อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 2 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 2 ส.ค. 58

เช้าวันใหม่ ลูกตาลเอาใจเตรียมอาหารเช้าให้กิจจา เมฆพัดกำลังจะไปทำงานเดินออกมาเห็น ส่งสายตาให้ลูกตาลทำนองทำดีมาก ธราดลเดินตามมาเห็น รู้สึกอึดอัดแต่ต้องเก็บอาการไว้

พอมาโรงเรียนก็เล่าให้ต้นฟังว่าตนรับไม่ได้ที่ปู่กับอามีเมียคนเดียวกัน และอายังคิดโกงปู่อีกด้วย ตนจะบอกปู่แต่ต้องสืบให้ได้หลักฐานก่อน ต้นเตือนให้เพื่อนระวังตัว...

พบูใจลอยมองช่อดอกไม้ที่ศตายุให้แล้วยังเก็บไว้ เก็ทแวะมาหาเห็นหน้าตาเธอจืดชืดนึกว่าเทรนด์ใหม่ พบูมองหน้าตัวเองในกระจกตกใจ “ตายๆ นี่ฉันเอาคอนซิลเลอร์มาทาปากหรือเนี่ย”



“ใจลอยเครียดเรื่องเจ้าของดอกไม้ไม่หายรึไง” เห็นเพื่อนนิ่งจึงเปลี่ยนเรื่อง “ฉันจะมาคุยกับแกเรื่องงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าด้วยว่าตกลงแกคิดได้รึยังว่าจะจัดงานยังไง”

พบูนึกได้จะไปปรึกษาพ่อเพราะพ่อเคยจัดงานใหญ่ๆแบบนี้อยู่เหมือนกัน เก็ทพยักหน้าแล้วแปลกใจที่วันนี้ไม่ได้ยินเสียงข้างห้องเอะอะพบูคิดว่าบุรีคงยังไม่ตื่น... แต่ความจริงแล้ว บุรีแนบหูแอบฟังทุกคำจนรู้ว่าพบูเครียดเรื่องการจัดงาน จึงคิดหาทางช่วย

จากนั้นบุรีก็มาขอร้องเจมี่ให้ช่วยพบู ขณะเดียวกันเมฆพัดหาทางใกล้ชิดเจมี่ ชวนเธอมาเป็นเลขาเขา เจมี่ลังเลเพราะไม่เคยทำงานนี้มาก่อนเกรงจะทำเสียงาน เมฆพัดหยอดไม่เป็นไรตนเต็มใจอยากสอน อีกหน่อยจะได้ช่วยงานบริษัทได้ ตนคุยกับชัชชัยแล้ว เจมี่ลังเลขอเวลาคิดก่อน

เที่ยงวันนั้น กิจจาเข้ามาหาพบูที่ร้าน เห็นโมเดลที่หลานชายทำตั้งโชว์อยู่ก็แปลกใจ “นั่นโมเดลที่โตทำนี่ เห็นโตตั้งใจต่อตั้งนาน มาอยู่ที่นี่นี่เอง”

พบูรีบต้อนรับจัดอาหารที่จะมีในวันงานให้กิจจาลองชิม เขาพอใจมากบอกกับเธอว่าลูกค้าที่มาเป็นคนสำคัญของบริษัททั้งนั้น เธอคงจะเหนื่อยหน่อย แต่ศตายุเชื่อใจเธอ พบูยิ้มปลื้ม

“ร้านเล็กๆของเราถ้าจะจัดให้หรูแบบในโรงแรมเราคงทำไม่ไหว หนูเลยจะเอาจุดเด่นที่ร้านนี้เคยเป็นบ้านเก่าของคุณปู่มาใช้เป็นธีมงานค่ะ”

กิจจาฟังแล้วสนใจ พบูอธิบายว่าจะจัดให้ดูเป็นกันเองสบายๆเหมือนเชิญแขกมากินข้าวที่บ้าน บรรยากาศจะดูอบอุ่นให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายคุยกันได้สนิทสนม จึงอยากให้ช่วยเล่าเรื่องความผูกพันของเขาที่มีต่อบ้านหลังนี้ให้ฟังเพื่อเป็นไอเดีย กิจจายินดีอย่างยิ่ง

