามถนนก็ช่วยถือให้ พาข้ามถนน พอข้ามถนนไปอย่างปลอดภัยแล้ว ก็ช่วยเหมาขนมของยายทั้งหมดด้วย

ooooooo

ทองสร้อยโทร.หาเนรัญญาปรากฏว่าสายไม่ว่าง บ่นหงุดหงิดพลางเดินออกไป พลันก็ชะงักกึกเมื่อพฤกษ์ปาดหน้ามาขวางถามว่า

“ไปไหน!!”

ทองสร้อยตั้งสติครู่หนึ่ง จึงดราม่าว่า “สร้อยเลิกกับผัว” พอถูกพฤกษ์ซักหนักเข้า ทองสร้อยก็เอาเรื่องราวในละครมาเล่าเป็นตุเป็นตะจนพฤกษ์เชื่อ แสงความเห็นใจ จนทองสร้อยรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจของเขา

เมื่อพฤกษ์หว่านล้อมให้คุยกันเพื่อแก้ปัญหาในครอบครัว

“ถ้าสร้อยให้อภัยเขา กลับมาอยู่ด้วยกัน มันก็ไม่มีทางเหมือนเดิมอีก อย่าเปลี่ยนใจสร้อยเลยค่ะ ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงมันอยู่ตรงนี้”

พฤกษ์อาสาจะไปคุยกับสามีของทองสร้อยให้ พฤกษ์บอกให้พาเขามาพบตน ทองสร้อยตกใจ ก็พอดี มีสายเข้ามือถือ พฤกษ์บอกให้รับ เผื่อมีเรื่องสำคัญ

เป็นสายจากยอดชายที่โทร.มาถามเกี่ยวกับการทำบัตรประชาชนที่ทองโปรยสั่งไว้ ทองสร้อยอึกอักเลยสวมรอยทำเป็นว่าสามีโทร.มาจริงๆ ทั้งตัดพ้อต่อว่าประกาศ ตัดญาติขาดมิตรกัน ยอดชายงงเป็นไก่ตาแตก ตนพูดไปเรื่องหนึ่งแต่ทองสร้อยพูดอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายทองสร้อยตัดบท

“วางหูไปได้แล้ว บักห่านี่!”

“เอามานี่ ฉันคุยเอง อย่าเพิ่งวางสาย” พฤกษ์แย่งมือถือไปพูดเอง “ฮัลโหล...ผมพฤกษ์นะ เป็นเจ้านายของทองสร้อย คุณเป็นสามีทองสร้อยใช่ไหม”

“ไม่ใช่ครับ” พฤกษ์หันบอกทองสร้อยว่าเขาบอกว่าไม่ใช่สามีเธอ ยอดชายได้ยินเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบแก้สถานการณ์ทันที บอกว่า “ใช่ครับ ผมเป็นผัวของทองสร้อยครับ ชื่อยอดชายเรียกใหม่ว่าเป็นอดีตผัว”

พฤกษ์ถามว่าเขาอยู่ไหน ยอดชายบอกว่ามาธุระอยู่ที่กรุงเทพฯ พฤกษ์บอกทองสร้อยเดี๋ยวไปด้วยกัน ให้ไปตามพุฒิมา

คุณแหววมาได้ยินพอดีถามว่าจะไปไหนไปทำอะไรกัน พฤกษ์บอกว่าจะพาทองสร้อยไปทำธุระ ทำให้คุณแหววยิ่งระแวง จนทองสร้อยบอกว่า “คุณกลางจะพาสร้อยไปคุยกับผัวค่ะ” ถูกคุณแหววซักอีกว่าทำไมต้องไป ไปที่ไหน พฤกษ์ไม่สนใจเร่งทองสร้อยให้ไปตามพุฒิมาเร็วๆ

เมื่อทองสร้อยไปแล้ว คุณแหววยังซักถามและตัดพ้อต่อว่าพฤกษ์ที่ให้ความสนใจทองสร้อยมาก

“ทองสร้อยเป็นเด็กในบ้านที่ผมต้องดูแลทุกเรื่อง ในฐานะที่ผมเคยมีประสบการณ์จากพ่อของผม ถ้าความรักของเขาทั้งคู่ ต้องพังลงเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ มันน่าเสียดาย...ถ้าสามีของทองสร้อยยังรักทองสร้อย สองคนยังรักกัน ก็ควรจะให้อภัยกันได้ แล้วใช้ชีวิตคู่ต่อไป”