กิจจาเล่าถึงอดีตที่ผ่านมาว่าย่าของศตายุปรับบ้านนี้ให้เป็นร้านอาหาร ตอนบริษัทกำลังแย่ ทำให้ตนต้องหันมาช่วยงานที่ร้านทุกวันที่กลับถึงบ้าน แม้บางครั้งยังต้องทำอาหารเองโดยเฉพาะแกงส้มชะอม ตนทำได้อร่อยมาก...พบูเกิดไอเดียให้กิจจาแสดงฝีมือทำแกงส้มในวันงาน

ก่อนกลับกิจจาเลียบเคียงถาม “เออ ช่วงนี้ปู่เห็นเจ้าโตดูเครียดๆ หนูพอรู้ไหมว่าเป็นอะไร” พบูส่ายหน้า กิจจาทำเป็นถอนใจ “เจ้าหลานชายคนนี้ดูภายนอกเข้มแข็ง แต่บางทีเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆก็ชอบน้อยใจ มีครั้งนึงแค่ปู่พูดเล่นว่าไม่รักหน่อย เก็บไปคิดมาก น้อยใจเป็นอาทิตย์”

พบูถามแล้วเขาทำอย่างไร กิจจาเล่าว่าต้องซื้อขนมไปง้อ บางครั้งก็ชวนทำขนมถึงจะอารมณ์ดี แล้วแย็บว่าศตายุชอบขนมหวาน พบูยิ้มรับแอบเก็บข้อมูล

บ่ายวันนั้น งามยิ่งมาบอกศตายุว่าเจริญรุ่งไม่โผล่หัวมาช่วยงานบ้างเลย ได้ยินคนเขาเม้าท์กันว่า ช่วงนี้เที่ยวตระเวนขอยืมเงินคนไปทั่ว ไม่รู้ว่าโดนบ่อนดูดจนหมดตัวแล้วหรือยัง ศตายุฟังแล้วเครียดเถียงไม่ออก...เย็นวันเดียวกัน ศตายุกำลังคุยงานกับพิมพ์พรรณ พอเห็นหน้าจอว่าพบูโทร.มาก็ยิ้มหน้าบาน พิมพ์พรรณรู้แกวเลี่ยงออกไป พบูโทร.รายงานว่ากิจจามาพบตนแล้ว ตนมีไอเดียการจัดงานอยากนัดเขามาเจอคืนนี้ ศตายุรับปากทันที ก่อนวางสายพบูขอบางอย่าง

“คุณเปิดกล้องวงจรปิดหน่อยได้ไหมคะ ฉันมีอะไรอยากให้ดู”

ศตายุกดเปิดโปรแกรมกล้อง เห็นพบูถือจานขนมมากมายโชว์พร้อมโพสท่าน่ารักๆ

“จะรับจานไหนดีคะ เห็นคุณปู่บอกว่าคุณชอบกินขนมหวาน ฉันเลยทำมาฝากค่ะ”

ศตายุดักคอว่าเธอหรือไมเคิลที่เป็นคนทำ พบูค้อนใส่ ก่อนจะถามอยากกินอะไรเดี๋ยวตนเอาไปให้ ระหว่างที่พบูกำลังอวดขนม บุรีเดินเข้ามากับเจมี่ พบูหันมองอย่างแปลกใจมาทำอะไร ศตายุเห็นในกล้องจึงบอกให้เธอไปรับแขกก่อนแต่ในใจร้อนรุ่มด้วยความหึง

บุรีพาเจมี่มาช่วยพบูเรื่องจัดงานเลี้ยง เจมี่โอ้อวด “ฉันไปงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าทุกปี เจอพี่โตครั้งแรกก็งานเลี้ยงนี้เนี่ยแหละ”

พบูแอบเบ้ปากหมั่นไส้ เจมี่บอกตนไปถามข้อมูลจากพ่อว่าลูกค้าแต่ละคนเป็นอย่างไร ชอบอะไร จะได้ง่ายต่อการจัดงาน ว่าแล้วก็ยื่นสมุดโน้ตเล็กๆให้พบู เก็ทยื่นหน้ามาอ่านด้วยเห็นว่าเจมี่จดมาละเอียดยิบ...พบูย้อนถามนึกอย่างไรถึงได้มาช่วยตน กินยาลดความอ้วนเกินขนาดหรือเปล่า เจมี่ถลึงตาใส่จะดึงสมุดคืน พบูยื้อไว้ยิ้มๆว่าล้อเล่นและขอบคุณที่ช่วย