“คุณคิดว่าจะช่วยสองคนนั้นได้เหรอคะ”

“ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ จะให้ผมนิ่งเฉยกับความทุกข์ของคนในบ้านผมทำไม่ได้”

พฤกษ์ผละไปแล้ว คุณแหววยืนมองตามพึมพำอย่างเจ็บใจ

“ยกเว้นความทุกข์ของฉัน ที่คุณสามารถทำเฉย และไม่สนใจได้”

ooooooo

ทั้งชบาและพุฒิต่างเอาใจช่วยทองสร้อย ชบากำชับทองสร้อยว่า

“คุยดีๆนะสร้อย ผัวเมียกันอะไรให้อภัยได้ก็ลืมๆ เสียคิดถึงตอนรักกันใหม่ๆเข้าไว้นะ คนรักกันต้องให้โอกาสกันอย่าให้อีมือที่สามที่ไหนมันเอาชนะความรักของแกสองคนได้”

“ขอบคุณมากจ้ะน้า” ทองสร้อยซึ้งในความรักความห่วงใยของชบา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดมากที่หลอกพวกเขา

“คุณกลางคือคนที่แกควรจะขอบคุณมากที่สุด อุตส่าห์ยอมเสียเวลาไปช่วยคุย ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองและเสี่ยงมากที่จะถูกผัวแกต่อยกลับมา”

“จ้ะ” ทองสร้อยยิ่งฟังก็ยิ่งจ๋อย เดินซึมๆออกไป

ทองโปรยรู้เข้าก็จะไปกับยอดชายด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันแก้สถานการณ์ ยอดชายต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้สมกับเป็นสามีของสร้อยที่เป็นเกษตรกร โดยยืมเสื้อผ้าของ รปภ.มาใส่แทน

ฝ่ายคุณใหญ่คลั่งไคล้บรรทัดจนวันนี้ไปหาถึงฟิตเนส จอดรถแล้วโทร.ถามบรรทัดว่าอยู่ไหน ตนมาถึงฟิตเนสแล้วมีเรื่องอยากคุยด้วย

บรรทัดโกหกว่าออกไปเทรนลูกค้าข้างนอก แต่ที่แท้อยู่ที่ห้องพักกับนิรมลและกำลังมีปัญหากันเพราะบรรทัดกินบะหมี่สำเร็จรูปซองสุดท้ายโดยไม่แบ่งให้นิรมล คุณใหญ่ได้ยินเสียงโต้เถียงกันถามว่าใคร บรรทัดบอกว่าเสียงคนใช้บ้านที่ตนมาเทรนให้ คุณใหญ่จึงเร่งให้รีบมาตนรออยู่ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

นิรมลกัดไม่ปล่อยถามบรรทัดว่าคุยกับใคร!ตนจะไปตบมัน บรรทัดบอกให้ใจเย็นๆ จะไปตบขุมทรัพย์เราได้ยังไง

“ขุมทรัพย์?? หมายความว่า??” นิรมลตาโต

“นังคุณใหญ่ไฮโซคอแข็งนั่น มันกำลังตกหลุมรักและหลงเสน่ห์พี่แล้วน่ะสิ น้องนิจ๋า...มันนัดพี่ไปเจอที่ฟิตเนส”

นิรมลเร่งให้รีบไปเลยแล้วแย่งบะหมี่สำเร็จรูปไปกินแทน บรรทัดขอค่ารถเพราะเมื่อวานเขาเลี้ยงคุณใหญ่จนเงินเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ค่ารถจะไปทำงาน

ooooooo

กุลธิดาถูกทองโปรยไล่จึงไปหาคุณแหววขออยู่ด้วย บอกคุณแหววว่าพ่อไล่ตนออกจากบ้านเพื่อไปมัดใจผู้ชายเผื่อน้องชายตนไม่ได้แต่งงานกับทองสร้อย

คุณแหววสะดุดชื่อทองสร้อย กุลธิดาบอกว่าทองสร้อยคือลูกสาวของอาทองก้อน เพื่อนรักของพ่อ ท่านสองคนสัญญากันว่าจะให้ทองสร้อยแต่งงานกับกุลชาติน้องชายตน คุณแหววถามว่า พ.ศ.นี้จะมีคนชื่อทองสร้อยสักกี่คน