“ฉันไม่ได้จะช่วยเธอ แต่ฉันตั้งใจช่วยพี่โตทำงานตะหาก ถ้างานออกมาดีมันก็ดีกับพี่โตด้วย แล้วฉันก็อยากช่วยนายบุรี เขาเป็นคนมาขอร้อง เธอก็เพิ่มคะแนนพิศวาสให้เขาด้วยละกัน”

บุรีทำหน้าอายๆ พบูเอ่ยปากขอบคุณ เขายิ่งเขินยิ้มปลื้ม เก็ทมองขำๆ

ooooooo

ค่ำวันนั้น มธุรสท่าทางโมโหมากถือสมุดบัญชีมาโวยเจริญรุ่ง ที่เขาถอนเงินไปจนหมด ทั้งที่เป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัว เจริญรุ่งแก้ตัวไม่ออกพาลโกรธหาว่าเธอขึ้นเสียงใส่

“จะไม่ให้ฉันโกรธได้ยังไง คุณเล่นเอาเงินเก็บที่คุณพ่อให้ไปเล่นพนันจนหมดบัญชี แถมยังเป็นหนี้อีก”

“พนันก็ต้องมีขึ้นมีลง เดี๋ยวพอมือขึ้นเงินมันก็กลับมาเองแหละ”

มธุรสเครียดหนักย้อนถามเจ้าหนี้เขาจะรอจนมือขึ้นไหม กิจจาเดินมาได้ยิน เอ็ดเจริญรุ่งยกใหญ่ เขายังเถียงข้างๆคูๆว่า “ก็ผมไม่มีทางเลือกนี่ครับ คนโง่ๆอย่างผมก็ทำได้แค่นี้แหละ”

มธุรสอ่อนลงช่วยสามีแก้ตัวว่า เขาอยากหาเงินให้ธราดลไปเรียนต่อเมืองนอก กิจจาเห็นใจมธุรส ชี้หน้าเจริญรุ่ง “ฉันจะยอมช่วยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเห็นแก่เจ้าดลที่มีพ่อไม่ได้เรื่องอย่างแก หลังจากนี้อย่าหวังว่าแกจะได้สมบัติอะไรจากฉันอีกเลย”

จากความหวาดกลัวทำให้ธราดลคิดหาหลักฐานมายืนยันเรื่องเมฆพัดโกงเงินบริษัท จึงแอบเข้าไปค้นในห้องเมฆพัด โชคไม่ดีเมฆพัดเดินกลับมา ธราดลรีบหาที่ซ่อนตัว ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับลูกตาลทำนองให้ดูแลพ่อของเขาดีๆอาจได้รับมรดกบ้าง ทันใดเมฆพัดเห็นเงาธราดลในกระจกก็ชะงัก ทำทีเดินคุยโทรศัพท์ออกจากห้อง ธราดลโล่งใจค่อยๆโผล่จากที่ซ่อนเดินออกจากห้อง เมฆพัดแอบมองว่าธราดลจะทำอะไรต่อไป แววตาเขาดูน่ากลัว

ธราดลเข้ามาในห้องพ่อแม่ตั้งใจจะบอกเรื่องเมฆพัดกับพ่อ แต่กลับเจอพ่อกับแม่ทะเลาะกันอยู่ เจริญรุ่งปัดอย่างหงุดหงิดไว้คุยวันหลัง วันนี้ตนอารมณ์ไม่ดี ธราดลหน้าเสียทั้งเครียดและหวาดกลัว มธุรสปลอบอย่าเพิ่งคุยอะไรตอนนี้ พ่ออารมณ์ไม่ดี พูดอะไรไปก็ไม่สนใจ

เมฆพัดแอบมองยิ้มอย่างพอใจที่ธราดลยังเล่าให้ใครฟังไม่ได้ พอเห็นมธุรสเดินไป ก็ทำทีเข้ามาทักทายธราดลว่ามีเรื่องอะไรปรึกษาตนได้ ธราดลพยายามเก็บอาการอ้างมาขอเงินพ่อไปเที่ยวแต่ดูเหมือนจะอด เมฆพัดพูดแฝงนัย

“ดีแล้วล่ะที่ดลยังไม่ขอ ไม่งั้นอาจจะไม่ดีกับดลเองก็ได้...พ่อเขากำลังอารมณ์ไม่ดีเรื่องเงินอยู่ อาเคยบอกแล้วไงว่ามีอะไรให้ปรึกษาอาได้ เอาเงินอาไปละกัน แล้วเที่ยวให้สนุกล่ะ”

ธราดลรับเงินจากเมฆพัดมือไม้สั่น รู้สึกเขาไม่เหมือนอาคนเดิม สายตาดูน่ากลัว รีบเดินหนี เมฆพัดมองตามหลัง กดโทรศัพท์สั่งลูกน้อง “ฉันมีงานให้แกไปจัดการ...”