“ไม่มีหรอก เดี๋ยวนี้ไม่มีใครชื่อเชยๆแบบนี้แล้ว แต่ถึงชื่อนางจะเชย แต่ตัวนางเดิร์นนะ นางทำงานอยู่ปารีสแบบเป็นเชฟน่ะ โอ๊ยยยย เริ่ด!” พอคุณแหววอยากเห็นหน้า กุลธิดาตอบรับทันที “ไม่มีปัญหา จัดไป!” แต่พอเปิดมือถือจึงรู้ว่าลบรูปทองสร้อยไปหมดแล้ว ถามคุณแหววว่า

“ทำไมเธอถึงอยากเห็นหน้าทองสร้อยนักล่ะ”

คุณแหววบอกว่าต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างแต่ไม่ยอมบอกกุลธิดาย้ำให้หารูปทองสร้อยให้ได้ก่อน พลางลากกระเป๋ากุลธิดาออกจากบ้านไปส่งที่แท็กซี่ให้กลับไป

พอผลักไสกุลธิดากลับไปได้แล้วคุณแหววกลับ ครุ่นคิดชื่อ “ทองสร้อย พงษ์เดชา” อย่างอยากเห็นตัวมาก!

ooooooo

ทองสร้อยเครียดหนักใจที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร บอกพฤกษ์ว่าขอเข้าห้องน้ำแล้วโทร.นัดทองโปรยกับยอดชายไปเตี๊ยมกัน ยอดชายต้องสวมรอยเล่นบทสามีทองสร้อยให้เนียนอย่าให้พฤกษ์จับได้เด็ดขาด

ทองโปรยถามว่าแล้วทองสร้อยกับสามีจะลงเอยอย่างไร ทองสร้อยบอกให้เลิกกันไปเลยจะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาอีก

“ถ้าไม่อยากมีปัญหาอีก ทางเดียวคือเราต้องจบเรื่องนี้นะสร้อย” ทองโปรยย้ำ ทองสร้อยถามว่าพ่อยังไม่มีท่าทีจะยอมอ่อนข้อให้ตนเลยไม่ใช่หรือ “สร้อยก็ต้องไปเจอพ่อ และแสดงความเด็ดขาดให้พ่อเห็น คุยอย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่คุยกัน”

“แต่ตอนนี้ไปคุยเรื่องผัวๆ เมียๆ ให้จบก่อนดีไหมครับ คือไม่อยากเป็นเกษตรกรที่มีกำนันเป็นไอดอลนานนักนะครับมันเสียเรตติ้ง” ยอดชายย้ำเตือน ทองสร้อยเห็นด้วย พยักหน้าให้กันอย่างพร้อมจะผนึกกำลังกันสู้!

ooooooo

คุณใหญ่ที่ไปนั่งรอบรรทัดที่ฟิตเนส ถูกทองก้อนกับบอดี้การ์ดคุยกันถึงการตามล่าทองสร้อย จนเกิดความรำคาญ สั่งพนักงานให้เอาคนไม่มีมารยาทนี้ออกไปก่อนที่จะเสียลูกค้าอย่างตน

หารู้ไม่ ไปสั่งพนักงานให้จัดการเจ้าของธุรกิจ ต่างคนต่างใหญ่เลยบอกชื่อตัวเองอวดบารมีข่มกัน

“ผมชื่อนายทองก้อน พงษ์เดชา เจ้าของที่นี่ ใหญ่พอไหม!”

“เหรอ...งั้นเตรียมตัวเจ๊งได้เลย เพราะฉัน พิกุลแก้ว เวียงคีรี เซเลบริตี้ที่มีสื่อเป็นคอนเน็กชั่นอยู่ในมือหลายสำนัก จะเล่นงานฟิตเนสที่เจ้าของมันไม่แคร์หัวลูกค้าให้ล่มจม!”