หลังจากนั้นธราดลมาหาต้นที่ร้านเกม โดนคนร้ายเดินชนแล้วยัดยาใส่กระเป๋าไม่รู้ตัว...

ระหว่างนั้นพบูกับศตายุคุยงานกันที่ร้านลามูน พบูเสนอรูปแบบการจัดงานจนเขาพอใจ แล้วเธอก็ขอคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ศตายุงงค่าอะไร “ก็ค่าใช้จ่ายในงานไงคะ ถึงคุณจะเป็นเจ้าของร้าน แต่ในฐานะผู้จัดการร้านอาหาร ฉันก็ต้องทำยอดให้ร้าน ให้คุณมาจัดงานฟรีๆไม่ได้หรอกค่ะ”

ศตายุอึ้งปนขำที่เธอช่างเค็มเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ เก็บเงินตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ตน พบูเรียกเก็บแพงกว่าโรงแรมโทษฐานเป็นงานรีบและค่าคิดธีมงาน แถมบอกให้จ่ายๆมา อย่างไรเสียก็เข้ากระเป๋าเขาอยู่ดี แต่จะทำให้ยอดบัญชีร้านดูดี...เห็นศตายุหัวเราะ พบูจึงกล้าถามเรื่องคาใจ เขาโกรธตนหรือเปล่าเรื่องที่สนามแบดวันนั้น ศตายุส่ายหน้าแล้วพูดจริงจัง

“ผมตะหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้คุณลำบากใจ แต่ไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้ผมจะรักษาระยะห่าง จะคุยเฉพาะเรื่องงาน จะไม่ทำให้คุณอึดอัดใจอีก”

คำพูดของศตายุกลับทำให้พบูใจหาย...มาเล่าให้เก็ทฟัง เก็ทย้อนถามรู้ตัวหรือยังว่าชอบคนไหน เธอยังลังเล เก็ทสมน้ำหน้า จงเศร้าต่อไป ทันใดศตายุโทร.มาบอกเรื่องธราดล พบูตกใจมากรีบตามไปที่สถานีตำรวจ เข้าไปปลอบมธุรสที่นั่งร้องไห้อยู่ ส่วนศตายุเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ พักใหญ่กลับออกมาบอกว่าธราดลมีเรื่องกับตำรวจเลยโดนขังไม่ให้ประกันตัว เพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย พบูไม่เชื่อว่าน้องจะเล่นยา ศตายุก็ไม่เชื่อและคิดว่าอาจจะโดนยัดยา กำลังให้ทนายช่วยเช็กกล้องวงจรปิดแถวที่เกิดเหตุ มธุรสกังวลใจว่ากิจจาจะโกรธมาก

แล้วกิจจาก็โกรธมากจริงๆ ด่าว่าเจริญรุ่งเอาแต่เข้าบ่อนไม่ดูแลลูก มธุรสยอมรับผิดว่าตนเลี้ยงลูกไม่ดีเอง กิจจาสั่งศตายุให้ปิดข่าวและหาทางประกันตัวธราดลออกมาให้ได้ เขารับคำ เมฆพัดทำทีเข้ามาแนะนำควรให้โดนขังจนกว่าจะสำนึกผิด ศตายุย้อน ต่อให้น้องทำผิดแค่ไหนตนก็ต้องช่วย แม้ถ้าวันหนึ่งเขามีปัญหาตนก็ยินดีช่วยสุดความสามารถ เมฆพัดฟังแล้วหงุดหงิด

ooooooo

รุ่งเช้าข่าวธราดลแพร่สะพัด เจมี่ออกอาการ เป็นห่วงศตายุอยากไปปลอบใจ แต่บุรีปรามไว้อย่าเพิ่งไปวุ่นวายให้เขารำคาญ...ศตายุมารับธราดลออกจากโรงพัก และโทร.บอกพบูให้สบายใจ พบูเป็นห่วงน้องเพราะการกลับไปเผชิญหน้าคนที่บ้าน น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่ในคุกอีก