ทองก้อนไม่ได้สนใจคำขู่เลย แต่กลับฉุกคิดนามสกุล “เวียงคีรี” นึกขึ้นได้ว่ากุลธิดาเคยมาฟ้องว่าทองโปรยกำลังตามจีบนารี เวียงคีรี ทองก้อนรีบตามคุณใหญ่ไป ตามไปทันก็คว้ามือคุณใหญ่ถามทันทีว่า

“คุณเป็นอะไรกับผู้หญิงชื่อ นารี เวียงคีรี”

“ฉันยิ่งไม่อยากคุย! ไม่ปล่อยเจอฟาด!” ขาดคำคุณใหญ่เอากระเป๋าฟาดทองก้อนไม่ยั้ง ปากก็ตะโกน “ฉันไม่คุย เพราะฉันไม่อยากจะให้ชื่อนังน้องสาวลูกเมียน้อยมันเป็นเสนียดปากฉัน”

พอทองก้อนรู้ว่า นารี เวียงคีรี เป็นใคร เป็นอะไรกับคุณใหญ่ก็ไม่สนใจคุณใหญ่อีก ปล่อยแล้วชี้ทางออกให้ พอคุณใหญ่กระฟัดกระเฟียดออกไปแล้ว ทองก้อนพึมพำ

“น้องสาวลูกเมียน้อยเหรอ...อืม...น่าสนใจ ท่าทางจะเป็นเด็กมีปัญหา” แล้วสั่งบอดี้การ์ดแทบไม่หายใจ

“สืบหาประวัติตระกูลเวียงคีรีให้ละเอียด มีธุรกิจอะไรบ้าง มีใครบริหาร พนักงานมีกี่คน รวมถึงแผนที่บ้านด้วย ด่วนที่สุด!” พอบอดี้การ์ดรับคำและวิ่งออกไปแล้ว ทองก้อนจิกตาพึมพำ “ผู้หญิงที่ทำให้ไอ้ทองโปรยกล้าแข็งข้อกับฉัน ฉันต้องรู้จักให้ละเอียด เจาะลึกไปถึงรูขุมขน ...บางทีอาจจะมีอะไรดีๆรอฉันอยู่ก็ได้ หึๆๆ...เวียงคีรี!”

ooooooo

แอบไปเตี๊ยมกันก่อนไปพบพฤกษ์ที่รออยู่ในร้านอาหารแล้ว ทองสร้อยนึกได้บอกว่าทองโปรยไปพบพฤกษ์ไม่ได้เพราะเคยเจอทั้งที่โรงพยาบาลและร้านส้มตำป้าหน่อยมาแล้ว

แต่ช้าไปแล้ว พฤกษ์เห็นเสียก่อน เขาเดินเข้ามาทักอย่างจำได้แม่นยำว่า

“คุณคนนี้...มากับเธอได้ยังไงทองสร้อย ผมจำคุณได้ที่โรงพยาบาลและร้านส้มตำของป้าหน่อย” ทองโปรยผสมโรงว่าตนก็จำได้ว่าเขาคือเจ้านายของน้องเนและเป็นเจ้านายของทองสร้อย ขณะพฤกษ์งงๆกับการเจอทองโปรยนั่นเอง ทองสร้อยก็พูดแทรกขึ้นว่า

“คืออย่างนี้ค่ะ พอดีผัวสร้อยค่ะ มากรุงเทพฯเพราะจะมาทำงานกับพี่เขาค่ะ”

“ใช่ครับ” ยอดชายลืมตัวว่าตนกำลังเล่นเป็นสามีทองสร้อยรับลูกช่วยทองสร้อย “คุณเนแนะนำให้ผมครับว่าคุณทองโปรยกำลังหาคนขับรถ” พูดไปแล้วรู้ว่าพลาดเลยแกล้งเก๊กขรึมทำไม่รู้ไม่ชี้

“สวัสดีครับ ผมทองโปรยเจ้านายของสามีทองสร้อย ซึ่งเป็นญาติกับน้องเนซึ่งน้องเนเป็นเพื่อนกับน้องสาวของผมที่หายตัวไป” ทองโปรยแนะนำตัวเองคล่องปรื๋อราวกับท่องไว้

“สวัสดีครับ ผมชื่อ...เฉวียง เป็นคนขับรถของคุณทองโปรย พี่ชายของเพื่อนคุณเน ซึ่งเป็นญาติของทองสร้อย ซึ่งกำลังจะเป็นอดีตเมียผม” ยอดชายเอาบ้าง

ทองสร้อยฟังแล้วอยากจะบ้าตาย ส่วนพฤกษ์ มองหน้าทองสร้อยที ทองโปรยที ยอดชายที จนทั้งสามอึดอัดแต่ยังฉีกยิ้มทำหน้าใสซื่อแอบลุ้นกลัวพฤกษ์จะสงสัย พฤกษ์ยังจ้องหน้าทั้งสองเขม็ง แต่ทำเหมือนไม่ติดใจสงสัยอะไร

“ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนครับ ผมอาสามากับคุณเฉวียง เพราะเขามาไม่ถูก ยังไม่คุ้นเส้นทาง ขอตัวนะครับ” แล้วหันบอกยอดชาย “เสร็จเรียบร้อยแล้วโทร.หาฉัน เป็นกำลังใจนะ ทั้งสองคน”

ทองโปรยยิ้มให้กำลังใจกันกับทองสร้อย แล้วออกไปซุ่มดูเหตุการณ์กับเฉวียง

ทองสร้อยกับยอดชายยกมือไหว้ขอบคุณทองโปรยแล้วมองหน้ากันไปมา ต่างยังพูดอะไรไม่ออก

แต่ทองโปรยไปซุ่มดูอยู่ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากเนรัญญาแจ้งว่าคุณเล็กกำลังจะกลับแล้ว ทองโปรยจึงให้เฉวียงซุ่มดูต่อไปส่วนตัวเองรีบผละไป บอกเฉวียงว่าจะไปดูแลหัวใจตัวเอง

ooooooo

พฤกษ์เห็นทองสร้อยกับยอดชายต่างเงียบจึงเป็นฝ่ายสร้างบรรยากาศให้ทั้งสองได้คุยปรับความเข้าใจกัน แต่เพราะทองสร้อยต้องการให้เรื่อง “จบ” จึงหาเรื่องทะเลาะตบตีกับยอดชาย

ยอดชายเล่นบทแมนอยู่ได้ไม่นานก็ทนไม่ไหว เลยประกาศว่าตนเป็นเกย์ ที่เห็นอยู่นี่ตนแอ๊บแมนเท่านั้น พฤกษ์สะอึกอึ้งหันมองทองสร้อยอย่างสงสาร ทองสร้อยผสมโรงด่ายอดชายว่า

“มิน่าล่ะ ตั้งแต่คืนแต่งงาน แกถึงไม่เคยทำการบ้านอีกเลย!! ไอ้คนโกหก มาหลอกฉันทำไม ฉันเจ็บ!!! ไปให้พ้นบักห่า!!”

ยอดชายถามพฤกษ์ว่ามีอะไรจะคุยกับตนอีกไหม พอพฤกษ์บอกว่าไม่มี ยอดชายก็เดินสะบัดสะบิ้งไป

ทองสร้อยแอบถอนใจโล่งอกที่เรื่องจะได้จบเสียที ในขณะที่พฤกษ์เชื่อสนิท เขามองทองสร้อยอย่างสงสารไม่กล้าพูดอะไรให้สะเทือนใจอีก

ยอดชายออกมาเจอเฉวียง พอเฉวียงรู้ว่าเรื่องจบ เคลียร์แล้วก็ชวนกลับ ยอดชายบอกว่าตนยังกลับไม่ได้เพราะต้องถ่ายรูปทองสร้อยอีก เฉวียงถามว่าแล้วจะแยกทองสร้อยออกจากพฤกษ์ได้อย่างไร ยอดชายบอกเดี๋ยวตนจัดการเอง

พฤกษ์สงสารทองสร้อยที่เพิ่งรู้ว่าสามีเป็นเกย์ ปล่อยให้เธอนิ่งทำใจอยู่ครู่หนึ่งจึงชวนไปกินข้าวปลอบใจ พาเธอเข้าร้านหรูบอกว่า “ฉันอยากให้เธอรับประทานอาหารอร่อยๆ รู้ไหมว่ามันช่วยคลายเครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้น ฉันว่าเธอน่าจะรู้ดี” ทองสร้อยบอกว่าตนไม่เคยกิน “ไม่เคยก็เคยซะ มาเป็นคนที่ชิมฝีมือคนอื่นบ้าง มันจะทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจต่อยอดไปสร้างเมนูของเธอเอง หรือเรื่องอื่นๆเรื่องอะไรก็ได้ในชีวิต” แล้วเลื่อนเมนูให้ทองสร้อยสั่งอาหาร

ทองสร้อยเลือกอยู่นาน พอพฤกษ์บอกให้สั่ง เธอใช้วิธีจิ้มบอกพนักงาน แล้วถามพฤกษ์ว่าเขาจะรับประทานอะไรดี

“ขอเหมือนเดิม” พฤกษ์สั่งพนักงาน เห็นทองสร้อยมองแปลกใจ เขาชี้แจงว่า “ที่นี่เป็นร้านประจำของครอบครัว ตอนคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ ท่านพาพวกเรามากินบ่อยมาก มากี่ครั้งฉันก็สั่งเหมือนเดิมตั้งแต่เด็ก”

ทองสร้อยถามว่าไม่เบื่อหรือ “ไม่...มันทำให้ฉันคิดถึงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนตอนที่คุณพ่อคุณแม่ท่านยังอยู่ เหมือนตอนที่ฉันกับพี่ใหญ่ยังคุยกันได้นานกว่าตอนนี้”

ฟังพฤกษ์แล้วทองสร้อยรู้สึกเห็นใจและอยากจะคุยกับเขามากขึ้น ส่วนพฤกษ์เห็นทองสร้อยอารมณ์ดีขึ้นก็โล่งใจ

ooooooo

ยอดชายกับเฉวียงตามไปเฝ้าพฤกษ์กับทองสร้อยที่หน้าร้านอาหาร เห็นบรรทัดเดินกะหนุงกะหนิงเข้ามากับคุณใหญ่ก็สงสัยว่าบรรทัดมากับใคร ยอดชายจึงถ่ายรูปทั้งสองไว้

ฝ่ายพฤกษ์กับทองสร้อยเริ่มคุยกันด้วยความรู้สึกสนิทสนมมากขึ้น ต่างถามถึงความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ตัวเองชอบ พฤกษ์ถามทองสร้อยว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ทองสร้อยเล่าอย่างมีความสุขว่า

“สร้อยคิดอยู่อย่างเดียวว่า ทำยังไงอาหารจานนี้ถึงจะอร่อย และสร้อยจะมีความสุขมาก เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคนกินเพราะเขารู้สึกว่ามันอร่อย สำหรับสร้อย อาหารดีๆ เหมือนงานศิลปะและเป็นของขวัญที่โลกนี้มอบให้มนุษย์ ผ่านฝีมือแม่ครัวหรือพ่อครัวที่ทำหน้าที่เหมือนศิลปินผู้สร้างงานศิลปะด้วยความรักและภาคภูมิใจ”

พฤกษ์ทึ่งกับความคิดของทองสร้อยมาก พอทองสร้อยรู้ตัวว่ากำลังเพ้อและเผลอเลยแกล้งบ่นตัวเองว่าเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย เปลี่ยนเรื่องถามเขาว่า “คุณกลางล่ะคะ คิดอะไรอยู่เวลาที่ทำงานของตัวเอง?”

“ฉันคิดอย่างเดียวว่าทำยังไงจึงจะทำให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ที่สุด สไตล์อาจจะสำคัญแต่ถ้าขาดความรู้สึก บ้านก็ไม่ต่างอะไรจากโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ หรือตอนที่ฉันอยู่หน้าผ้าใบ ฉันก็แค่คิดว่า ฉันจะทำยังไงให้คนที่ดูรูปของฉันรู้สึกบางอย่างกับมันเหมือนที่ฉันรู้สึก”

“ศิลปะสัมผัสด้วยตาและรู้สึกที่หัวใจ” ทองสร้อยรำพึง ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด

“อาหารสัมผัสได้ด้วยลิ้น แต่รู้สึกที่หัวใจ...เหมือน กัน” พฤกษ์อยู่ในอารมณ์เดียวกัน

ทั้งสองยิ้มให้กันดีใจที่มีมุมมองเหมือนกัน พลัน ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของทั้งสองก็ปะทุขึ้นเป็นประกายที่แววตา แต่พอรู้ตัวต่างก็ยกน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อน พฤกษ์ถามอ่อนโยนว่า “สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ” ทองสร้อยรับคำไม่กล้าสบตาอ่อนโยนของเขา

ooooooo

นางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 ตอนที่ 8 วันที่ 9 ส.ค. 58

อ่านนางสาวทองสร้อย บทประพันธ์โดย รพีพร
อ่านนางสาวทองสร้อย บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
อ่านนางสาวทองสร้อย กำกับการแสดงโดย อดุยล์ บุญบุตร
อ่านนางสาวทองสร้อย ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
อ่านนางสาวทองสร้อย ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15
อ่านนางสาวทองสร้อย ออหอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทื่มา ไทยรัฐ