เมื่อศตายุพาธราดลเข้าบ้าน ทุกคนนั่งรออยู่พร้อมหน้า ธราดลสบตาเมฆพัดอย่างหวาดๆ งามยิ่งโวยก่อนที่ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงทั้งที่กำลังจะมีงานเลี้ยง กิจจาซ้ำ พ่อก็ติดหนี้ลูกก็ติดยา รู้ถึงไหนอายเขาไปถึงนั่น ธราดลเถียงตนไม่ได้ทำ ยานั่นไม่ใช่ของตน แต่กิจจากับเมฆพัดไม่เชื่อ

ธราดลน้อยใจปนโมโห “แล้วต้องทำตัวดีเหมือนปู่รึไง วันๆเอาแต่เที่ยวหาความสุขนอกบ้าน เลี้ยงอีหนูเป็นสิบๆ เป็นตาแก่ตัณหากลับ หลงผู้หญิงจนไม่รู้ว่าโดนสวมเขา...”

เมฆพัดชิงตบหน้าธราดลกลัวเผยความลับ เอ็ดใส่ที่ก้าวร้าวปู่ กิจจาโกรธตวาดตนจะเป็นอย่างไรก็เรื่องของตน ไม่พอใจก็ออกไปจากบ้านนี้เสีย ธราดลหน้าชาน้อยใจสุดๆ ขึ้นเสียงว่าตนก็ไม่อยากอยู่บ้านเฮงซวยที่แย่ยิ่งกว่าในคุก แล้วเดินปึงปังออกไป กิจจาสั่งห้ามใครตามกลับมาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไล่ออกจากบ้านเช่นกัน เมฆพัดแอบยิ้มกับลูกตาลอย่างสมใจ

ธราดลเก็บเสื้อผ้าเดินมาเจอเมฆพัดยืนเยาะ จึงรู้ว่าเป็นฝีมือเขา คิดจะบอกความจริงกับทุกคน เมฆพัดขู่ “บอกความจริงอะไรเหรอ เด็กติดยาพูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก สถานการณ์แบบนี้ อาว่าดลน่าจะออกไปเงียบๆดีกว่านะ ไม่งั้นอาจจะเจอเรื่องน่ากลัวกว่านี้อีกก็ได้”

ธราดลขยาด ส่วนศตายุพยายามขอให้กิจจายกโทษให้น้อง ตนไม่เชื่อว่าน้องจะเล่นยา กิจจาเองก็ไม่อยากเชื่อแต่อยากดัดนิสัยธราดลบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็หนีออกจากบ้าน และสั่งห้ามศตายุช่วยเหลือ เขารับคำกลายๆ...

พบูต้องคอยปลอบใจมธุรสที่เอาแต่ร้องไห้เป็นห่วงธราดลเพราะโทร.หาเขาก็ปิดเครื่อง มธุรสขอให้พบูช่วยคุยกับศตายุให้ตามหาธราดลที

ระหว่างนั้น ธราดลมาอยู่กับพี่ชายต้นที่บ่อน เขารู้สึกเหมือนหนีเสือปะจระเข้ เหมือนมีคนคอยตามจะทำร้าย ต้นรับรองว่าอยู่ที่นี่ปลอดภัยแน่เพราะพี่ตนคุมที่นี่เอง

พบูมาต่อว่าศตายุใจร้ายปล่อยน้องออกจากบ้านไม่ห่วงใย ศตายุพยายามจะแทรกพูดแต่ไม่มีช่องว่างจึงปล่อยให้พบูพรั่งพรูออกมาให้หมดก่อน ถึงมีโอกาสบอกเธอว่าตนส่งคนตามดูแลธราดลตลอดเวลา กิจจาอยากให้เขารู้จักชีวิตข้างนอกบ้างว่ามันลำบากแค่ไหน พบูรู้สึกชีวิตน้องเหมือนกับตน ศตายุชี้นั่นแหละที่ทำให้เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พบูขอที่อยู่น้อง เขาให้ไม่ได้เกรงเธอใจอ่อนไปบอกมธุรส รอให้กิจจาหายโกรธแล้วตนจะไปรับน้องกลับบ้านเอง พบูเตือน

“แต่ก็อย่านานเกินไปนะคะ ฉันกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีกับดลซะก่อน”...ศตายุครุ่นคิดตาม

วันเวลาผ่านไป พบูวุ่นกับการจัดงานที่ร้าน เจมี่คอยดูแลเอาอกเอาใจศตายุ ธราดลนั่งเศร้าคิดถึงแม่และคนที่บ้าน ส่วนเมฆพัดเอาแต่ยักยอกเงินบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเอง

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 2 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